วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่มีคนรู้ใจจริงๆ น้ำตาลยัน ยังไม่มีใครมาจีบ

เปิดใจอยากลองวงการบันเทิง สุดปลื้มได้ ‘ล็อกเกตร.9’ ใส่คอ โซ้ยส้มตำชุดใหญ่สมใจอยาก

“น้ำตาล” นางงามขวัญใจมหาชนชาวไทย เปิดใจในรายการ “ผู้หญิงถึงผู้หญิง” ทางช่อง 3 เป็นครั้งแรก หลังเสร็จสิ้นภารกิจครั้งสำคัญในชีวิต เผยโชคดีที่ได้คำถามเข้าทาง ทำให้ได้พูดถึง “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ให้คนทั้งโลกรับรู้และอยากไปกราบพระบรมศพ ปลื้มที่เป็นที่รู้จักของเหล่านางงามและชาวฟิลิปปินส์ ขณะที่ไปประกวดในเวทีระดับโลก กราบขอบคุณคนไทยที่ให้กำลังใจล้นหลาม ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป มีคนรัก มีคนรู้จัก มีคนให้โอกาสมากมาย หลังให้สัมภาษณ์โซ้ยส้มตำอาหารจานโปรดแบบจัดเต็มชุดใหญ่แซ่บครบสูตรสมใจอยาก ส่วนการแก้บนรำถวายพระพรหมเอราวัณ จะร่วมรำด้วยแต่ยังไม่กำหนดวัน ด้านเรื่องหัวใจยังโสดสนิทไร้คนจีบ

ภายหลัง “น้องน้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์” Miss Universe Thailand 2016 ที่ไปสร้างชื่อให้ประเทศไทยในการประกวด Miss Universe 2016 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ จนเกิดกระแส “น้องน้ำตาลฟีเวอร์” ดังทั่วโลกในชั่วข้ามคืน เดินทางกลับมาถึงเมืองไทยท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น ของบรรดาแฟนนางงามที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเย็นวันที่ 31 ม.ค.นั้น

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 1 ก.พ. น้องน้ำตาลเดินทางมาออกรายการ “ผู้หญิงถึงผู้หญิง” ทางช่อง 3 เป็นรายการแรกหลังกลับถึงไทย โดยได้เล่าเบื้องหลังในการไปประกวดว่า ได้เตรียมตัวประมาณ 6 เดือนก่อนไปประกวด ฝึกทุกอย่างตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า ตอนแรกไม่เคยอยู่ในอะไรตรงจุดนี้เลย ต้องปรับตัวนิดนึง ส่วนในรอบตอบคำถาม ตอนนั้นคิดในใจว่า ขอให้ได้คำถามที่ดี คำถามที่เราตอบได้และเราสามารถนึกออกทัน รู้สึกโชคดีมากที่ได้คำถามนี้มา คิดว่าอาจเป็นเพราะรัชกาลที่ 9 ท่านช่วยเราด้วย หลังจากตอบคำถามไปคิดว่าทำสำเร็จแล้ว เพราะอย่างน้อยก็ได้เล่าเรื่องของพระองค์ท่านให้ทั่วโลกได้รับรู้

น้องน้ำตาลเล่าอีกว่า ในส่วนของคำถามที่พบในห้องคัดเลือกของกรรมการ หรือที่วงการนางงามหลายๆคนเรียกว่า “ห้องเย็น” น้ำตาลก็พูดเกี่ยวกับในหลวงของเราให้เขาฟัง เขาถามเราว่าคนไทยเสียในหลวงไปแล้วเราเป็นอย่างไรบ้าง ก็บอกว่า ถ้าเข้าไปในประเทศไทยตอนนี้ ทุกคนจะเห็นการสวมชุดสีดำ เพื่อแสดงถึงความโศกเศร้าแทบทุกที่ และเหนือสิ่งอื่นใดคือพระองค์ท่านบอกกับคนไทยทุกคนว่า เราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ขณะเดียวกันยังมีคำถามที่ว่า ถ้าไปอยู่นิวยอร์กเราจะปรับตัวได้ไหม จะพูดภาษาได้ไหม ได้ตอบไปว่าตอนคุยกับเพื่อนนางงาม มีเปิดดิกชนารีไปด้วยบ้าง แต่ไม่ใช่เรื่องยากถึงขนาดที่ต้องกังวล

นางงามขวัญใจชาวไทยยังเผยอีกว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องชุดประกวด น้ำตาลเตรียมถึง 17 ชุด พี่ที่ดูแลกองประกวดยังแซวว่า ถ้าใส่ไม่หมดจะโดนตี แล้วก็มีไปให้เพื่อนจากโคลอมเบียยืมใส่ด้วย เพราะเป็นวันสุดท้าย เป็นอาฟเตอร์ปาร์ตี้ อีกอย่างเขาก็เป็นคนที่น้ำตาลสนิทด้วยมากที่สุด ในกลุ่มผู้เข้าประกวดด้วยกัน เขาบอกน้ำตาลด้วยว่า ที่โคลอมเบียถ้าประกวดชนะแล้ว จะได้ตั๋วเครื่องบิน บินไปไหนก็ได้และอยากจะมาเมืองไทยมาหาน้ำตาล

