วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลูกบิ๊กการเมือง พัน ‘ไซซะนะ’

รอหาหลักฐาน เอาผิดตามกม. จ่อสอบรอบ 2 เบนซ์ผัวแพท

ชุดคลี่คลายคดีเครือข่ายยาเสพติด “ไซซะนะ” ทั้ง บช.ปส. ป.ป.ส. และ ปปง.นัดประชุมใหญ่ 6 ก.พ. นำหลักฐานที่ไปตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่าย โดยเฉพาะการตรวจข้อมูลตามคำให้การของ “เบนซ์ เรซซิ่ง” สามีดาราสาว “แพท-ณปภา” มาประมวล ทั้งประเด็นเงินซื้อรถลัมโบร์กินี 6 ล้านบาท และการโอนเงินเข้าบัญชีเดือนละ 3 แสนบาท ว่าเป็นค่าอะไรแน่ ยันต้องเรียกนายเบนซ์มาสอบปากคำอีกแน่ ปูดชุดสืบสวนซุ่มตรวจสอบหลักฐานความเกี่ยวพันของลูกชายอดีตนักการเมืองชื่อดังกับเครือข่ายนายไซซะนะ ถ้าพบข้อมูลเกี่ยวข้องตามตัวมาสอบสวนดำเนินคดีไม่ละเว้น ผลการทลายเครือข่ายยาเสพติดไซซะนะกระทบถึงประเทศลาว ผู้อำนวยการบริหารสถานีโทรทัศน์ลาวสตาร์ ปลดน้องชายตัวเองออกจากตำแหน่งบริหาร เพราะมีรูปถ่ายคู่กับนายไซซะนะ แถมประกาศไม่รับผิดชอบการกระทำใดๆของน้องชายทั้งสิ้น

กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส.เปิดปฏิบัติการ ชัยยะสยบไพรี 60/1 จับกุมตัวนายไซซะนะ แก้วพิมพา อายุ 42 ปี พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ชาวลาว คาสนามบินสุวรรณภูมิตามหมายจับศาลอาญา พร้อมเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 36 จุดในประเทศไทย เบื้องต้นยึดทรัพย์สินได้ 74 รายการ รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท สอบสวนผู้ต้องหาให้การซัดทอดบุคคลหลายกลุ่มอาชีพ ทั้งคนในวงการบันเทิง กลุ่มบุคคลมีชื่อเสียง และกลุ่มคนในวงการรถสปอร์ต เกี่ยวโยงกับการยักย้าย ถ่ายเทเงินและทรัพย์สินของเครือข่าย หลังจากนั้น

ชุดสืบสวนเปิดปฏิบัติการ ชัยยะสยบไพรี 60/2 ขยายผลเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล 40 จุด โดยเฉพาะร้านแอเรีย 51 ของนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง สามีนางเอกสาว แพท-ณปภา ตันตระกูล ตรวจยึดรถสปอร์ตลัมโบร์กินีและรถ จยย.บิ๊กไบค์ไปตรวจสอบ จนนายอัครกิตติ์ต้องเข้าให้ปากคำกว่า 6 ชม. ยืนยันว่าขอยืมเงิน 6 ล้านบาทจากนายณัฐพล หรือบอย นาคคำ ผู้ต้องหาที่อยู่ในเครือข่ายของนายไซซะนะที่ถูกตำรวจจับกุมแล้วไปซื้อรถ เบื้องต้นตำรวจกำลังตรวจสอบหลักฐานการเงินเพื่อตัดสินใจว่าจะดำเนินคดีนายอัครกิตติ์และยึดรถสปอร์ตลัมโบร์กินีคันดังกล่าวหรือไม่

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 5 ก.พ. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. เผยความคืบหน้าการติดตาม กลุ่มเครือข่ายของนายไซซะนะ แก้วพิมพา ว่า ในวันที่ 6 ก.พ. เวลาประมาณ 10.00 น. จะมีการประชุม 3 ฝ่าย คือ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะพูดคุยกันในประเด็นต่างๆหลายประเด็น หนึ่งในนั้น คือ ประเด็นของนายอัครกิตติ์ยืมเงิน 6 ล้านบาทว่า มีเอกสารการกู้ยืมอย่างไร จ่ายคืนกันอย่างไร รวมทั้งประเด็นอื่นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมข้องใจสงสัย เนื่องจากในวันที่นายเบนซ์เข้ามาพบมีหลักฐานเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น หลังจากได้ข้อสรุปในที่ประชุมจะเรียกนายเบนซ์มาให้ข้อมูลอีกครั้ง ส่วนการออกหมายเรียกดาราหรือกลุ่มไฮโซที่อาจเกี่ยวข้องกับนายไซซะนะมาสอบสวน ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ต้องรอข้อสรุปจากที่ประชุมวันพรุ่งนี้ (6 ก.พ.) ก่อน

