วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุยอินเดียแบบเซอร์ไพรส์กับบุ๋ม ปนัดดา

กลัวเพราะคนบอกๆ กันมาว่า อินเดียน่ากลัว ห้องน้ำสกปรก แถมต้องปลดทุกข์ข้างทาง ขอทานเยอะ อย่าเริ่มให้ตังค์นะ ไม่งั้นจะถูกรุมขอแบบเดินไปไหนไม่ได้เลยทีเดียว อาหารไม่อร่อยไม่ถูกปากคนไทย อากาศก็ร้อน แถมแม่น้ำคงคาก็สกปรก มีศพลอยเพราะเผาศพกันริมน้ำ ไม่น่าไปหรอก นี่คือเหตุผลที่บุ๋มใช้อ้างกับตัวเองในการไม่ไปอินเดียมาโดยตลอด ทั้งๆ ที่บุ๋มชอบตระเวนท่องเที่ยวไปทั่วโลก ไปมาแทบทุกทวีป แต่มีประเทศเดียวที่ไม่ยอมไป 

แต่ล่าสุดบุ๋มได้มีโอกาสไปแสวงบุญที่อินเดียค่ะ ไปกับท่าน ว. วชิรเมธี เมื่อวันที่ 23-26 มกราคมที่ผ่านมา ยอมรับว่าตื่นเต้นและกังวลมากว่าบุ๋มควรจะต้องเตรียมตัวอะไรไปมากแค่ไหน รู้ว่าหนาวกว่าประเทศไทยและตั้งใจไปแสวงบุญ รู้แค่นั้น การเดินทางในครั้งนี้บุ๋มไป 3 เมืองด้วยกันค่ะ พุทธคยา ราชคฤห์ และ พาราณสี

เมืองแรกที่ไปถึงคือ เมืองพุทธคยา เมืองที่มีต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ บุ๋มก็นึกภาพที่บุ๋มเรียนในหนังสือตอนเด็กๆ ในวิชาพุทธศาสนาค่ะ บุ๋มนึกถึงภาพต้นโพธิ์ต้นใหญ่ใบรกอึมครึมในภาพขาวดำที่เคยเรียน (รู้ยุคเลยใช่ไหม ฮ่าๆๆๆ) นึกไปเองอีกว่า มันคงอยู่กลางป่าเนอะ เพราะพระพุทธเจ้าต้องอยู่ในที่เงียบๆ มั้งถึงจะตรัสรู้ได้ การเดินทางและเข้าห้องน้ำเลยลำบากอย่างที่เค้าร่ำลือกัน แต่พอไปถึงได้เห็นกับตา บุ๋มทำตัวไม่ถูกเลยค่ะ พระมหาเจดีย์ศรีพุทธคยายิ่งใหญ่อลังการมาก มีประตูทางเข้าตรวจสแกนกระเป๋า ผู้หญิงผู้ชายแยกเข้าคนละช่อง (บุ๋มตกใจมากเพราะพอผ่านเข้าเครื่องสแกนจะมีซุ้มผ้าดำซึ่งมีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงเอามือลูบตัวเราอีกที เข้มงวดมาก) และห้ามนำโทรศัพท์มือถือเข้าไป (กันการจุดระเบิด) ส่วนกล้องถ่ายรูปจะมีค่าธรรมเนียมค่ะ ดังนั้นใครที่จะไปให้เอากล้องไปด้วยนะคะ 

เรื่องที่ตื่นตาตื่นใจบุ๋มอีกอย่างคือ มวลพุทธศาสนิกชนจากหลากหลายประเทศ หลากหลายนิกาย หลั่งไหลกันมาที่นี่จนแน่นไปหมดค่ะ มาจาก จีน ธิเบต ภูฏาน เมียนมา ไทย เราจะได้เห็นพระและนักบวช รวมไปถึงฤาษี เราจะได้เห็นวิธีการไหว้ที่แตกต่าง คุณจะได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพุทธศาสนาอย่างแท้จริง แล้วพอบุ๋มได้เห็นต้นพระศรีมหาโพธิ์ ตอนบุ๋มก้มลงกราบบุ๋มถึงกับน้ำตาร่วงเลยค่ะ ในที่สุดชั้นก็ได้มาถึงแล้ว ได้มาเห็นของจริง มาตามรอยพระพุทธเจ้า เข้าใกล้พระองค์ท่านอีกก้าว พระองค์ท่านมีตัวตนจริงๆ คิดแบบนี้และตื้นตันไปหมดเลยค่ะ สักครั้งในชีวิตของพุทธศาสนิกชนถ้าสามารถมาได้ควรมาที่นี่ค่ะ บุ๋มเข้าใจความรู้สึกของชาวมุสลิมเลยว่าการไปที่เมกกะนั้นให้ความรู้สึกอิ่มเอมขนาดไหน ส่วนใบโพธิ์ที่หลายคนอยากได้ บอกขอให้หามาฝากก่อนบุ๋มบินไป รู้ว่าดีต่อใจแต่รอบๆ ก็มีขายค่ะ (ฮ่าๆ) 

