วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้เสียหายคือประเทศไทย

หลายคนอาจจะโล่งอกในระดับหนึ่ง เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่าจะไม่ปกป้องหรืออุ้มนายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา แม้ทางการญี่ปุ่นจะไม่สั่งฟ้องข้อหาลักทรัพย์ และปล่อยตัวกลับประเทศไทยแล้ว แต่ทางราชการไทยก็จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย จะรู้ผลภายในเร็ววัน

นายสุภัฒกลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั้งประเทศ เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นควบคุมตัว ในข้อหาขโมยภาพวาด 3 ภาพ จากโรงแรมที่พักในเกียวโต เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยเจรจากับโรงแรม บอกว่าผู้ถูกกล่าวหาขอรับผิดและยินดีชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด ฝ่ายโรงแรมจึงขอให้อัยการสั่งปล่อยตัว เพราะเห็นว่าไม่ใช่คดีร้ายแรง และไม่ได้สร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น

มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างเซ็งแซ่ ทั้งทางสื่อสังคมและสื่อกระแสหลัก หลังจากที่นายสุภัฒกลับถึงประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งย้ายให้ไปช่วยราชการที่สำนักงานปลัดกระทรวง สังคมสงสัยว่าจะมีการปกป้อง ตามระบบอุปถัมภ์ของราชการไทยหรือไม่ บางคนสงสัยว่าข้าราชการระดับผู้บริหารลักทรัพย์ไม่ผิดหรือ?

นายกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์สั่งปลดรองอธิบดีในทันทีเพื่อสร้างมาตรฐานจริยธรรมของข้าราชการไทย ระบุว่าเป็นความผิดทางวินัย หากผู้บังคับบัญชาไม่ดำเนินการ ทางสมาคมจะฟ้องร้องกล่าวหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ประเทศไทยเสียหาย แต่หวังว่าเรื่องคงจะไม่ไปถึงจุดนั้น

ทางการญี่ปุ่นเห็นว่าคดีนี้ไม่ใช่คดีร้ายแรง เป็นการลักทรัพย์โดยไม่ได้วางแผน หรือไตร่ตรองมาก่อน และไม่ได้ทำให้ผู้อื่นเสียหาย ญี่ปุ่นอาจจะไม่เสียหาย เพราะได้รับการขอโทษและชดใช้ค่าเสียหาย ตามที่ต้องการ แต่ประเทศไทยเสียหายร้ายแรงกว่าหลายเท่า เสียหายต่อภาพลักษณ์ข้าราชการไทยเสียหายต่อชื่อเสียงของ ประเทศไทย ที่มิอาจประเมินค่าได้

มีเสียงวิจารณ์จากบางสายว่า ถ้าคนจนขโมยทรัพย์ จะถูกประณามว่าเป็นคนชั่ว คนเลว แต่เมื่อข้าราชการระดับสูงขโมยทรัพย์ในต่างประเทศ มีผู้ปกป้องว่าเป็นคนป่วย คนจนลักทรัพย์เพื่อประทังชีวิต หากถูกจับได้และไม่มีเงินชดใช้เจ้าทรัพย์ ต้องติดคุกสถานเดียว เป็นการตอกย้ำคำกล่าวที่ว่า “คุกมีไว้ขังคนจน” นี่คือความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

หวังว่ากรณีนี้จะเป็นบทเรียนของทุกฝ่าย เพื่อตระหนักถึงความเสมอภาคในทางกฎหมาย ตามที่รัฐธรรมนูญไทยทุกฉบับเขียนไว้ว่า “บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน” หากจะปฏิรูปประเทศกันอย่างจริงจัง จะต้องร่วมกันทำให้บทบัญญัติเรื่องนี้เป็นจริง ในชีวิตจริงที่ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ตามหลักนิติธรรมและประชาธิปไตย.

1 ก.พ. 2560 10:46 ไทยรัฐ