วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สอบย้อนหลัง 3 ช่วง สินบนโรลส์รอยซ์-ก่อนปี55

‘บิ๊กป้อม’ ผวาทหารเก่าโผกอด

“บิ๊กป้อม” ผวาอดีตทหารผ่านศึกโผเข้ากอด ก่อนถูกชุด รปภ.เชิญตัวออก นายกฯไม่ประมาทไม่ท้าทายใคร ชี้เป้ามือโพสต์พวกละเมิดสถาบัน “บิ๊กป๊อก” ไม่ห่วงพี่ใหญ่มีพระดี “ปณิธาน” บอกขู่สังหารผู้นำเป็นเรื่องปกติ “หมวดเจี๊ยบ” โวยทหารยังคุกคาม พท.ไม่เลิก ทั้งดักชก-ยิงถล่มบ้าน-ลอบยิง ปูดมีคนเตือนให้ระวังถูกอุ้ม โอดสองบิ๊กยังดีมีทหารคุ้มกัน “ปู” ติงใช้โซเชียลปล่อยข่าวทำคนตระหนก “วัชระ” ขำกลิ้งเรื่องโจ๊กการเมือง ถืออำนาจสูงสุดใครจะทำอะไรได้ “นิพิฏฐ์” ชี้แค่พวกมือบอนออนไลน์ “ประยุทธ์” เร่งดัน 27 วาระด่วนจบในปีนี้ วอนสื่อต้องปรับตัวอัพเกรดเป็นสื่อ 4.0 “สุวิทย์” ย้ำปฏิรูปราชการคือหัวใจ เปิดโมเดลสร้างระบบยุติธรรมมิติใหม่ ปชป.ให้สังคมจับตาใครทำตัวขวางคลอง “ไก่อู” ซัดนักการเมืองสงขลาปลุกม็อบชาวนากดดันรัฐบาล “ถาวร” โต้เดือดไร้น้ำยาดูแลชาวบ้าน โปรดเกล้าฯตั้ง 3 สนช.ใหม่

หลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สร้างกระแสฮือฮาด้วยการให้ข่าวว่าตนเอง และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ถูกขู่ฆ่าในโซเชียลมีเดีย แต่ฝ่ายการเมืองทั้งพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ เห็นตรงกันไม่น่ามีมูลความจริง มองว่าเป็นการสร้างกระแสมากกว่า

“บิ๊กป้อม” ร่วมวันทหารผ่านศึก

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 ก.พ. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์วางพวงมาลา เนื่องในวันทหาร ผ่านศึกประจำปี 2560 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อม ผบ.เหล่าทัพ และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมวางพวง มาลา เพื่อสดุดีและรำลึกถึงวีรกรรมความเสียสละของเหล่าทหารหาญ ท่ามกลางสมาชิกจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกที่ร่วมงานจำนวนมาก โดยในช่วงบ่าย พล.อ.ประวิตรจะเป็นประธานพิธีสวน สนามของกำลังพล 3 เหล่าทัพ ตำรวจ อาสาสมัครรักษาดินแดน และขบวนสวนสนามของทหารผ่านศึกใน 6 กรณีสงคราม ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์

ผวาอดีตลูกน้องโผเข้ากอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่าง พล.อ.ประวิตร ร่วมงานและพูดคุยกับผู้สื่อข่าวอยู่นั้น ได้มีทหารผ่านศึกจากสมรภูมิน่าน เดินผ่าวงล้อมผู้สื่อข่าวเข้ามาหาและเข้าสวมกอด พล.อ.ประวิตร โดยบอกว่า “คิดถึงนาย เลยมาหานาย เหนื่อยไหม ผมมาหานายจะได้หายเหนื่อย” จากนั้น พล.อ.ประวิตรได้สอบถามว่าเป็นทหารผ่านศึกที่ใด ทหารผ่านศึกคนดังกล่าวตอบว่า เคยผ่านสมรภูมิน่านตั้งแต่เป็นร้อยตรี จาก เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชุดรักษาความปลอดภัย พล.อ.ประวิตรเข้ามาเชิญตัวทหารผ่านศึกคนดังกล่าวออกจากพื้นที่ ภายหลังทักทาย พล.อ.ประวิตรเสร็จ ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรระบุถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยว่า ทุกอย่างเรียบร้อย

“บิ๊กตู่” ไม่ประมาทไม่ท้าทาย

ที่กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการขู่ฆ่านายกฯ รองนายกฯ ว่า “ก็อยู่ในโซเชียลมีเดีย กำลังหาตัวอยู่ ต้องถามว่ามันเอาข้อมูลจากไหนมาโพสต์ เพราะว่ามันมีพวกละเมิดสถาบันอยู่ ซึ่งอยู่ต่างประเทศ คนพวกนั้นแหละมันพูดก่อน แล้วพวกเธอ (นักข่าว) จะไม่ดูแลฉันเหรอ ผมเองไม่ได้ประมาทและท้าทายใคร เพราะคิดว่าผมทำแต่ความดี ฉะนั้น ใครไม่เห็นความดีของผมก็ช่วยไม่ได้ ชะตาชีวิตทุกคนมีอยู่แล้ว แต่ผมเห็นแก่ชะตากรรมประเทศมากกว่าชีวิตผม”

