วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สะเดาะขบวนการ ปั้น ไฮโซเสิ่นเจิ้น รับฝากทรัพย์ เจ้าพ่อยาเสพติด (ตัวจริง)

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เครือข่ายยาเสพติดยังคงฝังตัวแนบแน่นอยู่บนผืนแผ่นดินทอง ที่มีชื่อเรียกว่า ประเทศไทย ด้วยเหตุเพราะข่าวการจับกุม ขบวนการค้ายาเสพติดทั้งในและนอกประเทศ ยังคงมีอยู่แทบจะรายวัน แม้ว่า รัฐบาลลุงตู่ จะเพียรพยายาม “ทำตามสัญญา” ในการปฏิรูปประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 ก็ตาม

แต่คงไม่มีข่าวการจับกุมยาเสพติดใดๆ จะสั่นสะเทือนประเทศได้เท่ากับ การจับกุมตัว นายไซซะนะ แก้วพิมพา อายุ 42 ปี ผู้ถูกกล่าวหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ยักษ์บิ๊กเบิ้ม อีกแล้ว

นั่นเป็นเพราะจากการให้ปากคำในเบื้องต้น... ขบวนการนี้ ดันมีเครือข่ายเชื่อมโยงไปถึง เหล่า “คนดัง” ในประเทศไทย!

ที่อาจจะเข้าไปมีส่วนพัวพันในการทำหน้าที่ “รับฝาก” ทรัพย์สิน ของ “เจ้าพ่อตัวจริง”

ซึ่ง “ทรัพย์สิน” ที่ว่า เป็น “ทรัพย์สิน” ที่อยู่ระหว่างการ “ฟอก” เปลี่ยน “เงิน”

ที่ได้จากการค้ายาเสพติด ไปสู่ “ทรัพย์สิน” ที่ถูกกฎหมายเสียด้วย

ทั้งหมดนี้ แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ทุกท่านจะได้รับคำตอบผ่านแหล่งข่าวใน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญในการไล่ล่า กระบวนการเล่นแร่แปรธาตุ ของเครือข่ายค้ายาเสพติด ที่ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ เชิญมาสนทนา ในวันนี้..

“กระบวนการฟอกเงิน ของเครือข่ายค้ายาเสพติดของประเทศไทย มักมีวิธีการที่ไม่แตกต่างกันมากนัก ... นั่นเป็นเพราะ” แหล่งข่าวเริ่มต้นการสนทนากับ ทีมข่าวฯ

Super car เป้าหมายอันดับหนึ่ง เหตุสะดวก เล่นแร่แปรธาตุ

เงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดส่วนใหญ่ เมื่อต้องการนำมาฟอกในประเทศไทย ขบวนการนี้มักจะเล็งไปที่ บรรดารถหรูหรา Super car เกรด AAA+ ราคาแพงเว่อร์วัง เป็นอันดับ 1 เพราะมูลค่าของรถหรู เหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีราคาที่สอดคล้องกัน กับจำนวนเงินมหาศาลที่ได้จากการค้ายาเสพติด และสามารถเล่นแร่แปรธาตุ สำหรับการ “ฟอก” ให้ “ขาวสะอาด” ได้ง่าย

และแน่นอน รถหรูหราเหล่านั้น แทบจะ 100% เป็นการซื้อผ่าน grey market หรือผ่านมาทางประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งสิ้น

โดยเมื่อทำการสั่งซื้อ โดยใช้ชื่อของบุคคลที่สาม จดทะเบียนเป็นเจ้าของ เพื่อป้องกันการตรวจสอบในชั้นหนึ่ง เมื่อได้รถมาแล้ว ก็จะนำไปฝาก หรือขายต่อให้กับ คนใกล้ชิด หรือ คนที่ไว้ใจได้

จากนั้น ขบวนการค้ายาเสพติด จะเล็งไปที่....

1. กลุ่มไฮโซชั้นสูง หรือบรรดาคนดังในวงการบันเทิง เนื่องจากจะไม่เป็นที่น่าสงสัยของเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลทั่วไป ในการครอบครองรถหรูหราราคาแพงเหล่านี้

ซึ่งกลุ่มแรกนี้ก็จะมีทั้ง พวกที่ไม่รู้เรื่องอะไรกับเค้า และ พวกที่เต็มใจร่วมขบวนการด้วย

2. ไฮโซ (ปลอม) ที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นจากขบวนการค้ายาเสพติด ให้มาเป็นเจ้าของธุรกิจอะไรสักอย่างหนึ่งก็ได้ โดยธุรกิจที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นนั้น อาจจะเป็นได้แม้กระทั่ง ธุรกิจ ที่ไม่จำเป็นต้องมีผลกำไร!

