วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โลกโซเชียลขู่ฆ่า ‘บิ๊กป้อม’ ออกมาปูด

อ้างบิ๊กตู่โดนด้วย โต้ไม่มีปฏิวัติซ้อน ถ้าเกิด‘ปรองดอง’

“บิ๊กป้อม” โต้ปฏิวัติไม่เกิดขึ้นง่ายๆ เหมือนเว็บไซต์มะกันระบุ ชี้ถ้าปรองดองกันได้ ร่วมมือกันดี ไม่มีรัฐประหารเกิดขึ้นในไทยแน่ พร้อมยันทหารเป็นหนึ่งเดียวไม่มีปฏิวัติซ้อน ปูดถูกขู่ฆ่าบนโลกโซเชียล ต้องระวังตัวแจ ถามสื่อทำไมไม่สนใจบ้าง เผย “บิ๊กตู่” ก็โดนเหมือนกัน ด้าน ผบ.ทบ.สั่ง รปภ.เข้มผู้นำรัฐบาล เชื่อเรื่องมีมูล ชี้ “บิ๊กป้อม” ตกเป็นเป้าเพราะเป็นหัวใจของความมั่นคง ลั่นยุคนี้ไม่มีปฏิวัติแน่ พท.เย้ยปูดข่าวลอบสังหารกลบข่าวฉาวโฉ่ องค์กรสื่อยื่นหนังสือ สปท.ค้านรัฐควบคุม แทรกแซง บี้เปลี่ยนตัวประธาน กมธ.ปฏิรูปสื่อ ขณะที่ 4 ตัวแทนสื่อลาออกอนุ กมธ. “มีชัย” แนะสื่อเจรจาอย่าใช้วิธีบอยคอต ด้านพรรคการเมืองจี้ผู้มีอำนาจตั้งสติทบทวน ด้านวิป สปท.สั่งเบรกร่าง ก.ม.คุมสื่อ ให้ กมธ.ไปปรับปรุงก่อนเสนอใหม่ใน 2 สัปดาห์ “พรเพชร” ตั้งแล้ว 7 กก.สอบสินบนซีซีทีวี

หลังจากเว็บไซต์วอชิงตันโพสต์ ของสหรัฐอเมริกา รายงานบทวิเคราะห์ว่า ไทยติดอันดับ 2 ของประเทศที่มีความเป็นไปได้ในการเกิดปฏิวัติรัฐประหารในปี 2560 ทำให้ผู้มีอำนาจฝ่ายความมั่นคงออกมาตอบโต้ประเด็นดังกล่าว ขณะเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยังออกมาเผยว่า ตัวเองโดนขู่ฆ่าบนโลกโซเชียล

“บิ๊กป้อม” ชี้ไม่มีปฏิวัติถ้าปรองดอง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 ก.พ. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีเว็บไซต์วอชิงตันโพสต์ ของสหรัฐอเมริกา รายงานบทวิเคราะห์ว่าประเทศไทยติดอันดับ 2 ของประเทศที่มีความเป็นไปได้ในการเกิดปฏิวัติรัฐประหารในปี 2560 ว่า เรื่องนี้ยืนยันและให้ความมั่นใจได้ว่า ทหารไม่มีใครอยากปฏิวัติรัฐประหาร นอกจากประเทศเดินหน้าต่อไปไม่ได้ แต่ถ้าเราปรองดองกันและทุกฝ่ายให้ความร่วมมือกันแล้ว คิดว่าการทำปฏิวัติรัฐประหารไม่มีทางเกิดขึ้น อีกทั้งทหารก็อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาล เมื่อถามว่า ถ้าเราทำเรื่องปรองดองสำเร็จแล้วจะไม่มีโอกาสเกิดปฏิวัติรัฐประหารใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า โอกาสไม่เกิดมีสูงมาก ถ้านักการเมืองทั้งหมดสามารถคุยกันได้ และสามารถดูแลประชาชนได้ ฝ่ายทหารก็อยู่ภายใต้นักการเมือง หากตกลงกันได้หมดแล้วไม่มีความขัดแย้ง ก็จะหาทางว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติอย่างไรต่อไป