“บิ๊กป๊อก” ไม่ห่วงพี่ใหญ่มีพระดี

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ระบุถูกขู่ลอบสังหารว่า ยังไม่ทราบว่าใครจะลอบสังหารใคร แต่พูดถึงหลักบรรทัดฐานทั่วไป ความขัดแย้งของคนในชาติมีตั้งแต่การใช้ความรุนแรงจนไปถึงการใช้อาวุธ บรรทัดฐานในการใช้อาวุธไม่ดีกับสังคมไทย ถ้าสร้างบรรทัดฐานโดยใช้ความรุนแรง จะทำให้ความรุนแรงขยายวงกว้างไปเรื่อย การใช้ ชีวิตในสังคม คำตอบของการอยู่ร่วมกัน คือทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เพราะบ้านเมืองมีกฎหมายคุมอยู่ เมื่อถามว่าเป็นห่วง พล.อ.ประวิตรหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า “ไม่เป็นไร ท่านมีพระ” ส่วน การเดินหน้าสร้างความปรองดอง ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง เป็นเรื่องของคนทั้งชาติ ไม่มีที่ใดที่มีความขัดแย้งแล้วประชาชนจะมีความสุข หรือประเทศจะเจริญรุ่งเรืองได้ กระทรวงมหาดไทยจะใช้กลไกในพื้นที่สร้างความเข้าใจกับประชาชน ขัดแย้งกันไม่ได้ต้องอยู่ร่วมกันให้ได้

ขู่สังหารผู้นำเป็นเรื่องปกติ

นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวว่า หน่วยความมั่นคงที่ติดตามความเคลื่อนไหวและตรวจจับภัยคุกคามผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลมาโดยตลอด การข่มขู่ลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มีมาเป็นระยะ เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกาที่มีการข่มขู่ผู้นำทุกวัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดลำดับว่าเป็นภัยคุกคามระดับใด เป็นเรื่องล้อเล่นหรือเรื่องจริง ส่วนสถานการณ์โดยทั่วไปเรียบร้อยดี การเมืองวันนี้ไม่ได้มีปัญหาในภาพรวม ทุกคนมุ่งสู่การเลือกตั้งตามโรดแม็ป ความคาดหวังที่จะให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อยเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องการ และวันนี้มีกระบวนการพูดคุยปรองดอง หากเรื่องเหล่านี้ไปกระทบต่อผู้ไม่เห็นด้วย ก็อาจมีการดำเนินการ แต่หน่วยงานความมั่นคงจะประเมินอีกครั้งว่าสถานการณ์นี้มาจากที่ใด ภัยคุกคามลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ หลายประเทศก็มี

ไม่เกี่ยวเดินหน้าปรองดอง

นายปณิธานกล่าวว่า เบื้องต้นระบบรักษาความปลอดภัยยังเข้มข้นเช่นเดิม เพื่อทำให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลไม่มีปัญหาในการบริหารงาน ผู้นำรัฐบาลไม่ได้รู้สึกกดดัน ทุกอย่างสงบเรียบร้อย พล.อ.ประวิตรต้องการให้ประชาชนรับทราบว่าการทำงานมีอุปสรรคบ้าง แต่ไม่กระทบอะไรมากมาย เมื่อถามว่าประเมินหรือไม่ว่าทำไมมีเรื่องนี้ในช่วงที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าปรองดอง นายปณิธานตอบว่า คงไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรง แต่ต้องประเมินอีกครั้งว่ากระทบกับผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มหรือไม่ แต่ขณะนี้ยังไม่มีความเชื่อมโยงอะไร

ตำรวจเร่งติดตามตัวมือโพสต์

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่า หลังทราบเรื่องส่วนเกี่ยวข้องได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเชิงลึกแล้ว สำหรับการประสานข้อมูลตามตัวผู้โพสต์กับทางทหารตามปกติ ไม่ได้วิตกกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นบุคคลสำคัญของประเทศ ต้องมีการรักษาความปลอดภัยมีขั้นตอนมีมาตรฐาน ส่วนจะเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับบุคคลสำคัญท่านนั้นๆ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการไปตามกรอบอำนาจกฎหมาย ส่วนข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้โพสต์ไว้แล้วนั้น ขณะนี้ได้ดำเนินการอยู่ทั้งในส่วนของการสืบสวนสอบสวน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานการควบคุมตัว ส่วนการข่าวหากพบว่าใครเกี่ยวข้องจะดำเนินการทั้งหมดไม่ยกเว้น

พท.โวยทหารตามคุกคามไม่เลิก

ด้าน ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ใช่แค่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เท่านั้นที่ถูกข่มขู่ทางโซเชียล ฝ่ายพรรคเพื่อไทยโดนคุกคามนานแล้ว รวมเรื่องเล็กเรื่องใหญ่มีไม่ต่ำกว่า 300 กรณี ไม่ว่าจะเป็นการส่งทหารมาดักชก ถูกอาวุธปืนยิงถล่มบ้าน บางรายถูกลอบยิงจนได้รับบาดเจ็บ บางรายถึงกับเสียชีวิต อดีต ส.ส. และแกนนำพรรคถูกเจ้าหน้าที่ทหารตามประกบ ทำให้รู้สึกเหมือนถูกคุกคาม มีผู้หวังดีในโซเชียลส่งข้อความมาเตือนให้ระวังจะโดนอุ้ม

จากกรณีวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล และบังเอิญเหลือเกิน ที่อยู่ๆสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เคลื่อนไหวตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของตนช่วงที่แสดงความคิดเห็นทางการเมือง ทั้งที่ตำแหน่งรองโฆษกฯ ไม่ใช่ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ นี่คือความกดดันที่ฝ่ายพรรคเพื่อไทยได้รับ เปรียบเทียบกับ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ถือว่าพวกท่านโชคดีกว่ามาก เพราะมีทหารตามคุ้มกัน ขณะที่นักการเมืองฝ่ายตรงข้ามมีแค่สองมือเปล่า ไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะใส่ใจเท่ากับกรณีของนายกฯ หรือรองนายกฯ หรือไม่

