วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตือนอย่าปั่นกระแสลวง ปชช. “ดร.พนา” ชี้ กสทช.มีหน้าที่คุ้มครองคนสุจริต

รองศาสตราจารย์ ดร.พนา ทองมีอาคม กรรมการกองทุนวิจัย และพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ระบุในเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณี บริษัท ทรูวิชั่นส์ กำลังจะลดช่องรายการบนแพลตฟอร์มลงอีก 9 ช่อง จากก่อนหน้าที่ได้ลดช่อง HBO ไปแล้ว

โดยระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ฟ้องว่ากิจการเคเบิลทีวีในบ้านเรากำลังป่วย ไม่ใช่ทรูเอาเปรียบประชาชนอย่างกระแสที่พยายามจะปั่นกัน ก็หวังว่าประชาชนทั่วไปจะเข้าใจ เมื่อครั้งยกเลิกช่อง HBO คนโวยวายว่าทรูผิดสัญญา แต่ไม่เคยมีใครบอกว่าที่ผิดๆนั้น คือผิดตรงที่ทรูไม่ได้แจ้ง กสทช.ล่วงหน้า 30 วัน เป็นเรื่องการผิดระเบียบประกาศของ กสทช. โทษานุโทษก็แค่เป็นไปตามสัดส่วนความผิด จะเตือนจะปรับทางปกครอง...การแจ้งปรับเปลี่ยนช่องน้อยกว่า 30 วัน คงไม่ถึงกับยกเลิกใบอนุญาตตามบางเสียงที่ขู่กันมา ไม่งั้นก็คงได้ไปศาลปกครองกันอีก

รศ.ดร.พนากล่าวถึงการเยียวยาของทรู ตามที่ถกเถียงกัน ฝ่ายหนึ่งพยายามบีบให้ทรูเยียวยามากกว่าแค่ที่ให้ดูช่องเพิ่มหนึ่งเดือน แต่ทรูก็ยังยืนกรานว่าการเยียวยาที่ทรูเสนอให้ดีแล้ว ...นี่คือยันกันในจุดยืนของตน ดังนั้นใครไม่ชอบก็ไปยกเลิกสัญญาหรือไปร้องเรียนได้ ซึ่งก็มีคนทำไปแล้ว ส่วนฟ้องศาล? โอ้...นั่นเรื่องปั่นกระแสหลอกประชาชน (ซึ่งก็มีคนหลงไปลงชื่อด้วยสักราวพันคน)

นี่เป็นเรื่องการซื้อการขาย ทรูเขาก็มีข้อเสนออย่างที่เขาพอทำธุรกิจอยู่ได้ วันนี้ข้อเสนอเขาเปลี่ยนไป ใครรับได้ ก็คงสภาพสมาชิกต่อ ใครที่รับไม่ได้ ก็แค่บอกเลิกสมาชิกไป ไม่มีใครบังคับใคร...นี่ไม่ใช่เรื่องพิพาทที่จะไปให้ศาลท่านชี้ขาดให้ได้ กรณีนี้ไม่ต่างจากสายการบินที่ลดมื้ออาหารว่าง หรือร้านกล้วยแขกงดไม่ทอดเผือกขายให้ด้วย หรืออะไรอื่นๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันทำนองนั้นกลับไปที่ตอนต้น ที่บอกไปแล้วว่า การจะยกเลิกช่องรายการของทรูวันนี้ ฟ้องว่า กิจการเคเบิลทีวีในบ้านเรากำลังป่วย

ใครที่ตามข่าวหรืออยู่ในแวดวงนี้ รู้กันดีว่า แนวโน้มธุรกิจเคเบิลทีวีในโลกนี้กำลังถดถอย มีการรณรงค์ Cord Cutting ซึ่งก็คือการเลิกรับทีวีจากเคเบิลในอเมริกาเพื่อไปสู่ธุรกิจทีวีแบบใหม่ที่หลักๆก็คือผ่านอินเตอร์เน็ต ทิศทางค่อนข้างชัดว่า เคเบิลทีวีจะลำบากต่อไปภายหน้า ส่วนว่าจะนานอีกกี่ปี ยังไม่มีใครรู้แน่

แต่ในบ้านเราเมืองศิวิไลซ์ไทยแลนด์...ตอนนี้มีกิจการโทรทัศน์แบบนอกกฎหมายกำลังแพร่หลายมาก ที่บอกว่าผิดกฎหมาย ก็เพราะพวกนี้มีการส่ง หรือเผยแพร่รายการโทรทัศน์ชัดเจน โดยไม่มีการขออนุญาต มีการเก็บค่าบริการรายเดือนแค่ 200-300 บาท โดยไม่มีการชำระค่าธรรมเนียม ไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนและไม่ต้องอยู่ในระบบภาษี

