วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศึกใน-ศึกนอกกระหน่ำ

รีบเคลียร์ประเด็นร้อนจากต่างแดนทันทีทันใด

ในท่าทีของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่ปฏิเสธบทวิเคราะห์เว็บไซต์วอชิงตันโพสต์ สื่อดังของสหรัฐอเมริกา ประเมินแนวโน้มประเทศไทยติดอันดับ 2 ของประเทศที่มีความเป็นไปได้ในการเกิดรัฐประหารขึ้นในปี 2560

แอ่นอกให้คำมั่นชาติชายทหารว่า กองทัพไม่มีการทำปฏิวัติซ้อนตามการคาดการณ์ของสื่อแดนพญาอินทรี เพราะทั้งรัฐบาลและ คสช.มีความเป็นหนึ่งเดียว

ดับมโนสื่อต่างแดนที่จินตนาการถึงปัญหาความวุ่นวายไม่จบสิ้นในการเลือกตั้งสมัยหน้า จะเป็นปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิดการรัฐประหารในประเทศไทย

แต่ที่เป็นประเด็นแหลมเข้ามาแทรก กลับเป็นช็อตต่อเนื่องที่ “พี่ใหญ่” ปูดข่าวระทึกด้วยตัวเองจากโลกไซเบอร์

กรณีตกเป็นเป้าลอบสังหาร จนต้องเพิ่มการระวังตัว

สมทบด้วยคำพูดของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ระบุในทำนองกลุ่มคนที่อยู่ต่างประเทศอยู่เบื้องหลังข่าวการลอบฆ่า “บิ๊กป้อม”

สอดรับกับรายงานข่าวจากฝ่ายความมั่นคงที่สำทับข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีการตรวจพบข้อความ “ขู่ฆ่า” หัวหน้า คสช. โดยผู้โพสต์เปิดร้านขายของอยู่ที่ห้างดังใน กทม.

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนได้ยินแล้วหูผึ่งไปตามๆกัน กับการปลุกกระแสข่าวลอบสังหารผู้นำระดับสูงเบอร์ 1 และเบอร์ 2 คสช.

แต่จะจริงหรือมั่ว ชัวร์หรือไม่ ยังไม่สามารถตอบได้แน่ชัด แต่ที่แน่ๆฝ่ายกองทัพต้องยกระดับมาตรการอารักขาความปลอดภัยให้ “พี่ใหญ่” และ “น้องเล็ก” ให้เข้มข้นยิ่งขึ้นตามคำสั่งของ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ยิ่งช่วยประโคมให้ข่าวอึกทึกครึกโครมเพิ่มไปในตัว

เห็นได้จากระหว่าง “บิ๊กป้อม” ไปร่วมวางพวงมาลาในวันทหารผ่านศึกที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีอดีตทหารผ่านศึกในสมรภูมิ จ.น่าน เข้ามาสวมกอดทักทาย พล.อ.ประวิตร ยังถูกทีม รปภ.รีบมากันตัวออกจากพื้นที่

ในรูปการณ์ที่ยังระแวง ไม่แน่ใจในสถานการณ์ ต้องปลอดภัยไว้ก่อน

คีย์แมนรัฐบาลและกองทัพประสานเสียงเปรยสัญญาณไม่ปกติที่เกิดขึ้นขณะนี้ ล้อไปกับสถานการณ์ปฏิรูปประเทศและการสร้างความปรองดองที่ดูไม่ค่อยเป็นใจกับรัฐบาลมากนัก

ตามปรากฏการณ์ในระยะหลังที่รัฐบาลมักตกเป็นคู่กรณี มีข้อพิพาทกับหลายฝ่ายมากขึ้น

ล่าสุดสดๆร้อนๆกับการจัดระเบียบวิชาชีพสื่อ ภายใต้ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)

ถูกเรียกขานเป็นร่างกฎหมายกดหัวสื่อ เนื่องจากใช้กลไกภาครัฐแฝงมาควบคุมและแทรกแซงการทำงานของสื่อจนขาดความเป็นอิสระในการทำหน้าที่

จุดชนวนร้อนให้องค์กรวิชาชีพสื่อทุกแขนงรวมพลังต่อต้านเต็มกำลัง จนวิป สปท.ยอมชะลอการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว และถอยไปทบทวนเนื้อหาใหม่ให้เกิดความรัดกุม

ทำไปทำมาประเด็นปฏิรูปประเทศมีแนวโน้มเป็นการชักศึกใส่รัฐบาล ต้องคอยคอนโทรลสถานการณ์ ไม่ให้แรงกระเพื่อมขยายวงเกินความจำเป็น

ขณะเดียวกันเริ่มมีสัญญาณขยับจากฝ่ายการเมืองหาจังหวะ ก่อคลื่นใต้น้ำก่อกวนรัฐบาล

ตามที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาล ระบุมีอดีตนักการเมือง จ.สงขลา เป็นแกนนำชักชวนเกษตรกรให้รวมตัวกดดันรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้ช่วยเหลือด้านเมล็ดพันธุ์พืช ภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย

สบจังหวะโชว์พลัง เล่นบทธรรมชาติของนักการเมือง แสดงนัยแอบแฝง เพื่อหวังผลทางการเมือง

กองทัพต้องรับศึกหนัก แบกแรงเสียดทานจากปัจจัยในประเทศ และพะวงแรงกดดันจากต่างประเทศที่หันมากดดันเรื่องเส้นทางประชาธิปไตยประเทศไทยอีกระลอก

ตามหน้าฉากที่สะท้อนจากการจัดอันดับความโปร่งใสประเทศ ปี 2559 ของ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ใช้ตัวชี้วัดเรื่องความไม่เป็นประชาธิปไตยมาตัดเกรดลดอันดับภาพลักษณ์ความโปร่งใสของไทย

หรือการที่ “ฟรีดอมเฮาส์” องค์การที่รายงานเรื่องเสรีภาพสื่อ และเสรีภาพอินเตอร์เน็ต เปิดเผยรายงานสถานการณ์เสรีภาพโลก 2559 ระบุไทยอยู่ในกลุ่มบัญชี “ไม่เสรี” ที่มีปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนในวงกว้าง

องค์กรต่างประเทศยังตั้งป้อมโจมตีปมสิทธิเสรีภาพใส่รัฐบาล คสช.ต่อเนื่อง

ศึกใน-ศึกนอก แทรกคิวปรองดองประดังใส่รัฐบาลทหารไม่ยั้ง.

ทีมข่าวการเมือง

4 ก.พ. 2560 00:34 ไทยรัฐ