“ปู” ติงใช้โซเชียลกุข่าวทำตกใจ

ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการขู่ทำร้าย พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรว่า ไม่เห็นด้วยกับการนำโซเชียลมีเดียมาใช้เป็นข่าวลือทำให้คนตระหนก ทำให้ต่างชาติมองสถานการณ์ไม่ดี เชื่อว่าไม่มีใครคิดจะปองร้ายกันจริงๆ เพราะฝ่ายความมั่นคงดูแลทุกตารางนิ้วของประเทศอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่วอชิงตันโพสต์ระบุว่าประเทศไทยสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการรัฐประหารสูงในปีนี้นั้น อยู่ที่รัฐบาลและ คสช.จะให้ความมั่นใจไม่ให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องปรองดอง ถ้าทุกคนสบายใจและสงบสุข คงไม่มีความกังวลในส่วนนั้น ต้องวิเคราะห์ทำงานกันพอสมควร เราไม่ควรเกิดการรัฐประหารเลยด้วยซ้ำ โลกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ไม่ว่าจะรัฐประหารแบบไหนก็ไม่ควรเกิดขึ้น อยากขอร้องทุกฝ่ายอย่าให้เกิดขึ้นเลย ขอให้ครั้งล่าสุดเป็นครั้งสุดท้าย

ปชป.ขำกลิ้งเรื่องโจ๊กการเมือง

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทราบว่าใครๆก็รัก “ป๋าป้อม” (พล.อ.ประวิตร) ในฐานะพี่ใหญ่ของพยัคฆ์บูรพา จึงไม่ทราบว่าเหตุใดถึงมาเปิดเผยในช่วงนี้ แต่ไม่น่ามีมูลความจริง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์มีอำนาจมากที่สุดในประเทศตามมาตรา 44 การเปิดเผยของ พล.อ.ประวิตรอาจทำให้ต่างชาติมองได้ว่า แม้แต่รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหมของไทย ยังถูกขู่ฆ่าได้ง่ายๆ แล้วใครจะมาลงทุนในไทย เพราะสังคมอาจคิดว่าขนาดรองนายกฯ มีทหาร ตำรวจคุ้มครอง 24 ชั่วโมงยังไม่ปลอดภัย แล้วประชาชนทั่วไปจะปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างไร “ที่ผมเห็นชื่อ พล.อ.ประวิตรและ พล.อ.ประยุทธ์ มีแต่ที่เขาเขียนติดตามห้องสุขาสาธารณะ เรื่องพรรค์นี้ต้องปกปิดเป็นความลับ เพราะอาสาเสียสละเข้ามาเพื่อบ้านเมืองแล้วไม่ควรหวั่นไหวในโลกโซเชียล พล.อ.ประวิตรเองได้รับความเชื่อถือจากพรรคและกลุ่มการเมืองต่างๆมาก บารมีชื่อชั้นสามารถเป็นนายกฯ ต่อจาก พล.อ.ประยุทธ์ได้สบายๆ เรื่องขู่ฆ่าจึงน่าจะเป็นเรื่องโจ๊กการเมืองมากกว่า”

“สุวิทย์” ชี้ปฏิรูปราชการคือหัวใจ

วันเดียวกัน เวลา 11.00 น. ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) บรรยายพิเศษเรื่อง “Thailand 4.0” ในการฝึกอบรมการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของผู้ตรวจราชการ ว่า หัวใจสำคัญของการปฏิรูป คือการปฏิรูประบบราชการ เพราะจะเป็นจุดเริ่มต้นสนับสนุนเรื่องอื่นให้เดินหน้าต่อไปได้ หากส่วนนี้บกพร่องจะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูป ป.ย.ป.ต้องกำหนดทิศทางว่าประเทศจะมีเป้าหมายอย่างไร เพื่อมุ่งไปสู่ในอนาคต แต่ละเรื่องที่ปฏิรูปว่าจะมีหน้าตาอย่างไร ทุกอย่างต้องมีตัวเลขและเป้าหมาย เพื่อมีเกณฑ์การประเมินคุณภาพเคพีไอ

นายกฯสั่งลงพื้นที่ตีปี๊บ ป.ย.ป.

จากนั้นนายสุวิทย์ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของ ป.ย.ป. ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ สั่งการให้คณะทำงานใน ป.ย.ป. ลงพื้นที่ทำงานพร้อมชี้แจงทำความเข้าใจสร้างความรับรู้แก่ประชาชน ว่า ป.ย.ป.คืออะไร รัฐบาลผลักดันเพื่ออะไร สิ่งที่ประชาชนจะได้รับคืออะไร เห็นควรให้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจ อธิบายให้ประชาชนทราบว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี 27 วาระการปฏิรูป ที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เสนอนั้นเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ต้องการบอกว่า แท้จริงแล้วการปฏิรูปเป็นเรื่องของทุกคนต้องร่วมกัน โดยเฉพาะการปรองดองเป็นเรื่องของทุกภาคส่วนต้องมาช่วยกัน

เล็งทาบผู้ทรงคุณวุฒิร่วมคณะ

นายสุวิทย์กล่าวอีกว่า สำหรับโครงสร้างของป.ย.ป. ต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิ ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดต่อทาบทาม พล.อ.ประยุทธ์ต้องการคนที่มีจากทุกภาคส่วน เบื้องต้นมีรายชื่อเกือบ 10 คนแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผย ทั้งนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิใน 4 คณะกรรมการย่อยของ ป.ย.ป. อย่างคณะกรรมการสร้างความสามัคคีปรองดอง อาจมีผู้เชี่ยวชาญ เช่น นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นายสุจิต บุญบงการ อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ หรือนายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกฯ นอกจากนี้อาจให้ผู้ทรงคุณวุฒิใน ป.ย.ป. ลงมาช่วยงาน 4 คณะย่อยด้วย

