วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้ว่าสตง.ใบ้หวย 2ก.กับ1ส.งาบโรลส์รอยซ์

ปชป.จี้ทบทวนลดโทษให้สินบน นปช.ฉุนโยนบาปล้มปรองดอง วีระโวยถูกบีบถอนฟองราชภักดิ์

ป.ป.ช.ขึงขังประสาน ครม.-ปปง.ขุดคุ้ยสินบนข้ามชาติ จับมือ ศอตช.ทะลวงข้อมูลให้เห็นความคืบหน้า ไม่ขัดข้องข้อเสนอ รมว.คลัง ใช้ ม.44 ติดสปีดสางโกงงาบสินบน แต่เตือนควรทำเฉพาะภายใน อย่าโยงไปเกี่ยวพันเรื่องระหว่างประเทศ เพราะจะส่งผลเสียเรื่องการประสานข้อมูล ปชป.ตามบี้ทบทวนข้อเสนอลดโทษคนให้สินบน ชี้ทำกระบวนการกฎหมายเสื่อมศักดิ์สิทธิ์ พลังชลสำทับเปิดช่องให้ใช้กลโกง ด้าน “เสรี” ยืนกรานหนุนข้อเสนอ รมว.คลัง รีดข้อมูลแลกลดโทษ ผู้ว่าการ สตง. ปูด 2 ก. 1 ส. พันสินบนโรลส์รอยซ์ปี 34 “บิ๊กป้อม” ได้ฤกษ์ถกปรองดองนัดแรกสัปดาห์นี้ เล็งใส่ชื่อนักวิชาการร่วมเป็นกรรมการ “จตุพร” แฉมีเกมล้มปรองดองโยนบาปให้ นปช. ลั่นยอมสุดซอย พร้อมเซ็นเอ็มโอยูแม้ยังไม่รู้เงื่อนไข พท.เย้ยอุปโลกน์ข่าวลอบสังหารกลบข่าวฉาวโฉ่

ยังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื่อง สำหรับข้อเสนอของนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ที่ให้ใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว แก้ไขกฎหมายอาญาให้ความผิดเกี่ยวกับการคอร์รัปชันไม่มีอายุความ โดยเว้นโทษอาญาแก่ผู้ให้สินบน ที่ยอมรับสารภาพเปิดเผยข้อมูล คงเหลือไว้เพียงโทษทางแพ่ง

ป.ป.ช.ประสาน ครม.–ปปง.คุ้ยสินบน

เมื่อวันที่ 5 ก.พ. นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะประธานคณะทำงานสืบสวนและรวบรวมข้อมูลกรณีบริษัทโรลส์–รอยซ์จ่ายสินบนซื้อขายเครื่องยนต์อากาศยานและเครื่องจักรแก่เจ้าหน้าที่รัฐไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการรวบรวมข้อมูลคดีดังกล่าวว่า อยู่ในชั้นการแสวงหาข้อมูล การทำงานเป็นไปด้วยดี ได้รับความร่วมมือที่ดีจาก ป.ป.ช.อังกฤษและกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ที่อยู่ระหว่างการส่งผ่านข้อมูลกันอยู่ นอกจากนี้ ป.ป.ช.ได้ประสานสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อขอเอกสารที่เกี่ยวข้องการประชุม ครม.ในการจัดซื้อเครื่องยนต์โรลส์รอยซ์ เนื่องจากตามขั้นตอนโครงการต้องผ่านการขอความเห็นชอบจากมติ ครม. ขณะเดียวกันได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อประสานการทำงานร่วมกันในการติดตามเส้นทางการเงินบางส่วน

จับมือ ศอตช.เดินหน้าเจาะข้อมูล

นายสรรเสริญกล่าวว่า ป.ป.ช.ยังประสานไปที่ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เพื่อหารือถึงกรอบการทำงานว่าจะประสานความร่วมมือการทำงานร่วมกันอย่างไร ซึ่งสอดคล้องความเห็นของนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม และ ศอตช.ที่บอกว่า หาก ป.ป.ช.ติดขัดปัญหาทางกระบวนการยุติธรรมขอให้บอกมา เพื่อพูดคุยกับทุกหน่วยงานทั้ง สตง. ปปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันท่วงที ขณะนี้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่าหากหน่วยงานใดมีความคืบหน้าอย่างไรจะส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช.ดำเนินการ

