วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมเด็จขาว นำสวดถวาย ‘รัชกาลที่9’

‘กรมศิลป์’โชว์หุ่น เทวดาเหมือนคน

‘สมเด็จขาว’ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นำคณะสงฆ์-พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ สวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้านกรมศิลปากรโชว์งานปั้นหุ่นต้นแบบเทวดาประดับพระเมรุมาศ เน้นความสวยงาม เป็นศิลปกรรมสมัยในหลวง รัชกาลที่ 9 มีความเหมือนมนุษย์ ขณะที่การปั้น “สัตว์มงคลประจำทิศ” คาดต้นแบบช้างคู่ และพระพรหม เสร็จภายในสัปดาห์นี้

ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหา ราชวัง เมื่อวันที่ 5 ก.พ. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้องค์กรภาคเอกชน มูลนิธิ สมาคม คณะบุคคลต่างๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช วันละ 4 รอบ รวม 44 คณะ อาทิ คณะศิษย์เก่าสตรีวิทยา รุ่นปี 2520 คณะศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร บางแสน ชื่อรุ่นนกนางนวล ปีการศึกษา 2520 กลุ่มศิษย์เก่าโรงเรียนสาธิตประสานมิตรรุ่น 28 และคณาจารย์ที่เกษียณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์ธาลัสซีเมีย โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล โรงพยาบาลพุทธโสธร โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ โรงพยาบาลนครปฐม โรงพยาบาลอ่างทอง โรงพยาบาลตราด ฯลฯ

จากนั้นเวลา 19.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระ องค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีนักธุรกิจหอการ ค้าไทย-จีน สภาวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-อาเซียน สมาคมภริยาทหารเรือ สมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย สมาคมพยาบาลจิตเวชแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ

ส่วนที่ท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดวัน พสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศ เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนอย่างหาที่สุดมิได้ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด จนเจ้าหน้าที่ทหารเสนารักษ์ จากโรงพยาบาลอานันทมหิดล จ.ลพบุรี ต้องนำกระบอกฉีดน้ำมาฉีดในเต็นท์จุดพักรอคิวและระหว่างเดินแถวไปกราบพระบรมศพ เพื่อช่วยคลายร้อน โดยทุกคนที่เข้ามาในสนามหลวงและพระบรมมหาราชวังจะต้องเดินผ่านจุดคัดกรองที่มีอยู่โดยรอบทั้ง 8 จุด ผ่านเครื่องสแกนวัตถุโลหะ และให้เจ้าหน้าที่ตรวจสัมภาระ ตรวจค้นร่างกายอย่างละเอียด อันเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการป้องกันเหตุร้าย ส่วนประชาชนที่แต่งกายไม่ถูกระเบียบของสำนักพระ ราชวัง เจ้าหน้าที่ก็มีบริการให้ยืมผ้าถุงสำเร็จรูปที่บริเวณด้านข้างเต็นท์ ก. ด้านทิศเหนือของสนามหลวง

ขณะที่สำนักพระราชวังแจ้งจำนวนประชาชนที่เข้ากราบสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา มีจำนวน 35,030 คน ยอดรวม 4,063,404 คน ยอดเงินถวายร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล รวม 342,815,309.09 บาท

ขณะเดียวกัน บริเวณด้านหน้าอาคารนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล” ด้านทิศเหนือของสนามหลวง หลังจากที่เจ้าหน้าที่สำนักโยธา กรุงเทพมหานคร ได้ปรับพื้นที่ด้านหน้าอาคารดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้มาติดตั้งเต็นท์พลับพลาที่ประทับ และเต็นท์สำหรับผู้เข้าร่วมพิธีแล้ว ขณะเดียวกันทางกรุงเทพมหานคร นำแผงเหล็กมากั้นและนำต้นไม้ มาวางประดับ ประดาบริเวณพลับพลาที่ประทับและโดยรอบอาคาร เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะรอรับเสด็จสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ที่จะเสร็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดอาคารในวันที่ 9 ก.พ. ที่จะถึงนี้เวลา 19.00 น.