รอง ผบช.ปส. เผยต่อไปว่า นอกจากนี้ จาก กระแสข่าวที่ว่า มีลูกชายอดีตนักการเมืองใหญ่ชื่อดัง ไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ด้วยนั้น ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน และจะนำเข้าที่ประชุม 3 ฝ่าย เพื่อขอความเห็นในการดำเนินการ หากพบว่ามีหลักฐานไปถึงจะดำเนินการตามขั้นตอนทันทีโดยไม่ละเว้น ส่วนประเด็นอื่นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำพฤติการณ์ของกลุ่มเครือข่าย และผลการปฏิบัติการช่วงที่ผ่านมา จากการเข้าตรวจค้น 39 เป้าหมาย 41 จุด รวมทั้งการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหา 9 หมายจับ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้ 3 คนเท่านั้น

พล.ต.ต.พรชัยกล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะพูดคุยถึงหลักฐานที่อายัดไว้ โดยจะนำมาตรวจสอบว่า มีความเชื่อมโยงอย่างไรกับขบวนการนี้ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจะเสนอให้สำนักงาน ป.ป.ส.ออกคำสั่งอายัด และให้ทาง ปปง. ดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไป ทั้งนี้ ในการทำงานตั้งแต่ช่วงที่ผ่านมามีอุปสรรคเรื่องการตรวจสอบ เพราะหลักฐานและทรัพย์สินมีจำนวนมากต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งยังมีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและยังตรงกับช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ทำให้การทำงานต่างๆต้องรอที่ประชุมในวันที่ 6 ก.พ. เพื่อหน่วยงานต่างๆ ตรวจสอบเสร็จสิ้น

รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีมีข้อมูลว่านายณัฐพล หรือบอย นาคคำ ผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดนายไซซะนะ โอนเงินให้นายอัครกิตติ์เดือนละ 300,000 บาท จากคำให้การเบื้องต้นอ้างว่า เป็นการกู้ยืมกันเพื่อซื้อรถนั้น พนักงานสอบสวน บช.ปส.จะเรียกนายเบนซ์มาซักถามอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อความกระจ่างว่า เป็นเงินค่าซื้อรถหรือเป็นเงินค่าอะไรกันแน่

ล่าสุด พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.กล่าวถึงกรณีมีข่าวให้สัมภาษณ์ว่า ตรวจสอบเว็บข่าวออนไลน์ของประเทศลาวที่มีภาพดาราไทยกับนายไซซะนะพ่อค้ายาเสพติดว่า เรื่องนี้ยังไม่เคยได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อใดๆทั้งสิ้น ขณะนี้มีคำสั่งมอบหมาย พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส.เป็นผู้รับผิดชอบการสืบสวนสอบสวนขยายผลเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในส่วนรายละเอียดคดียังเปิดเผยไม่ได้ ต้องรอผลการสรุปของทีมสืบสวนสอบสวน บช.ปส. กำชับให้ทำตรงไปตรงมา ใครที่เข้ามาเกี่ยวข้องพัวพันต้องดำเนินคดีและอายัดทรัพย์สิน เพื่อตัดรากถอนโคนเครือข่ายนายไซซะนะที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ รวมทั้งประสานความร่วมมือ ชุดสกัดกั้น ปส.ลาว ขยายผลจับกุมและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีทั้งหมด