เตือนใช้ ม.44 โยง ตปท.เป็นผลเสีย

นายสรรเสริญกล่าวว่า ส่วนกรณี รมว.คลัง เสนอใช้มาตรา 44 เพื่อแก้กฎหมายปัญหาคอร์รัปชันและสินบนข้ามชาติให้รวดเร็วขึ้นนั้นยังไม่ทราบรายละเอียด แต่หากแก้ไขเพื่อทำงานให้เร็วขึ้นถูกต้องตามกฎหมายก็ไม่ขัดข้อง แต่ควรใช้เฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพและบูรณาการทำงานภายในประเทศ ไม่ควรโยงไปถึงต่างประเทศ ถ้าไปเกี่ยวโยงไปถึงต่างประเทศอาจเป็นผลลบต่อไทยด้วยซ้ำที่จะขอข้อมูลใดๆไม่ได้

ปชป.จี้ทบทวนลดโทษคนให้สินบน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เสนอให้ใช้มาตรา 44 แก้กฎหมายเปิดโอกาสให้กับผู้ให้สินบนสารภาพและจ่ายค่าปรับแทนการลงโทษว่า รัฐบาลควรพิจารณาให้รอบคอบถึงผลกระทบต่อการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันโดยรวม ทางที่ดีควรปรึกษาองค์กรอิสระ ป.ป.ช. และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบให้รอบด้านก่อน ขอฝากไปยังผู้มีอำนาจคำนึงถึงปัจจัยดังนี้ 1.จะกระทบต่อความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย ทำให้ไม่หวาดกลัวที่จะทำผิดกฎหมายหรือไม่ 2.เปิดช่องให้ผู้ตั้งใจให้สินบนใช้โอกาสทางกฎหมาย ต่อสู้ให้พ้นผิดได้ ไม่ต้องรับผิดติดคุกหรือไม่ และ 3.ควรพิจารณาเทียบเคียงกับกฎหมายที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ไม่ให้กระทบกับการบังคับใช้กฎหมายโดยรวม

พลังชลชี้เปิดช่องให้กระทำผิด

นายสุระ เตชะทัต โฆษกพรรคพลังชล กล่าวว่า ข้อเสนอของนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ในการลดโทษอาญาคนให้สินบนอาจไม่เหมาะสม เรามีกฎหมายเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว ถ้าไปลดโทษผู้ให้สินบนอาจมีการละเลยต่อกฎหมาย ทำให้เอกชนที่จะรับงานโครงการต่างๆ ไม่เกรงกลัว หาช่องทางในการกระทำผิด การจะแก้กฎหมายอะไรจำเป็นต้องมองระยะยาว อะไรที่ดีอยู่แล้วต้องรักษาไว้ ยึดตามเดิมจะดีกว่า

“เสรี” หนุนไม่เอาผิดคนให้สินบน

ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า กรณีกระทรวงการคลังเสนอให้นายกรัฐมนตรีใช้มาตรา 44 ยกเว้นโทษแก่ผู้ให้สินบนว่า เป็นแนวคิดที่ถูกต้อง แก้ปัญหาการคอร์รัปชันให้สินบนได้ เพราะกฎหมายปัจจุบันที่ระบุว่า คนให้และคนรับสินบนมีความผิดทั้งคู่ ทำให้เกิดการช่วยกันปกปิดความผิด จนไม่สามารถหาหลักฐานมาลงโทษได้ แต่ถ้าหากกำหนดว่าคนให้สินบนนำหลักฐานมาเปิดเผยจะไม่มีความผิดนั้น จะเป็นช่องทางให้คนกล้านำหลักฐานมาเปิดเผย และจะทำให้ไม่มีใครกล้าเรียกรับสินบน เพราะไม่รู้ว่าจะถูกนำหลักฐานมาแฉเมื่อใด จะช่วยป้องกันไม่ให้มีการเรียกรับสินบนได้ หรืออาจจะเขียนกฎหมายว่า หากฝ่ายใดไม่ว่า ผู้ให้หรือผู้รับนำหลักฐานเรื่องสินบนมาเปิดเผยก่อนจะไม่มีความผิดหรือได้รับการลดโทษก็ได้

“วิษณุ” เด้งเชือกปมใช้ ม.44 แก้สินบน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อป้องกันปัญหาทุจริตคอร์รัปชันโดยใช้มาตรา 44 ลดโทษอาญาคนให้สินบนว่า เห็นข่าวจากหนังสือพิมพ์แล้ว ไม่มีเรื่องส่งมาถึงตนคงตอบไม่ถูก และไม่ทราบจริงๆว่าเขาจะเสนออะไรมามากน้อยกว่าที่เป็นข่าว เพราะเท่าที่อ่านดูจากข่าวก็มีทั้งจุดอ่อนจุดแข็ง ตอบไม่ถูกและไม่เป็นธรรมแก่ตนที่จะไปตอบ เมื่อถามว่าจะมีผลต่อ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่น่าจะเกี่ยว เพราะในที่สุด พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง ก็เป็นส่วนของกฎหมายเอง และประเด็นที่ รมว.คลังพูดถึงอาจจะไม่ได้หมายถึง พ.ร.บ.ก็ได้