วันเดียวกัน นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำประติมากรรมประดับพระเมรุมาศว่า ประติมากรรมที่สำนักช่างสิบหมู่ดำเนินการอยู่นั้น แต่ละส่วนจะมีเอกลักษณ์ต่างๆ กันไป โดยการปั้นขึ้นรูปเทวดาจะทำเป็นต้นแบบ ท่านั่ง 1 องค์ ท่ายืน 1 องค์ก่อน จากนั้นจะนำไปหล่อ และมีการลงสี ซึ่งในการปั้นเทวดาในครั้งนี้ เน้นให้มีความสวยงาม เป็นศิลปกรรมสมัยในหลวง รัชกาลที่ 9 มีความเหมือนมนุษย์ แสดงถึงความรู้สึกมีชีวิต มีสรีระร่างกาย มีกล้ามเนื้อ มีวาดหน้าตา และมีหนวด ขณะที่เครื่องแต่งกายจะแตกต่างกันไปตามความคิดของช่างศิลปกรรม ซึ่งถือว่ามีความแตกต่างไปจากการปั้นเทวดาประดับพระเมรุที่ผ่านมา ทั้งของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง นราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งเป็นศิลปกรรมโบราณ มีหน้าโขน ขีดเส้นเป็นองค์ประกอบโครงหน้าเท่านั้น

นายอนันต์กล่าวอีก หลังจากปั้นต้นแบบประติมากรรมม้าคู่ ซึ่งเป็นสัตว์มงคลประจำทิศประดับบันไดพระเมรุมาศเสร็จแล้ว คณะช่างจะปั้นสัตว์มงคลประจำทิศที่เหลือ ได้แก่ ช้าง สิงห์ และวัว อย่างละคู่ รวมทั้งหมด 8 ตัว ทั้งนี้ การปั้นต้นแบบช้างคู่ และพระพรหมจะเสร็จภายในสัปดาห์นี้

ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง มหาเถรสมาคม (มส.) ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จัดพิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นการจัดสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นครั้งที่ 4 นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต เพื่อให้เป็นไปตามมติมหาเถรสมาคม ที่ให้คณะสงฆ์ส่วนกลางและวัดทุกแห่งทั่วประเทศ ร่วมกันเชิญชวนประชาชนให้สวดมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลทุกวันที่ 5 ของเดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับพิธีนี้ มีสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ หรือสมเด็จขาว เจ้าอาวาสวัดราช-บพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ อาทิ พระพรหม-มุนี วัดราชบพิธ พระพรหมดิลก วัดสามพระยา พระพรหมวชิรญาณ วัดยานนาวา ตลอดจนพระสังฆาธิการ ในเขต กทม.และปริมณฑล จำนวนกว่า 400 รูป เข้าร่วม ทั้งนี้ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประธานในพิธี กล่าวสัมโมทนียกถา วางพานพุ่มเครื่องสักการะ และจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จากนั้น น.ส.ประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ. ในฐานประธานฝ่ายฆราวาส จุดธูปเทียนบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หน้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จุดเครื่องบูชาทองน้อยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

จากนั้น สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นำสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล ประกอบด้วย บทปัพพะโตปะมะคาถาอะริยะธะนะคาถา บทขัดธรรมนิยามสูร ธัมมะนิยามะสุตตัง (100 วัน) ติลักขะณาทิคาถา พุทธะอุทานะคาถา ภัทเทกะรัตตะคาถา สะติปัฏฐานะปาโฐ อะภิณหะปัจจะเวกขะณะปาโฐ ภาระสัตตะคาถา วิปัสสะนาภูมิปาโฐ ปัฏฐานะมาติกาปาโฐ ภะวะตุสัพพะมังคะลัง โดยมีพระสงฆ์และพสกนิกร ทั้งในมณฑลพิธีวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และตามวัดต่างๆทั่วประเทศร่วมสวดมนต์ไปด้วยอย่างพร้อมเพรียง เป็นเวลา 50 นาที ก่อนที่สมเด็จพระมหามุนีวงศ์จะนำคณะสงฆ์ ตลอดจนพสกนิกร ร่วมกันเจริญจิตภาวนาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเป็นเวลา 10 นาที เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

จากนั้นช่วงเย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังได้ปรับเปลี่ยนภาพที่ทรงพระราชทาน แจกให้พสกนิกรเป็นที่ระลึก ภายหลังขึ้นถวายสักการะพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชที่ประดิษฐานเบื้องหน้าพระบรมโกศบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประดับประดาด้วยดอกไม้สีเหลือง สีประจำวันพระราชสมภพ มีขนาดโปสต์การ์ด 5 คูณ 7 นิ้ว พิมพ์สี่สี ด้านหลังเป็นพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพระราชสมภพที่เคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเสตต์ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม 2470 เสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 เวลา 15.52 น. สิริพระชนมพรรษา 88 ปี 313 วัน

‘สมเด็จขาว’ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นำคณะสงฆ์-พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ สวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช... 6 ก.พ. 2560 07:50 6 ก.พ. 2560 07:50 ไทยรัฐ