กพยช.ผุดระบบยุติธรรมมิติใหม่

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชาญเชาว์ ไชยยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ (กพยช.) ว่า ที่ประชุมหารือถึงการบูรณาการกระบวนการยุติธรรมกับหน่วยงานยุติธรรมระดับจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านสังคม เพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจความยุติธรรมในมิติใหม่ เช่น กรณีผู้ที่พ้นโทษหรืออยู่ระหว่างพักการลงโทษที่ได้รับการปล่อยตัว จะมีหน่วยงานเข้าไปดูแลเรื่องการประกอบอาชีพ เป็นต้น เรื่องนี้จะรายงานให้ ครม.รับทราบต่อไป ที่ประชุมยังรับทราบเรื่องการปรับปรุงระบบการสอบสวนของตำรวจ ให้มีพนักงานสอบสวนรับแจ้งความตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับกระทรวงยุติธรรมได้ปรับระบบการทำงานใหม่ เข้าหาประชาชนมากขึ้นโดยเฉพาะต่างจังหวัด ผ่านศูนย์ยุติธรรมชุมชน ที่นายกฯระบุว่าต้องดำเนินให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง ภาพรวมตั้งเป้าว่าในช่วง 3 ปีแรก ประชาชนต้องเข้าถึงการบริการของศูนย์ฯ และเข้าใจกฎหมายที่จำเป็น ซึ่งถือเป็นกระบวนการยุติธรรมทางเลือก

ใช้ รด.จิตอาสาหนุนงานปรองดอง

ที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) พล.ท.วีรชัย อินทุโศภน ผบ.นรด. กล่าวถึงบทบาทของนักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) ในการช่วยเสริมสร้างความปรองดองตามนโยบายของรัฐบาล ว่า จากโครงการ รด.จิตอาสาที่ทำงานอย่างดี สามารถสนับสนุนงานกองทัพบก และรัฐบาลได้เต็มที่ ร่วมปลูกฝังให้เยาวชนมีจิตอาสาช่วยเหลือและทำสิ่งดีๆให้สังคม ปีนี้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. สั่งดำเนินการจัดทำโครงการ รด.จิตสีขาว ร่วมกับส่วนราชการ และชุมชน สร้างความปรองดอง ซึ่งจะเห็นผลเป็นรูปธรรมได้ในที่สุด

“ปึ้ง” ขอถ่ายทอดสดปรองดอง

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝากถึง พล.อ.ประวิตรว่า ถ้าอยากให้การปรองดองครั้งนี้สัมฤทธิผล เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ควรเปิดใจกว้าง ไม่ตั้งแง่หรือข้อจำกัด ที่จะก่อให้เกิดปัญหาจนไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ โดยเฉพาะการตั้งคำถามเสมือนว่านักการเมืองและพรรคการเมืองเป็นโจรผู้ร้าย เป็นตัวก่อปัญหาสร้างความขัดแย้งอยู่กลุ่มเดียว ทั้งที่องค์ประกอบความขัดแย้งมีฝ่ายอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นทหาร ข้าราชการ นักวิชาการ นักธุรกิจ และอีกหลายกลุ่ม หลายองค์กร ร่วมชักใยประสานเสียงอยู่เบื้องหลัง ถ้าทุกฝ่ายกล้ารับความจริงแบบลูกผู้ชาย เชื่อได้ว่าการปรองดองจะประสบผลสำเร็จ เป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะได้อย่างที่หวัง บางกลุ่มอาจได้เพียง 60 เปอร์เซ็นต์ บางฝ่ายก็อาจได้ 40 เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องยอมรับต้องรู้จักเสียสละยอมถอยกันบ้าง ส่วนพรรคเพื่อไทยจะเสนอแนวทางหรือสิ่งที่เป็นประโยชน์ เราต้องการเห็นความปรองดองประสบความสำเร็จ บ้านเมืองกลับคืนสู่ประชาธิปไตย มีความสงบสุข เรียบร้อย เดินไปตามกฎกติกาที่เป็นธรรม ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ขอเรียกร้องให้การประชุม หารือเป็นไปอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา ให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบรายละเอียดทุกขั้นตอน ควรจัดให้มีการถ่ายทอดสด ไม่ใช่ประชุมกันแบบแอบๆซ่อนๆอีก

“นิพิฏฐ์” ชี้พวกมือบอนออนไลน์

นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณี พล.อ.ประวิตรเปิดเผยว่าถูกขู่ฆ่าในโลกออนไลน์ คาดว่าเป็นพวกมือบอน เพราะการขู่บนโลกออนไลน์ใครก็ทำได้ แต่การจะลงมือทำจริงเป็นเรื่องยาก ทางผู้ใหญ่เขาต้องระวังตัวอยู่แล้ว ส่วนที่ พล.อ.ประวิตรระบุว่าถ้ามีการปรองดอง โอกาสเกิดรัฐประหารไม่มีนั้น ส่วนตัวไม่ถือว่าเป็นคำขู่ที่ต้องการให้ฝ่ายการเมืองเข้าร่วมกระบวนการปรองดองกับรัฐบาลตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ เป็นเพียงข้อเปรียบเทียบที่พยายามให้มีความปรองดองมากกว่า และน่าจะพูดเรื่องในอดีตว่าทำไมทหารต้องออกมา สาเหตุก็มาจากความไม่สงบเรียบร้อย มีความแตกแยก คนยกพวกจะฆ่ากัน จึงต้องรัฐประหารเพื่อยุติเหตุก่อน

ให้สังคมจับตาใครขวางคลอง

นายนิพิฏฐ์กล่าวต่อว่า นายกฯเองก็พูดชัดแล้ว ว่าการปรองดองไม่เกี่ยวกับการนิรโทษกรรม หรือเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมที่กำลังดำเนินการอยู่ เพราะเรื่องเหล่านี้บังคับไม่ได้ การปรองดองเป็นเพียงแนวทางการอยู่ร่วมกันโดยไม่ให้เกิดความรุนแรง ทุกคนต้องให้ความร่วมมือ เมื่อเราอยู่ในสังคมเดียวกันหากเราเห็นไม่ตรงกัน เราจะแก้ปัญหาอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง ต้องมาคุยกัน ใครไม่เข้ามาคุยประชาชนต้องจับตาดูว่ามีใครไม่ให้ความร่วมมือเรื่องนี้บ้าง เพราะไม่มีเหตุผลเลยว่าจะมีฝ่ายไหนไม่เข้าร่วมการปรองดองนี้