แก้ รธน.ประชามติตามกรอบ 30 วัน

นายวิษณุยังกล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาชุดพิเศษเพื่อพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติให้เป็นไปตามข้อสังเกตพระราชทานยังดำเนินการเรื่องดังกล่าวตามกรอบที่มีเวลา 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 18 ก.พ. คณะกรรมการอาจประชุมนัดต่อไปในวันที่ 6 ก.พ. นี้ อย่างไรก็ตามหากแก้ไขเพิ่มเติมมาตราใดที่เสร็จสิ้นก็ได้ส่งให้สำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เขียนไปพลางก่อนแล้ว ส่วนบางมาตราที่ยังไม่เสร็จเรียบร้อยนั้น ขอไม่เปิดเผยรายละเอียด

กรธ.หวังยกระดับ ป.ป.ช.ปราบโกง

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการทำงานของ กรธ.ว่า ขณะนี้ กรธ.ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. โดยคาดหวังว่าการทำงานของ ป.ป.ช.จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม การพิจารณาคดีต่างๆ มีความรวดเร็วไม่ล่าช้า ต้องมีเครื่องมือ มีที่มีประสิทธิภาพในการหาหลักฐาน และไม่เน้นพิจารณาแต่เฉพาะคดีใหญ่ๆ หรือคดีของนักการเมืองเท่านั้น ขณะที่คณะกรรมการสรรหาและกรรมการ ป.ป.ช.จะต้องมีหลักประกันว่าเป็นกลาง ไม่ถูกครอบงำจากฝ่ายใด สำหรับการประชุม กรธ.วันที่ 6 ก.พกรธ.ได้เชิญตัวแทนจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองมาให้ความเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง

“วีระ” แฉ พล.อ.บีบถอนฟ้องราชภักดิ์

วันเดียวกัน เวลา 13.30 น. ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้มีการจัดเสวนาสาธารณะ เรื่อง “แก้ปัญหาคอร์รัปชัน ชาตินี้หรือชาติหน้า” โดยคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ร่วมกับมูลนิธิหมอเสม พริ้งพวงแก้ว (โครงการสร้างคนดี มองการณ์ไกล ไทยรุ่งเรือง) และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน องค์กรภาคประชาชน จัดขึ้น โดยนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนฯ กล่าวว่า ถ้ามาตรฐานการแก้ปัญหาคอร์รัปชันของประเทศไทยยังเป็นเช่นนี้ คงต้องไปเกิดใหม่เพื่อรอเห็นการแก้ปัญหาได้ชาติหน้า เพราะองค์กรตรวจสอบคอร์รัปชันที่ได้ชื่อว่าเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญยังอยู่ใต้อำนาจรัฐ โครงการอุทยานราชภักดิ์ รวมถึงการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษของทุกโครงการ แต่กองทัพบกตั้งกรรมการตรวจสอบไม่พบความผิดอะไร ตนได้ยื่นร้องเรียนไปยัง ป.ป.ช.แล้ว แต่ปรากฏว่ามีพลเอกคนหนึ่งขอพบ ขอให้ถอนคดี แม้ตนไม่ถอน แต่สุดท้าย ป.ป.ช.ก็ไม่ตรวจสอบ ตามที่พลเอกคนนั้นระบุจริงๆ ส่วนเรื่องสินบนนั้น สมัยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็ว่าทุเรศแล้ว 30-40% แต่รัฐบาลทหาร คสช.บางโครงการ 50%

ผู้ว่าฯ สตง.แฉ 2 ก. 1 ส.พันสินบน

ด้านนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กล่าวว่า สำหรับกรณีสินบนบริษัทโรลส์รอยซ์ นั้น สตง.ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างประเทศขอหลักฐานไปยังทั้งสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ และระหว่างนี้ก็ได้ตรวจสอบข้อมูลที่ได้จากหน่วยงานต่างๆ เพื่อรวบรวมรายชื่อบุคคลมาเตรียมไว้ล่วงหน้าเพื่อรอประกอบกับข้อมูลที่จะได้จากทั้งสองประเทศนั้น ซึ่งจะได้รู้ว่าใครเป็นใครอยู่ในเส้นทางบ้าง และใครเป็นคนชง คนเชียร์ คนชิม

“ข้อมูลที่ได้ตรงกันกับข้อมูลจากต่างประเทศ มีหลายคนมาให้ข้อมูลบอกกันว่า ก. 2 ตัว ส. 1 ตัว ไปกินกันวันลอยกระทง 11 พฤศจิกายน ปี 34 อยู่ที่ภัตตาคารโรงแรมอะไรสักโรงแรมหนึ่ง ดังๆ เพราะวันนั้นมันเป็นวันลอยกระทง แต่จะยืนยันตัวบุคคลได้หรือไม่นั้น ต้องรอความร่วมมือจากอังกฤษและสหรัฐอเมริกา คาดหวังว่าต่างประเทศจะให้ความร่วมมือ แต่เป็นเรื่องที่เราคงกำหนดระยะเวลาไม่ได้ว่าจะได้ข้อมูลมาทั้งหมดเมื่อไหร่ และทราบว่าทาง ศอตช.จะนัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในวันที่ 9 ก.พ.นี้” นายพิศิษฐ์กล่าว

