วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กิตติรัตน์ ขึ้นศาลเบิกความคดีจำนำข้าว ยันมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ

"กิตติรัตน์" ขึ้นศาลเบิกความจำนำข้าว ยัน มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เชื่อ ไม่มีรัฐประหารระบายข้าวได้หมด ด้าน "องค์คณะ" ยกคำร้องเรียก "หมอวรงค์-บก.คมชัดลึก" ไต่สวนวิจารณ์จำนำข้าวไม่กระทบศาล

วันที่ 3 ก.พ. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ นายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดีจำนำข้าว พร้อมองค์คณะรวม 9 คน ได้ไต่สวนพยานจำเลย นัดที่ 10 คดีหมายเลขดำ อม.22/2558 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อายุ 49 ปี อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใด ในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท

โดยวันนี้ ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จำเลย นำพยานเข้าไต่สวนเพียงปากเดียว คือ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อายุ 59 ปี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งเบิกความถึงโครงการรับจำนำ 8 ประเด็น ประกอบด้วย 1. ความจำเป็นทางเศรษฐกิจและสังคม 2. หลักการสำคัญของโครงการรับจำนำข้าว 3. โครงการมีขนาดใหญ่เกินไปหรือไม่ 4. การใช้เงินของโครงการ 5. กรอบเงินทุนหมุนเวียน 6. วิธีการบริหารการเงินการคลังของรัฐบาล 7. ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และ 8. ความใส่ใจเมื่อมีข้อเสนอแนะ และทักท้วง

โดยนายกิตติรัตน์ ได้สรุปคำให้การประกอบสไลด์ ระบุว่า ความจำเป็นของการจัดทำโครงการก็เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของกลุ่มเกษตรกรที่ประสบปัญหาความยากจน และยังมีความจำเป็นด้านเศรษฐกิจ เกี่ยวกับการแก้ปัญหารายได้เฉลี่ยประชาชนต่อคน ขณะที่หลักการสำคัญในการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกร ที่มีอยู่ 3.7 ล้านครัวเรือน หรือประมาณ 15 ล้านคน แต่การดำเนินโครงการรับจำนำข้าว มีเกษตรกรหลายรายไม่ได้เข้าโครงการ ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหา เพราะชาวนาสามารถขายข้าวให้แก่เอกชนโดยตรงได้ และเอกชนก็แข่งขันกันซื้อขายข้าวและส่งออกได้ โดยการกำหนดราคารับจำนำข้าว 15,000 บาทต่อตัน ก็เป็นการคำนวณจากต้นทุนการผลิต และเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อหัวชาวนา 1 คนให้มีรายได้เฉลี่ย 300 บาท ซึ่งการทำโครงการรับจำนำข้าวยังทำควบคู่ไปกับนโยบายสาธารณะอื่น เช่น การปรับเงินเดือน 15,000 บาท สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ขณะที่จะมีการจัดทำโครงการนี้ ได้มีการศึกษาโครงการที่รัฐบาลอื่นเคยทำมาก่อนหน้านี้ เช่นโครงการประกันรายได้พืชผลทางการเกษตร ซึ่งทำได้ดีกับพืชยืนต้น และมีขั้นตอนไม่มาก แต่ยังมีจุดอ่อนตรงที่เกษตรกรอาจจะไม่ได้ราคาตามที่มีการอ้างอิงไว้ ขณะที่การตรวจสอบการขึ้นทะเบียนพื้นที่เพาะปลูก จะมีปัญหา เพราะการปลูกข้าวจะใช้ระยะเวลาเพียง 2-3 เดือน และเก็บเกี่ยว

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า เงินทุนที่ใช้ในโครงการเป็นเงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) และเงินกู้ ธ.ก.ส.ที่มีกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน โดยวิธีทางการเงินการธนาคารของรัฐบาลได้มีการควบคุมโดยการกำหนดกรอบวงเงินหมุนเวียนที่ใช้ในโครงการไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ส่วนที่มีหนังสือทักท้วงมาแต่ไม่ได้ยุติการทำโครงการจำนำข้าวนั้น จะเห็นว่า ทุกข้อทักท้วงเป็นการอ้างอิงข้อมูลโครงการในอดีตที่มีปัญหา โดยไม่ได้พิจารณาว่า โครงการรับจำนำข้าวได้ปรับปรุงนโยบายก่อนดำเนินโครงการแล้ว ขณะที่ระหว่างการดำเนินโครงการก็ได้มีแก้ไขตามข้อทักท้วง รวมถึงมีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองในด้านต่างๆ

