วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล่าหนุ่มลูกครึ่งไทย-เวียดนาม หัวหน้าขบวนการค้าตัวนิ่มข้ามชาติ

ไล่ล่าหนุ่มลูกครึ่งไทย-เวียดนามหัวหน้าขบวนการค้าลิ่น หรือตัวนิ่มข้ามชาติ กรมอุทยานฯ เผยเดือนเดียวจับได้ถึง 4 คดี มีทั้งคนไทยและคนเวียดนาม ผลประโยชน์มหาศาลนำไปบริโภคแก้มะเร็งและเพิ่มพลังทางเพศ ตลาดใหญ่อยู่ที่เวียดนาม แต่ลักลอบล่าในป่าของประเทศไทย เสนอ ครม.แก้กฎหมายเพิ่มโทษเดิมปรับ 4 หมื่น จำคุก 4 ปี เป็นจำคุก 10 ปีปรับ 2 แสนบาท ...

เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 60 นายสมเกียรติ สุนทรพิทักษ์กูล ผู้อำนวยการกองคุ้มครองสัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา (ไซเตส) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ขณะนี้ กองคุ้มครองสัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา (ไซเตส) ได้ร่วมกับกลุ่มประเทศภาคีอนุสัญญาไซเตสและเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ กำลังไล่ล่าขบวนการค้าตัวลิ่นหรือตัวนิ่ม ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 โดยเป้าหมายคือชายหนุ่มลูกครึ่งไทย–เวียดนาม ที่มีพฤติกรรมลักลอบล่าและค้าตัวลิ่นหรือตัวนิ่ม ทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ ถือเป็นเครือข่ายขบวนการค้าสัตว์ป่ารายใหญ่ เฉพาะ 5 เดือนหลังสุด คือตั้งแต่เดือน ก.ย.2559 ถึง ม.ค.2560 ไซเตส สามารถจับกุมการลักลอบค้าตัวลิ่นได้ถึง 7 คดีใหญ่

นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า หัวหน้าขบวนการคือชายหนุ่มลูกครึ่งไทย–เวียดนาม มีบ้านพักอยู่ที่ จ.นครพนม และมีที่พักที่ประเทศเวียดนามด้วย ขณะเดียวกันผลประโยชน์ในการลักลอบค้าตัวลิ่นมีมากมายมหาศาล ทำให้ยากต่อการตามจับกุมตัว อย่างไรก็ตาม ตำรวจสากลกำลังจับตาความเคลื่อนไหวอยู่ เพราะถือเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดการลักลอบล่าและค้าตัวลิ่นหรือตัวนิ่มอย่างรุนแรงมาก ทั้งในป่าของประเทศไทยที่มีตัวลิ่นทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้มีค่อนข้างมาก เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด จ.ตรัง อุทยานฯ เขาปู่-เขาย่า จ.พัทลุง เป็นต้น ต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเชีย พม่า แอฟริกา เป็นต้น

ล่าสุด ไซเตส สามารถจับกุมตัวลิ่นและเกล็ดลิ่นของกลางได้ลอตใหญ่ เกือบ 2 พันกิโลกรัม มาจากประเทศคองโกและตุรกี แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากติดขัดข้อกฎหมายและรอเวลา คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน โดยขบวนการค้าลิ่น มีปลายทางถือเป็นตลาดใหญ่คือประเทศเวียดนามและจีน ตัวลิ่น มีราคากิโลกรัมละ 5 พันบาท ตัวหนึ่งประมาณ 3 กิโลกรัมขึ้นไปก็ประมาณตัวละ 2 หมื่นบาท นิยมบริโภคในกลุ่มผู้นิยมเนื้อสัตว์ป่าหรือสัตว์แปลก ตามภัตตาคารในประเทศไทยก็มี แต่เป็นลักษณะปิด โดยเอาเนื้อไปตุ๋น ไปเผ็ดเผ็ด เพราะเชื่อว่าบริโภคเข้าไปแล้วสามารถช่วยรักษาโรคมะเร็งและเพิ่มพลังทางเพศได้

ขณะที่ เกล็ดของตัวลิ่น นำไปตากแห้งขายกิโลกรัมละ 5 หมื่นบาท ผู้บริโภคนิยมนำไปทอดให้ฟูแล้วบริโภครวมทั้งนำไปทำเป็นส่วนผสมของยาหลายชนิด นอกจากนี้ หนังของตัวลิ่น ยังสามารถนำไปทำเป็นเครื่องหนังขายได้อีก เรียกว่าสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งตัว

นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า การจัดการกับขบวนการลักลอบค้าตัวลิ่น ยอมรับว่ายากเพราะมีผลประโยชน์มหาศาล ทำให้การสืบสวนยาก มีต้นทางการค้าอยู่ในและต่างประเทศ ลักลอบเข้าจาก จ.สงขลา ก่อนตีขึ้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ออก จ.นครพนม เข้าประเทศลาวและเวียดนาม อย่างไรก็ตาม กรมอุทยานฯ ได้ขอแก้ไข พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 โดยเปลี่ยนบทลงโทษใหม่ จากเดิมจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่น เป็นความผิดฐาน “มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าสงวน หรือซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีแต่ไม่เกินสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทแต่ไม่เกินสองแสนบาท” ขณะนี้ เสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว

ไล่ล่าหนุ่มลูกครึ่งไทย-เวียดนาม หัวหน้าขบวนการค้าลิ่นหรือตัวนิ่มข้ามชาติ กรมอุทยานฯ เผยเดือนเดียวจับได้ถึง 4 คดีมีทั้งคนไทยและคนเวียดนาม เสนอ ครม.แก้กฎหมายเพิ่มโทษเดิมปรับ 4 หมื่น จำคุก 4 ปี เป็นจำคุก 10 ปีปรับ 2 แสนบาท 1 ก.พ. 2560 17:32 1 ก.พ. 2560 18:57 ไทยรัฐ