เจตจำนงผู้นำพิสูจน์ปราบโกง

นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผอ.สำนักข่าวอิศรา กล่าวว่า หลังจากการรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 แม้จะเคยมีการทำผลสำรวจเกี่ยวกับเรื่องการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ที่ตัวชี้วัดมีการเปลี่ยนแปลงลดลงบ้าง แต่ภายหลังตัวเลขกลับมาอยู่ที่เดิม ตนเห็นว่าปัจจัยหลัก 4 ประการที่จะทำให้ปัญหาการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นผลขึ้นอยู่กับ 1.เจตจำนงของตัวผู้นำที่ไม่ได้อยู่แค่การแถลงหรือการพูด แต่อยู่ที่การลงมือกระทำ โดยที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่นการทุจริตอุทยานราชภักดิ์ ซึ่งสุดท้าย ป.ป.ช. ได้ยุติการดำเนินคดีแต่กลับไม่เปิดเผยเหตุผลให้สาธารณะทราบ ทั้งๆ ที่ควรเปิดเผยหรือการตรวจสอบกรณีเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 กระบวนการสอบก็ยังไม่คืบ ค้างอยู่ใน ป.ป.ช.นานมาก 2.เรื่องของประสิทธิภาพ กระบวนการยุติธรรมในการตรวจสอบ ซึ่งในอดีตและปัจจุบันการทำงานของ ป.ป.ช.ในชั้นอนุกรรมการก็ยังคงล่าช้า รวมทั้งวิธีการตรวจสอบที่บางเรื่องก็ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องหายไปในกลีบเมฆ 3.เรื่องการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งปัจจุบัน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีการนำเทคโนโลยีเกี่ยวกับระบบค้นหามาใช้ให้เห็นข้อมูลมากขึ้น แต่ยังมีข้อจำกัดตรงที่ สตง.รับผิดชอบหน่วยงานเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ของ 7 หมื่นหน่วยงาน แต่หน่วยงานที่มีข้อมูลครบถ้วนคือกรมบัญชีกลางที่มีอำนาจรับและจ่ายเงิน ยังมีปัญหาตรงที่ยังไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลและ 4.การตื่นตัวของภาคประชาชนที่ต้องการมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล

“บิ๊กป้อม” ได้ฤกษ์ถกนัดแรกปรองดอง

ส่วนความคืบหน้ากระบวนการปฏิรูปและการสร้างความปรองดองของรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรองเรื่องเสนอคณะกรรมการ ป.ย.ป.ทั้ง 4 คณะแล้ว ล่าสุดคณะกรรมการเตรียมความพร้อมสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มีนายกฯเป็นประธาน และมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นรองประธาน ทำหน้าที่กำกับดูแล จะประชุมนัดแรกอย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้ เพื่อรับมอบนโยบายอย่างเป็นทางการจาก พล.อ.ประวิตรและติดตามความคืบหน้า 10 ประเด็นที่ได้กำหนดเพื่อสอบถามพรรคการเมือง และกลุ่มการเมือง ที่ได้คณะทำงานแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องไปเตรียมการมา และตั้งอนุกรรมการที่ได้วางไว้เบื้องต้น 3-4 คณะ

หยิบรายงาน 11 เล่ม ศปป.ต่อยอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนักวิชาการที่จะเข้ามาได้ทาบทามเรียบร้อยแล้ว และเตรียมเสนอชื่อเข้าที่ประชุมเพื่อพิจารณาด้วย โดยจะเข้ามาอยู่ในส่วนของอนุกรรมการชุดต่างๆที่วางไว้ 3-4 ชุด รวมถึงในส่วนของอนุกรรมการชุดที่จะพูดคุยกับนักการเมือง กลุ่มการเมือง จะมีความหลากหลาย มาจากผู้เชี่ยวชาญหลายๆด้าน ทั้งด้านกฎหมาย การเมืองการปกครอง ต่างประเทศ สื่อ สิ่งแวดล้อม พลังงาน การปฏิรูป ยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจ และเคยทำงานเรื่องปรองดองมาแล้ว โดยแนวคิด พล.อ.ประวิตรอยากให้รับฟังความเห็นที่ตรงกันและไม่ตรงกัน มาจัดระบบ จากนั้นประกาศให้ประชาชนรับทราบว่าสิ่งที่คุยมีอะไรที่เห็นตรงกันและไม่ตรงกันที่ชัดเจน นอกจากนี้ได้นำรายงาน 11 เล่ม ของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) มาประกอบการในการทำงานด้วย

