วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลองของใหม่ MAZDA 3 MINOR CHANGE 2017 รุ่นถูก C-SPORT มีดีที่ราคา

ขายมานาน 3 ปี ได้เวลาลงของแบบจัดเต็ม Mazda 3 เวอร์ชั่นปรับโฉมประจำปี 2017 รุ่นสูงสุด SP Sport ราคา 1,119,000 บาท กลายเป็นรถที่ถูกอัดอุปกรณ์มากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งที่มีราคาแพงกว่าเล็กน้อยอย่าง Civic RS 1.5 Turbo แม้จะมีกำลังของเครื่องยนต์ไม่รุนแรงเท่ากับ Civic รุ่นสูงสุด แต่ Mazda 3 SP Sport 2.0 Skyactiv-G ก็มีการขับที่ดีและมีเรือนร่างที่สมส่วนลงตัว โดยมีให้เลือกทั้งซีดาน 4 ประตู และแฮตช์แบ็ค 5 ประตู ซึ่งมีราคาในรุ่นท็อปสุดเท่ากันทั้งคู่

การขับทดสอบประสิทธิภาพช่วงสั้นๆ เมื่อเดือนมิถุนายนของปีที่ผ่านมา (2016) ในสนามทดสอบของ Mazda ที่เมืองฟุกุโอกะก่อนการเปิดตัวในประเทศไทยที่ต้องรอกันนานถึง 7 เดือน หลังจากการเปิดตัวเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2017 ทีมทดสอบของบริษัท Mazda เชิญสื่อมวลชนลงทำการขับทดสอบประสิทธิภาพของ Mazda 3 รุ่น Minor Change 2017 โดยเน้นการขับทดสอบไปที่ระบบรักษาเสถียรภาพแบบใหม่ SkyActiv Vehicle Dynamics with G- Vectoring Control และระบบความปลอดภัยใหม่ล่าสุด i-Activsense ซึ่งเป็นอาวุธหลักที่ Mazda 3 นำเสนอ 

เส้นทางจากหน้าโชว์รูม Mazda simedarby ไปยังจังหวัดนครนายก ผ่านโรงแรมดาษดา ด่านเนินหอม ผ่ากลางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ไปยังถนนธนะรัชต์แล้ววกออกถนนมิตรภาพ เพื่อมุ่งหน้าไปยังสนามบินเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในสนามกอล์ฟแรนโชชาญวีร์ ทีมทดสอบของ Mazda จัดรถรุ่นรองให้ผมขับทดสอบ มันคือ Mazda 3 Minor Change 2017 รุ่น 2.0 C-Sport ราคา 928,000 บาท พอฟัดพอเหวี่ยงกับ Civic 1.8 EL ซึ่งมีราคา 959,000 บาท แพงกว่าเจ้าสามรุ่น C-Sport แค่ 3 หมื่นบาท ตัวถังแบบซีดานของ Mazda 3 2.0 C-Sport พร้อมการปรับเปลี่ยนหน้ากระจังและไฟตัดหมอก ทำให้แทบจะมองไม่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงจากการปรับโฉมในครั้งนี้

Mazda 3 เป็นรถที่มีพวงมาลัยและช่วงล่างดี แม้เครื่อง 2 ลิตรหายใจเองพร้อมเทคโนโลยี Skyactiv-G จะไม่ได้รุนแรงอะไรมากมาย แต่ความพอดิบพอดีของย่านกำลังระดับ 165 แรงม้า ที่สอดคล้องกับน้ำหนัก 1,358 กิโลกรัม ทำให้แรงบิด 210 นิวตันเมตร เหมาะสมเป็นที่สุด รุ่นซีดาน 2.0 C-Sport มีมิติตัวถังยาว 4,580 มิลลิเมตร กว้าง 1,795 มิลลิเมตร สูง 1,450 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,700 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหน้า 1,555 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหลัง 1,560 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 155 มิลลิเมตร เจ้า 3 รุ่นที่มีราคาไม่ถึงล้านเป็นรถซีดานที่มีทรวดทรงปราดเปรียว ส่วนท้ายค่อนข้างสั้น ด้วยการออกแบบบั้นท้ายให้คล้ายกับรถสปอร์ตส่งผลไปถึงมุมมองที่โดนใจนักเลงรถ ผมใช้เวลาเกือบทั้งวันนั่งขับจากกรุงเทพฯ ไปยังอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ด้วยสภาพอากาศที่เป็นใจ ซึ่งดูๆ ไปแล้วน่าจะเอื้อให้รถทดสอบของ Mazda คันนี้แสดงประสิทธิภาพที่แท้จริงออกมา ทั้งจุดเด่นและจุดด้อยของตัวรถจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับ Honda Civic 1.8 EL เพื่อค้นหาผู้ชนะ 

