วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รับรอง "วัคซีนไข้เลือดออก" ลอตแรก..พร้อมฉีดในไทย

ในที่สุดการรอคอยวัคซีนไข้เลือดออกของทั่วโลกมานานกว่า 30 ปี ก็สิ้นสุดลง เมื่อ บริษัท ซาโนฟี่ ปาสเตอร์ จำกัด ประเทศฝรั่งเศส สามารถผลิตวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกเข็มแรกของโลกเป็นผลสำเร็จไปเมื่อปลายปี 2559 ที่ผ่านมา โดยวัคซีนที่ผลิตได้เป็นวัคซีนเชื้อลูกผสม (live chimeric vaccine) ที่ใช้เทคนิคการตัดต่อยีนไวรัสเดงกี่ 4 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ 1, 2, 3 และ 4 (Den-1, DEN-2, DEN-3 and DEN-4 serotypes) เข้ากับยีนของไวรัสไข้เหลือง พัฒนาเป็นไวรัสลูกผสมสายพันธุ์วัคซีน 4 สายพันธุ์ ที่สามารถเพาะเลี้ยงได้ในเซลล์วีโรที่ใช้ผลิตวัคซีน

วัคซีนไข้เลือดออกที่ผลิตได้ครั้งนี้ เป็นวัคซีนผงแห้ง มีอายุ 3 ปี เก็บไว้ที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส ใช้ในคนอายุ 9-45 ปี ใช้สำหรับฉีดใต้ชั้นผิวหนัง การฉีดวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิต้องฉีดทั้งหมด 3 เข็ม ฉีดห่างกันเข็มละ 6 เดือน วัคซีนสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันโรคได้ครอบคลุมไวรัสไข้ เลือดออกทั้ง 4 สายพันธุ์ ในระดับที่แตกต่างกัน

ข้อมูลจากการศึกษาทางคลินิกในระยะที่ 3 พบว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนโดยรวมเท่ากับ 65.6%

โดยวัคซีนได้ผลดีสำหรับเดงกี่ไวรัสสายพันธุ์ 3 และ 4 เท่ากับ 73.6% และ 83.2%

ได้ผลปานกลางสำหรับเดงกี่ไวรัสสายพันธุ์ 1 เท่ากับ 58.4%

ได้ผลน้อยสำหรับเดงกี่ไวรัสสายพันธุ์ 2 คือ 47.1%

สำหรับประเทศไทย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้ข้อมูลว่า สำหรับวัคซีนไข้เลือด ออกหรือวัคซีนเดงกี่ ได้ผ่านการขึ้นทะเบียนในประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2559 โดยสถาบันชีววัตถุได้ประเมินเอกสารตำรับด้านคุณภาพและการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการของ 2 ผลิตภัณฑ์ คือ วัคซีน DENGVAXIA ขนาดบรรจุ 1 โด๊ส และวัคซีน DENVAXIA MD ขนาดบรรจุหลายโด๊ส สำหรับวัคซีนรุ่นการผลิตแรกที่นำเข้าเพื่อใช้ในประเทศไทยเป็นวัคซีน DENGVAXIA ขนาดบรรจุ 1 โด๊ส จำนวน 1 รุ่นการผลิต ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันชีววัตถุ ได้ให้การรับรองอนุญาตจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.2559

“ปกติวัคซีนที่จะมีการใช้ในประเทศไทยต้องผ่านรับรองคุณภาพจากสถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยจะต้องมีการควบคุมรุ่นการผลิตทุกครั้งก่อนจำหน่ายและในการขึ้นทะเบียนวัคซีนทั่วไป สถาบันชีววัตถุจะทำหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญให้กับสำนักคณะกรรมการอาหารและยา ในการตรวจสอบ เอกสารตำรับด้านคุณภาพ ตั้งแต่การผลิตจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป พร้อมตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างวัคซีนทางด้านเคมี-ฟิสิกส์ ความปลอดภัย ความเป็นเอกลักษณ์ ความแรง และความคงตัว เพื่อให้มั่นใจว่าวัคซีนมีคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล” อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ บอก

คุณหมอสุขุม บอกว่า วัคซีนไข้เลือดออกเป็นความหวังเริ่มต้นสำหรับกลุ่มเด็กโตและผู้ใหญ่มากกว่าเด็กเล็ก โดยเฉพาะในคนที่เคยติดเชื้อไข้เลือดออกเดงกี่มาก่อนจะได้ผลดี แต่อาจจะได้ผลน้อยในเด็กเล็ก เพราะ ฉะนั้นในการฉีดวัคซีนป้องกันไข้ เลือดออก จึงกำหนดให้วัคซีนในช่วงอายุ 9-45 ปี ล่าสุดวัคซีนไข้เลือดออกได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วใน 13 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย โดยพบว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้ เลือดออกสามารถลดการนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลได้มากกว่า 60% หลังจากที่ก่อนหน้านี้ โรคไข้เลือดออก เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลก โดยผู้ติดเชื้อบางรายมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

สำหรับการวิจัยวัคซีนไข้เลือดออกในประเทศไทย มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี มี ศ.นพ.ณัฐ ภมรประวัติ เป็นผู้ริเริ่มการวิจัยวัคซีนไข้เลือดออกครั้งแรกในประเทศไทย ความสำเร็จของการมีวัคซีนไข้เลือดออกครั้งนี้ นอกจากจะมีประโยชน์สำหรับประเทศไทยแล้ว ยังมีประโยชน์สำหรับคนที่อยู่ในภูมิภาคเขตร้อนที่เป็นเขตการระบาดของโรค อย่างไร ก็ตาม ยังคงต้องมีการติดตามการใช้วัคซีนต่อในระยะยาว เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลของวัคซีนไข้เลือดออกต่อประสิทธิผลในการช่วยลดความรุนแรงของโรคและเพื่อดูระยะเวลาการมีภูมิต้านทานของโรค

ทั้งนี้ การป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ดีที่สุดนอกจากการฉีดวัคซีน คือ การป้องกันตัวเองไม่ให้ยุงกัดและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทั้งในและนอกบ้าน สวมเสื้อผ้าให้มิดชิด ทายาป้องกันยุงกัด นอนกางมุ้ง หากมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ให้เช็ดตัวลดไข้ ยาลดไข้ที่ปลอดภัย คือ พาราเซตตามอล ไม่ควรซื้อยาแก้ปวดหรือยาแก้อักเสบมารับประทานเอง เพราะอาจทำให้อาการแย่ลง ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน ควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที

สำหรับปี 2559 ที่ผ่านมา ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ระบุว่า มีผู้ป่วยไข้เลือดออกทั้งสิ้น 63,804 ราย เสียชีวิต 64 ราย ลดลงจากปี 2558 ซึ่งมีผู้ป่วยสูงถึง 144,952 ราย เสียชีวิต 148 ราย หรือลดลงมากกว่า 50% และในปี 2560 ตั้งแต่วันที่ 1-17 ม.ค.2560 พบผู้ป่วยไข้เลือดออกแล้ว 741 ราย เสียชีวิต 2 ราย เนื่องจากเข้ารับการรักษาช้า.

3 ก.พ. 2560 11:24 3 ก.พ. 2560 11:36 ไทยรัฐ