น้องน้ำตาลกล่าวว่า ด้วยความที่เกิดมาทางบ้านฐานะไม่ได้ร่ำรวยนัก ต้องสู้ชีวิตตลอดเวลา ตั้งแต่เด็กๆ ก็ทำงานมาตลอด คิดว่าทำไมเราต้องลำบากขนาดนี้ มันไม่มีลู่ทางไหนบ้างเลยหรือ ที่จะมีเวลาไปทำอย่างอื่นบ้างเหมือนเด็กคนอื่นเขา เลยคิดว่าถ้าเราอยู่ในจุดที่เราสามารถช่วยคนอื่นได้ เราก็อยากจะช่วย เพราะมันเป็นความรู้สึกที่เรารับรู้ด้วยตัวเองว่ามันเป็นอย่างไร หลังจากนี้ถ้ามีโอกาสที่จะทำงานการกุศลก็พร้อมเสมอ

น้องน้ำตาลกล่าวตอนท้ายว่า อีกเรื่องที่ประทับใจจากการไปประกวดครั้งนี้ คือ การได้เป็นที่รู้จัก เพราะตอนที่น้ำตาลประกวดที่ไทยยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่พอครั้งนี้ทุกคนรู้จักน้ำตาล รู้จักตัวเต็งหมด และจะเรียกเราเป็นชื่อประเทศอย่าง “ชลิตา ไทยแลนด์” ตอนไปเดินแฟชั่นโชว์ที่ใส่สุดประจำชาติของฟิลิปปินส์ ทุกคนที่อยู่สองฝั่งเวทีประกวดเรียกชื่อเรา เป็นอะไรที่ภูมิใจมากที่เราได้มายืนตรงจุดนี้

ด้านนางชิชญาสุ์ กรรณสูต ผู้จัดการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ กล่าวว่า เหตุที่น้องน้ำตาลได้เข้าไปในรอบคัดเลือกที่ลึกในระดับนั้น น่าจะเป็นเพราะกรรมการดูและสัมผัสถึงความเป็นธรรมชาติของผู้เข้าประ กวดและเขาเห็นความตั้งใจ เรื่องสวยโดดเด่นนั้นน่าจะเป็นเรื่องที่ชัดเจนอยู่แล้ว เลยต้องมองไปถึงข้างใน จริงๆแล้วกรรมการคงไม่ได้ดูแค่ความสวย แต่ดูว่าคุณสามารถเป็นเพื่อนกับคนอื่นได้ไหม คุณอยู่กองประกวดแล้วสามารถปรับตัวได้ไหม แต่ที่ได้ยินมาคือน้องน้ำตาลเป็นคนที่เดาถูกและจับต้องได้ง่าย ไปตรงไหนก็ยิ้มแย้มและสัมผัสถึงความเป็นธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัด

ภายหลังออกรายการผู้หญิงถึงผู้หญิงและโต๊ะข่าวบันเทิง ช่อง 3 เสร็จแล้ว ทางรายการได้เอาใจน้องน้ำตาล ด้วยการนำเมนูอาหารอีสานสุดโปรดที่น้องน้ำตาลอยากกินมาก ประกอบด้วย ส้มตำปูปลาร้า ตำมั่ว ตำซั่ว ลาบ และไก่ทอด มาให้แบบจัดเต็มชนิดชุดใหญ่ไฟกะพริบ โดยน้องน้ำตาลพอเห็นส้มตำของโปรดก็ทำตาโตด้วยความถูกใจและรับประทานอยางเอร็ดอร่อย พร้อมกับโพสท่าให้สื่อมวลชนถ่ายรูปกับส้มตำปูปลาร้า ตำซั่ว ที่กินเป็นประจำด้วยสีหน้ามีความสุข ที่ได้กินสมใจหลังจากต้องเดินทางไปประกวด Miss Universe นานหลายวัน โดยได้กล่าวยืนยันว่าชอบอาหารอีสานมาก โดยเฉพาะส้มตำปูปลาร้า และตำซั่ว จะรับประทานบ่อย ไม่เบื่อ ชอบรสจัดๆ แซ่บๆ มีร้านประจำชื่อ “คันทรีอีสาน” อยู่ย่านถนนรัชดาภิเษก ถ้าอยากกินต้องไปร้านนี้ เพราะตำส้มตำได้ถูกใจ