บี้ คสช.ยกเครื่องระบบราชการ

ขณะที่นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ใช้กรณีที่ข้าราชการระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ก่อคดีขโมยภาพในโรงแรมประเทศญี่ปุ่นมาเป็นบทเรียนนำไปสู่การปฏิรูประบบราชการ ป.ย.ป.ต้องกล้าทำเป็นเรื่องแรก เพราะฟอนเฟะมานาน ทำงานซ้ำซ้อน มีระบบอุปถัมภ์อุ้มชู ก่อให้เกิดปัญหาความไม่โปร่งใสในโครงการต่างๆตามมา เรียกร้องให้ คสช. รัฐบาล และ ป.ย.ป. ที่ยังพอมีเวลาและมีอำนาจอยู่ในมือ กล้าลงมือปฏิรูประบบราชการ เพื่อเดินหน้าปฏิรูปประเทศด้านอื่นตามมา ทั้งด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ด้วยการรีเซ็ตประเทศโดยกฎหมาย รีเซ็ตกฎหมายเพื่อคนไทย เริ่มต้นด้วยการปริวรรต เงินตรา เปลี่ยนสีธนบัตรใบละ 500 และ 1,000 บาท หากใครถือครองมีมูลค่าเกินจำนวนที่กำหนด ต้องแจ้งที่มาของเงิน หาก คสช. รัฐบาล ไม่กล้าหาญเดินหน้าในเรื่องเหล่านี้ ทำเท่ากับการยึดอำนาจครั้งนี้เสียของ

“ประยุทธ์” เร่งดัน 27 วาระในปีนี้

ต่อมาช่วงค่ำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า รัฐบาลทบทวนการทำงานอยู่เสมอ เพิ่มศักยภาพจุดแข็งแก้ไขจุดอ่อนทุกขั้นตอน การทำงานของคณะกรรมการป.ย.ป.ถือเป็นการปรับกระบวนการทำงานของรัฐบาลร่วมกับแม่น้ำทุกสายให้เกิดผลสัมฤทธิ์ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อให้ 4 งานหลัก ได้แก่ 1.การบริหารราชการ 2.การปฏิรูป 3.ยุทธศาสตร์ชาติ 4.การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เดินหน้าได้ และส่งต่อให้รัฐบาลต่อไปได้ โดยรัฐบาลได้กำหนดวาระปฏิรูปเร่งด่วน 27 วาระ ที่ต้องดำเนินการในปี 2560 ส่วนวาระปฏิรูปที่เหลือต้องจัดลำดับดำเนินการตามความสำคัญเร่งด่วน โดยจัดทำโรดแม็ปการทำงานที่ชัดเจน เพื่อส่งมอบผลการปฏิรูปสู่ประชาชน

หวังสลายความขัดแย้งทุกกลุ่ม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ส่วนการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง จะแบ่งกลุ่มเพื่อพูดคุยกับทั้งกลุ่มการเมือง นักกฎหมาย นักวิชาการ กลุ่มเศรษฐกิจและสังคม ประชาสังคม การต่างประเทศ และสื่อมวลชน เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ตกผลึกในมุมมองแต่ละกลุ่ม ก่อนนำข้อเสนอที่ได้มาบูรณาการในคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อให้ข้อเสนอเหล่านั้นมีผลเป็นรูปธรรมต่อไป ขอให้เข้าใจตรงกันว่าการปรองดองมิใช่เฉพาะเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองเท่านั้น ยังมีเรื่องอื่นโดยเฉพาะเรื่องที่ภาครัฐ ภาคประชาชน ยังเข้าใจไม่ตรงกัน จึงไม่เกิดความร่วมมือ อาจส่งผลเสียหายต่อส่วนรวมในอนาคต เนื่องจากเป็นการดำเนินการเพื่อวันข้างหน้าทั้งสิ้น อาทิ เรื่องพลังงาน โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ โรงผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะ

ให้ ขรก.สะพานเชื่อมทุน-ปชช.

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการทำงานภายใต้กลไกประชารัฐว่า ข้าราชการซึ่งเป็นผู้แทนภาครัฐ มีความสำคัญมากในฐานะสะพานเชื่อมความร่วมมือ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างภาคธุรกิจเอกชน กับภาคประชาชน ดังนั้นการสร้างนวัตกรรมทางความคิด กระบวนการทำงาน การสร้างเครือข่าย เพื่อสรรหาแนวทางใหม่ในการบริหารจัดการกับปัญหาเดิมที่หมักหมม ขอเป็นกำลังใจให้ข้าราชการทุกคนที่ทำงานต่างพระเนตรพระกรรณ เพื่อความสุขของปวงชนชาวไทยให้ประสบความสำเร็จ ยึดมั่นในอุดมการณ์อยู่เสมอ ส่วนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตนั้น รัฐบาลจะเร่งแก้ไขปัญหาหลายเรื่อง ทั้งวิธีการ กระบวนการ การทำกฎหมาย ให้สอดคล้องกับปัจจุบันและสากล รัฐบาลมีเจตนารมณ์มุ่งมั่นและจริงใจแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้ ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกัน

วอนสื่อต้องอัพเกรดเป็น 4.0

อีกเรื่อง ที่กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) พยายามผลักดันเสนอให้ ครม.ออกเป็นกฎหมายว่า สื่อมวลชนต้องเป็นสื่อ 4.0 ของตน สื่อต้องสร้างความเข้าใจเรื่อง 4.0 ยืนยันว่าไม่เคยติติงสื่อมวลชน แต่เราต้องปรับตัวไปด้วยกัน สื่อต้องเป็นทางเลือกให้สังคมรับรู้ทั้งสองทาง ทั้งในมุมมองของสื่อเองและมุมของผู้ขัดแย้ง รวมถึงมุมมองของรัฐบาลให้คนเลือกเสพ ดีกว่าไปเขียนข่าวที่มันดุเดือดหรือพาดหัวข่าวแรงๆ เพราะต่างประเทศเขาดูเราอยู่ บางอย่างที่เขียนมีทั้งจริงและไม่จริง ท้ายที่สุดต่างชาติมองเราว่ายังมีการทุจริต ยังไม่มีเสถียรภาพ สุดท้ายใครเสียหายก็เป็นประเทศ ไม่ใช่ตน แต่คนที่เสียหายมากกว่าคือลูกหลานของเรา สิ่งที่พูดทั้งหมดอาจไม่เกิดตอนนี้ แต่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ยืนยันว่าไม่ได้ว่าใคร