ทหารเป็นหนึ่งเดียวไม่ปฏิวัติซ้อน

เมื่อถามว่า ในรายงานบทวิเคราะห์เขียนเหมือนว่ารัฐบาลชุดนี้จะถูกล้มโดยการปฏิวัติรัฐประหารซ้อน พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มี เพราะทหารเป็นหนึ่งเดียว ยืนยันว่าไม่มีปฏิวัติรัฐประหารซ้อน รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็เป็นหนึ่งเดียว เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ทำทุกอย่างเพื่อประเทศ มีเพียงแต่สื่อมวลชนคิดเรื่องการปฏิวัติ อีกทั้งรายงานบทวิเคราะห์ของเว็บไซต์วอชิงตันโพสต์ก็เขียนไปแบบนั้น แต่ที่มีคนเขียนหรือโพสต์ว่าจะฆ่าตน ทำไมสื่อมวลชนไม่มาสอบถามกันบ้าง

เผยถูกขู่ฆ่าบนโลกโซเชียล

“เรื่องนี้ไม่ทราบแน่ชัด แต่จากการตรวจสอบพบในโซเชียล ส่วนจะเป็นฝ่ายการเมืองหรือไม่นั้นผมไม่ทราบ ให้สื่อไปดูกันเอง ผมไม่รู้ว่าใครมาขู่ฆ่าผม ไม่รู้จริงไหมไปดูเอาสิ ในโซเชียลน่ะ ไม่รู้ฝ่ายไหนเหมือนกัน” พล.อ.ประวิตรกล่าว เมื่อถามว่า รู้สึกหวั่นไหวกับเรื่องดังกล่าวหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า จะหวั่นไหวหรือไม่หวั่นไหว ก็ต้องระวังตัว แต่อย่างไรก็ตาม ตนทำงานเพื่อบ้านเมือง ทั้งนี้ก็ต้องวิเคราะห์ข่าวดังกล่าวว่ามีมูลความจริงอย่างไร ส่วนสาเหตุที่พุ่งเป้ามาที่ตนนั้นไม่ทราบเหมือนกันว่าเพราะอะไร

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองทัพบกว่า ขณะนี้ฝ่ายข่าวกรองกำลังตรวจสอบกรณีที่มีคนโพสต์ข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดีย ถึงการลอบสังหาร พล.อ.ประวิตร โดยก่อนหน้านี้ทางกองทัพบกได้ตรวจพบคนโพสต์ข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดีย ลอบสังหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งคนที่โพสต์เปิดร้านอยู่ที่ห้างดังแห่งหนึ่งใน กทม.

ผบ.ทบ.สั่ง รปภ.เข้มผู้นำรัฐบาล

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ระบุว่ามีคนโพสต์จะลอบสังหารผ่านโซเชียลมีเดียว่า หากถามว่ามีคนคิดเรื่องนี้หรือไม่ก็อาจจะมี ที่ผ่านมาเราวางระบบรักษาความปลอดภัยค่อนข้างเข้มงวด ใครที่เป็นเป้าหมายเราก็ดูแล ในเวลานี้เราเต็มที่ในการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญในรัฐบาล เมื่อถามว่า ข่าวเชื่อถือได้หรือไม่ เพราะเรื่องการลอบสังหารมีอยู่ทุกยุคทุกสมัย พล.อ.เฉลิมชัยตอบว่าเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ในโซเชียลเวลานี้ใครคิดอะไรก็เขียนได้ เมื่อถามว่า มีการตรวจพบว่าเจ้าของร้านในห้างดังแห่งหนึ่งโพสต์ขู่สังหารรองนายกฯ พล.อ.เฉลิมชัยตอบว่าหากมีประเด็นก็ต้องตาม ถ้าเจออะไรก็ว่ากันไป มั่นใจว่าเราสามารถรักษาความปลอดภัยผู้นำสำคัญในรัฐบาลได้