ต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางมาสังเกตการณ์บริเวณอาคารธนดลแมนชั่น ภายในซอยอินทามระ 51 แขวงดินแดง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ที่ตั้งของร้านแอเรีย 51 ของนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง บรรยากาศวันนี้เป็นไปอย่างเงียบเหงาเป็นอย่างมาก เพราะร้านไม่ได้เปิดให้บริการ ในร้านจึงปิดไฟเงียบ ภายในยังมีอุปกรณ์แต่งรถและรถจักรยานยนต์จอดอยู่ตามเดิม สอบถามผู้ดูแลอาคารธนดลแมนชั่นทราบว่า วันนี้ยังไม่เห็นนายเบนซ์หรือเพื่อนเดินทางมาที่ร้าน ไม่ทราบว่านายเบนซ์ยังคงพักอยู่ในแมนชั่นหรือไม่ ส่วนความเคลื่อนไหวของแพท-ณปภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดาราสาวโพสต์รูปตัวเองลงอินสตาแกรม (pat_napapa) โดยใส่ชุดคลุมท้องสีฟ้ายืนสะพายกระเป๋าสีดำอยู่ในบ้านพัก พร้อมระบุข้อความเพียงสั้นๆว่า “เช้านี้.....ที่เดิม!!!” โดยไม่ได้พูดถึงสามีนายเบนซ์ เรซซิ่ง ทั้งนี้ยังคงมีแฟนคลับคอยติดตามความเคลื่อนไหวและให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า การจับกุมนายไซซะนะ แก้วพิมพา เจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ชาวลาว นอกจากจะเป็นข่าวครึกโครมในไทยแล้ว ในโลกโซเชียลมีเดียที่ สปป.ลาวไม่แพ้กัน ในยูทูบมีผู้โพสต์เรื่อง พิษมีรูปถ่ายคู่ “ไซซะนะ” เจ้าพ่อยาบ้า สั่งปลด “กู้ ลาวสตาร์” ช็อกวงการบันเทิงลาว มียอดวิวถึง 442,156 ครั้ง เนื้อความบรรยายว่า เมื่อวันที่ 26 ม.ค. สำนักข่าวและสื่อสังคมออนไลน์ในลาวรายงานข่าวเหตุการณ์ช็อกวงการบันเทิงลาว กรณีนายสุละเพ็ด แก้วเวียงคำ ผู้อำนวยการบริหารสถานีโทรทัศน์ลาวสตาร์ ประกาศปลดนายทะนูสอน แก้วเวียงคำ น้องชายตัวเองออกจากตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ลาวสตาร์ นายสุละเพ็ดประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่า ขณะนี้นายทะนูสอนไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่กับสถานีโทรทัศน์ลาวสตาร์แล้ว แค่ช่วยงานบางโครงการเป็นครั้งคราวเท่านั้น ดังนั้น ความเคลื่อนไหวต่างๆของนายทะนูสอนที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากสถานีโทรทัศน์ลาวสตาร์ จะไม่อยู่ในความรับผิดชอบของสถานีฯ

สำหรับนายทะนูสอน แก้วเวียงคำ หรือในวงการบันเทิงและสังคมชาวลาวรู้จักกันในนาม “กู้ ลาวสตาร์” ถือเป็นผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงในวงการโทรทัศน์และวงการบันเทิงประเทศลาว เป็นที่รู้จักกันในสังคมชั้นสูงของลาว เป็นบุคคลที่มีผู้คนนับหน้าถือตามากมาย ออกงานสังคมการกุศลเป็นประจำ จากคำสั่งปลดพ้นหน้าที่ในสถานีโทรทัศน์ลาวสตาร์ส่งผลให้โลกออนไลน์เครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆในลาวต่างตกใจ ส่วนใหญ่ตั้งข้อสังเกตว่า อาจสืบเนื่องมาจากไปถ่ายภาพร่วมกับนายไซซะนะเจ้าพ่อค้ายาเสพติดชาวลาวที่เพิ่งถูกตำรวจไทยจับกุมพร้อมเครือข่าย ทำให้สถานีโทรทัศน์ลาวสตาร์เกรงว่าจะส่งผลกระทบกับภาพพจน์ของสถานี จึงนำมาสู่คำสั่งปลดดังกล่าว

ขณะที่นายทะนูสอน หรือกู้ ลาวสตาร์ โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นยอมรับว่า มีภาพถ่ายร่วมกับนายไซซะนะและเครือข่ายจริง แต่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด พร้อมทั้งปฏิเสธข่าวลือที่ว่า ตนถูกตำรวจไทยจับกุม ทั้งยังระบุว่า ให้ติดตามข่าวอย่างมีวิจารณญาณ อย่าเชื่อกระแสข่าวลือที่แพร่สะพัดอย่างหนักในโลกออนไลน์ขณะนี้

ชุดคลี่คลายคดีเครือข่ายยาเสพติด “ไซซะนะ” ทั้ง บช.ปส. ป.ป.ส. และ ปปง.นัดประชุมใหญ่ 6 ก.พ. นำหลักฐานที่ไปตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่าย โดยเฉพาะการตรวจข้อมูลตามคำให้การของ “เบนซ์ เรซซิ่ง”... 6 ก.พ. 2560 07:47 6 ก.พ. 2560 10:26 ไทยรัฐ