โดยมีรองนายกรัฐมนตรีดูแล ซึ่งตนก็เป็นทีมคณะกรรมการกลั่นกรองดูแลด้านเศรษฐกิจ ตนจึงเสนอความเห็นต่อจำเลยในฐานะนายกรัฐมนตรี โดยยืนยันว่า โครงการรับจำนำข้าว มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และสภาพัฒน์ฯ ได้ประเมินโครงการแล้วยืนยันว่า โครงการจำนำข้าวช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้น และมีความคุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบประโยชน์ทางเศรษฐกิจ จึงไม่เกิดความเสียหาย

นายกิตติรัตน์ ยังตอบข้อซักค้านของอัยการที่ถามถึงบทสัมภาษณ์ของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในนิตยสารฟอร์บส์ ว่า เป็นผู้คิดโครงการรับจำนำข้าวว่า โครงการนี้เริ่มจากการพูดคุยของทีมเศรษฐกิจที่มีพยาน นายโอฬาร ไชยประวัติ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย และคณะ เมื่อปี 2553 ขณะที่กรอบระยะเวลาการระบายข้าว เมื่อมีการดำเนินโครงการไปแล้ว ก็มีการพูดถึงแนวทางการระบายข้าว โดยมีอนุกรรมการระบายข้าวเป็นผู้ดูแล แต่ไม่ได้ระบุเวลาระบายข้าวที่ชัดเจน เพราะขึ้นอยู่กับกลไกทางตลาด ซึ่งจะทำให้การระบายข้าวมีความเหลื่อมล้ำกันระหว่างฤดูกาล โดยช่วงดำเนินโครงการรัฐบาล ได้ระบายข้าวไปจำนวนมาก แต่หากไม่มีรัฐประหารเกิดขึ้น ยืนยันว่า รัฐบาลสามารถระบายข้าวได้หมด ส่วนการดำเนินโครงการนั้น จำเลยในฐานะนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ได้กำชับตั้งแต่แรกให้ดำเนินการทุกอย่างโปร่งใส สุจริต โดยคณะกรรมการ กขช.จะมีรองประธาน 3 คน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธาน กขช.เมื่อติดภารกิจ และเมื่อมีข้อหารือฝ่ายเลขาฯ จะนำเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อหารือร่วมกันก่อนตัดสินใจ

ภายหลัง นายกิตติรัตน์เบิกความเสร็จสิ้นแล้ว ศาลจึงนัดไต่สวนพยานปากต่อไป ในวันที่ 17 มี.ค.นี้ เวลา 09.30 น. ส่วนที่ทนายความจำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัววิจารณ์โครงการจำนำข้าว และมีการเผยแพร่คำวิจารณ์ ในคมชัดลึกออนไลน์ จึงขอให้ศาลออกหมายเรียก นพ.วรงค์ และบรรณาธิการคมชัดลึก มาไต่สวนเพื่อมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด

โดยองค์คณะมีคำสั่งเมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา ให้เลขานุการองค์คณะ และเลขานุการศาลฎีกาฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่า นพ.วรงค์ ได้โพสต์ข้อความดังกล่าว และคมชัดลึกออนไลน์ ได้นำไปเผยแพร่จริง แต่ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ได้กระทบต่อการพิจารณาของศาล จึงให้ยกคำร้อง

"กิตติรัตน์" ขึ้นศาลเบิกความจำนำข้าว ยัน มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เชื่อ ไม่มีรัฐประหารระบายข้าวได้หมด ด้าน "องค์คณะ" ยกคำร้องเรียก "หมอวรงค์-บก.คมชัดลึก" ไต่สวนวิจารณ์จำนำข้าวไม่กระทบศาล 3 ก.พ. 2560 20:22 ไทยรัฐ