รถขับเคลื่อนล้อหน้าที่มีการร่นเครื่องยนต์ไปจนชิดกับผนังห้องเครื่อง คือความสามารถล้วนๆ ของวิศวกรที่สร้างเจ้า Mazda 3 แกนล้อหน้าที่ตั้งแนวอยู่หน้าเครื่องยนต์ทำให้การกระจายน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ดี เครื่องยนต์ Skyactiv-G ขนาด 2 ลิตรไม่มีระบบอัดอากาศ แต่ก็ตอบสนองได้อย่างที่ควรจะเป็น จุดเด่นของ Mazda นอกจากช่วงล่างที่เหนือกว่ารถคู่แข่งแล้วยังมีพวงมาลัยไฟฟ้าที่ทั้งแม่นและคมคอยประคับประคองและสร้างความรู้สึกมั่นใจได้ดีเอามากๆ SkyActiv-chassis มาตรการควบรวมช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยวให้ทำงานสอดประสานกัน คืองานวิศวกรรมยานยนต์ที่ Mazda ใส่ใจมาโดยตลอด

คนของ Mazda มักให้ความสำคัญกับการควบคุมพร้อมไปกับความสะดวกสบายในการขับขี่ ขับไปได้แค่นิดเดียวคุณจะรู้สึกได้ถึงความเป็นรถยนต์ที่น่าใช้งาน ช่วงล่างของมันสะท้อนให้เห็นถึงจุดด้อยของ Civic 1.8 EL เนื่องจากลักษณะการวางเครื่องยนต์และการกระจายน้ำหนักที่แตกต่างกัน เครื่องยนต์ของ Civic รุ่นรองนั้นวางเครื่องล้ำแกนล้อหน้าไปทางด้านหน้าอยู่พอสมควร ทำให้เครื่องวางค่อนไปทางด้านหน้ามากไปหน่อย และห่างจากผนังห้องเครื่องมากกว่า Mazda 3 ส่งผลให้การควบคุมเป็นรองอยู่นิดๆ การร่นเครื่องยนต์จนเกือบจะชิดกับผนังห้องเครื่องของเจ้า 3 ส่งผลให้อาการโดยรวมดีขึ้น โดยเฉพาะการเลี้ยวและการทรงตัวบนทางตรงในย่านความเร็วสูง   

ผมห่างเหินจากการขับเจ้า Mazda 3 เพียงแค่ 7 เดือน หลังจากขับที่ฟุกุโอกะในสนามทดสอบของ Mazda ซึ่งเป็นการขับช่วงสั้นๆ ด้วยความเร็วต่ำ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของ G-Vectoring Control เมื่อได้กลับมาขับมันอีกครั้งก็เหมือนกับการได้เจอเพื่อนเก่าที่รู้ใจ ระบบรองรับแบบแมคเฟอร์สัน สตรัทที่ด้านหน้าและมัลติลิ้งค์ที่ด้านหลังมีการปรับตั้งมาดีและลงตัว มันไม่แข็งมากจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้อ่อนยวบยาบจนออกอาการย้วย ระยะยืดและยุบของโช้คอัพรับมือกับสภาพถนนที่หลากหลายของประเทศไทยได้แบบที่ควรจะเป็น ทำให้มั่นใจได้ว่ายาง Toyo Tire รุ่น Energy R38 ไซส์ 205/60R16 ยังคงเกาะติดกับถนนแม้เส้นทางบางช่วงบางตอนจะไม่มีความสม่ำเสมอ