ช่องรายการที่นำเสนอก็มีทั้งช่องละเมิดลิขสิทธิ์หนังเป็นพันๆเรื่อง การเอาช่องทรูที่เขาซื้อมาแพงๆ ไปออกอากาศซ้ำแบบเรียลไทม์ มีหนังเอวี หนังสามเอ็กซ์โจ๋งครึ่ม...ทั้งสิ้นทั้งปวง ไม่มีองค์กรกำกับไหนไปบังคับใช้กฎหมาย ไม่มีใครไปคุ้มครองผู้บริโภคเด็กเล็ก และไม่มีใครเอะอะสักคำ เวลาช่องพวกนี้สลับสับเปลี่ยนหรือยกเลิกช่องรายการ

บทบาทของผู้กำกับกิจการ เช่น กสทช. สิ่งที่ต้องทำคือการบังคับใช้กฎหมาย มิใช่แกล้งทำงงว่ามันเป็นบริการอะไร หรือแกล้งทำไม่รู้ไม่เห็นหน้าที่ กสทช. ต้องจับคนทำกิจการทีวีไม่ขออนุญาต แจ้งจับคนละเมิดลิขสิทธิ์ ปกป้องผู้ประกอบกิจการที่จ่ายค่าธรรมเนียมเป็นค่ากำกับดูแลรวมถึงเป็นเงินเดือนของ กสทช. และจ่ายภาษีให้รัฐ...หลักกฎหมายเจ้าหน้าที่ต้องคุ้มครองสุจริตชนพลเมืองดี และต้องขจัดทุจริตชนคนฝ่าฝืนกฎหมาย

การจะคุ้มครองผู้บริโภคจึงต้องคุ้มครองผู้ประกอบการดีด้วย เพราะหากปล่อยให้ผู้ประกอบการดีที่ทำตามกฎหมายต้องแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม และถูกลักขโมยสิทธิ์ ท้ายที่สุดแล้วเคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียมที่ถูกกฎหมายก็จะอยู่ไม่ได้ คนก็จะหันไปซื้อของผิดกฎหมาย และไม่ได้รับการคุ้มครองจากรัฐ

การเล่นลิเกไปวันๆ หรือปลุกปั่นกระแสโดยไม่ทำหน้าที่ตามกฎหมาย มีแต่จะทำให้กิจการโทรทัศน์ไทยเสื่อมและตกไปในมือของพวกทุจริตหรือพวกต่างชาติ ประชาชนประเทศชาติเสียประโยชน์ในระยะยาว พฤติการณ์วันนี้จึงคล้ายๆกับว่า ใครทำถูกกฎหมายเป็นผู้รับใบอนุญาต จะตกเป็นฝ่ายตรงข้ามกับประชาชน และถูกเจ้าหน้าที่ไล่บี้ไล่รังควานอย่างไม่เป็นธรรม ส่วนใครที่ไม่เผยตัว แอบหากินอยู่นอกระบบ ไม่จ่ายภาษี ไม่จ่ายค่าธรรมเนียม และขโมยของคนอื่นมาขาย...สามารถอยู่รอดปลอดภัย และรุ่งเรืองในทางธุรกิจผิดกฎหมาย

ที่นี่รู้อยู่ว่า พูดคุยอะไรที่ใช้หลักการและเหตุผล มักไม่ป๊อปปูล่าร์...สู้ปลุกปั่นเรื่องความเป็นธรรมจากมุมเดียว หรือเป็นโรบินฮูดแย่งชิงจากคนรวยมาให้คนจนไม่ได้...ดังนั้น คาดว่าคงมีคนบอกว่าที่นี่เข้าข้างทรู โดยที่คนกล่าวหาไม่ต้องมีเหตุผลมาหักล้างด้วย

ก็อยากบอกว่า ช่องรายการที่เขายกเลิกใหม่ครั้งนี้ เป็นช่องรายการที่ชอบดู และส่วนตัวก็พิจารณาจะเลิกเหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ถ้าเราไม่อคติไม่อยากได้ของใคร เราก็ควรทำได้อย่างมีสติ มีเหตุผล ไม่ต้องไปก่นด่าว่าใครมิใช่หรือ?

รองศาสตราจารย์ ดร.พนา ทองมีอาคม กรรมการกองทุนวิจัย และพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ระบุในเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณี บริษัท ทรูวิชั่นส์ กำลังจะลดช่องรายการบนแพลตฟอร์มลงอีก... 2 ก.พ. 2560 23:40 ไทยรัฐ