“ไก่อู” ซัดนักการเมืองปลุกชาวนา

อีกด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลตรวจสอบพบข้อมูลว่า มีอดีตนักการเมืองใน จ.สงขลา พยายามเป็นแกนนำชักชวนเกษตรกรในพื้นที่ให้รวมตัวกันกดดันรัฐบาล เพื่อให้ช่วยเหลือด้านเมล็ดพันธุ์ภายหลังน้ำท่วมคลี่คลาย โดยมีนัยทางการเมืองแอบแฝง แต่ชาวนาส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย การเป็นแกนนำสร้างกระแสเรียกร้องรัฐบาล เพื่อแสดงบทบาทให้เห็นว่ามีความสำคัญ และกลุ่มการเมืองยังรักและเป็นห่วงประชาชนอยู่นั้น เป็นพฤติกรรมอันเคยชินเพื่อหวังผลทางการเมือง ไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ทั้งที่ทราบดีและยอมรับอยู่แล้วว่ารัฐบาลให้ความช่วยเหลือในระดับหนึ่งแล้ว และจะดำเนินการต่อไปอีกจนกว่าทุกอย่างจะเป็นปกติ จึงอยากให้กลุ่มการเมืองทบทวนบทบาทตนเอง อยากให้พี่น้องเกษตรกรมีเกียรติและศักดิ์ศรี ดำรงชีพอยู่ได้ยั่งยืนไม่ตกเป็นเหยื่อให้ใครใช้เป็นเครื่องมือ หรือแสวงหาประโยชน์ทางการเมือง

“ถาวร” โต้เดือดไร้น้ำยาดูแล ปชช.

ขณะที่นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ความเดือดร้อนของชาวนา ซึ่งส่วนใหญ่ต้องสูบน้ำเข้านาจากทะเลสาบสงขลา แต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมาเกิดภัยแล้งน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้นาล่ม ชาวนาต้องไปกู้หนี้ยืมสินซื้อพันธุ์ข้าว แต่ต้องมาพบกับอุทกภัยซ้ำเสียหายจนสิ้นเนื้อประดาตัว ไปร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมก็ไม่คืบหน้า จึงมาร้องเรียนตน เพื่อประสานให้นำงบประมาณ 50 ล้านบาทมาจัดซื้อพันธุ์ข้าวแจกจ่ายเพาะปลูกฤดูกาลหน้า การที่ พล.ท.สรรเสริญระบุว่ามีการยุยงปลุกปั่นนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัด รมว.เกษตรและสหกรณ์ หรือ พล.ท.สรรเสริญได้เปิดรับฟังความเดือดร้อนหรือไม่ หากเป็นรัฐบาลปกติป่านนี้กระทู้ตั้งถามว่อนเต็มสภาฯ จี้ให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเสร็จสิ้นไปแล้ว ขออย่ามองพวกตนเป็นศัตรู ทั้งที่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาให้รัฐบาลด้วยซ้ำ ส่วนจะนั่งครองเมืองไปอีกนานเท่าไหร่เชิญตามสบาย แต่ทำหน้าที่ดูแลทุกข์สุขพี่น้องประชาชนได้ดีมากน้อยแค่ไหน เพียงใด

ประกาศตั้ง สนช.เพิ่มอีก 3 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 3 ก.พ.เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ แต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพิ่มเติม สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมาชิก สนช.เพิ่มเติม ตามมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 3 คนประกอบด้วย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล พล.อ.สสิน ทองภักดี และ พล.ท.ธนเกียรติ ชอบชื่นชม ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 2 ก.พ.2560 ผู้รับสนองพระราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.

ทีวีสภาระทึกคอมฯแอร์ระเบิด

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อเวลา 12.30น. เกิดเหตุระทึกที่บริเวณชั้นดาดฟ้า อาคารสถานีโทรทัศน์รัฐสภา เนื่องจากคอมเพรสเซอร์แอร์ได้เกิดระเบิดเสียงดัง มีกลุ่มควันจากเปลวไฟขนาดย่อม ส่งกลิ่นเหม็นไหม้โดยรอบ สร้างความตกใจให้กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ เนื่องจากภายในอาคารไฟตกและไฟดับในบางส่วน โดยทันทีที่รับทราบเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาได้นำถังดับเพลิงฉีดควบคุมสถานการณ์ จากนั้นเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าได้เข้ามาตรวจสอบ เพื่อหาสาเหตุ ขณะที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. ในฐานะประธานคณะกรรมการด้านอาคารและระบบความปลอดภัยของรัฐสภา ได้เข้าตรวจสอบสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

“ยิ่งลักษณ์” ขึ้นศาลคดีจำนำข้าว

เวลา 09.15 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลนัดไต่สวนพยานจำเลยนัดที่ 10 คดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นจำเลย ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท

“กิตติรัตน์” ยันไม่ทำให้เสียหาย

ทั้งนี้ ในการไต่สวนพยานจำเลย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯ และ รมว.คลัง กล่าวเบิกความสรุปว่า การที่มีการกล่าวหาว่าโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ทั้ง 4 โครงการ ใช้เงินไปรวม 878,389 ล้านบาทและผิดมติ ครม. เพราะใช้เงินเกินกว่า 5 แสนล้านบาทนั้น เป็นเรื่องที่เข้าใจผิด เพราะ ครม.อนุมัติทีละโครงการ ไม่ได้อนุมัติเงินค่ารับจำนำข้าวเปลือก 5 แสนล้านบาท ให้ใช้กับทั้งโครงการ การใช้เงินในแต่ละโครงการจะทยอยลดลงไปเรื่อยๆ แต่ คสช.และรัฐบาลปัจจุบันได้เลื่อนเวลาการปฏิบัติตามกรอบวงเงินหมุนเวียนออกไป 2 ครั้ง ซึ่งหากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บริหารงานอยู่ภาระคงค้างจะลดต่ำกว่ากรอบวงเงินหมุนเวียนก่อนสิ้นปี 57 ไปแล้ว ด้วยการระบายข้าวสารอย่างต่อเนื่อง และการจัดงบประมาณชดเชยโครงการที่เหมาะสม ไม่ใช่ปิดโกดัง หยุดระบายข้าวไปเป็นเวลานานอย่างที่รัฐบาลนี้ปฏิบัติ ส่วนแหล่งเงินที่นำมาใช้คือเงินทุนของ ธ.ก.ส.เองจำนวน 90,000 ล้านบาท ไม่ได้ เป็นหนี้สาธารณะ และแม้ว่าโครงการนี้จะมีรายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายแต่ต้องเปรียบเทียบกับความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจโดยรวม

มั่นใจทำเต็มที่แจงทุกประเด็น

น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีที่ศาลปกครองกลางรับคำฟ้องที่ขอให้เพิกถอนคำสั่งชดใช้คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้านบาทว่า ศาลนัดไต่สวนเรื่องการขอทุเลาของกรมบังคับคดีในการยึดทรัพย์ ระหว่างนี้ทางฝ่ายผู้ถูกฟ้องขอเลื่อนการยื่นข้อโต้แย้งคำให้การเป็นเวลา 30 วัน คงต้องรอหลังจากที่แก้ข้อโต้แย้งแล้ว ศาลคงนัดอีกครั้ง โดยหลักสิ่งที่ขอให้มีการทุเลา เนื่องจากคดียังต้องการการไต่สวนอยู่ทั้งคดีอาญาและคดีที่ศาลปกครองรับแล้ว แต่ขณะนี้กรมบังคับคดีจะทำไปตามคำสั่งมาตรา 44 ที่จะให้เข้ามายึดและอายัดทรัพย์เลย ทำให้ลำบากมากเพราะคดียัง ไม่ถึงที่สุด ถ้ามีการบังคับเลยโดยที่ยังไม่รู้ว่าผลเป็นอย่างไรก็เหมือนเป็นการชี้นำ จึงร้องขอต่อศาล เมื่อถามว่ามั่นใจแค่ไหนในการสู้คดีรับจำนำข้าวที่ใกล้จะสิ้นสุดแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า พยานทุกปากที่นำมาสืบต่อหน้าศาลได้ชี้แจงทุกข้อกล่าวหา ผลเป็นอย่างไรอยู่ที่ดุลพินิจขององค์คณะ คงไม่สามารถพูดอะไรได้ ทำเต็มที่และมั่นใจว่าได้ชี้แจงทุกประเด็น

“เสรี” หนุนแก้คดีโกงไม่มีอายุ

ที่รัฐสภา นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า จากกรณีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เสนอให้นายกฯใช้มาตรา 44 แก้ไขกฎหมายอาญา ในคดีการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอร์รัปชันไม่มีอายุความ เพื่อพิจารณาคดีย้อนหลังได้ รวมถึงกรณีภาคเอกชนซึ่งอยู่ในฐานะผู้ให้สินบน หากถูกจับได้ว่าจ่ายสินบนจริงและยอมรับสารภาพ ให้เว้นโทษทางอาญา แต่ยังมีโทษเปรียบเทียบกับทางแพ่งนั้น ตนเห็นด้วย ข้อเสนอนี้มาถูกทางอย่างยิ่ง กฎหมายปัจจุบันกำหนดให้ผู้ที่จ่ายสินบน และผู้รับสินบนมีความผิดทั้งคู่ จึงไม่มีใครกล้ารับผิด หรือกล้านำพยานหลักฐานออกมาแสดง ข้อเสนอนี้จะป้องกันการรับสินบน การกระทำทุจริต ทำให้ข้าราชการไม่กล้ารับสินบนอีก เพราะจะกลายเป็นหลักฐานที่พิสูจน์การกระทำผิดได้ ดังนั้น การดำเนินการโดยใช้มาตรา 44 สามารถทำได้เลย มีความรวดเร็วในการบังคับใช้

เชียร์ตัดวงจรอุบาทว์สินบน

นายวันชัย สอนศิริ สปท. กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ว่าจะทำวิธีใดเห็นด้วยทั้งสิ้นเพื่อแก้ปัญหา โดยทั่วไปการทุจริตที่เกิดขึ้น ส่วนราชการเป็นตัวเรียกหรือตัวรับ การเอาผิดต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีการจ่ายจริง แต่สำหรับกรณีนี้คนที่จ่ายสินบน หากพิสูจน์ได้ว่าการจ่ายสินบนเป็นเพราะการถูกบีบบังคับ อยู่ในภาวะจำยอม ต้องกันเป็นพยาน แต่ถ้าพิสูจน์ไปแล้วสรุปว่าฝ่ายที่จ่ายเป็นผู้เสนอให้ และฝ่ายเจ้าหน้าที่เป็นฝ่ายรับจริง ต้องเอาผิดทั้งคู่ กระบวนการทุจริตมี 3 ส่วน คือ 1.ตัวเอกชนที่ให้สินบน 2.ข้าราชการเจ้าหน้าที่เป็นตัวเรียก และ 3.มีฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง ตรงนี้เป็นวงจรทุจริตคอร์รัปชัน จึงต้องตัดวงจรทุจริตนี้ ส่วนข้อเสนอให้คดีทุจริตคอร์รัปชันไม่มีอายุความ เห็นด้วยอย่างยิ่ง เป็นเรื่องร้ายแรง แม้จะหนีไปแต่เมื่อกลับมาแล้วอายุความก็ต้องดำเนินต่อไปชั่วชีวิต

