วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล่าหน.แก๊งค้าตัวนิ่ม ลูกครึ่งไทยเวียดนาม บ้านพักอยู่นครพนม

(แฟ้มภาพ)

มีเครือข่ายระดับโลก เร่งแก้กม.-เพิ่มโทษ

ไล่ล่าหนุ่มลูกครึ่งไทย-เวียดนามหัวหน้าขบวนการค้าลิ่นหรือตัวนิ่มข้ามชาติ มีบ้านพักอยู่นครพนม ไซเตส กรมอุทยานฯเผยเดือนเดียวจับได้ถึง 4 คดี มีทั้งคนไทยและคนเวียดนาม ผลประโยชน์มหาศาล เฉพาะเกล็ดตัวลิ่นตากแห้ง ซื้อขายกันกิโลกรัมละ 5 หมื่นบาท เนื้อกิโลกรัมละ 5 พัน นิยมนำไปบริโภคแก้มะเร็งและเพิ่มพลังทางเพศ แถมหนังยังนำไปทำเครื่องหนังขายได้อีก ตลาดใหญ่อยู่ที่เวียดนาม แต่ลักลอบล่าในป่าของไทย ต้นทางลักลอบค้าที่สงขลาแล้วส่งออกทางนครพนม ชี้เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ เสนอ ครม.แก้กฎหมายเพิ่มโทษ

เมื่อวันที่ 1 ก.พ.นายสมเกียรติ สุนทรพิทักษ์กูล ผอ.กองคุ้มครองสัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา (ไซเตส) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ขณะนี้ กองคุ้มครองสัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา (ไซเตส) ได้ร่วมกับกลุ่มประเทศภาคีอนุสัญญาไซเตสและเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ กำลังไล่ล่าขบวนการค้าตัวลิ่นหรือตัวนิ่ม ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 โดยเป้าหมายคือชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-เวียดนาม ที่มีพฤติกรรมลักลอบล่าและค้าตัวลิ่นหรือตัวนิ่ม ทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ ถือเป็นเครือข่ายขบวนการค้าสัตว์ป่ารายใหญ่ เฉพาะ 5 เดือนหลังสุดคือตั้งแต่เดือนก.ย.2559 ถึง ม.ค.2560 ไซเตสสามารถจับกุมการลักลอบค้าตัวลิ่นได้ถึง 7 คดีใหญ่

นายสมเกียรติกล่าวด้วยว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ม.ค. สามารถจับกุมการลักลอบล่าตัวลิ่นได้ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และเฉพาะเดือน พ.ย.2559 เดือนเดียวจับได้ถึง 4 คดี ได้ตัวลิ่นของกลางถึง 765 ตัว จับกุมผู้ต้องหา ที่มีทั้งคนไทย คนเวียดนาม กว่า 10 คน สถานที่จับกุมส่วนใหญ่คือ จ.สงขลา ที่ถือเป็นต้นทางของขบวนการลักลอบค้าและที่น่าแปลกคือ พาหนะที่ใช้ในการขนตัวลิ่น ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเพื่อใช้ในการตบตาเจ้าหน้าที่ตามด่านต่างๆ ขณะที่ก่อนหน้านี้ ไซเตส จับกุมตัวลิ่นของกลางได้เป็นพันๆตัวกระจายอยู่ตามสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าทั่วประเทศ ทำให้ประเทศไทย ถูกจับตามองจากกลุ่มประเทศภาคีอนุสัญญาไซเตส ว่าเป็นประเทศทางผ่านของขบวนการลักลอบค้าตัวลิ่น ส่งผลกระทบต่อภาพพจน์ของประเทศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ประเทศไทยเพิ่งได้รับการยกย่องจากกลุ่มประเทศภาคีอนุสัญญาไซเตส ว่ามีการจัดการปัญหาค้างาช้างได้ดีที่สุดจนถูกถอดออกจากประเทศเสี่ยงที่มีปัญหาการค้างาช้างที่รุนแรงมาแล้ว

