วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุกัญญา มิเกล กับอดีตที่ชีวิตเคยเลือกไม่ได้! จำใจเป็นนางแบบนู้ด

สุกัญญา เขียนเอี่ยม หรือ สุกัญญา มิเกล เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี ชีวิตของเธอเริ่มต้นเข้าวงการด้วยการจำใจเป็นนางแบบเซ็กซี่ที่สู้ชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อยๆ ชื่อของ สุกัญญา มิเกล เลยกลายเป็นที่รู้จักของหนุ่มๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เพราะไม่ชอบงานที่ต้องโชว์เนื้อหนังมังสา ทำให้เธอต้องใช้แอลกอฮอล์ช่วยดับความทุกข์ในใจที่มี จนทำให้กลายเป็นคนติดเหล้า แต่เพราะมีสติ อยากมีชีวิตที่ดีกว่านี้ เธอตัดสินใจเลิกเหล้า และผันตัวเองมาเป็นนักร้อง รวมไปถึงอาชีพนักเขียน จนทำให้ภาพของนางแบบเซ็กซี่ที่เป็นจุดขายของตัวเธอค่อยๆ เลือนหายไป จนตอนนี้ภาพจำของ สุกัญญา มิเกล ในความทรงจำของใครหลายๆ คนคือร็อกเกอร์สาวเสียงใหญ่ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีเพลงฮิตติดชาร์ตในตำนานหลายเพลง ไม่ว่าจะเป็นเพลงดีๆ กันไว้ ที่เชื่อว่าแค่ทำนองของเพลงนี้ดังขึ้น แฟนๆ หลายคนต้องจำและร้องเพลงนี้ได้อย่างแน่นอน และในวันนี้บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับนักร้องสาวเสียงห้าวคนนี้อีกครั้ง ก็ไม่พลาดที่จะให้อดีตซุป'ตาร์เล่าเรื่องราวในวันวานให้ฟังอีกครั้งหนึ่ง

จุดเริ่มต้นชีวิตในวงการบันเทิงของ สุกัญญา มิเกล?
“เริ่มต้นการทำงานในวงการบันเทิงด้วยการไปเป็นสมาชิกอยู่ในโมเดลลิ่งหนึ่ง ตอนนั้นอายุ 16 ปี มีโมเดลลิ่งหางานให้กับสมาชิก และโรงเรียนสอนตัดเสื้อกาลวิน กำลังจะจัดการประกวดนางแบบ โมเดลลิ่งก็เลยส่งเราเข้าประกวด ได้รางวัลที่ 3 มา หลังจากนั้นก็รับงานเดินแบบกับทีมของ แอน อังคณา หลังจากนั้นก็มีงานถ่ายแบบ เดินแบบ เล่นหนัง เล่นละคร ละครเรื่องแรกที่เล่นคือเรื่องข้าวนอกนา เล่นอยู่ 4-5 เรื่อง หนังก็เล่น อย่างเรื่อง บ้านผีปอบ วิ่งลงตุ่มหนีผี (ยิ้ม) เสือตุ๋ย เล่นเป็นจอมโจรดอกไม้แดง ละครเวทีก็เคยเล่น จนพีคสุดกับงานนางแบบชิ้นสุดท้ายของนางแบบที่จะไม่ทำอาชีพนี้แล้ว เป็นจุดสูงสุดของอาชีพนางแบบกับการถ่ายแบบปฏิทินแม่โขงปี 2535 ตอนนั้นเราอายุ 18 ปีเอง (ยิ้ม) ถามว่าชอบมั้ยกับการทำงานในวงการ เอาจริงๆ ตัวเองก็ไม่เคยคิดฝันว่าจะได้มาทำงานในวงการบันเทิง ทุกอย่างถูกจัดวางไว้โดยใครไม่รู้ และถูกผลักดันให้ไปอยู่ตรงนั้น ทำนั่นทำนี่”

ลุคดูห้าวๆ แต่เป็นนางแบบเซ็กซี่?
“เวลาคนเจอตัวจริงจะรู้สึกค้านสายตาหมดแหละ (ยิ้ม) คือคนสมัยก่อนจะเห็นเราแต่จากภาพใช่มั้ย คนก็จะติดภาพเราจากความเป็นสาวเซ็กซี่ คนก็ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วนิสัยห้าว แต่เพื่อนๆ ในวงการรู้จักเราดีว่าเราเป็นอย่างไร เพื่อนๆ คนที่รู้จักในวงการไม่มีใครเรียกเราว่าผู้หญิง เขาเรียกเราว่าบอยทุกคน (หัวเราะ) เวลาไปออกรายการคนก็จะเห็นว่าเราแข็งๆ อยู่บ้าง เวลาคนเจอตัวจริงก็จะถามว่าใช่คนเดียวกันเหรอ”