เพื่อสร้างหน้าฉากให้กับ ไฮโซเสิ่นเจิ้น เหล่านี้ว่า ร่ำรวยมาจากการทำธุรกิจ ให้สมกับที่มีปัญญา มีรถหรูราคาแพงเหล่านี้ไว้ในครอบครอง

และเท่าที่สืบทราบมา ไฮโซเสิ่นเจิ้น เหล่านี้ มักจะมีวิธีการที่ไม่แตกต่างกันมากนัก คือ เมื่อได้รับการสร้างตัวตนในชั้นแรกให้เป็นเจ้าของธุรกิจที่ดูดีมีชาติตระกูลขึ้นมาได้สำเร็จสักระยะแล้ว

วิธีการในการตบแต่งอัตชีวประวัติให้ดูดี เนียนตามากยิ่งขึ้นไปอีกขั้น ก็คือ การใช้ Supercar ที่รับฝากมาจาก เจ้าของตัวจริง ไปขับซิ่งวิ่งเข้าหา “ไฮโซ” หรือ “ดารา นักร้องชื่อดังทั้งหลาย” เพื่อใช้ชื่อเสียงคนเหล่านั้นเป็นเกราะกำบังอีกหนึ่งชั้น

เพื่อแผ้วทางไปสู่ “การรับฝาก” ทรัพย์สินมูลค่ามากมายมหาศาลที่จะส่งต่อมาอีก ... ในอนาคต

และแน่นอน เมื่อ ไฮโซกำมะลอ เหล่านี้ กลายเป็นคนมีชื่อเสียง มี Supercar หรูหรา ไว้ขับอวดสังคมให้หลงใหลแต่ภาพความมั่งมี ตามโซเชียลเน็ตเวิร์ก มากๆ เข้า

คน ก็จะหลงลืมกันไปเองว่า...

ไฮโซเสิ่นเจิ้น เหล่านี้ ตกลงเค้าทำมาหากินอะไรกัน? รายได้ของธุรกิจมันสอดคล้องกับทรัพย์สินที่ขนมาประโคมตามโซเชียลเน็ตเวิร์ก กระนั้น หรือ?

ที่มาที่ไป ประวัติครอบครัว เทือกเถาเหล่ากอ คนเหล่านี้เป็นใครกันแน่ ครอบครัวเคยมีประวัติทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จมาก่อนหรือไม่?

เหตุใด...ไฮโซเสิ่นเจิ้น เหล่านี้ จึงได้มีทรัพย์สินในครอบครองเป็นร้อยๆ ล้านได้ ในระยะเวลาเพียงชั่วข้ามปี มันเป็นไปได้หรือ?

โดยหาก สืบสาวลงลึกกันจริงๆ ก็จะพบว่า ไฮโซเสิ่นเจิ้น เหล่านี้ ล้วนมีประวัติครอบครัว และการดำเนินธุรกิจที่ไม่ชัดเจน ทั้งสิ้น!

ที่มาที่ไป ไฮโซเสิ่นเจิ้น ของปลอมทำเหมือน ผลิตภัณฑ์ อวดรวย แก๊งค้ายาเสพติด

หาไม่ยากหรอก ... ก็เอาจากบรรดาเด็กในเครือข่ายยาเสพติดของเค้าเอง นั่นแหละ! แหล่งข่าวของเรา กล่าวย้ำอย่างหนักแน่น

เครือข่ายยาเสพติดในประเทศไทยเรามันมีเยอะ โดยมากจะเริ่มต้นจูนเข้าหากัน เวลาไปเจอกันในเรือนจำ ทุกอย่างมักจะเริ่มมาจากจุดนั้น คนนั้นออก คนนี้เข้า ผลัดกันไปผลัดกันมาก็รู้จักกัน จากนั้นก็จะเป็นการเชื่อมกันระหว่างกลุ่มนั้นไปกลุ่มนี้ จนขยายไปใหญ่โตในที่สุด

จากนั้น เด็กคนไหนทำผลงานในสายของตัวเองได้ดี งานเข้าเป้า มีวาทศิลป์ดีๆ สร้างคอนเนกชั่นได้มาก มันก็เหมาะอยู่แล้วที่จะถูกปั้นมาทำหน้าที่เป็น “หน้าฉากสำคัญ” สำหรับการดูแลและผ่องถ่ายทรัพย์สิน ที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด

ทั้งๆ ที่ “ลูกพี่” เจ้าของทรัพย์สินนานาประดามีทั้งหลาย “ตัวจริง” บางที อาจคอยบัญชาการอยู่ใน “คุก” เสียด้วยซ้ำไป

ฉะนั้น สืบไปสืบมาจริงๆ พวกนี้ล้วนแล้วแต่รู้จักกันหมดตั้งแต่อยู่ในเรือนจำแล้ว คนที่ทำหน้าที่ “ดูแล” เครือข่ายทรัพย์สิน เอาให้เห็นภาพง่ายๆ ก็ไม่ต่างจาก ผู้จัดการร้านสะดวกซื้อ ของแต่ละสาขา สักเท่าไรหรอก!

เป็นไปได้หรือ?... คนรับฝาก ไม่รู้..ไม่เห็น ทีมข่าวฯ ยิงคำถาม

ก็คงตอบยาก!... แต่ในเชิงของแนวทางการสอบสวน มักจะเน้นไปในประเด็นว่า...

การจะรับฝากทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากมายขนาดนี้ หากไม่สนิทสนมไว้ใจกันจริงๆ ก็คงยาก..ที่จู่ๆ จะเอาไปให้ใครก็ไม่รู้ไปเก็บไว้ ฉะนั้น กว่าที่จะสนิทสนมกันถึงขนาดนั้น ก็คงจะไม่ใช่การพบปะกันเพียงชั่วข้ามคืน จริงไหม?

กว่าจะไว้ใจกันได้ บางที....อาจต้องทำงานร่วมกันมาแล้วหลายๆ ปี

และแน่นอนเมื่อทำงานร่วมกัน ก็ย่อมเป็นปกติทั่วไป “ที่จะต้องมีผลประโยชน์เกื้อหนุนกันอยู่”

กระบวนการ “หมุนเงิน” ของขบวนการค้ายาเสพติด

เครือข่ายพวกนี้ มักจะใช้วิธีการ นำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด ไปหมุนเวียนตามบัญชีของ “นอมินี” ที่ถูกจ้างไว้เปิดบัญชีปลอมขึ้น ซึ่งมีนับเป็น “ร้อยๆ พันๆ บัญชี” แถมยังมีการแบ่งเป็นสายเป็นทอดๆ เช่น สาย A จาก 1 ไป 2 ไป 3 สาย B จาก 11 ไป 12 ไป 13 เป็นต้น

เพื่อเป็นการป้องกัน ในกรณีที่สายไหนพลาดถูกจับกุม เจ้าหน้าที่รัฐเริ่มเข้าทำการตรวจ จะได้มี สายการเงินสำรอง เอาไว้สำหรับผ่องถ่ายทรัพย์สิน หนีการถูกอายัด หรือยึดทรัพย์ ได้ทันท่วงที โดยเฉพาะทางภาคเหนือ “นอมินี” ที่ถูกจ้างมาเปิดบัญชี ส่วนใหญ่จะเป็นเครือข่ายชาวเขาตามแนวชายแดน

เงินหมุนเวียน ขบวนการค้ายาเสพติด

ไม่อยากพูดนะ เอาเป็นว่า เดือนๆ หนึ่ง ระดับ 3,000 ล้านบาท นี่ถือว่า แค่จิ๊บๆ กล่าวจบ แหล่งข่าวใน ปปง. ก็ถอนหายใจดังเฮือก!

ย้ำอีกครั้ง 3,000 ล้านบาท ใน 1 เดือน ถือว่า จิ๊บๆ

ฉะนั้น แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ คงไม่ต้องแปลกใจกันแล้วนะ เวลาเห็นใครก็ไม่รู้สักคนหนึ่ง ซึ่งมีที่มาที่ไปไม่ชัดเจน แต่พยายามเบ่งกล้าม อวดรวยเป็นไฮโซชั้นสูง ขับ Supercar ระดับ 8 หลัก อวดสังคม

ไฮโซเสิ่นเจ้น เหล่านั้น พวกเค้าทำมาหากินอะไร?

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

จากการให้ปากคำในเบื้องต้นของ "ไซซะนะ แก้วพิมพา" ดันมีเครือข่ายเชื่อมโยงไปถึงเหล่า "คนดัง" ในประเทศไทย ที่อาจจะเข้าไปมีส่วนพัวพันในการทำหน้าที่ "รับฝากทรัพย์สิน" ของ "เจ้าพ่อตัวจริง!" 3 ก.พ. 2560 17:03 4 ก.พ. 2560 10:17 ไทยรัฐ