วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ราชสีห์กับเขียดน้อย

เรื่องแรกในหนังสือนิทาน...ที่ครูสอนให้ผมหัดอ่าน ตอนเรียนชั้น ป.เตรียม เมื่อปี 2496 นั้น ราวๆ พ.ศ.2500 กว่า คนเอาไปแต่งเป็นเพลงให้มีศักดิ์ นาครัตน์ ร้อง ชื่อเพลงก็ใช้ชื่อในนิทาน ราชสีห์กับหนู

เด็กๆและกระทั่งครู ก็ดูจะไม่มีใครแปลกใจ...เนื้อเรื่อง เป็นราชสีห์ แต่เหตุไฉน ภาพประกอบจึงเป็นสิงโต

พอจะเข้าใจได้ว่า สิงโตเป็นสัตว์ป่า ตัวจริงๆ ส่วนราชสีห์นั้น เป็นสัตว์สมมติ ว่ากันว่ามาจากป่าหิมพานต์ เขียนเป็นตัวราชสีห์ เล่นกับหนู ดูจะไปคนละทาง

วันนี้ ผมอ่านนิทานอีสป เขียนโดยเสรี เปรมฤทัย เล่ม ของสำนักพิมพ์ประมวลสาส์น เก่าเต็มที พิมพ์ตั้งแต่ปี 2503 เจอเรื่องสิงโตกับเขียด ก็ชอบใจ

แต่ยังฝังใจ สิงโตดูจะไม่ยิ่งใหญ่ เท่าราชสีห์ อยากเล่าต่อให้สะใจ จึงขอแปลงร่างสิงโตเป็นราชสีห์

กาลครั้งหนึ่ง ราชสีห์ตัวหนึ่ง เที่ยวหาอาหารกินในป่า เดินเพลินจนกระทั่งถึงบึงใหญ่ มีใบบัว ที่มีดอกบัวชูช่ออรชรเต็ม ราชสีห์กำลังหิวน้ำ ก็รีบเดินไปริมบึง ตั้งใจจะดื่มน้ำ

ขณะนั้นเอง เขียดตัวหนึ่ง นั่งผึ่งแดดอยู่บนใบบัวใหญ่ ตลอดชีวิตมันไม่เคยพบสัตว์อะไร ตัวใหญ่เท่านี้มาก่อน

“นี่แน่ะ สัตว์ผู้มีขนคอ” เจ้าเขียดน้อยร้องถาม “ท่านเป็นใครมาที่บึงนี่ประสงค์อะไร”

ราชสีห์ไม่พอใจ สัตว์ใหญ่ระดับเจ้าป่า ไปที่ไหนยังไม่เคยมีสัตว์ใดไม่เกรงกลัว ไม่รู้จักมาก่อน

“ชะช้า เจ้าหน้าโง่” ราชสีห์คำราม “เจ้าไปงมเงอะอยู่ที่ไหน จึงไม่รู้จักเรา พระยาราชสีห์ผู้เป็นเจ้าป่า”

เจ้าเขียดน้อย เมื่อไม่รู้จัก ก็ไม่เกรงกลัว ยังพาซื่อเจรจา “อ๋อ...ท่านหรือพระยาราชสีห์ ข้าเพิ่งรู้จักวันนี้เอง รู้จักแล้ว ก็อยากออกปากเตือนว่า ท่านเป็นใหญ่อยู่ในป่า ก็ควรหันกลับไปป่า อย่ามายุ่งเกี่ยวกับแถวนี้เลย”

“ทำไม ข้าจะมาแถวนี้ไม่ได้” พระยาราชสีห์เริ่มโมโห “ไม่ควรมาเพราะที่นี่ เป็นบึงถิ่นที่อยู่ของสัตว์น้ำ สัตว์บกจะยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็ไม่มีความหมายอะไรกับสัตว์น้ำ”

ราชสีห์โมโหมาก ร้องตะโกนเสียงดัง “เจ้าเขียดตะปาด ตัวเจ้าเล็กแค่นี้ ยังมีหน้ามาพูดจากับเรา เจ้าไม่มีน้ำยา มาห้ามเจ้าป่าอย่างเราหรอก”

ราชสีห์ยิ่งเสียงดัง เจ้าเขียดน้อยก็ยังใจเย็น “ข้าไม่มีน้ำยาอะไร เพียงแต่ห้ามท่านไว้ เพื่อรักษาความสงบสุขในถิ่นสัตว์น้ำของพวกข้า เท่านั้น”

“เจ้าพูดเช่นนี้เท่ากับท้า อยากลองกำลังกับข้าดูก็ได้” ราชสีห์ว่า

“ข้าตัวเล็กๆ ไม่กล้าสู้ท่าน...” เขียดน้อยว่า “ท่านเป็นถึงพระยาของสัตว์สี่เท้า แต่พระยาสัตว์สี่เท้า ก็ควรจะกลับไปใหญ่อยู่กับพวกสี่เท้า”

เจอเขียดน้อย ยั่วโมโหเข้า ราชสีห์จะกระโจนเข้าไปขย้ำ ก็ทำไม่ได้ เพราะเจ้าเขียดอยู่บนใบบัวเหนือน้ำ ทางเดียวที่มันคิดได้ ก็คือแผดเสียงให้ดังเต็มที่ ราชสีห์หวังว่าเขียดน้อยคงจะหูแตกตาย

แต่เจ้าเขียดฉลาด ทนฟังครู่ใหญ่ เมื่อเห็นว่าเสียงดังจนจะฟังไม่ไหว มันก็กระโดด “จ๋อม” ลงไปใต้น้ำ จังหวะดีก็โผล่ขึ้นมายั่วราชสีห์ใหม่...มันทำอย่างนี้หลายครั้ง

ราชสีห์ทำอะไรเขียดน้อยไม่ได้ ก็ยิ่งโกรธมาก รอจังหวะที่เขียดน้อยโผล่ขึ้นมา คราวนี้มันตั้งใจแผดเสียงสุดแรง นิทานเรื่องนี้ จบลงตรง เจ้าราชสีห์ผู้ยิ่งใหญ่อกแตก หล่นตูมลงไปตายในน้ำ

วันนี้ ผมจวนตัวหาอะไรเขียนไม่ได้ ขอเปิดนิทานมาเล่าต่อๆกันไป

เจตนาไม่ดีมีอยู่บ้าง ก็ตรงที่อยากจะบอกบรรดาท่านราชสีห์ ผู้มีอำนาจไม่ว่าในสภา หรือในรัฐบาลว่า พวกสื่อนั้น เหมือนเขียดเหมือนปลาปกติอยู่ร่มเย็นในน้ำ

เจ้าป่า ที่ใหญ่อยู่บนบก...เคยชี้นิ้วสั่งข้าราชการได้ จนเป็นนิสัย ก็สั่งของท่านไป

ไม่จำเป็นก็อย่ามาวอแวตอแยกับสัตว์ ที่มีอิสระเสรีในน้ำ ประเดี๋ยวก็จะเกิดเรื่องแบบราชสีห์ อกแตกตกน้ำตาย...ให้เขียดน้อยมันหัวเราะเยาะเอาเปล่าๆ.

กิเลน ประลองเชิง

2 ก.พ. 2560 10:49 ไทยรัฐ