“สมคิด” ชง ป.ย.ป.แก้โกงจัดซื้อจัดจ้าง

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯในฐานะรองประธานคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ ป.ย.ป เปิดเผยว่า การประชุม ป.ย.ป.ครั้งหน้าซึ่งจะจัดขึ้นเร็วๆนี้ จะเสนอแนวทางเพื่อแก้ไขข้อติดขัดเกี่ยวกับการลงทุนในอุตสาหกรรมอากาศยาน เพื่อปลดล็อกปัญหาข้อติดขัดอุตสาหกรรมอากาศยานให้ลุล่วง นำพาประเทศไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการบินที่ขณะนี้มีนักลงทุนต่างชาติจำนวนมากสนใจเข้ามาลงทุนในไทย พร้อมเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอุดช่องโหว่ปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง โดยได้ให้ทีมงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลและแนวทางแก้ไขมานำเสนอให้ที่ประชุม ป.ย.ป.พิจารณาแล้ว

แนะนับหนึ่งที่ปฏิรูประบบราชการ

นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต กล่าวว่า ขณะนี้ภาคส่วนต่างๆเริ่มคาดหวังในบทบาทของ ป.ย.ป. ในการปลดล็อกปัญหาชาติตามคำประกาศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.จึงคิดว่างานแรกที่ ป.ย.ป.ต้องเริ่ม คือการปฏิรูประบบราชการทั้งระบบอย่างจริงจัง เพราะใหญ่โต เทอะทะ รวมศูนย์ ขาดธรรมาภิบาลและเกิดการทุจริตคอร์รัปชันทุกวงการ ทำให้เฉื่อยชาต่อการแก้ไขปัญหา ซ้ำร้ายยังเกิดปัญหาใหม่เป็นระลอก อำนาจที่รวมศูนย์ทำให้รัฐไทยปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ช้า นโยบายประชารัฐมีหลักการดี แต่ระยะยาวไปต่อยาก ถ้าไม่เพิ่มพื้นที่ให้ภาคประชาสังคมมีบทบาท อำนาจตัดสินใจมากขึ้น

นปช.ฉุนถูกโยนบาปล้มปรองดอง

วันเดียวกัน ที่ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ร่วมกับพีซทีวี จัดงานเสวนาเรื่องปรองดอง ครั้งที่ 3 โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.กล่าวว่า หลายวันที่ผ่านมามีความพยายามจะล้มการปรองดอง โดยจะให้พวกตนเป็นฝ่ายล้ม แต่เราก็เดินหน้าไป มีการหยิบยกบางคดีขึ้นมา เช่นคดี พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม คำวินิจฉัยชายชุดดำพยายามเชื่อมโยงให้เป็นเงื่อนไขปรองดอง ดูเส้นสายปลายทาง มีความพยายามจะล้มการปรองดอง ทั้งที่พวกตนอยากให้ทำปรองดองให้สำเร็จ หัวข้อที่จะร่วมกำหนดทิศทางถ้าไม่ชัดเจนวันหน้าจะมีปัญหาอีก เช่น มาบอกไม่มีอภัยโทษ ไม่มีนิรโทษกรรม คนทำปรองดองต้องเป็นคนน้ำไม่เต็มแก้ว ถ้าน้ำเต็มแก้วมาก็ทำด้วยความลำบาก แต่ที่เกิดขึ้นเหมือนมีบางฝ่ายไม่อยากให้มีการปรองดอง ครั้งนี้จะวัดเรื่องความจริงใจ เมื่อเริ่มต้นขนาดนี้คงมีคนทนไม่ได้ อาจมีมารทั้งหลายออกมายั่วไม่ต้องการให้มีความปรองดอง บ้านเมืองปกติสุข เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย เลยต้องการให้บ้านเมืองขัดแย้งกันต่อไป