กระแสตอบรับตอนถ่ายเซ็กซี่เป็นอย่างไร?
“ส่วนใหญ่ไม่ดี ในยุคนั้นใครถอดเสื้อผ้าถ่ายรูปคือผู้หญิงหากินนะ ตอนนั้นทำให้ชีวิตของเราติดเหล้าอยู่ 1 ปี เวลาไปโชว์ตัวยืนอยู่กับพวกเพื่อนๆ นางแบบ แอน มรกต หรือคนอื่นๆ แต่ละคนหน้าอกใหญ่เหลือเกิน เราก็ไม่ชอบแต่งแบบนั้น แต่ก็ต้องแต่งเพราะมันคืองาน แต่งตัวให้นมล้นๆ ออกมา แล้วสายตาพวกผู้ชายที่มองมาที่เรา มันน่ากลัวมาก เห็นแล้วอยากจะต่อยหน้ามากๆ แต่ทำไม่ได้ ตอนนั้นอึดอัดมาก รู้สึกว่าคุณค่าของความเป็นมนุษย์มันหายไป เรากลายเป็นเซ็กซ์ทอยทางสายตาให้กับผู้ชายพวกนั้น โทรศัพท์มาหาแค่เพราะอยากจะนอนด้วย มีคำถามว่าเราคืออะไร เราทำเพราะมันคืองานเลี้ยงตัวเองนะ เราไม่ได้อยากโชว์ ไม่มีความสุขกับมัน แต่ทำไมผู้ชายพวกนี้ทำให้เรายิ่งดูไร้ค่า ทำให้เราดูเหมือนเป็นเครื่องมือบำบัดความใคร่มากๆ เวลาโชว์ตัวเงินที่ได้ก็แล้วแต่งาน หมื่นสองหมื่นก็ถือว่าเยอะแล้ว ค่าครองชีพสมัยก่อนไม่ได้สูง ค่าตัวก็ไม่ได้สูงตาม”

ตอนเป็นนางแบบเซ็กซี่มีเสี่ยมาขอเลี้ยงมั้ย?
“ถามว่าช่วงที่ถ่ายเซ็กซี่มีเสี่ยๆ เข้ามาขอเลี้ยงเยอะมั้ย ตอบเลยว่ามี (ยิ้ม) ก็บอกเขาตรงๆ ว่าไม่ได้ขาย แต่ถ้าจีบๆ กันอยู่ก็มีไปทานข้าวด้วยบ้างตามประสา แต่ถ้ามาขอซื้อเลยไม่ไป แต่เราก็ไม่ได้ยึดว่าตัวเองจะต้องมีสามีรวย (ยิ้ม) แอบเสียดายนะ ถ้าคิดแบบนั้นชีวิตเราอาจจะโอเค (หัวเราะ) เพราะตอนนั้นเข้ามาเยอะมาก ทำไมไม่คว้าไว้สักคน ไม่งั้นสบายแล้ว เคยมีเสี่ยคนหนึ่ง เขาเป็นคนสุภาพมากๆ หน้าตาดีมากเลย (ลากเสียง) เป็นคนน่ารัก เขาเห็นชีวิตเรา อ่านประวัติของเราแล้วก็สงสาร ไม่มีพ่อแม่ กำพร้า เข้ามาต่อสู้ในวงการบันเทิงด้วยชีวิตตัวคนเดียว เขาก็เสนอตัวจะมาขอดูแล ให้เวลาคิดด้วย เหมือนผีห่าซาตานอะไรไม่รู้ ตอบเขาไปว่าไม่ เพราะจำคำของยายที่สอนเอาไว้ว่า ผัวรวยๆ เดี๋ยววันหนึ่งเขาก็ไม่เห็นคุณค่าเรา หาคนที่เรารักเขา คือตอนนั้นเราก็ไม่ได้รักเขาด้วย มันยังไม่มีความรัก แต่ความรักมันสามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคต ถ้าเขาเป็นคนดีอย่างที่เราเห็นมันก็เกิดขึ้นได้ ตอนนั้นไม่ได้คิดไง วัยรุ่นอยู่ คิดแค่ว่าต้องเกิดมาจากความรัก อยู่ด้วยกัน กัดก้อนเกลือกินไปด้วยกัน นั่นคือสิ่งที่ยายสอน ซวยเลยชีวิต (หัวเราะ) เสียใจเหมือนกัน รู้สึกโง่ (หัวเราะ) อยากจะขอโทษเขามากๆ แต่เอาจริงๆ นะมีความรู้สึกว่าอะไรก็แล้วแต่ที่เราได้มาจากชีวิตของเราเองมันมีคุณค่ามากกว่าเยอะ มากยิ่งกว่าการที่เราเอาเงินของผู้ชายมาใช้ หรือให้ใครสักคนมาซัพพอร์ตชีวิตเรา"