แชสซีให้ความรู้สึกที่ปราดเปรียวเหมือนกับรูปลักษณ์ของมัน การบังคับเลี้ยวคมและมีความสมดุลเกือบจะเท่ากับรถยุโรปขนาดเล็ก การถ่ายเทน้ำหนักทำได้ดีโดยเฉพาะในย่านความเร็วต่ำ G-Vectoring Control จะเข้ามาช่วยลดอาการเมารถในย่านความเร็วที่ไม่สูงมากนัก เส้นทางที่อุดมไปด้วยโค้งมุมแคบแบบทางที่ตัดผ่ากลางอุทยานเขาใหญ่ไม่เหมาะที่จะขับเร็ว ความเร็วที่เหมาะสมจะยิ่งทำให้คุณควบคุมมันได้ง่ายยิ่งขึ้นซึ่งเป็นเรื่องที่ดี 

ภายในที่มีความแตกต่างจากรุ่นท็อปสุดไม่มาก ทำให้รุ่น 2.0 C-Sport มีความน่าใช้อยู่เหมือนกัน จุดที่ยังคงเป็นรองรุ่นแพงอย่าง 2.0 SP Sport ก็คือพวงมาลัยไม่มีแป้นเปลี่ยนเกียร์ติดมาให้ (ซึ่งควรให้มาทุกรุ่นหากคิดจะเอาชนะรถอย่าง New Civic) จอภาพมอนิเตอร์ไม่มีระบบนำทางด้วยดาวเทียม รวมถึงกลไกทางอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ๆ  อย่างไฟหน้า LED อัตโนมัติ / ระบบเตือนเมื่อรถแล่นออกนอกเลน / ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ / ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะขับถอยหลัง / ระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดอาการเมื่อยล้า / ระบบแจ้งเตือนจุดอับทางสายตาด้านข้าง / ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC ก็ไม่มีมาให้ เนื่องจากมีราคาต่ำกว่ารุ่นสูงสุดค่อนข้างมาก

แผงคอนโซลแดชบอร์ดด้านบนผลิตจากโฟมขึ้นรูป ส่วนด้านล่างใช้พลาสติกเหมือนกับ Toyota Corolla Altis เบาะแบบสปอร์ตหุ้มหนังแท้ทุกตำแหน่ง เบาะคู่หน้าปรับด้วยมือ แผงประตูหุ้มหนังสังเคราะห์พร้อมรูปแบบของมือจับที่เปิดบานประตูด้านในที่สวยงามคล้ายรถยุโรป 

ซุ้มเกียร์มีรายละเอียดที่ซับซ้อนมากกว่าคู่แข่ง และทำออกมาได้อย่างสวยงาม ข้างซุ้มคันเกียร์ยังมีสวิตช์ Sport Mode มาให้สำหรับขาแรงที่ชอบขับเร็วๆ คันเบรกมือวางอยู่ในตำแหน่งที่พอดิบพอดีกับการยึดจับ ช่องวางแก้วแบบมีฝาปิดดูหรูหรา ปุ่มควบคุมอุณหภูมิแบบ 3 ปุ่ม คล้ายกับรถ Audi ใช้งานได้ง่ายและสะดวก 

จอมอนิเตอร์ขนาด 7 นิ้ว สั่งงานด้วยการสัมผัสที่หน้าจอ หรือใช้แป้นควบคุมทรงกลมแบบ 4 ทิศทางที่ออกแบบได้ดีคล้ายกับปุ่ม iDRIVE ของ BMW ใกล้ๆ กับสวิตช์ทรงกลมที่ใช้ควบคุมจอภาพมีปุ่มเสียงที่อยู่ถัดจากซุ้มคันเกียร์ การเข้าหรือออกจากเมนูหลักถูกออกแบบให้มีความง่ายต่อการใช้งานพร้อมรูปแบบแนวๆ ของจอภาพที่คล้ายกับ Mercedes Benz A-Class หรือ CLA -Class มีรูปทรงที่แตกต่างไปจากรถญี่ปุ่นทั่วไป จากแนวทางของงานดีไซน์อุปกรณ์ภายในที่น่าใช้งานและเหนือกว่ารถคู่แข่งอยู่นิดๆ 