“บิ๊กตู่” ตรวจศูนย์เมขลาดูแลน้ำ

ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้ตรวจเยี่ยมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของศูนย์เมขลา และติดตามการดำเนินงาน ของศูนย์ข้อมูลน้ำแห่งชาติ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลด้านทรัพยากรน้ำให้เป็นเอกภาพและทิศทางเดียวกัน สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาด้านน้ำได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์แถลงว่า ศูนย์เมขลาเป็นศูนย์ระดับชาติรวบรวมข้อมูลน้ำทั้งหมดเชื่อมโยงกับศูนย์ของกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อบริหารข้อมูลให้เป็นข้อมูลเดียว และให้ทุกหน่วยงานนำไปปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์

รับมอบเงินสี่ล้านช่วยอุทกภัยใต้

ต่อมาช่วงบ่าย ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ รับมอบเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ สมทบเข้ากองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จากตัวแทนบริษัท ปัญจพล ไฟเบอร์ คอนเทนเนอร์ จำกัด และตัวแทนบริษัท แอลแอลไอที (ประเทศไทย) จำกัด รวมเป็นเงิน 4 ล้านบาท โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวขอบคุณภาคเอกชนที่มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อคนไทยด้วยกัน ถือเป็นน้ำใจที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นคนไทยไม่เคยทิ้งกัน สิ่งสำคัญต้องไม่ทะเลาะ สร้างความแตกแยก และต้องสามัคคีกันให้ได้

คมนาคมแจงผลสอบโรลส์รอยซ์

ส่วนการตรวจสอบกรณีบริษัท โรลส์รอยซ์ ยอมรับต่อสำนักงานปราบปรามการทุจริตของประเทศอังกฤษ(เอสเอฟโอ) ว่า มีการจ่ายสินบนในหลายประเทศที่ซื้อขายเครื่องยนต์ของโรลส์รอยซ์ รวมถึงประเทศไทยระหว่างปี 2534-2548 ที่มีการพาดพิงถึงบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อเวลา 16.00 น. ที่กระทรวงคมนาคม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม พร้อมด้วยนายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่(ดีดี) บริษัท การบินไทยฯ ร่วมแถลงผลการสอบหลังครบกำหนด 15 วัน โดยนายอาคมกล่าวว่า การบินไทยให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการป.ป.ช. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งหน่วยงานตรวจสอบเป็นอย่างดี ได้ขอข้อมูลทุกอย่างจากเอสเอฟโอ และโรลส์รอยซ์

สอบย้อนไปแค่ปี 55 ทำถูกต้อง

ด้านนายจรัมพรกล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงคณะแรก อยู่ระหว่างนำข้อมูลที่รับมามาจัดเรียงตารางเวลา การเชื่อมโยงเวลา เพื่อให้มีแนวทางที่สอดคล้องกับคณะทำงานของป.ป.ช. ที่เป็นหน่วยงานตรวจสอบหลัก ส่วนคณะกรรมการชุดที่ 2 ที่พิจารณากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ปัจจุบันถึงอดีต ที่ทำเสร็จแล้ว คือ กระบวนการในปัจจุบัน คือ ตั้งแต่ปี 2555-ปัจจุบัน มีการตรวจสอบกระบวนการ ได้ข้อสรุปว่ามีขั้นตอนจัดหาเพียงพอรัดกุมทำตามขั้นตอนครบถ้วน ไม่รวบรัดเร่งรีบจนเกินไป มีการจัดเก็บเอกสารครบถ้วนตรวจสอบได้ โดย ป.ป.ช.พอใจ ดังนั้น กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ปี 2555 ถือว่ารัดกุม ขั้นตอนต่อไปคณะกรรมการชุดนี้จะถอยไปดูใน 3 ช่วงที่มีปัญหา แต่จะเอาช่วงไหนมาพิจารณาก่อน อยู่ระหว่างประสาน ป.ป.ช.ว่าจะเลือกช่วงไหน จากนั้นคณะกรรมการจะลงไปดูในช่วงนั้น

ดีดีบินไทยอ้างแค่หาข้อมูลให้

นายจรัมพรกล่าวต่อว่า การบินไทยเป็นเพียงผู้ที่หาข้อมูลให้เท่านั้น ส่วนการสรุปข้อเท็จจริงเป็นอำนาจของ ป.ป.ช.เป็นผู้ดำเนินการ ที่ตรวจสอบย้อนกลับไปถึงปี 2555 ก่อนนั้น เพราะถือเป็นปีที่การบินไทยมีการปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น และบังคับใช้มาถึงปัจจุบัน จึงเริ่มดูมาจากตอนนั้น ขณะที่โรลส์รอยซ์ชี้แจงว่าได้เลิกใช้ตัวแทนหรือนายหน้าตั้งแต่เดือน ธ.ค.2555 ส่วนก่อนช่วงปี 2555 ยังไม่ได้ดู ต้องรอหารือกับ ป.ป.ช.ก่อนว่าต้องการทราบช่วงไหน

“บิ๊กป้อม” ผวาอดีตทหารผ่านศึกโผเข้ากอด ก่อนถูกชุด รปภ.เชิญตัวออก นายกฯไม่ประมาทไม่ท้าทายใคร ชี้เป้ามือโพสต์พวกละเมิดสถาบัน “บิ๊กป๊อก” ไม่ห่วงพี่ใหญ่มีพระดี “ปณิธาน” บอกขู่สังหารผู้นำเป็นเรื่องปกติ 4 ก.พ. 2560 00:26 ไทยรัฐ