วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปฏิรูปสื่อ?

ปฏิรูปสื่อ?

  • Share:

ท่านนายกประยุทธ์บอกว่า อะไรๆก็ปฏิรูปกันไปแล้ว สื่อน่าจะต้องปฏิรูปตัวเองบ้าง ผมฟังแล้วก็เป็นเหตุเป็นผล ที่พวกที่เผลอเรียกตัวเองว่า “สื่อ” จะต้องฟัง

และความพยายามที่จะปฏิรูป...สื่อนั้น ที่จริงก็เดินหน้าไปได้ดี เช่น มีการชักชวนพวกสื่อไปคุย ทำนองว่าสื่อนั่นแหละจะต้องคิดปฏิรูปกันเอง

พอฟังข้าง “สื่อ” เสนอร่างปฏิรูปสื่อไปให้สภาปฏิรูปแล้ว แต่ผล กลายเป็นร่างฉบับตามใจคนในรัฐบาล

ข้อที่ฝ่ายสื่อรับไม่ได้ก็คงเป็นเรื่องนักข่าวต้องมีใบอนุญาต เหมือนทนาย

อีกมุมของการมี “ใบอนุญาต” รัฐบาลท่านว่าจะได้ตั้งกองทุนสวัสดิการช่วยดูแลเวลาสื่อมีปัญหา หรือตกงาน...ข้อเสนอนี้ ผมว่าโดนใจสื่อจนๆจำพวกนกน้อยในไร่ส้มหลายคน

ฟังทั้งสองข้างต่างก็ “หวังดี” ด้วยจุดหมายอยากให้บ้านเมืองดีด้วยกัน

ทุกครั้งที่มีข้อเสนอให้ปฏิรูปสื่อ ไม่ว่าจะให้อำนาจรัฐช่วยคุม หรือสื่อคุมกันเอง สื่อแก่ๆอย่างผมที่อยู่กับหนังสือพิมพ์มากว่าสี่สิบปี ก็มักเกิดอาการขำขันเหมือนอ่านขายหัวเราะ

พูดกันเฉพาะสื่อกระดาษ ซึ่งกาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้ เคยเป็นเหมือนมหาอำนาจชี้ถูกชี้ผิด ชี้เป็นชี้ตาย...ถึงขนาดเป็นตัวการล้มรัฐบาล...

ในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง...เจ้าของคนลงทุน ก็ต้องทำหนังสือให้ขายได้ ใช้หลักการค้าคือหากำไร แต่ลูกจ้างตั้งแต่นักข่าว หัวหน้าข่าว คอลัมนิสต์ ฯลฯ ก็ยังต่างจิตต่างใจ

คนที่ยึดอุดมการณ์ สื่อเข้มข้น สื่อโดยใช้หลักประโยชน์ประชาชน เป็นใหญ่ ก็มักจะอยู่กับนายทุนไม่ได้นาน ที่เหลืออยู่ก็ต้องประคับประคองตัวเอง ครึ่งๆกลางๆ

ช่วงเวลาเผด็จการ ถ้ารัฐบาลพลาดจะวิพากษ์วิจารณ์เต็มที่ก็ต้องยั้งมือไว้ไมตรี...เพราะนั่นอาจเป็นเงื่อนไขความมั่นคงของโรงพิมพ์

และบางครั้งหากสื่อไม่เป็นธรรมกับชาวบ้าน ชาวบ้านก็ร้องกับสภาสื่อฯ...และเมื่อสภาสื่อฯมีหนังสือมาทักท้วง เจ้าของสื่อท่านจะฟัง หรือไม่ฟัง ก็เป็นเรื่องที่รู้กันอยู่กับใจ

อีกเรื่องที่แอบขำกันในใจ คนในสภาสื่อฯนั้น อีกบทหนึ่งก็คือลูกจ้าง มาจากหนังสือพิมพ์...คราวใดที่ลูกจ้างทำหนังสือมาสั่งนายจ้าง ผมฟังแล้วก็ขำกลิ้ง

ยังมีเรื่องปลีกย่อย...เช่น ลูกจ้างพิพาทกับนายจ้าง สภาสื่อฯจะช่วยได้แค่ไหน...เพราะลำพังองค์การสื่อ ก็ต้องประคองตัวเองหลายครั้ง ก็ต้องขอเงินหนุนจากนายทุน

รวมๆความว่าเป็นปัญหาของสื่อ ที่จะต้องหวานอมขมกลืนกันเอง

เมื่อบรรยากาศมหาอำนาจของสื่อกระดาษ เปลี่ยนไป สื่อทีวีหลายช่องเอาตัวไม่รอด เปลี่ยนมือให้นายทุนใหญ่ไม่ซ้ำหน้า เรื่องขำขันก็คือ

ฝ่ายรัฐทั้งจ้องจะแบมือเอาเงินค่าผูกขาด ทั้งอยากควบคุมให้สื่ออยู่ในมือ

มาถึงสื่อแห่งยุคสมัย สื่อออนไลน์ สถานการณ์ชัดเจน...คนที่มีโทรศัพท์มือถือในมือ เป็นสื่อได้ทุกคน ทุกเวลา

เกิดเงื่อนไขใหม่ สื่อออนไลน์ควบคุมได้หมด ควบคุมสื่อกระดาษ สื่อทีวี สื่อวิทยุ และควบคุมรัฐบาล พลาดพลั้งอะไร เรื่องที่เคยหมกเม็ดกันได้จะเป็นเรื่องใหญ่ในพริบตา

“สื่อ” วันนี้ไม่ใช่หนังสือพิมพ์หัวสี ทีวีไม่ใช่ละครน้ำเน่า ออนไลน์ไม่ใช่มีแต่เรื่องกระต่ายตื่นตูม

สถานการณ์สื่อวันนี้มีดุลอำนาจควบคุมและคานกันเอง ไม่มีใครใหญ่จริงชี้นิ้วใครได้

ถ้ารัฐบาลนิยามความหมายสื่อได้ถูกต้อง ก็จะได้ดวงตาเห็นธรรม ...หันไปตั้งใจแก้ปัญหาของบ้านเมือง โดยใช้สื่อทุกสื่อเป็นผู้ช่วยสำคัญ

เพราะความจริงนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมา สื่อไม่เคยเป็นศัตรูกับผู้ใด นอกจากพวกโจรฉ้อฉลปล้นแผ่นดิน.

กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้