วิเคราะห์เหตุ “บิ๊กป้อม” ตกเป็นเป้า

เมื่อถามว่า ต้องตรวจสอบที่มาของข่าวด้วยหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยตอบว่า คิดว่าท่านนายกฯ และรองนายกฯ ได้สั่งการไปแล้ว ปกติกระบวนการด้านการข่าวก็จะมีสิ่งบอกเหตุอยู่ แต่ขณะนี้ตนยังไม่มีข้อมูล เมื่อถามว่า ในอดีตทางการเมืองไม่เคยรุนแรงถึงขนาดนี้ พล.อ.เฉลิมชัยตอบว่า คงยังไม่เปลี่ยนแต่ก็ไม่ประมาท และสถานการณ์ในปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ที่ทุกคนอยากให้บ้านเมืองสงบเพื่อเดินไปข้างหน้า เชื่อว่าไม่มีอะไรคนขู่ก็ขู่ไป เมื่อเป็นการขู่ที่ล่วงเกินกฎหมายก็ต้องดำเนินการ ส่วนที่ พล.อ.ประวิตรกลายเป็นเป้าในขณะนี้ ตนมองว่าเพราะท่านเป็นหัวใจของความมั่นคง

“บิ๊กเจี๊ยบ” ลั่นยุคผมไม่มีปฏิวัติแน่

พล.อ.เฉลิมชัยยังกล่าวถึงกรณีเว็บไซต์วอชิงตันโพสต์วิเคราะห์ว่าประเทศไทยเสี่ยงเกิดรัฐประหารเป็นอันดับ 2 ของโลกว่า เรื่องนี้สื่อเชื่อหรือไม่ฝรั่งก็พูดไป คนไทยมีสมองรู้จักคิด เราอยู่ในพื้นที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เรื่องการปฏิวัติเคยพูดไปเมื่อวันที่ 3 ต.ค.2559 หลังจากมอบนโยบายให้กองทัพบก ในช่วงที่ตนรับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกว่าไม่มีแน่นอน ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. มอบหมายให้เลขาฯ คสช.อนุมัติเคลื่อนกำลังอาวุธแทนนั้น ในอดีตการเคลื่อนย้ายอาวุธยุทโธปกรณ์ต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้า คสช. แต่เนื่องจากปัจจุบันหัวหน้า คสช.มีงานมาก เพื่อเป็นการลดขั้นตอนจึงมอบให้เลขาฯ คสช.รับผิดชอบแทน ส่วนจะสะท้อนถึงความไว้วางใจ ของนายกรัฐมนตรีต่อเลขาฯ คสช.หรือไม่นั้น คงไม่ใช่ตนคนเดียว ท่านนายกฯไว้ใจทุกคน ทั้งนี้ภาพรวมเรื่องความมั่นคงมีความเป็นเอกภาพอยู่แล้ว นายกรัฐมนตรีไว้ใจผู้นำเหล่าทัพทุกคน ไม่ใช่เฉพาะตนคนเดียว

ปชป.บอกไทยเต็งหนึ่งรัฐประหาร

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีที่สำนักข่าววอชิงตันโพสต์วิเคราะห์ว่า ประเทศไทยมีโอกาสเกิดการรัฐประหารเป็นอันดับสองของโลกนั้น น่าจะวิเคราะห์ผิด ตนคิดว่าประเทศไทยน่าจะมีโอกาสที่จะเกิดการรัฐประหารได้มากเป็นอันดับหนึ่งของโลก เพราะสามารถเกิดการรัฐประหารได้ตลอดเวลา แม้ตอนนี้จะเป็นรัฐบาลทหารก็ตาม เพราะวัฏจักรในการรัฐประหารของประเทศไทยเป็นประเพณีที่สืบเนื่องกันมานับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เฉลี่ยไม่เกิน 10 ปี จะเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งสลับกับการทำรัฐประหาร โดยทหารแต่ละยุคจะมีพัฒนาการของการรัฐประหาร ถ้าเห็นว่าถ้ารัฐบาลจากการเลือกตั้งเป็นภัยกับความมั่นคง มีการทุจริตอย่างมโหฬาร หรือเมื่อบ้านเมืองเดินมาถึงทางตัน ทหารก็จะออกมาทำรัฐประหาร ตนเชื่อว่าการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายของประเทศไทยแน่นอน