เพราะอะไรถึงเลิกติดเหล้าได้?
“1 ปีผ่านไปหลังจากนั้น เราตื่นมาด้วยอาการมือสั่นถ้าไม่ได้กิน มองตัวเองในกระจกแล้วมีคำถามว่า เราอยากให้ชีวิตเราเป็นแบบนี้เหรอ สุดท้ายเราคือลำยองนะ คนรอบข้างเห็นเราขี้เมาตลอดเวลาเลยช่วงนั้น เป็นสิงห์นักดื่มในสายตาของหลายคนที่เขารู้จักเรา ก็คิดว่าอยากเป็นเหรอ เราก็เคยนะคนที่เขาเมาแล้วไม่เหลืออะไรเลย กลายเป็นคนขาดคุณค่าในตัวเอง คนเห็นคนก็ไม่เคารพหรอกคนเมา การใช้ชีวิตอยู่กับน้ำเมาทุกวันมันกลายเป็นชีวิตของเรา คนอื่นก็มองว่าชีวิตเราขาดสิ่งนี้ไม่ได้ ก็คิดตามความคิดของตัวเองในตอนนั้นว่าอยากให้คนมองเราแบบนี้เหรอ ก็ได้คำตอบว่าไม่เอา ไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ แล้วก็หักดิบตัวเองด้วยการไม่แตะเลย ดื่มน้ำแทน เวลาไปสังสรรค์กับเพื่อนก็ดื่มน้ำอัดลม น้ำเปล่าแทน และเริ่มใช้ดนตรีบำบัด ด้วยการหันมาเป็นนักดนตรี”

จากนางแบบเซ็กซี่มาเป็นนักร้อง ไม่เหลือคราบความเป็นสาวเซ็กซี่เลย?
“เป็นนักร้องจริงๆ จังๆ อัลบั้มดีๆ กันไว้ ตอนนั้นอายุ 23 ปี แต่ก่อนหน้านี้มีอัลบั้มเพลงมาแล้ว 1 อัลบั้มชื่อ หน้ากาก ตอนทำอัลบั้มนี้อายุ 21 ปี หลังจากที่ถ่ายอัลบั้มแม่โขงเสร็จก็หันหน้าเข้าเส้นทางสายดนตรีเลย แต่เล่นดนตรีในผับคาวบอยเป็นแนวร็อก จากนั้นก็มีคนติดต่อให้เข้าไปทำอัลบั้มหน้ากากนี่แหละ และได้รางวัลสีสันอวอร์ด จากนั้นก็เดินสายทัวร์กับคาราบาว และได้มาทำอัลบั้มดีๆ กันไว้”

ความรู้สึกตอนเพลงขึ้นอันดับ 1 เป็นอย่างไร?
“จะให้เล่าก็เหมือนเราพูดไม่จริงนะ แต่คือเราก็ใช้ชีวิตของเราตามปกติ โดยที่ไม่รู้ว่าชื่อเสียงเราไปถึงไหน แค่เห็นคนเปิดเพลงของเราฟังมันก็มีความสุข แต่ไม่รู้สึกว่าตัวเองดัง เพราะว่ายังทำตัวเหมือนเดิม คือยังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวเหมือนเดิม นั่งรถแท็กซี่เหมือนเดิม ทุกอย่างยังเหมือนเดิม แต่ดีใจเวลามีคนจ้างไปเล่นคอนเสิร์ต ตื่นเต้นกับการทำงานมาก”