น้องน้ำตาลกล่าวระหว่างรับประทานส้มตำว่า รู้สึกดีใจและตื้นตันใจมาก ที่กลับมาจากการประกวดถึงเมืองไทยแล้วมีแต่คนรัก คนเมตตา ไม่คาดคิดว่าจะมีคนรักมากมายขนาดนี้ ทุกคนช่วยโหวต ช่วยให้กำลังใจ จึงต้องกราบขอบพระคุณกำลังใจของคนไทยทุกคน กลับมาวันนี้ชีวิตเปลี่ยนไป มีคนรักมีคนรู้จักมากขึ้น มีผู้ใหญ่ให้โอกาส พ่อกับแม่ก็ให้ทำหน้าที่ต่อไปให้ดีที่สุด วันนี้จึงอยากโฟกัสกับงานที่ต้องทำ จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เรื่องเรียนตอนนี้ยังอยู่ปี 3 แต่ได้ดร็อปไว้ หลังจากทุกอย่างลงตัวแล้วจึงจะกลับไปเรียนต่อ เพราะยังต้องเดินสายขอบคุณสื่อมวลชน และขอบคุณสปอนเซอร์ที่ให้การสนับสนุนการเดินทางไปประกวด นอกจากนี้ก่อนเดินทางไปประกวดได้บนท้าวมหาพรหม ที่แยกราชประสงค์ ไว้ว่าหากเข้ารอบ 5 คน จะรำแก้บน 9 คน ถ้าได้มงกุฎจะรำถวาย 99 คน แต่ได้เข้ารอบ 6 คนสุดท้าย จึงจะแก้บนด้วยนางรำ 9 คน รำถวาย โดยตนจะร่วมรำด้วย แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าจะแก้บนวันไหน

ผู้สื่อข่าวถามถึงจี้และล็อกเกต ที่ชอบห้อยติดตัว น้องน้ำตาลกล่าวอีกว่า ก่อนไปประกวดอยากได้พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ติดตัวเป็นขวัญกำลังใจ ที่ต้องเดินทางไปประกวดต่างบ้านต่างเมือง มีพี่ที่เคารพได้สั่งทำให้เป็นพิเศษ เป็นล็อกเกตและเป็นจี้ในชิ้นเดียวกัน จะติดเสื้อหรือห้อยคอก็ได้ พระองค์ทรงเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจที่ดีที่สุด ตนเชื่อว่าคนไทยทุกคนรู้สึกเหมือนกัน ทุกเวลาที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทยในการประกวด จะนึกถึงพระองค์ท่านตลอด เมื่อถูกตั้งคำถามบนเวทีในรอบ 6 คนสุดท้าย จึงตอบไปแบบไม่ต้องคิด เพราะมันเป็นความรู้สึกจริงๆ วันนี้การทำหน้าที่ในการประกวดจบไปแล้ว จึงอยากทำหน้าที่พสกนิกรของท่าน อยากทำหน้าที่ของลูก อยากไปกราบพระบรมศพ ซึ่งทางทีมงานกำลังดูวันเวลาที่จะได้เข้าไปกราบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า สวยเฉี่ยวขนาดนี้ คงไม่ต้องถามว่ามีคนรู้ใจหรือยัง น้องน้ำตาลตอบว่า ยังไม่มีจริงๆ มีแต่เพื่อนๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมไม่มีใครจีบ และตนก็ไม่รู้จะคุยกับใคร ทุกวันนี้อยากโฟกัสกับหน้าที่ และงานที่ต้องทำให้ดีที่สุด จึงยังไม่อยากสนใจเรื่องอื่น ส่วนวงการบันเทิงก็อยากลองเหมือนกัน ผู้ใหญ่ก็ให้โอกาส แต่ต้องรอดูไปก่อน อยากทำทุกอย่าง ละครก็ชอบดู ถ้ามีโอกาสก็อยากลอง ชอบบทนางเอกเปรี้ยวๆ เฉี่ยวๆ นางแบบก็ได้ อาจจะถนัดนางแบบมากกว่า เพราะมาด้านนี้อยู่แล้ว ตอนนี้มีทาบทามถ่ายแบบ ถ่ายปกหนังสือ เมื่อถามถึงลีลาท่วงท่าการเดิน ดูสง่าและโดดเด่นมากๆ น้องน้ำตาลตอบว่า ปกติเป็นคนที่ชอบดูการเดินแบบ และเดินกับเพื่อนๆเยอะ ได้พยายามเอามาปรับให้เป็นสไตล์ของตัวเอง พยายามเดินให้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด

“น้ำตาล” นางงามขวัญใจมหาชนชาวไทย เปิดใจในรายการ “ผู้หญิงถึงผู้หญิง” ทางช่อง 3 เป็นครั้งแรก หลังเสร็จสิ้นภารกิจครั้งสำคัญในชีวิต เผยโชคดีที่ได้คำถามเข้าทาง ทำให้ได้พูดถึง “ในหลวงรัชกาลที่ 9” 2 ก.พ. 2560 07:48 ไทยรัฐ