วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรื่องแย่ๆ ในองค์กร ที่ทำคนเก่งลาออก

โดย Nuttaputch

การมีคนเก่งๆ ในองค์กรเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็อยากให้เกิดขึ้น แต่ในความจริงแล้วเราจะพบว่าองค์กรรักษาคนเก่งๆ ไว้ไม่ได้ง่ายนัก ยิ่งทุกวันนี้เราจะเห็นว่าคนเก่งๆ หลายคนเปลี่ยนงานกันบ่อย บ้างก็ออกมาเปิดกิจการของตัวเอง ทีนี้บางคนก็มองว่าคนเหล่านี้ถูกซื้อตัว บ้างก็บอกว่าเล่นตัว อะไรก็ว่าไป

แต่จากประสบการณ์ของผมที่คุยกับหลายๆ คนที่เข้าข่ายว่าเป็น “Talent” นั้น พวกเขามักจะแชร์ปัญหาน่าเบื่อๆ ในองค์กร ที่ทำให้เขาเลือกเดินออกจากองค์กร ซึ่งเรื่องนี้แทบไม่ได้เกี่ยวกับผลประโยชน์ประเภทเงินเดือนหรือเงินตอบแทนเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกันนั้น เรื่องน่าเบื่อๆ เหล่านี้เกิดขึ้นจากคนในองค์กรแทบทั้งนั้น

1. การเม้าท์นินทาในองค์กร

แม้ว่าเรื่องการนินทานั้นเป็นเรื่องที่น่าจะเกิดขึ้นกันจนอาจจะเรียกว่าเป็นปกติของออฟฟิศ (ส่วนหนึ่งก็เพราะนิสัยขี้เม้าท์ชาวบ้านเป็นเรื่องที่มักเกิดกันบ่อยๆ) แต่เมื่อการนินทาที่เกินเลยจนกลายเป็นการเต้าข่าว ใส่ไฟ กุกระแสต่างๆ นานา ล้วนเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับคนทำงานจริงๆ เพราะเขาไม่มานั่งสนใจอะไรกับเรื่องพวกนี้

ถ้าเราสังเกตจะเห็นว่าพวกขี้เม้าท์ทั้งหลายนั้นมักไม่ได้ทำงาน บ้างก็ทำงานกันแบบทั่วๆ ไป ในขณะที่คนทำงานจริงๆ จะไม่มานั่งเม้าท์หรือชี้เป้าไปที่ใครในออฟฟิศ เพราะพวกเขาจะโฟกัสหลักไปที่งานมากกว่า แต่ก็นั่นแหละที่ไอ้เสียงนินทาที่สะสมมากขึ้นๆ จนบางทีกลายเป็นการว่าร้าย ใส่ความ ก็ยิ่งทำให้คนเก่งๆ สุดจะทน และเดินออกจากออฟฟิศด้วยเหตุผลว่า “ไม่อยากจะต้องทนอยู่กับคนพวกนี้” แล้วน่ะสิ

2. การเล่นพรรคเล่นพวก

วัฒนธรรมที่ต่อเนื่องจากการจับกลุ่มเม้าท์คือการเล่นพรรคเล่นพวก การรวมตัวกันเพื่อแบ่งฝ่ายสนับสนุนและต่อต้าน ไม่ว่าจะกับในแผนกกันเองหรือระหว่างแผนกนั้น เป็นสิ่งที่สร้างความปวดหัวให้กับคนเก่งๆ ที่เขาสนใจจะทำงานกัน เพราะพวกเขาจะมองที่หลักการและความถูกต้อง มากกว่ามาสนใจว่าใครพวกใคร ต้องเอาอกเอาใจใคร

นอกจากนี้แล้ว การแบ่งพรรคแบ่งพวกล้วนแต่ทำให้คนที่อยู่ตรงกลางเบื่อหน่าย รำคาญ เพราะกลายเป็นว่ามันทำให้งานไม่เดิน ไม่ได้มีประสิทธิภาพ และคนเหล่านี้ก็จะไม่ทนกับเรื่องพวกนี้อีกเช่นกัน

