วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนึ่งแต้มที่คู่ควร

โดย หมวดแซม

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล โชคดีที่ไม่แพ้คารังแอนฟิลด์เป็นเกมที่ 4 ติดต่อกัน หลังได้ ซิมง มิโญเลต์ เป็นฮีโร่ช่วยเซฟจุดโทษของดิเอโก คอสตา ดาวยิงทีมชาติสเปนเอาไว้ได้ ทำให้พวกเขาเปิดบ้านเสมอกับเชลซี 1-1 ในเกมบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

หลังจากแพ้ในบ้านมา 3 นัดติด ไล่ตั้งแต่เกมลีกที่แพ้สวอนซี 2-3 ต่อด้วยลีกคัพรอบรองฯ นัด 2 ที่แพ้ต่อเซาแธมป์ตัน 0-1 และแพ้ให้กับวูล์ฟส์ 1-2 ตกรอบเอฟเอคัพรอบ 4 รวมทั้งไม่ชนะใครในลีกมาตั้งแต่เข้าสู่ปี 2017 ทำให้ลิเวอร์พูลและเจอร์เกน คลอปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่กดดันสุดๆ ก่อนลงดวลกับจ่าฝูงเชลซี

แมตช์นี้ คลอปป์ปรับทัพหงส์แดงถึง 9 ตำแหน่งจากเกมเอฟเอคัพรอบ 4 ที่เจอกับวูล์ฟส์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยแนวรับกลับมาใช้ โจเอล มาติป กับเดยัน ลอฟเรน ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ

แดนกลางได้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน คุมจังหวะเกมร่วมกับจอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม และ เอ็มเร ชาน ส่วนแนวรุกจัด ฟิลิปเป คูตินโญ ยืนหน้าต่ำ และโรแบร์โต ฟีร์มิโน เป็นหน้าเป้า

ทางด้านอันโตนิโอ คอนเต กุนซือเชลซี ยังคงยึดมั่นจัดทีมเล่นระบบ 3-4-3 มี ดาวิด ลุยซ์, แกรี เคฮิลล์ และเซซาร์ อัซปิลิกวยตา เป็นสามประสานแนวรับ

แดนกลาง เอ็นโกโล ก็องเต กับเนมานยา มาติช ยืนเป็นมิดฟิลด์คู่กลาง ขนาบด้วย วิคเตอร์ โมเสส และมาร์กอส อลอนโซ เป็นวิงแบ็กทั้งสองข้าง ส่วนสามประสานแดนหน้าเป็น เอเด็น อาซาร์, วิลเลียน และดิเอโก คอสตา

ช่วงต้นเกม ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายครองบอลบุกมากกว่า ผิดกับเชลซีที่แทบไม่มีโอกาสบุกเลย

แต่กลับเป็น “สิงห์บลู” ที่บุกน้อยกว่าแต่ได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 ในนาทีที่ 24 จากจังหวะฟรีคิกระยะหวังผลของเชลซี ก่อนที่ดาวิด ลุยซ์ จะฉวยโอกาสที่แนวรับหงส์แดงยังไม่พร้อม ปั่นบอลโค้งข้ามกำแพงเช็ดเสาเข้าประตูไป โดยที่ มิโญเลต์ ได้แต่ป้องกันด้วยสายตา เพราะมัวแต่สั่งการให้เพื่อนตั้งกำแพงอยู่

ประตูนี้ถือว่าขาวสะอาดครับ เพราะผู้ตัดสินเป่านกหวีดให้เชลซีเล่นฟรีคิกได้แล้ว

ขณะที่คลอปป์พูดถึงประตูนี้ว่า เขาไม่ตำหนิมิโญเลต์เลย เพราะต่อให้มิโญเลต์พร้อม ก็ยากที่จะเซฟลูกนี้ได้อยู่ดี เพราะมันเป็นลูกยิงระดับโลกของดาวิด ลุยซ์

อย่างไรก็ตาม ถึงนาที 57 ลิเวอร์พูลก็ไล่ตีเสมอได้เป็น 1-1 จากจังหวะโหม่งจ่อๆแค่ 6 หลาของจอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม มิดฟิลด์ชาวดัตช์

แต่นาที 76 เชลซีมาได้ลูกจุดโทษ จากจังหวะที่คอสตาถูกมาติปสกัดล้มในเขตโทษ แม้ว่าจากภาพช้าดูเหมือนจะเป็นการพุ่งล้มของหัวหอกทีมชาติสเปนก็ตาม

และเป็นคอสตา ที่รับหน้าที่สังหาร โดยยิงไปทางซ้ายมือของตัวเอง แต่มิโญเลต์สวมบทฮีโร่โชว์ซุปเปอร์เซฟ พุ่งปัดออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม

ทำให้หงส์แดงรอดพ้นการปราชัยในบ้านเป็นเกมที่ 4 ติดต่อกัน

ต้องบอกว่าผลเสมอ 1-1 นัดนี้ ถือเป็น

ผลการแข่งขันที่ยุติธรรมดีแล้ว เพราะเป็นเกมที่สูสีคู่คี่ และทั้งสองทีมมีโอกาสที่จะเป็นผู้ชนะพอๆกัน

แม้ว่าเชลซีจะทำคะแนนหลุดมือไป 2 แต้มที่ลิเวอร์พูล แต่ทีมคู่แข่งที่ตามหลังมาอย่างอาร์เซนอลกับสเปอร์สก็ต่างนัดกันสะดุด เก็บชัยชนะไม่ได้ด้วยกันทั้งคู่

โดย “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส บุกไปเจ๊าซันเดอร์แลนด์ 0-0 ส่วน “ปืนใหญ่” ยิ่งแล้วใหญ่ แพ้คาบ้านต่อวัตฟอร์ด 1-2 ทำให้ทั้ง 2 ทีมตามหลังเชลซีที่ 9 แต้มเท่ากัน

หากแมตช์หน้า เชลซีเปิดบ้านเอาชนะ อาร์เซนอลได้ ในเกมบิ๊กแมตช์วันเสาร์นี้

โอกาสที่ “สิงห์บลู” จะเป็นแชมป์ก็น่าจะแบเบอร์แล้วล่ะครับ.

หมวดแซม

1 ก.พ. 2560 23:38 ไทยรัฐ