ยอมสุดซอย เซ็นเอ็มโอยู

“ภาพหลายวันเลยยั่วเพื่อจะล้มปรองดอง พูดยั่วเพื่อให้ทนไม่ได้ เรื่องความตายที่เป็นแผลในใจ จงใจเพื่อให้ทนไม่ได้ มาล้มกระดาน ผมยังเชื่อว่าปรองดองครั้งนี้ใกล้ความจริงมาก ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าปรองดองกันเรื่องอะไร วันนี้มีทั้งคู่ขัดแย้งที่ส่วนหนึ่งรู้ตัว และไม่รู้ตัว ตรงนี้มีปัญหา ส่องกระจกก่อนออกจากบ้านได้หรือไม่ พูดความจริงทั้งหมด ต่างมีส่วนถูกและผิดแล้วยอมรับความจริง แต่ปัจจุบันบอกตัวเองถูก ชี้หน้าอีกฝ่ายผิด แล้วมาชวนปรองดอง พวกผมพร้อมยอมเจรจาปรองดองลงนามเอ็มโอยู พร้อมทั้งที่ไม่รู้ว่ายูนั้นคือใคร ครั้งนี้ขอให้ไปให้สุดทาง พิธีกรรมรูปแบบต่างๆเราเห็นมาทั้งหมดแล้ว ในรูปธรรมในระยะเวลา 90 วันที่ผู้มีอำนาจบอกจะต้องรู้ผล ในเวลานี้ก็คงรู้ผลแล้วว่าจะสำเร็จหรือไม่ เช่นเดียวกับพวกเราที่ต้องทนต่อการยั่วยุต่อไป” ประธาน นปช.กล่าว

พท.ซัดรัฐประหารกัดกร่อนประเทศ

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ที่มาจากการรัฐประหาร แตกต่างจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยเฉพาะเรื่องของการตรวจสอบการใช้งบประมาณที่ฝ่ายการเมืองและภาคประชาชนไม่สามารถเข้าถึง คนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเกือบทั้งหมดเป็นคนของฝ่ายรัฐบาล จึงอาจเป็นสาเหตุของการทุจริตได้ อีกทั้งการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 ก็ขาดดุลเป็นประวัติการณ์ ตรงนี้อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ต่างชาติไม่ไว้วางใจ จึงจัดอันดับความโปร่งใสของประเทศไทยต่ำกว่าปีที่ผ่านมา หากรัฐบาลชุดนี้ยังทำหน้าที่ต่อไปนักลงทุนจะขาดความเชื่อมั่น ปากท้องของประชาชนจะยิ่งเดือดร้อนกว่าที่เป็นอยู่ การบริหารที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นว่าประชาชนเดือดร้อนแค่ไหน เชื่อว่าเมื่อมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งเข้ามาจะมีการหยิบยกนโยบายต่างๆของรัฐบาลชุดนี้มาตรวจสอบความโปร่งใสอีกครั้ง สวรรค์คงมีตาใครทำอะไรไว้ต้องได้รับผลกรรมอย่างแน่นอน

เย้ยกุข่าวลอบสังหารกลบปมโกง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์-สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ออกมาเปิดเผยข่าวการถูกลอบสังหารว่า ถือเป็นประเด็นน่าสงสัย ที่จู่ๆบุคคลระดับรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ออกมาพูดเรื่องที่ไม่มั่นคง ไม่ปลอดภัยเสียเอง แล้วประชาชน นักลงทุน นักท่องเที่ยว จะรู้สึกมั่นคงได้อย่างไร น่าสังเกตปฏิบัติการข่าวนี้ออกมาในขณะที่รัฐบาลกำลังเผชิญกับมรสุมปัญหารุมเร้าหลายด้าน ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันตกต่ำลงอย่างมาก อยู่ในลำดับที่ 101 จาก 176 ประเทศทั่วโลก เว็บไซต์วอชิงตันโพสต์เสนอบทวิเคราะห์ว่าประเทศไทยติดอันดับ 2 ของประเทศที่มีความเป็นไปได้ในการเกิดการปฏิวัติรัฐประหารขึ้นในปี 2560 จึงเกิดข้อสงสัยว่าเป็นความพยายามที่จะเปิดประเด็นลอบสังหารเพื่อมากลบประเด็นปัญหาหรือไม่

ปมประโยชน์ทับซ้อนรอวันสะสาง

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก “แบบนี้ที่เรียกโกง” ว่า กรณีมติ ครม.รับทราบแนวทางการแก้ไขกรณีบริษัท เอ็น ซี ซีแมนเนจเมนท์ แอนด์ ดีเวล-ลอปเมนท์ จำกัด ที่กระทรวงการคลังเสนอเยียวยาโดยอนุมัติให้บริษัทได้รับสิทธิเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างศูนย์ประชุมใหม่ พร้อมทั้งขยายอายุสัญญาเช่าออกไปเป็นเวลา 50 ปี ทั้งหมดคือการทำผิดกฎหมายของ ครม. และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นการสมคบกันเบียดบังประโยชน์ของชาติเพื่อเอื้อแก่บริษัท หลีกเลี่ยงกฎหมายร่วมทุนและกฎหมายการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม คำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ที่บอกว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์เอกชน จึงสวนทางกับข้อเท็จจริงและนโยบายปราบโกงของรัฐบาล หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทที่ได้ประโยชน์มีความเกี่ยวข้องกับผู้ซื้อที่ดินของบิดา พล.อ.ประยุทธ์จนมีลักษณะเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน เรื่องนี้สำนักงบประมาณได้ทักท้วงแล้วว่าควรมีการเปิดประมูลแต่ ครม.ก็ยังฝืนให้ความเห็นชอบ ดังนั้น ครม.และทุกคนที่เกี่ยวข้องจึงเป็นผู้กระทำผิดที่จะต้องถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาทุจริต เพียงรอให้บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติก่อนเท่านั้น