พท.เย้ยกลเกมกลบข่าวคอร์รัปชัน

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ออกมาระบุมีผู้โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่าจะลอบสังหารว่า ถ้าคนระดับรองนายกฯ ยังถูกขู่ลอบสังหารแล้วประชาชนทั่วไปจะอยู่กันได้อย่างไร เรื่องนี้เมื่อมีการโพสต์ในโซเชียลมีเดียก็ตามตัวได้ไม่ยาก รัฐบาลต้องเอาตัวผู้โพสต์และข้อเท็จจริงมาเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ ถ้ากรณีนี้เกิดขึ้นจริงมองได้ 3 ทางคือ 1.ผู้โพสต์เป็นคนที่รัก พล.อ.ประวิตร โพสต์ข้อความดังกล่าวเพื่อให้เห็นว่า พล.อ.ประวิตรทำงานดีจนขัดผลประโยชน์คนบางกลุ่มถึงขั้นต้องปองร้าย 2.ผู้โพสต์ไม่ชอบ พล.อ.ประวิตร ที่มีส่วนร่วมกับการรัฐประหารจนทำให้ประเทศเกิดความเสียหายเลยอยากปองร้าย 3.ขณะนี้รัฐบาลมีปัญหาเรื่องคอร์รัปชันที่ถูกจัดอันดับให้ต่ำกว่าเดิมเลยอาจเป็นการสร้างเรื่องนี้มากลบเกลื่อนข่าวดังกล่าวหรือไม่

องค์กรสื่อบี้ สปท.เปลี่ยนตัว “คณิต”

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา ตัวแทนสมาพันธ์และสมาคมสื่อมวลชน นำโดยนายวันชัย วงศ์มีชัย ประธานสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายเทพชัย หย่อง นายกสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ไทย นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ยื่นหนังสือถึงนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการสื่อสารมวลชน สปท.ที่เตรียมจะนำเข้าสู่ที่ประชุมกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) ในวันนี้ โดยระบุสาระสำคัญการคัดค้านในหนังสือว่า ต้องการให้ สปท.ชะลอการรับรองร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพฯ และให้ กมธ.สื่อสารมวลชน นำเนื้อหาไปทบทวนให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ รวมทั้งขอให้เปลี่ยนบุคคลที่ทำหน้าที่ประธาน กมธ.ด้านสื่อมวลชน ที่มี พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร สปท. เป็นประธาน และคัดเลือกผู้มีความรู้ ความเข้าใจต่อการปฏิรูปสื่อมวลชนทำหน้าที่แทน

หน่วยงานรัฐแทรกแซงย้อนสู่ยุคมืด

นายเทพชัย หย่อง นายกสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ไทย กล่าวว่า องค์กรสื่อไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ส่วนการกล่าวอ้างว่ามีตัวแทนสื่อมวลชนร่วมรับประทานอาหารกับ กมธ.สื่อมวลชน และให้ความเห็นชอบเนื้อหาร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่เป็นความจริง เป็นการบิดเบือน องค์กรสื่อมวลชนพร้อมเข้าสู่วาระการปฏิรูป แต่ต้องเป็นกลไกที่ไม่มีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาดำเนินการ เพราะมีความกังวลว่าจะถูกแทรกแซง ทำให้สถานการณ์เสรีภาพสื่อมวลชนย้อนไปสู่ยุคมืด

4 ตัวแทนสื่อไขก๊อกพ้นอนุ กมธ.

