วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผ้าทอลายยอดหน่อไม้ ฝีมือสตรีศรีดอนชัย

เมื่อปี 2532 แว่นแก้ว ภิรมย์พลัด จากตำบลศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีโอกาสไปดูงานกับพัฒนาชุมชนที่วัดดอยสเก็น จังหวัดเชียงใหม่ เห็นเขาตั้งกลุ่มทอผ้า ก็เกิดความคิด

“ผู้หญิงในหมู่บ้านหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวก็ว่างงาน ถ้าตั้งกลุ่มทอผ้า ขึ้นมาบ้างคงจะดี”

โดยปกติ ผู้หญิงบ้านศรีดอนชัย เป็นชาวบ้านในชุมชนชาวไทลื้อ 4 หมู่บ้าน หนึ่งบ้านศรีดอนชัย หมู่ที่ 7 สองบ้านศรีชัยมงคล หมู่ที่ 12 สามบ้านศรีมงคล หมู่ที่ 14 และสี่บ้านศรีดอนชัย หมู่ที่ 15

ชุมชนแห่งนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานที่สืบทอดภูมิปัญญามาจากบรรพบุรุษ แคว้นสิบสองปันนา สาธารณรัฐประชาชนจีน มีฝีมือในการทอผ้าใส่กันทุกหลังคาเรือน

ปี 2533 แว่นแก้วประกาศรับสมัครแม่บ้าน แต่มีคนสนใจมาสมัครแค่ 12 คน กระนั้นก็ยังทำโครงการไปเสนอพัฒนาชุมชนได้งบมา 8,000 บาท

แว่นแก้วเริ่มต้นที่สภาตำบลศรีดอนชัย จ้างวิทยากรมาอบรมทักษะการทอผ้า ตอนเที่ยงก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไปกินข้าวกับกลุ่มสมาชิก ค่ำก็ต้องไปรับวิทยากรมานอนที่บ้าน

ลายผ้าที่กลุ่มสตรีทอผ้าศรีดอนชัยทอนั้น เป็นลายเอกลักษณ์ของชาวไทลื้อ เรียกว่าลายน้ำไหล ภาษาไทลื้อเรียกว่า ซิ่นเกาะล้วงมีหลากหลายลาย

เช่น ลายเกาะพาน ลายเกาะขัน ลายเกาะเครือ คือเถาวัลย์ต้นไม้ ลายงูลอย (งูลอยอยู่ในน้ำ)

ส่วนลายเกาะยอดหน่อไม้ เป็นลายจินตนาการของคนเฒ่าคนแก่ ที่ไปในป่า เห็นหน่อไม้ก็เอามาเป็นลายผ้า เป็นภูมิปัญญาแบบชาวบ้าน

แว่นแก้วบอกว่า ย่าเป็นคนสอนการทอผ้าให้ การทอคือยกลาย ขึ้นแล้วใช้กระสวยพุ่งไป เรียกว่าลายดอกพุ่ง ถ้าอีสานเรียกว่าลายขิด เหมือนเป็นการสะกิดฝ้ายขึ้นมา ส่วนลายเกาะจะใช้จินตนาการของตัวเอง ในการทอ ผ้าแต่ละผืนลายจะไม่ซ้ำกัน

วัตถุดิบในการทอ ถ้าเป็นฝ้ายจะปลูกกันเอง ปลูกกันตามหัวไร่ ปลายนา ผู้ชายจะปั่นฝ้ายด้วยมือ เป็นฝ้ายเส้นมาขายเป็นกิโลกรัม ให้กับทางกลุ่มแม่บ้าน

น่าสังเกตว่าลายทั้งหมดนั้นล้วนมาจากสิ่งที่ชาวบ้านพบเห็นในชีวิตประจำวัน แล้วนำเอาภาพเหล่านั้นมาสร้างสรรค์เป็นลายผ้า นอกจากเป็นเอกลักษณ์ของชาวไทลื้อแล้ว ยังเป็นภาพแสดงวิถีความเป็นอยู่ของชาวบ้าน

ปี 2534 ผ้าที่ทอเริ่มขายได้ มีแม่บ้านสนใจเข้ามาเพิ่มจาก 12 คน เป็น 20 คน ปี 2535 มีเข้ามาเพิ่มเป็น 50 คน

เมื่อคนมากขึ้น ที่ทำการก็แคบลง

แว่นแก้วยังไม่มีเงิน แต่ก็ไปเจรจาขอซื้อที่กับกำนัน กำนันก็ใจดี ให้ที่กว่าหนึ่งงาน ราคาหนึ่งแสนบาท กำนันลดให้ ด้วยเงื่อนไขขอบริจาคให้หนึ่งหมื่นบาท ตกลงแว่นแก้วซื้อที่ดินในราคาเก้าหมื่น

เมื่อแม่บ้านรู้ข่าวจะมีศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ ก็แห่กันมาสมัคร จาก 50 คน กลายเป็น 214 คน

กลุ่มสตรีทอผ้าศรีดอนชัยเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ปัญหาแรก แว่นแก้ว ต้องจัดประชุมว่า จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าที่ ได้ข้อสรุปแม่บ้านช่วยกันบริจาคผ้าถุงคนละชิ้นสองชิ้น ให้ได้คนละ 500 บาท เอามาเป็นค่าซื้อที่

พอเริ่มต้นเดินหน้า โชคดีชั้นแรกก็เกิดขึ้น สมเด็จพระศรี นครินทราบรมราชชนนี ที่แว่นแก้วเรียกท่านว่า สมเด็จย่า เสด็จมาสร้างพระตำหนักดอยตุง ตั้งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง

