วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผลักดันหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ พาณิชย์ปรับแผนส่งออกรับมือปัจจัยเสี่ยง

“อภิรดี” สั่งทำแผนส่งออกใหม่ รับมือผลกระทบนโยบาย “ทรัมป์” เน้นจัดกิจกรรมผลักดันส่งออกถี่ขึ้นมุ่ง “ซีแอลเอ็มวี” พร้อมดันหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจเพื่อผลักดันการค้าการลงทุนได้รวดเร็ว อังกฤษ สหรัฐฯ เมียนมา อิหร่าน พร้อมผลักดันสินค้าใหม่ๆ บุกต่างประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่าในสัปดาห์นี้ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ จะแถลงแผนยุทธศาสตร์การส่งออกปี 60 ที่จัดทำขึ้นมาใหม่ ซึ่งได้รวมการประเมินความเสี่ยงจากปัจจัยลบรอบด้าน ทั้งจากนโยบายการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผลกระทบของการที่สหราชอาณาจักรออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป

สำหรับแผนผลักดันการส่งออกที่จัดทำขึ้นมาใหม่นี้ เพื่อผลักดันให้การส่งออกของไทยปี 60 เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดขยายตัว 3% จากปี 59 โดยจะเพิ่มกิจกรรมผลักดันการส่งออกให้มากขึ้น รวมทั้งจะลดความเสี่ยงของตลาดส่งออกที่มีปัญหา และเร่งผลักดันการส่งออกในตลาดที่มีศักยภาพ เช่น ตลาดซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรูปแบบการทำตลาดซีแอลเอ็มวี ที่จะเน้นความเข้มข้นมากขึ้น และจะผลักดันสินค้าใหม่ๆ ที่ไทยยังไม่เคยส่งออก เพื่อทำตลาด

นอกจากนี้ นโยบายสำคัญของแผนผลักดันส่งออกใหม่ จะเน้นการสร้างหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ ตามนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ไทยทำหุ้นส่วนยุทธศาสตร์กับหลายประเทศ เพื่อผลักดันการค้าและการลงทุนได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงอยู่ระหว่างการจัดทำแผนการเจรจาหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ตามนโยบายของนายสมคิด ซึ่งเบื้องต้นจะเน้นประเทศที่จะเป็นประตูสู่การค้าไปยังภูมิภาคอื่นๆต่อไป เช่น ภูมิภาคตะวันออกกลาง จะเน้นอิหร่าน โอมาน ซึ่งจะเป็นประตูการค้าไปสู่ภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกได้ นอกจากนี้ ยังจะมุ่งไปที่อังกฤษ ส่วนจีนจะเน้นการเจรจาในระดับมณฑลให้มากขึ้น เพราะในปัจจุบัน การค้า การลงทุนของไทยในจีนมักอยู่ในเมืองหลวง

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า รมว.พาณิชย์มีนโยบายสั่งการให้พิจารณาแผนการสร้างหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นการสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ผ่านการทำข้อตกลงต่างๆ ที่คู่ค้าเห็นสมควรในผลประโยชน์ที่จะได้รับ ซึ่งขณะนี้แผนการดำเนินงานอยู่ระหว่างการพิจารณาเลือกประเทศที่จะเข้าไปแลกเปลี่ยนการค้า เบื้องต้นกำหนดเป็นอังกฤษ สหรัฐฯ เมียนมา อิหร่าน เป็นต้น

สำหรับนโยบายการทำหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ถือเป็นการแลกเปลี่ยนการค้าที่เกิดขึ้นจากการประชุมของประเทศคู่ค้าทั้ง 2 ฝ่าย เป็นการจับมือแบบไม่ผูกมัด มีข้อดีตรงที่ 2 ประเทศสามารถพิจารณาถึงประโยชน์ที่ตนต้องการได้รับ และเมื่อเจรจากันลงตัวแล้วก็สามารถแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางการค้าได้เลย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการเลือกสิ่งที่ตัวเองมีศักยภาพมากที่สุด และนำมาแลกเปลี่ยนกับประเทศคู่เจรจาในสิ่งที่ต้องการจากประเทศคู่เจรจา เมื่อทั้ง 2 ประเทศสามารถบรรลุการเจรจาแลกเปลี่ยนกันได้แล้ว ก็จะเกิดเป็นความร่วมมือได้ทันที และรวดเร็วกว่าการเจรจาจัดทำเขตการค้าเสรี ที่มักใช้เวลาในการเจรจานานกว่าจะบรรลุผล.

“อภิรดี” สั่งทำแผนส่งออกใหม่ รับมือผลกระทบนโยบาย “ทรัมป์” เน้นจัดกิจกรรมผลักดันส่งออกถี่ขึ้นมุ่ง “ซีแอลเอ็มวี” พร้อมดันหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจเพื่อผลักดันการค้าการลงทุนได้รวดเร็ว 5 ก.พ. 2560 23:39 ไทยรัฐ