ที่รัฐสภา นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล น.ส.สุวรรณา สมบัติรักษาสุข นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ และ น.ส.อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านสื่อสิ่งพิมพ์ กมธ.สื่อสารมวลชน สปท. ต่อนางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด ประธานอนุกรรมาธิการ เพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพฯ โดยนายจักร์กฤษกล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯมีข้อเสนอแตกต่างจากข้อเสนอของคณะอนุกรรมาธิการฯหลายประเด็น ขัดแย้งกับหลักการพื้นฐานสำคัญในการรับรองสิทธิการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชนตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ จึงขอลาออกจากตำแหน่งคณะอนุกรรมาธิการฯเพื่อไปต่อสู้คัดค้านเรื่องดังกล่าวข้างนอก

นางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด ประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านสื่อสิ่งพิมพ์ กล่าวว่า เข้าใจถึงการลาออกของอนุกรรมาธิการฯทั้ง 4 คน แต่ยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ได้ยุติที่ สปท.เท่านั้น เพราะ ต้องให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาอีกครั้ง

ชี้ ก.ม.คุมสื่อเหมือนย้อนไปยุค กบว.

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ยังไม่เห็นเนื้อหาร่างกฎหมาย แต่จากการติดตามขอฟันธงว่าร่างกฎหมายดังกล่าวไม่สอดคล้องกับยุคปัจจุบัน คือยุค 4.0 ที่เน้นการใช้กลไกทางสังคม โซเชียลมีเดีย และประชาชนตรวจสอบการทำงานของสื่อมวลชน เนื้อหาที่ให้มีตัวแทนรัฐเข้ากำกับสื่อมวลชน เท่ากับย้อนกลับไปในยุคที่มีคณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (กบว.) เข้าควบคุมสื่อมวลชน ทางออกคือ สปท.ควรทบทวนเนื้อหากฎหมายไม่ให้สุดโต่งมากเกินไป ขณะที่สื่อมวลชนต้องเสนอแนวทางต่อการ กำกับ มีกลไกควบคุมให้การทำงานอยู่ในกรอบจริยธรรม เป็นมาตรฐานบนความรับผิดชอบ การปฏิรูปสื่อมวลชนต้องไม่ใช่การให้รัฐเข้าไปแทรกแซง รัฐต้องทำใจรับการตรวจสอบ ติเตียน เสียดสีจากสื่อมวลชน ดังนั้น การมีกฎหมายหรือเซ็นเซอร์สื่อมวลชนเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง

“มีชัย” แนะเจรจาอย่าบอยคอต

ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพฯ ที่มีข้อถกเถียงอยู่ในขณะนี้ ว่า คนเราก็แตกต่างได้ ต้องคุยกัน จึงจะได้สิ่งที่เราต้องการ ดังนั้น การพูดคุยกันเป็นประโยชน์ที่สุด แต่ถ้าจะไปประท้วงด้วยวิธีไม่ร่วมด้วยก็ไม่น่าจะได้อะไรในสิ่งที่เราต้องการ แต่หากคุยกันแล้วยังเห็นกันคนละทาง ก็ต้องลองไปหาคนที่มีความเห็นกลางๆมาหาทางออก เชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่กลายเป็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างสื่อกับรัฐบาล เพราะเป็นข้อเสนอของ สปท. ยังไม่เป็นที่สุด ยังไปไม่ถึง สนช. และรัฐบาล จะเอายังไงก็ไม่ทราบ แต่ถ้าเบื้องต้นเห็นขัดแย้งกันแต่คุยกันได้ ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 2 ก.พ. ตรงกับวันคล้ายวันเกิดของนายมีชัย ครบ 79 ปี ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า อยากได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิดปีนี้มากที่สุด นายมีชัยตอบว่า “ของขวัญวันเกิดที่อยากได้ที่สุดในตอนนี้คือ การให้ประเทศชาติมีความสงบสุข ประชาชนไม่ทะเลาะกัน มีความสุขกันทุกคน”