“คณิต” ไม่หวั่นถูกกดดันเปลี่ยนตัว

พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า ภายหลังการประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิปสปท.) เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ตนและคณะ กมธ.สื่อฯได้จัดลำดับรายละเอียดในที่ประชุม เพื่อจะนำมาประชุมใน กมธ.สื่อฯในวันที่ 6 ก.พ. เพื่อพิจารณาในรายละเอียด โดยหลักการที่เห็นตรงกันกับวิป สปท.คือ ควรยกระดับการควบคุมดูแลสื่อจากการดูแลตรวจสอบกันเอง ให้มีระบบกฎหมายเข้ามาควบคุม แต่ในรายละเอียดที่ยังเห็นไม่ตรงกันต้องนำมาพิจารณากันใหม่ กรณีที่เห็นแย้งในประเด็นที่ที่รัฐจะเข้ามามีบทบาทในการดูแลองค์กรประกอบวิชาชีพสื่อนั้น ทุกข้อเสนอที่กังวลและวิพากษ์วิจารณ์กันมาถือเป็นเรื่องที่ดี เราก็จะเอามาพูดคุย ที่เป็นข่าวกันออกไปว่าผมดันทุรังกฎหมายนี้มันไม่จริง เพราะกฎหมายที่ผมเสนอไปเปลี่ยนแปลงได้ตลอด แต่ข้อเสนอนั้นต้องมีเหตุและผล สำหรับเรื่องที่ขอให้เปลี่ยนตัวตนออกจากประธาน กมธ.สื่อฯไม่กังวล หากจะเปลี่ยนต้องมีหนังสือที่เป็นลายลักษณ์อักษรจาก ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. แต่ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณอะไร

“ไก่อู” แจงรถไฟไทย–จีนยึด ก.ม.ปกติ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีกลุ่มบุคคลอ้างว่า นายกฯจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 ยกเว้นใบอนุญาตนิติบุคคลให้กับบริษัทของจีนที่ออกแบบโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ให้สามารถออกแบบได้เลยว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงไม่มีการใช้ ม.44 ดำเนินการในเรื่องนี้ โครงการรถไฟไทย-จีนใช้กฎหมายปกติดำเนินการ โดยฝ่ายจีนยังคงต้องขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตาม พ.ร.บ.วิศวกร พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.สถาปนิก พ.ศ.2543 นอกจากนี้ยังได้ส่งแบบสถาปัตยกรรมสถานีในโครงการรถไฟความเร็วสูง กทม.-นครราชสีมา ที่ออกแบบโดยสถาปนิกไทย ให้ทางจีนเป็นต้นแบบ วงเงินเบื้องต้นอยู่ที่ 1,779.97 ล้านบาท ไม่ใช่ 10,000 ล้านบาทตามที่กล่าวอ้าง

“วิลาศ” ไล่ผู้ว่าการ กปภ.ไม่ขยับจับโกง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงความคืบหน้าในการติดตามการทุจริตในการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ว่า ขณะนี้การลงทุนหลายโครงการ กว่าหมื่นล้านมีการฝังท่อเอาไว้ แต่ไม่ได้มีการผลิตน้ำ ตนเคยมีความหวังกับนายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการ กปภ.คนปัจจุบัน แต่ปัญหาเรื่องการทุจริตต่างๆที่ผ่านมา 6 เดือนกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งที่มีความเสียหายมาตลอด ดังนั้นนายเสรีจึงควรพ้นจากตำแหน่ง เพราะไม่มีผลงานการแก้ปัญหาทุจริตที่เป็นรูปธรรม ตนขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยให้เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้

ผู้ว่าการ กปภ.โต้ข้อครหานิ่งดูดาย

ด้านนายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) กล่าวว่า ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลเก่าเมื่อนานมาแล้ว เมื่อตนเข้ามารับตำแหน่งก็ได้ตรวจสอบไปตามขั้นตอน ขณะนี้ก็มีเรื่องไปถึงสตง. ป.ป.ช. และศาลแล้ว บางคดีก็ตัดสินไปแล้วด้วย ขั้นตอนเหล่านี้ไม่สามารถทำได้เสร็จภายในเร็ววัน ตนเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้เพียง 6 เดือน คงไม่สามารถทำทุกเรื่องที่มีมาเป็น 20 ปีให้เสร็จได้ทั้งหมดในเวลาไม่กี่วัน แต่ขอยืนยันว่าได้ดำเนินการตรวจสอบทุกเรื่องไปตามกระบวนการ ไม่มีละเว้น