ชอบงานชิ้นไหน เดินแบบ นางแบบ เล่นละคร ร้องเพลง?
“เดินแบบนี่ไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลยนะ เพราะคิดว่าตัวเองไม่สวย ไม่ได้มีความเป็นพญา แต่ว่าทำได้ และมองว่ามันเป็นงาน ถ่ายแบบก็ไม่เคยมีความสุขเลย เพราะต้องแขม่วตลอด เพราะว่าเราเป็นคนไม่ดูแลร่างกายเหมือนที่นางแบบคนอื่นเขาทำกัน เราใช้ชีวิตแบบเต็มที่มาแต่ไหนแต่ไร ก็เลยไม่มีความมั่นใจเวลาถ่ายแบบ แต่ก็ทำได้ แต่สุขมั้ย ไม่ เพราะมันมีความกังวลอยู่ตลอดเวลา ส่วนงานละคร งานแสดง ชอบนะ แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองเล่นเก่ง เพราะเราไม่ได้เรียน ไม่มีศาสตร์อะไรเลย แต่ก็ทำได้ แต่มีอย่างเดียวที่รู้สึกว่าทำได้ดีและมีความสุขมากคือร้องเพลง และเป็นนักเขียนด้วยคืออาชีพที่เราชอบ เขียนหนังสือมา 5 เล่มแล้ว และกำลังจะเขียนนิยายด้วย (ยิ้ม) เพราะเป็นคนมีความคิดว่า จริงจังตั้งแต่เด็ก อยากจะเอาความรู้สึกนี้ออกมาก็เลยชอบที่จะเขียน เริ่มต้นจากการเขียนไดอารี่ 4 เล่ม เรามีความทรงจำทั้งดีและไม่ดีในหัวเยอะมาก ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเราอายุ 18 ปีเองนะ”

เพราะอะไรถึงเริ่มห่างๆ หายไปจากวงการบันเทิง?
“จริงๆ ไม่เคยหันหลังให้วงการบันเทิงเลยนะ แต่หายไปเป็นเพราะวงจรของวงการบันเทิง ในแต่ละ 10 ปี โลกของวงการบันเทิงจะเปลี่ยน จากงานเขียน พวกหนังสือพิมพ์ จะเป็นสื่อสำคัญ 10 ปีต่อมา หนังสือพิมพ์เริ่มไม่มีแล้ว น้อยมาก ทีวีเริ่มมีบทบาทมากขึ้น แต่เป็นเพราะว่าเราไม่มีต้นสังกัด เป็นศิลปินอิสระ ก็เลยทำให้เราไม่ได้ออกสื่อสม่ำเสมอ หลังจากนั้นก็แต่งงาน แต่ก็ยังมีอัลบั้มออกมาอยู่ คือยังมีงานดนตรีเล่นสด เล่นคอนเสิร์ตอยู่ แต่งานเบื้องหน้ามีแต่ประปราย ช่วงที่ทำอัลบั้มดีๆ กันไว้ งานเยอะมาก บูมมาก ออกงานวันละ 2-3 งานต่อวัน เหนื่อยแต่สนุก แต่อย่าคิดว่าจะรวยนะ ได้ตังค์น้อยมาก คอนเสิร์ตที่ออกไม่เคยถึงแสน คอนเสิร์ตที่แพงที่สุดในชีวิตตอนนั้นคือ 9 หมื่นบาท แบ่งวง จ่ายค่าใช้จ่ายแล้วเหลือก็ไม่มาก (ยิ้ม) เอาจริงๆ ก็ยังคิดถึงวงการบันเทิงนะ คิดถึงงานในวงการบันเทิงมาก (ยิ้ม) เพราะว่ามันก็สนุกดีนะเวลาเราได้เล่นหนัง เล่นละคร ถ้ามีบทดีๆ ก็ยินดีรับเล่น บทที่อยากเล่นก็คือบทบู๊ เพราะเราชอบเล่นบทบู๊ (ยิ้ม)"

เป็นสาวห้าว พอมีครอบครัวเปลี่ยนไปมั้ย?
“ไม่นะ ก็ยังเป็นเหมือนเดิม แต่ก็มีหน้าที่ที่ต้องทำเพิ่มขึ้น เข้าครัวเตรียมอาหาร ทำหน้าที่แม่ปกตินะ ไม่ได้เปลี่ยนเป็นสาวหวานอะไร ชีวิตครอบครัวอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่เราก็ยังทำหน้าที่แม่อย่างเต็มที่เหมือนเดิม หลังจากเกิดเรื่องก็แบ่งลูกกันเลี้ยง ลูกสาวอยู่กับคุณพ่อ เราก็ไปหาทุกอาทิตย์ คนโตชื่อน้องเลอร์เบียร์ 11 ขวบ เขาชอบศิลปะวาดรูป ส่วนลูกชายชื่อน้องทาร์เนียร์ 7 ขวบ เป็นนักประดิษฐ์ ล่าสุดประดิษฐ์ของเล่นให้แมว (ยิ้ม) ซึ่งเขาก็ทำสำเร็จ แมวก็เล่นนะ (หัวเราะ) เขามีความฝันว่าจะสร้างตัวละครในเกม เขาจะทำได้มั้ย ก็บอกเขาว่าให้เรียนคณิตให้เก่งๆ ถามว่าลูกๆ มีความสามารถในการร้องเพลงมั้ย ทั้ง 2 คนเขาก็มีทักษะในการชอบร้องเพลง เขามีพรสวรรค์ทั้งคู่นะ”