ผอ.ไซเตสกล่าวต่อว่า หัวหน้าขบวนการคือชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-เวียดนาม มีบ้านพักอยู่ที่ จ.นครพนม และมีที่พักที่ประเทศเวียดนามด้วย ขณะเดียวกันผลประโยชน์ในการลักลอบค้าตัวลิ่นมีมากมายมหาศาล ทำให้ยากต่อการตามจับกุมตัว ตำรวจสากลกำลังจับตาความเคลื่อนไหวอยู่ เพราะถือเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดการลักลอบล่าและค้าตัวลิ่นหรือตัวนิ่มอย่างรุนแรงมาก ทั้งในป่าของประเทศไทยที่มีตัวลิ่นทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้มีค่อนข้างมาก เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด จ.ตรัง อุทยานฯ เขาปู่-เขาย่า จ.พัทลุง เป็นต้น ต่างประเทศ ก็เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย พม่า แอฟริกา เป็นต้น

นายสมเกียรติยังกล่าวด้วยว่า ล่าสุดไซเตส สามารถจับกุมตัวลิ่นและเกล็ดลิ่น ของกลางได้ลอตใหญ่เกือบ 2 พันกิโลกรัม มาจากประเทศคองโกและตุรกี แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากติดขัดข้อกฎหมายและรอเวลา คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน โดยขบวนการค้าลิ่น มีปลายทางที่ถือเป็นตลาดใหญ่ คือเวียดนามและจีน ตัวลิ่นมีราคากิโลกรัมละ5พันบาท ตัวหนึ่งประมาณ 3 กิโลกรัมขึ้นไป สนนราคาตกประมาณตัวละ 2 หมื่นบาท นิยมบริโภคในกลุ่มผู้นิยมเนื้อสัตว์ป่าหรือสัตว์แปลก ตามภัตตาคารในประเทศไทยก็มี แต่เป็นลักษณะปิด โดยเอาเนื้อไปตุ๋น ไปผัดเผ็ด เพราะเชื่อว่าบริโภคเข้าไปแล้ว ช่วยรักษาโรคมะเร็งและเพิ่มพลังทางเพศได้ ขณะที่เกล็ดของตัวลิ่นนำไปตากแห้งขายกิโลกรัมละ 5 หมื่นบาท ผู้บริโภคนิยมนำไปทอดให้ฟูแล้วบริโภค รวมทั้งนำไปทำเป็นส่วนผสมของยาหลายชนิด นอกจากนี้หนังของตัวลิ่นยังนำไปทำเป็นเครื่องหนังขายได้อีก เรียกว่าใช้ประโยชน์ได้ทั้งตัว

นายสมเกียรติกล่าวอีกว่า การจัดการกับขบวนการลักลอบค้าตัวลิ่น ยอมรับว่ายากเพราะมีผลประโยชน์มหาศาล ทำให้การสืบสวนยาก มีต้นทางการค้าอยู่ทั้งในและต่างประเทศ ลักลอบเข้าจาก จ.สงขลาก่อนตีขึ้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ออก จ.นครพนม เข้าประเทศลาวและเวียดนาม แต่ขณะนี้ กรมอุทยานฯ ได้ขอแก้ไข พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 โดยเปลี่ยนบทลงโทษใหม่ จากเดิมจำคุกไม่เกิน4ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่น เป็นความผิดฐาน “มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าสงวนหรือซากสัตว์ป่าคุ้มครอง” ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่สามปีแต่ไม่เกินสิบปี ปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทแต่ไม่เกินสองแสนบาท ขณะนี้เสนอเข้าคณะรัฐมนตรีไปแล้ว

ไล่ล่าหนุ่มลูกครึ่งไทย-เวียดนามหัวหน้าขบวนการค้าลิ่นหรือตัวนิ่มข้ามชาติ มีบ้านพักอยู่นครพนม ไซเตส กรมอุทยานฯเผยเดือนเดียวจับได้ถึง 4 คดี มีทั้งคนไทยและคนเวียดนาม ผลประโยชน์มหาศาล 2 ก.พ. 2560 08:06 2 ก.พ. 2560 08:06 ไทยรัฐ