โพลชี้ข่าวลอบสังหารผู้นำซ้ำเติมชาติ

วันเดียวกัน ซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจความเห็น จากประชาชนกลุ่มตัวอย่างในผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกสาขาอาชีพ 1,250 ตัวอย่าง กรณีคิดอย่างไรกับข่าวดีจากสื่อมวลชน ข่าวลอบสังหารบุคคลสำคัญในรัฐบาล ข่าวปฏิวัติซ้อน พบว่า ร้อยละ 91.3 อยากฟัง “ข่าวดี” จากสื่อมวลชน ร้อยละ 8.7 อยากฟังข่าวร้าย ส่วนใหญ่อยากฟังข่าวปฏิรูปตำรวจ ข่าวปราบปรามยาเสพติด ข่าวปราบปรามผู้มีอิทธิพล เมื่อถามถึงใครได้ประโยชน์จากข่าวการลอบสังหารบุคคลสำคัญในรัฐบาล พบว่า ร้อยละ 95.8 ระบุฝ่ายที่ต้องการทำลายผลประโยชน์ชาติ ร้อยละ 4.2 บอกฝ่ายรัฐบาลได้ประโยชน์ ร้อยละ 97.5 บอกข่าวนี้ซ้ำเติมปัญหาชาติบ้านเมือง เมื่อถามถึงใครได้ประโยชน์จากข่าวปฏิวัติซ้อนพบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 56.9 ชี้ว่าฝ่ายที่ต้องการทำลายผลประโยชน์ชาติ ร้อยละ 26.1 ระบุ ฝ่ายรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 95.9 ยังระบุ ข่าวปฏิวัติซ้อน ซ้ำเติมปัญหาของชาติบ้านเมือง

สอบผ่านงานสร้างสงบสุขปรองดอง

ด้านศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นเรื่องคุณภาพชีวิตของคนไทย ภายใต้รัฐบาล คสช.จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่างทุกอาชีพ พบว่า เรื่องคุณภาพชีวิตเมื่อเทียบในปี 2558 กับปี 2559 ด้านเศรษฐกิจ ปากท้อง รายได้ รายจ่าย พบว่าร้อยละ 23.36 บอกดีขึ้น ร้อยละ 43.12 เท่าเดิม ร้อยละ 33.28 แย่ลง ด้านความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน พบร้อยละ 36.56 ชี้ว่าดีขึ้น ร้อยละ 47.36 เท่าเดิม ร้อยละ 15.04 แย่ลง ด้านความสงบสุข ปรองดอง สามัคคีของคนในสังคมชุมชน พบร้อยละ 45.44 บอกดีขึ้น ร้อยละ 38.64 เท่าเดิม ร้อยละ 14.08 แย่ลง ด้านเสรีภาพแสดงออกความคิดเห็นทางการเมือง พบร้อยละ 27.52 บอกดีขึ้น ร้อยละ 41.44 เท่าเดิม ร้อยละ 22.08 แย่ลง ด้านการบริการได้รับสวัสดิการของรัฐเสมอภาค เป็นธรรม เท่าเทียม พบร้อยละ 47.84 บอกดีขึ้น ร้อยละ 40.88 เท่าเดิม ร้อยละ 8.56 แย่ลง ส่วนเรื่องปากท้องในปี 2560 พบร้อยละ 52.64 จะดีขึ้น ร้อยละ 25.84 เท่าเดิม ร้อยละ 13.12 แย่ลง

“ปู” ลอยเทียนระบายทุกข์โศก

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 20.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางไปร่วมประกอบพิธีผูกสีมา ฝังลูกนิมิต ที่วัดเกาะสุวรรณาราม แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ โดยมีประชาชนมาทำบุญร่วมด้วยจำนวนมาก ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ทำพิธีลอยเทียน เพื่อเป็นการลอยทุกข์ลอยโศก ก่อนที่เจ้าอาวาสจะมอบพระพุทธรูปหลวงพ่อใหญ่วัดเกาะเป็นที่ระลึกแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมอวยพรให้แคล้วคลาดปลอดภัยในทุกเรื่อง

ป.ป.ช.ขึงขังประสาน ครม.-ปปง.ขุดคุ้ยสินบนข้ามชาติ จับมือ ศอตช.ทะลวงข้อมูลให้เห็นความคืบหน้า ไม่ขัดข้องข้อเสนอ รมว.คลัง ใช้ ม.44 ติดสปีดสางโกงงาบสินบน แต่เตือนควรทำเฉพาะภายใน... 6 ก.พ. 2560 07:41 6 ก.พ. 2560 09:32 ไทยรัฐ