วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปรับแนวคิดที่ต่างกัน

ปรับแนวคิดที่ต่างกัน

  • Share:

หลังจากที่ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปสื่อมวลชนของ สปท. ยืนยันแข็งกร้าว ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงใดๆ แต่จะเดินหน้าเสนอร่างกฎหมายสื่อมวลชนต่อไป การคัดค้านเพิ่มระดับความเข้มข้นยิ่งขึ้น สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยเรียกร้องบรรดาองค์กรด้านสิทธิเสรีภาพ และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อให้ร่วมคัดค้านโดยพร้อมเพรียงกัน

นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า การปฏิรูป ต้องกำหนดมาตรฐานทุกอาชีพ องค์กรสื่อควบคุมกันไม่ได้มากนัก โดยเฉพาะในเรื่องจรรยาบรรณ อันได้แก่การสื่อสารให้ประชาชนมีโอกาสเลือกรับฟังต้องมีข้อมูลทั้งสองฝ่าย ไม่เอียงข้างใดข้างหนึ่ง แบบนั้นทำให้ประเทศสับสนวุ่นวาย ประชาชนขัดแย้งกัน รัฐบาลและข้าราชการทำงานไม่ได้ แต่เรื่องนี้ สปท. เป็นผู้เสนอไม่ได้สั่งเขา

ส่วนประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แสดงความเห็นว่าการออกกฎหมายต้องยึดโยงรัฐธรรมนูญ เพราะหากทำอะไรที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ จะเป็นเหตุในการต่อสู้ในภายหลังว่า กฎหมายใช้บังคับไม่ได้ และยอมรับว่าสื่อเป็นอาชีพพิเศษ ถ้าสื่อเขียนกฎหมายสื่อเองจะเข้าใจง่ายกว่า ขณะที่ กรธ.บางท่านบอกว่าอาจขัดต่อร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ

ต้องถือว่าเป็นความคิดเห็นที่ต่างกัน เนื่องจากมีแนวความคิดที่ต่างกัน ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยการกำกับดูแลสื่อในยุคหลอมรวม เสนอแนะทางออกให้สองฝ่ายหารือกันฉันมิตร และเปิดใจกว้าง บนพื้นฐานของความเชื่อเรื่องเสรีภาพ ไม่ใช่บนฐานความคิดที่จะให้รัฐควบคุมสื่อ

การออกกฎหมายควบคุมสื่อ มาจากแนวความคิด “อำนาจนิยม” ในสมัยที่ประเทศส่วนใหญ่เป็นเผด็จการ หลายศตวรรษมาแล้ว ที่เห็นว่าผู้นำประเทศเป็นผู้ฉลาดปราดเปรื่อง รู้แจ้งปัญหาของรัฐและกิจการของประเทศ ส่วนประชาชนทั่วไปรวมทั้งสื่อ (ยุคนั้นคือหนังสือพิมพ์) ไม่รู้เรื่องรู้ราว รัฐบาลจึงต้องควบคุมการเสนอข่าวและความคิดเห็น

ตรงกันข้ามกับแนวคิดแบบ “อิสรภาพนิยม” ที่เกิดขึ้นในภายหลัง ถือว่ามนุษย์ต่างจากสัตว์โลกอื่นๆ เพราะมีความสามารถในการคิด มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีเหตุผล มีสติปัญญาที่จะรู้ผิดชอบชั่วดี แต่ละคนมีความคิดเห็นแตกต่างกัน จึงควรปล่อยให้แต่ละคนแสดงความคิดเห็นโดยอิสระและแข่งขันกัน ทุกคนควรมีขันติธรรม อดทนรับฟังความเห็นต่าง

สิ่งที่องค์กรสื่อกังวลก็คือ หากรัฐบาลส่งคนของรัฐเข้าไปมีส่วนควบคุมสภาวิชาชีพสื่อ มีอำนาจถอนใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ จะทำให้สื่อขาดเสรีภาพในการเสนอข้อมูลข่าวสารและความคิดเห็น ประชาชนขาดสิทธิในการเข้าถึง และรับรู้ข้อมูลข่าวสารรวมทั้งความเห็น เช่น การทุจริตคอร์รัปชันในวงราชการ เสมือนหนึ่งประชาชนถูกปิดปาก ปิดหู และปิดตา.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้