วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชี้ภาษีน้ำมันเพิ่มแค่ 50 บาท สรรพสามิตอัดโลว์คอสต์ขึ้นค่าตั๋วเกินเหตุ

กรมสรรพสามิตค้านสายการบินโลว์คอสต์โก่งขึ้นค่าตั๋วบินภายในประเทศ 150-200 บาทต่อคนต่อเที่ยว แจงเหตุผลขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบินใหม่ จากลิตรละ 20 สตางค์ เพิ่มขึ้นเป็นลิตรละ 4 บาท ส่งผลต้นทุนเพิ่มขึ้นเพียง 50 บาทต่อคนต่อเที่ยวเท่านั้น

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า มติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 ม.ค.60 เรื่องการเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินภายในประเทศเป็น 4 บาทต่อลิตร จากปัจจุบันซึ่งเก็บอยู่ที่ 20 สตางค์ต่อลิตรนั้น เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่โครงสร้างภาษีสรรพสามิตน้ำมันทั้งดีเซล เบนซิน และน้ำมันในกลุ่มของแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด โดยภาษีน้ำมันเครื่องบินปรับลดครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2535 พร้อมกับน้ำมันประเภทอื่นๆ เพื่อลดภาระราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นในช่วงนั้น แต่เมื่อราคาน้ำมันกลับคืนสู่ภาวะปกติแล้ว กระทรวงการคลังก็ได้ปรับอัตราภาษีขึ้นทุกประเภทยกเว้นภาษีน้ำมันเครื่องบินที่เสนอให้ ครม.ปรับอัตราภาษีขึ้นเมื่อกลางเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา

“การปรับราคาน้ำมันเครื่องบินก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมของโครงสร้างภาษี จากเดิมที่จัดเก็บภาษีในอัตรา 20 สตางค์ต่อลิตร ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4 บาทต่อลิตร จะทำให้ค่าตั๋วเครื่องบินปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 50 บาทต่อที่นั่ง ไม่น่าถึง 150 บาทต่อคนต่อเที่ยวบิน เพราะเครื่องบินขนาดกลางมีที่นั่งประมาณ 200-300 ที่นั่ง จะใช้น้ำมันประมาณ 2,500 ลิตรต่อหนึ่งชั่วโมง หรือมีภาระภาษีเพิ่มขึ้น 9,500-10,000 บาท หากนำมาเฉลี่ยกับจำนวนที่นั่งบนเครื่องบินแล้ว ราคาจะเพิ่มขึ้น 45-50 บาทต่อคนต่อเที่ยวบิน ซึ่งไม่น่าจะทำให้ต้นทุนของสายการบินเพิ่มขึ้นมากมายนัก”

นายสมชายกล่าวว่า สายการบินที่ให้บริการภายในประเทศไกลสุดจะใช้ระยะเวลาเดินทาง 1 -1.15 ชั่วโมง แต่ส่วนใหญ่จะใช้ระยะการบินประมาณ 1 ชั่วโมง เช่น กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ หรือกรุงเทพฯ-ภูเก็ต อาจจะนานกว่า 1 ชั่วโมงเล็กน้อย ซึ่งตนไม่เห็นด้วยหากสายการบินโลว์คอสต์จะปรับราคาที่นั่งเพิ่ม 150 บาทต่อคนต่อเที่ยวบิน

นายสมชายกล่าวว่า ที่ผ่านมากรมสรรพสามิตได้มองข้ามเรื่องภาษีน้ำมันของเครื่องบินมาหลายปี โดยที่ผ่านมา เมื่อเกิดวิกฤติของราคาน้ำมันรัฐบาลก็ขึ้นแต่ภาษีน้ำมันที่ใช้กับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ทำให้การปรับขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบินในครั้งนี้ เพื่อให้โครงสร้างภาษีน้ำมันทั้งระบบมีความยุติธรรมต่อทุกฝ่าย เพราะปัจจุบันน้ำมันเบนซินเสียภาษีในอัตรา 5-6 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตร แต่ภาษีน้ำมันของเครื่องบินยังอยู่ในระดับต่ำมาก

ทั้งนี้ ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอเมื่อวันที่ 24 ม.ค.60 ปรับขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบินและน้ำมันหล่อลื่น โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลเมื่อวันที่ 25 ม.ค. ส่งผลให้น้ำมันเครื่องบินถูกเก็บภาษีที่ 4 บาทต่อลิตร จากเดิมเก็บที่ 20 สตางค์ต่อลิตร โดยจะจัดเก็บภาษีน้ำมันเฉพาะเครื่องบินที่บินภายในประเทศเท่านั้น ส่วนน้ำมันหล่อลื่นถูกจัดเก็บลิตรละ 5 บาท จากเดิมไม่มีเก็บ ซึ่งการจัดเก็บภาษีน้ำมันทั้ง 2 ชนิดเพิ่มดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มปีละประมาณ 8,000 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ม.ค.60 สายการบินไทยแอร์เอเชีย หรือ AAV ได้แจ้งว่า สายการบินไทยแอร์เอเชียประกาศบวกเพิ่มค่าภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในอัตรา 150 บาทต่อคนต่อเที่ยวบิน สำหรับเส้นทางบินภายในประเทศ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.60 เป็นต้นไป นอกจากนี้ สายการบินนกแอร์ก็ได้แจ้งว่าจะบวกเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงอัตรา 150 บาทต่อคนต่อเที่ยวบิน สำหรับเส้นทางบินภายในประเทศ ด้วยเช่นกัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.นี้ รวมทั้งสายการบินเวียตเจ็ท ประกาศขึ้นค่าโดยสารเที่ยวบินในประเทศไทย ในอัตรา 150 บาทต่อผู้โดยสารหนึ่งท่านต่อเที่ยวบินตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ส่วนสายการบินบางกอกแอร์เวย์สจะต้องปรับเพิ่มราคาบัตรโดยสารเที่ยวบินภายในประเทศทุกเส้นทาง ในอัตราเที่ยวบินละ 200 บาทต่อคน โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.60 เป็นต้นไป.

กรมสรรพสามิตค้านสายการบินโลว์คอสต์โก่งขึ้นค่าตั๋วบินภายในประเทศ 150-200 บาทต่อคนต่อเที่ยว แจงเหตุผลขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบินใหม่ จากลิตรละ 20 สตางค์ เพิ่มขึ้นเป็นลิตรละ 4 บาท ส่งผลต้นทุนเพิ่มขึ้นเพียง 50 บาทต่อคน 2 ก.พ. 2560 00:13 ไทยรัฐ