จากนั้นก็เดินทางไปเมืองราชคฤห์ เพื่อไปนมัสการกุฏิพระพุทธองค์บนเขาคิชฌกูฏ ระหว่างทางต้องมีการแวะ ปตท อ๊ะๆ! อย่าคิดว่าเป็นปั๊มไทยสุดหรูไปเปิดให้บริการที่นั่นแต่อย่างใด แท้จริงแล้ว ปตท แปลว่า ปล่อยตามทุ่ง ค่ะ (ฮ่าๆๆๆ) แต่ทางทัวร์เค้าก็บริการดีนะคะ มีผ้าถุงใส่หูรูดยางยืดเหมือนชุดฮันบกเกาหลี ไว้ให้บริการสาวๆ ลดความเขินอาย ก็ได้ฟีลอีกแบบนึง (ฮ่าๆๆ) ทางเดินขึ้นเขาคิชฌกูฏเป็นทางขึ้นอย่างดี เป็นขั้นบันไดกว้าง ถ้าค่อยๆ เดินไปก็ไม่ยากมากค่ะ ด้านบนเขาถ้ามีคนเล่าเรื่องราวของพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ เราจะเพลิดเพลินและไม่เหนื่อยเลยค่ะ มีขอทานอยู่ทุกขั้นบันไดทั้งผู้หญิงผู้ชายและเด็ก มีแผงลอยขายของตามรายทาง จุดที่น่าสนใจก็คือเค้าไม่ขโมยของที่วางขาย หรือแม้กระทั่งกระเป๋าของนักแสวงบุญทั้งหลายก็สามารถสะพายไว้ด้านหลังตามสบาย ไม่เหมือนบางประเทศที่ต้องอุ้มไว้ข้างหน้าหรือตรงซ่อนไว้ในตัว ทั้งๆ ที่หลายประเทศมีความเจริญมากกว่านี้ เวลาไปเที่ยวแล้วเครียดมาก ต้องดูแลกระเป๋าและตัวเองมากกว่าเดินดูเมืองเค้าซะอีก 

จากนั้นก็ไปวัดเวฬุวนาราม วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ที่เราเคยได้เรียนมาตอนเด็กๆ ว่าพระพุทธเจ้าทรงประชุมพระภิกษุ 1,250 รูป โดยไม่ได้นัดหมาย ในวันเพ็ญเดือนสามที่เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต เป็นที่มาของ "มาฆบูชา" พอไปถึงสถานที่จริง แบ่งพื้นที่เหมือนอนุสาวรีย์ขนาดย่อมที่อยู่ในสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ข้างๆ ไม่ไกลกันยังมีเด็กๆ เล่นสไลเดอร์อยู่เลย พวกเราก็สวดมนต์ไปสิ ดูแล้วก็แปลกดี เพราะชาวอินเดียส่วนมากนับถือศาสนาฮินดู แต่พวกเค้าก็ให้เกียรติคนนับถือศาสนาอื่น ไม่มารบกวนหรือมาขีดเขียนอะไรกันเลย น่านับถือน้ำใจมากๆ ค่ะ 

อีกเมืองที่ไปคือ พาราณสี บุ๋มได้ไปล่องเรือในแม่น้ำคงคาในช่วงเช้ามืด อากาศหนาวเย็น หมอกลงจัดมาก มากจนแทบไม่เห็นเรือข้างๆ กันเลย ก่อนไปอินเดียบุ๋มเคยคิดว่าแม่น้ำคงคาคงจะดำและน่ากลัว มีศพลอยอย่างที่เค้าว่า แต่พอไปถึงบุ๋มกลับหลงไหลจนไม่อยากจะกลับเลยค่ะ บ้านเรือนใหญ่โตเหมือนวัง คนรวยคนจนอาบน้ำในแม่น้ำ นกนางนวลบินรอบตัวเรา (เพิ่งรู้ว่าคำว่า สกุณา แปลว่า นก มาจากอินเดีย) ได้เห็นวิถีชีวิตคนที่นี่ ได้เห็นความเชื่อและศรัทธาอันแรงกล้า และไฮไลต์คงเป็นท่าน้ำที่ใช้เผาศพ มีกองไม้กองอยู่เต็มลานด้านหน้าท่าน้ำ มีกองไฟเผาอยู่สามสี่จุด ปัจจุบันเค้าห้ามผู้หญิงมาในพิธีเผาศพ เนื่องจากสมัยก่อนภรรยามักกระโดดเข้ากองไฟตายตามสามี

บุ๋มขอยอมรับว่าการไปอินเดียในครั้งนี้ ทำให้ความคิดและชีวิตบุ๋มเปลี่ยนไป รู้สึกอิ่มเอมหัวใจที่ได้ไปในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชน รู้สึกได้เห็นโลกใบนี้ชัดเจนขึ้น เพียงเปิดใจ มองอินเดียในสิ่งที่เค้าเป็น อย่ามองอินเดียในสิ่งที่เราอยากให้เป็น และสอนตัวเองว่าอย่าเชื่อจากสิ่งที่คนอื่นพูดแต่จงพิสูจน์ให้เห็นกับตาตัวเอง แล้วคุณจะรักอินเดีย แหล่งกำเนิดของศาสนาพุทธ เหมือนบุ๋มค่ะ 

IG: boompanadda



บุ๋ม ปนัดดา

5 ก.พ. 2560 14:02 ไทยรัฐ