ลูกๆ รู้มั้ยว่ามิเกลเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง?
“เขาก็รู้นะ ลูกชายลูกสาวเรียกชื่อเต็มเราเลยว่า สุกัญญา มิเกล (หัวเราะ) โชว์ชาวบ้านเขา เวลามีแฟนเพลงเข้ามาทัก เขาก็จะถามว่านี่เพื่อนหม่ามี้เหรอ เพื่อนเยอะ ไปไหนมาไหนมีแต่คนรู้จักเข้ามาพูดคุยด้วย (หัวเราะ) ก็จะบอกเขาเสมอว่าเงินที่เรามีเราใช้ก็ได้มาจากแฟนๆ ที่น่ารักนี่แหละ บอกเขาให้รู้ ซึ่งลูกๆ ก็รับรู้ เวลาเจอแฟนๆ ที่เข้ามาทักทาย เขาก็จะยิ้มแย้มให้ด้วย”

ทุกวันนี้ทำอะไรอยู่?
“เล่นดนตรีอยู่ที่ร้านอาหารค่ะ ตอนนี้เล่นอยู่ 3 ร้านค่ะ เวลาไปร้องเพลงที่ร้าน คนที่เขาจำกันได้ก็เข้ามาทักทายตามประสาคนรักกัน คิดถึง หายไปนานเลย ก็บอกเขาว่าเราไม่ได้หายไปไหน แค่ได้ออกสื่อ (ยิ้ม) บางคนทักผมยาว บางคนทักอ้วนขึ้น หลายคนติดภาพเราตอนอายุ 23 แต่ตอนนี้เราอายุ 44 แล้ว มีลูก 2 คน แต่เขายังติดภาพนั้น เจอก็ถามเปลี่ยนไปเยอะเลย ไม่ได้เปลี่ยนไปเยอะ เปลี่ยนไปทีละปี (ยิ้ม) แต่ไม่ได้เจอกันไง ไม่เจอนานอ้วนขึ้นนะ เป็นแฟนๆ ที่ติดตามตั้งแต่ผอมๆ ก็ตอบกลับขำๆ ว่ากลับไปดูตัวเองตอนอายุ 18 นะ (หัวเราะ) เอาจริงๆ ก็อยากให้แฟนๆ ดูว่าเรายังร้องเพลงได้เหมือนเดิมมั้ย ไม่อยากให้โฟกัสที่รูปร่างหน้าตาเป็นหลัก ถ้าเราร้องไม่ดี เล่นไม่ดี ค่อยตัดเราออก ในส่วนของงานเพลงจะมีมาให้ฟังเรื่อยๆ มีชาแนลอยู่ในยูทูบ ชื่อ migael word เวลาสร้างงานใหม่ก็จะไปอัพไว้ในนี้ ทำรายการของลูกคนเล็ก เวลาเขาเล่นแบบธรรมชาติ เราก็จะตั้งกล้องเอาไว้ แล้วเอามาตัดลงในนี้ อยากให้คนเห็นธรรมชาติของมนุษย์มันสวยงามจริงๆ เด็กๆ เวลาที่เขานึกจะพูดอะไรก็พูดโดยที่เราไม่ได้ขีดกรอบให้เขามันน่าดูมากนะ และเวลาไปงานคอนเสิร์ต หรือเล่นละครก็จะเก็บภาพเบื้องหลัง เป็นงานที่ทำสนุกๆ ฮาๆ ถ่ายมาลง (ยิ้ม) ซิงเกิ้ลล่าสุดที่ออกมาเมื่อปีที่แล้วคือเพลงสาวใหญ่ใจสวย”