3. วัฒนธรรมเอาใจนาย

ความตลกอย่างหนึ่งที่ผมมักจะเจอในหลายๆ องค์กรคือ พอได้ชื่อว่าเป็น “ผู้บริหาร” แล้วนั้น ใครๆ ก็ล้วนอยากเอาอกเอาใจ เช่นเดียวกับผู้บริหารก็มักจะอุ้มชู ดูแลคนที่ตัวเองรัก สร้างฐานอำนาจกันในบริษัทภายใต้การบอกว่า “เราจะสร้างครอบครัวกันที่ทำงาน” ทั้งที่ในความจริงแล้วมันคือการสร้างพรรคพวกของตัวเองในบริษัทนั่นแหละ

แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่คนเก่งๆ เขาจะมานั่งสนใจ สิ่งที่พวกเขาจะสนใจคือเรื่องงานที่ตัวเองทำ คุณค่าของการทำงาน และการพัฒนาตัวเอง แน่นอนว่าถ้าองค์กรไหนพยายามบีบให้เขาต้อง “ตามน้ำ” กับเรื่องเหล่านี้ ก็จะเป็นอะไรที่น่าเบื่ออยู่ไม่น้อย และก็ไม่น่าแปลกใจอะไรที่คนเก่งๆ หลายคนจึงมักไปทำงานกับบริษัทต่างชาติที่ดูเหมือนจะมีเรื่องเหล่านี้น้อยกว่าบริษัทไทยๆ ที่มักมีวัฒนธรรม “เกื้อกูล” กันแบบนี้


4. ผู้บริหารเล่นการเมือง

การเมืองในบริษัทเป็นเรื่องที่น่าเบื่อสุดๆ สำหรับคนทำงาน เพราะไม่มีใครชอบหรืออยากที่จะต้องพาตัวเองมาอยู่ในวังวนของการแย่งชิงอำนาจ โจมตีกันไปมาเพื่อแย่งฐานอำนาจกันของเหล่าผู้บริหาร พวกเขาสนใจจะทำงานให้เกิดประโยชน์ที่สุดกับบริษัท แทนที่จะมานั่งคิดว่าจะเล่นการเมืองกันอย่างไร

นอกจากนี้แล้ว ถ้าเรามาดูกันจริงๆ จะเห็นว่าคนเก่งๆ หลายคนเมื่อไม่ไปร่วมเล่นการเมืองประเภท “ตามน้ำ” หรือ “เลือกฝ่าย” แล้ว สุดท้ายพวกเขาก็จะกลายเป็นเหยื่อของการเมืองเหล่านี้ โดนย้ายงานไปโน่นนี่ และสุดท้ายก็ทนไม่ไหว เดินออกจากองค์กรนั่นแหละ

จะเห็นว่า 4 อย่างที่ผมเล่าไปนั้นไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเงินเดือนและผลประโยชน์อะไรเลย  หากแต่เป็นเรื่องกวนใจ น่ารำคาญสำหรับคนที่เขาตั้งใจอยากทำงาน อยากสร้างผลงานดีๆ หากแต่บริษัทที่เก็บคนซึ่งสร้างวัฒนธรรมเหล่านี้แหละ ที่กลายเป็นเหมือนเชื้อมะเร็งทำลายบริษัทไปโดยไม่รู้ตัว

ถ้าองค์กรคุณเป็นแบบนี้ ก็ควรรีบแก้ไขกันเสียนะครับ ไม่อย่างนั้นวันหนึ่งอาจจะไม่เหลือคนที่เก่งๆ จะทำงานให้เลยก็ได้

Facebook : Nuttaputch

Nuttaputch

การมีคนเก่งๆ ในองค์กรเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็อยากให้เกิดขึ้น แต่ในความจริงแล้วเราจะพบว่าองค์กรรักษาคนเก่งๆ ไว้ไม่ได้ง่ายนัก ยิ่งทุกวันนี้เราจะเห็นว่าคนเก่งๆ หลายคนเปลี่ยนงานกันบ่อย 1 ก.พ. 2560 09:56 1 ก.พ. 2560 10:30 ไทยรัฐ