วันนั้นแว่นแก้วเอาผ้าไปฝากขายที่ร้านเรืองศรี อำเภอแม่จัน คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการ โครงการพัฒนาดอยตุงมาเห็น ก็ถามว่าผ้ามาจากไหน

แว่นแก้วบอกแล้ว คุณหญิงพวงร้อยขอไปดูแหล่งผลิต ก็เห็นรายชื่อบริจาคติดอยู่ที่ผ้า

“บริจาคผ้าไปทำอะไร” คุณหญิงถาม

“บริจาคซื้อที่ดินสร้างอาคาร พวกเรายังไม่มีเงินจ่ายค่าที่” แว่นแก้วตอบ

โชคดีชั้นที่สองก็เกิดตาม คุณหญิงพวงร้อยบอกว่า จะช่วยเอาผ้าไปขายที่พระตำหนักดอยตุง แล้วจะโอนเงินมาให้

ภายในปีเดียวเท่านั้น แว่นแก้วได้เงินจ่ายค่าที่ ขณะคุณหญิงพวงร้อย ยังคงรับผ้าไปขายให้ต่อไปเรื่อยๆ

รายได้แม่บ้านที่ทอจะให้เป็นชิ้น เริ่มที่ 1,200 บาท ผ้าพื้นให้เมตร ละ 50 บาท คณะกรรมการจะเป็นคนประเมินราคา ก่อนจะประเมินราคา ก็ต้องนั่งทำลายผ้าดูว่าหนึ่งชั่วโมงทอได้เท่าไหร่ แล้วมาคิดราคาให้

จากลูกค้าที่โครงการพัฒนาดอยตุงเคยขายให้ ลูกค้าผ้าของกลุ่มสตรีทอผ้าศรีดอนชัย เลขที่ 188 หมู่ 14 บ้านศรีมงคล ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ก็ขยายไปขายทางเฟซบุ๊กและทางไลน์

“ถ้ามีงานประจำจังหวัดก็จะไปออกบูธ อย่างงานไม้ดอกอาเซียนเชียงราย เมื่อก่อนเคยไปเมืองทองบ่อย เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยไป เพราะไม่คุ้มค่าเดินทาง” แว่นแก้วว่า

หลายปีก่อน กลุ่มสตรีทอผ้าศรีดอนชัยเกือบจะซบเซา โชคดีมีงานใหม่เข้ามา เมื่อแว่นแก้วทอพาสีเหลืองไปถวายในงานฉลองพัดยศ เจ้าอาวาส ท่านกลับไม่ใช้ เอาไปถวายต่อให้เจ้าคณะอำเภอ ท่านก็บอกว่าผ้าสวย ไม่ใช้เอาไปถวายต่อเจ้าคณะจังหวัด

พอเจ้าคณะจังหวัดเห็น บอกว่า ผ้าห่มสวย เหมาะกับพระเณรทางบ้านเราที่อากาศหนาวเย็น เจ้าคณะจังหวัดก็บอกว่า จะมีการประชุมพระผู้ใหญ่กว่า 300 รูป ที่จังหวัดเชียงราย สั่งผ้ากับแว่นแก้ว 300 ผืน

หลังจากวันนั้น ออเดอร์ของพระก็เข้ามามากมาย ทั้งผ้ารัดอก ผ้าห่ม ผ้าพันคอ สีราชนิยม สีหมากสุก สีกรัก

ถามแว่นแก้วว่าบริหารงานอย่างไรให้กลุ่มเข้มแข็ง

แว่นแก้วตอบว่า มีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น คณะกรรมการบริหารต้องมีความซื่อสัตย์ ความอดทน และไม่เอาเปรียบลูกน้อง ทำให้เขารู้สึกว่า ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ เขาก็อยู่กับเราได้

สมาชิก 200 กว่าคน แบ่งคณะกรรมการออกเป็นเก้าเขต จากสี่หมู่บ้าน แต่ละเขตส่งคณะกรรมการเข้ามา 3 คน มีคณะกรรมการทั้งหมด 27 คน ถ้ามีปัญหาอะไรก็ให้ฝากหัวหน้าเขตเข้ามา

เวลามีการประชุมใหญ่ ถ้าใครมีปัญหาข้องใจ ก็ให้เขาพูด เราจะได้รู้ความในใจแล้วจะได้แก้ปัญหา

“ตอนนี้มีสมาชิกที่เป็นวัยรุ่นอายุ 20 กว่าให้ความสนใจในการทอ เราจึงมีโครงการ กศน.พี่สอนน้องเข้ามาช่วย”

ปีนี้แว่นแก้วตั้งใจจะวางมือ แต่ฝึกคนใหม่มาแทนมือยังไม่ได้ เพราะยังไม่แกร่งพอ

“การประชุมมีสมาชิก 200 กว่า ถ้ายังควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ป้าก็คิดว่าจะอยู่ต่ออีกสักพัก เพื่อหาคนที่มาแทน”

ผ้าลายเกาะพาน เกาะขัน ของกลุ่มสตรีทอผ้าศรีดอนชัยได้รับรางวัลชนะเลิศ โครงการ “สุดยอดผ้าไทย 4 ภูมิภาค” การประกวดผ้าทอผืนงาม ประเภทผ้าฝ้าย

แว่นแก้วรับรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี ณ ห้องรอยัลจูบิลี่ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2559

ถือเป็นรางวัลแห่งความภูมิใจของกลุ่มสตรีทอผ้าศรีดอนชัย.

3 ก.พ. 2560 10:36 3 ก.พ. 2560 10:38 ไทยรัฐ