“มาร์ค” วอนผู้มีอำนาจทบทวน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ความพยายามควบคุมสื่อตามที่เป็นข่าวนั้น สื่อมวลชนไม่ขัดข้อง แต่ว่าหลักการที่เราใช้มาตลอดคือ จะทำอย่างไรให้องค์กรสื่อสามารถกำกับดูแลตัวเองได้ มีความศักดิ์สิทธิ์ ตัวองค์กรมีเขี้ยวเล็บ สมัยที่ตนเป็นรัฐบาลก็มีการเสนอกฎหมายองค์กรวิชาชีพ แต่สิ่งที่เราไม่ได้ทำ คือ 1.ไม่เคยเสนอให้คนของรัฐบาลไปนั่งเป็นกรรมการด้วย 2.ระบบการขึ้นทะเบียน การเพิกถอนใบอนุญาตนั้น อาจจะนำไปสู่การปิดปากและสิทธิเสรีภาพ

“คนที่เป็นผู้มีอำนาจในขณะนี้จะบอก ขออย่าห่วงเถอะ ไม่แทรกแซง คือเราไม่ได้เขียนกฎหมายเพื่อรัฐบาลเดียวนะครับ เราเขียนกฎหมายเพื่อเป็นระบบถาวร และในอดีตเราก็เคยประสบมาแล้ว เวลาเราเจอรัฐบาลที่ต้องการจะมาแทรกแซงสื่อ เพราะสื่อไปตรวจสอบเขา ถ้าเราไปเปิดช่องให้เขาสามารถเข้ามาแทรกแซงได้ เราก็ทำลายกลไกที่สำคัญในการตรวจสอบถ่วงดุลในสังคมไป ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องควรทบทวน” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ล่ารายชื่อนักการเมืองร่วมค้าน

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอคัดค้านกรณี สปท.จะบัญญัติให้มีคณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อสารมวลชนแห่งชาติ จำนวน 13 คน โดยมี 4 คนที่เป็นตัวแทนจากภาครัฐ ถือเป็นการเขียนกฎหมายที่อัปยศที่สุดตั้งแต่มีประเทศไทย การให้มีปลัด 4 คนเข้ามานั่งในคณะกรรมการนี้ถือเป็นการแทรกแซงสื่อมวลชนชัดเจน ถ้า สปท.เปรียบว่านักข่าวทั้งหลายคือวินมอเตอร์ไซค์ แล้ว 4 ตัวแทนรัฐก็คือตำรวจคุมวิน ก็ขอเปรียบ สปท.เป็นคนพายเรือให้โจรนั่ง เพราะชัดเจนว่าการร่างกฎหมายนี้มีเจตนาที่จะเข้ามาก้าวก่าย แทรกแซงและบั่นทอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ไม่เคยคิดว่าจะมีคนอาศัยมือ สปท. มาออกกฎหมายควบคุมสื่อในช่วงที่บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตยเช่นนี้ ทั้งนี้ ตนจะรณรงค์ขอรายชื่อจากอดีต ส.ส.เพื่อคัดค้านร่างกฎหมายอัปยศฉบับนี้ต่อไป

“บิ๊กป้อม” โต้ปฏิวัติไม่เกิดขึ้นง่ายๆ เหมือนเว็บไซต์มะกันระบุ ชี้ถ้าปรอง-ดองกันได้ ร่วมมือกันดี ไม่มีรัฐประหารเกิดขึ้นในไทยแน่ พร้อมยันทหารเป็นหนึ่งเดียวไม่มีปฏิวัติซ้อน ปูดถูกขู่ฆ่าบนโลกโซเชียล ต้องระวังตัวแจ... 3 ก.พ. 2560 08:12 3 ก.พ. 2560 10:29 ไทยรัฐ