วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“สหรัฐฯ” เผชิญกรรมเก่า

ไม่ผิดหวังครับ...ท่านผู้ชม

ก็จะใครเสียอีกล่ะ...“โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ มาทางไหนไปทางนั้น หลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ก็เปิดปฏิบัติอย่างที่ประกาศเอาไว้ตอนหาเสียงทันที

แต่อีกด้านหนึ่งก็เกิดแรงต่อต้านลุกลามออกไปเรื่อยๆ เมื่อมีการชุมนุมคัดค้านนโยบายของเขาขยายตัวออกไปหลายรัฐ

มีภาพ “ทรัมป์” ติดหนวดบนโปสเตอร์เพื่อประจานความ เป็นเผด็จการของเขาไปทั่วประเทศ ไม่ต่างไปจาก “ฮิตเลอร์” แห่งเยอรมนี

หลายประเด็นดูจะบานปลายไปใช่เฉพาะในอเมริกาเท่านั้น แต่ในอียูก็เกิดปัญหาขัดแย้งเมื่อเขาถูกมองว่าทรัมป์คือตัวอันตรายของอียูแม้จะแยกกันไม่ได้ เนื่องจากความผูกพันที่มีต่อกัน เนื่องมาจากมีสายพันธุ์เดียวกัน

แนวคิดของเขาคือพยายามที่จะบอกว่าแต่ละชาติควรหันกลับไปสู่ความเป็นตัวของตัวเอง อย่างที่อังกฤษถอนตัวออกจากอียู ที่เรียกว่า “เบรกซิต”

นั่นเท่ากับทำให้เกิดความหวั่นไหวว่าอียูจะแตกในอีกไม่นานนัก ชาติสมาชิกหลายประเทศมีความพยายามที่จะถอนตัวออกไม่ต่างไปจากอังกฤษ

ตรงนี้แหละคือสิ่งที่สั่นไหวที่สุด

หรืออย่างเม็กซิโกที่เขาประกาศเอาไว้จะสร้างกำแพงปิดล้อม ก็สั่งการในทันที ด้วยการประกาศให้เม็กซิโกออกเงินสร้างกำแพงเอง หากไม่ดำเนินการจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโกให้สูงขึ้น เพื่อทำให้ต้นทุนสูง

แต่เม็กซิโกตอบโต้ว่าจะไม่ทำเรื่องนี้ แม้จะเก็บภาษีสูงขึ้น แต่สินค้าต่างๆที่จะขายให้คนอเมริกันก็ต้องแพงขึ้นแน่นอน

เรื่องที่เป็นผลพวงสะท้อนภาพการเมืองโลกก็คือ การลงนามคำสั่งประธานาธิบดี หรือที่เรียกกันว่า Executive Order พูดง่ายๆไม่ต่างไปจาก ม.44 ของไทยเท่าใดนัก

นั่นคือ การห้ามพลเมืองจาก 7 ชาติ มุสลิมเข้าสหรัฐฯเป็นเวลา 90 วัน

ไล่ตั้งแต่ซีเรีย เยเมน ซูดาน โซมาเลีย อิรัก อิหร่าน ลิเบีย

ที่ออกคำสั่งนี้ก็เพื่อหวังคัดกรองคนจาก 7 ประเทศกันใหม่ อันเป็นผลมาจากการป้องกันการก่อการร้าย และไม่ต้องการให้ผู้อพยพจากประเทศเหล่านี้ ซึ่งมีบัญชีเกี่ยวพันกับกลุ่มก่อการร้าย

แต่ปัญหาก็คือ ไม่ได้มีการเตรียมการให้พร้อม จึงเกิดความวุ่นวายทั้งจากคนที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ และที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯก่อนหน้านี้

มิหนำซ้ำ ศาลสูงของสหรัฐฯก็มีคำวินิจฉัยให้ความคุ้มครอง ซึ่งค้านกับคำสั่งของทรัมป์จนเป็นเหตุให้เขาไม่พอใจอย่างยิ่ง

ตอบโต้ด้วยการสั่งปลดรักษาการรัฐมนตรียุติธรรมทันที

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอเมริกาจึงเกิดความวุ่นวาย เพราะเป็นการแตกแยกทางความคิดที่แก้ไขได้ยากขึ้น

แต่อีกด้านหนึ่ง จากการสำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกัน กลับพบว่าคำสั่งของทรัมป์นั้นมีคนเห็นด้วยมากกว่าฝ่ายที่คัดค้าน

ทั้งๆที่ต่างก็หวาดหวั่นกับเรื่องก่อการร้ายไม่ต่างกัน

สหรัฐอเมริกาวันนี้ หากมองอย่างความเป็นจริงแล้ว ก็ต้องบอกว่ากำลังเผชิญ “กรรมเก่า” ที่ทะลุทะลวงเข้าใส่ไปทุกเรื่อง

ตั้งแต่ตะวันออกกลางไปจนถึงโลกาภิวัตน์

เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่สหรัฐฯคิดเอง ทำเอง ด้วยหลักคิดที่ว่า เพื่อยิ่งใหญ่ ได้ผลประโยชน์ และการครอบครองโลก

แต่วังวนแห่งกรรมเริ่มกลับมาสนองแล้ว.

“สายล่อฟ้า”

3 ก.พ. 2560 10:46 ไทยรัฐ