สาวเซ็กซี่สมัยก่อนทุกคนจะดูแลหุ่นตัวเองให้ดูดีเสมอ แต่ มิเกล กลับไม่ทำ?
“ก็บอกไปแล้วว่านิสัยเราไม่ใช่คนที่ชอบดูแลตัวเองอยู่แล้ว ไม่ได้รักสวยรักงามเลย นิสัยเป็นอย่างนี้ แต่งานเซ็กซี่ที่ทำในสมัยก่อน มันเป็นงานที่เข้ามาก็ต้องทำ มีงานเรตอาร์มาก็ทำ งานถ่ายเซ็กซี่ก็ต้องทำ หาเงินเลี้ยงตัวเอง ไม่ได้รวย ชีวิตของเราสมัยนั้นเลือกไม่ได้ คือคนสมัยนี้แปลก เวลาดาราสาวสวยเก่าๆ กลับมา พอมาออกรายการทีวี คนกลับไม่สนใจสิ่งที่เขาพูด กลับมองพุงเขา พระเอกสมัยก่อนหล่อมาก พอมาออกรายการ กลับนั่งมองหัวล้านเขา ไม่มองที่คุณค่าของชีวิตที่เขาทำมา กลับมานั่งวิจารณ์รูปลักษณ์ภายนอกของเขา ค่านิยมเหล่านี้มันมาได้ยังไง ทำไมต้องยึดติดว่าคนคนเดิมจะเป็นเหมือนเดิมอย่าง 20-30 ปีก่อน เวลามีแฟนๆ ถามเราเหมือนกัน เราก็จะย้อนถามเขากลับคืนว่าคุณตอนนี้กับใน 20 ปีก่อนเป็นเหมือนเดิมหรือเปล่า ไม่ได้กวนนะ  แต่อยากให้เขาคิดถึงตัวเขาบ้าง (ยิ้ม) กับเรื่องเงินเก็บ บางคนสงสัยว่าดาราเก่าๆ อย่างพวกเราทำไมไม่มีเงินเก็บ คือหลายๆ คนไม่มีเงินเก็บหรอกค่ะ สมัยก่อนเงินมันน้อยกว่ายุคนี้ ถ้าดาราสมัยก่อนจะมีเงิน ต้องมีสามีรวยเอาไว้ซัพพอร์ตชีวิต เพราะเวลาแก่ก็ไม่รู้จะทำอะไร อาชีพนักแสดงไม่ได้มีเงินเดือน เขาได้เงินก้อนมา 1 ก้อน มันเป็นการทำงานแบบเหมา ไม่ได้รับเงินเป็นตอนเหมือนสมัยนี้ รายได้มันต่างกันมากๆ งานๆ หนึ่งได้ไม่กี่บาท จะให้มีเงินเหลือเงินเก็บมาจากไหน ในอดีตได้มาก็ต้องจ่ายไป ใครมีครอบครัวก็ต้องดูแล อาชีพนักแสดงไม่ได้มีสวัสดิการ อาชีพนี้มันเป็นวงจร เป็นวัฏจักร มีใหม่มีเก่าหมุนเวียนกันไป บางคนก็ทำธุรกิจ ทำได้ไม่นานก็เจ๊งไปก็มี คนก็มานั่งด่าว่าดาราโง่นั่นนี่อีก คืออย่าว่าแต่ดาราเลย คนธรรมดาบางคนก็ทำธุรกิจเจ๊งได้"

อยากบอกอะไรถึงแฟนๆ ที่ยังรักและคิดถึงมิเกลบ้าง?                                      “ขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่เหนียวแน่นกับเราจริงๆ ทำอะไรออกมาก็ซื้อ แฟนๆ มีคุณค่ากับเราเสมอ ไม่เคยรู้สึกว่าเขาเป็นใครก็ไม่รู้ เราบอกกับตัวเองว่าจะทำสิ่งผลงานดีๆ ตอบแทนให้กับแฟนๆ เท่าที่เราทำได้ อยากให้หลายๆ อย่างที่เราสร้างขึ้นบนโลกใบนี้ในนามของสุกัญญา มิเกล มันจะเป็นประโยชน์ให้คนรุ่นต่อรุ่น”.

สุกัญญา มิเกล ยังร้องเพลง ปัดไม่ได้หายหน้าไปจากวงการ แค่ไม่มีโอกาสได้ออกสื่อ รับยังคิดถึงวงการบันเทิง หากมีโอกาสอยากกลับมารับงานบ้าง เล่าเคยติดเหล้าหนักเพราะรับไม่ได้กับอาชีพนางแบบเซ็กซี่ที่เคยทำ ขำๆ เคยมีเสี่ยมาขอเลี้ยง 31 ม.ค. 2560 18:47 1 ก.พ. 2560 10:15 ไทยรัฐ