มาตรวัดแบบอนาล็อกดูเรียบง่ายไม่มีรายละเอียดแบบจัดเต็มเหมือนรุ่นสูงสุด มาตรวัดของ Mazda 2.0 C-Sport ราคา 9.2 แสนบาท ประกอบไปด้วยมาตรวัดความเร็วทรงกระบอก ด้านซ้ายของมาตรวัดความเร็วมีจอภาพ MID ของมาตรวัดรอบเครื่องยนต์พร้อมทริปมิเตอร์ A-B ส่วนจอเล็กๆ ทางด้านขวาของมาตรวัดความเร็วหลักเป็นที่อยู่ของจอภาพที่แจ้งเตือนอุณหภูมิภายนอก ระดับของเชื้อเพลิงในถังและคำนวณอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง รุ่น 2.0 C-Sport ไม่มีจอ head-up display เหมือนรุ่นสูงสุด แต่ก็ไม่มีความจำเป็นต่อการใช้งานใดๆ ทั้งสิ้น คุณสามารถอ่านค่าต่างๆ ผ่านจอมอนิเตอร์และมาตรวัดด้านหน้าได้อย่างสะดวก โดยไม่ต้องคอยมองจอพลาสติก head-up display ซึ่งมีมาให้ในรุ่นที่แพงกว่า 1 แสนบาท อย่างรุ่น SP-Sport  

เครื่องยนต์หายใจเองโดยไม่ได้พึ่งพาระบบอัดอากาศเป็นเครื่องเบนซิน Skyactiv-G แบบแถวเรียง 4 สูบ วางตามขวางขับเคลื่อนล้อหน้า มีปริมาตรความจุ 1,998 ซีซี มีอัตราส่วนกำลังอัดอยู่ที่ 14.0:1 ความกว้างกระบอกสูบ 83.5 มิลลิเมตร ช่วงชัก 91.2 มิลลิเมตร ให้กำลัง 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ระบบจ่ายเชื้อเพลิงใช้กลไกไฟฟ้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ไดเรคอินเจคชั่น รองรับเชื้อเพลิงเบนซิน 95 / 91 / E10/E20 E85 นับเป็นอีกจุดที่มีความได้เปรียบ เนื่องจากเจ้าของสามารถเลือกเติมเชื้อเพลิงได้อย่างหลากหลาย ส่วนมาตรฐานมลพิษของเครื่อง SkyActiv-G ทำได้แค่ EURO-4  

ระบบส่งกำลังวางเกียร์อัตโนมัติ Skyactiv-Drive 6 สปีด เป็นเกียร์ออโตแบบฟันเฟืองต่างขนาด ไม่ใช่เกียร์ CVT จอมย้วยที่น่าเบื่อ เป็นอีกจุดที่เหนือกว่ารถคู่แข่งในด้านระบบส่งกำลังที่มีราคาค่าตัวแพงกว่าเกียร์ CVT ช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและกันโคลง ส่วนด้านหลังใช้แบบมัลติลิ้งค์ ช่วงล่างที่ปรับเซตค่ามาพอดี มอบความหนึบและความนิ่มนวลอยู่ในเกณฑ์ที่น่าจะทำให้คนที่ได้ลองขับเกิดความชอบได้ง่ายๆ

เครื่องเบนซิน 2 ลิตร ทำงานด้วยความขยันขันแข็ง แม้จะมีแรงบิดเป็นรอง Mazda CX-3 รุ่น XDL ที่วางเครื่องดีเซลเทอร์โบ 1.5 ลิตร ซึ่งยัดแรงบิดมาให้ถึง 270 นิวตันเมตร แรงบิด 210 นิวตันเมตร ในเครื่องเบนซินนั้นเพียงพอต่อการใช้งาน การตอบสนองของคันเร่งไฟฟ้าเมื่อไม่มีระบบอัดอากาศอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ จังหวะของการเปลี่ยนอัตราทดในเกียร์ออโต Skyactiv-Drive 6 สปีดไหลลื่นไม่มีอาการกระตุกกระชากจนอาจทำให้เสียขวัญเหมือนกับรถสัญชาติอเมริกันที่กำลังมีปัญหากับลูกค้า แม้จะผลักคันเกียร์เพื่อเข้าสู่โหมดของการชิฟเกียร์เอง เกียร์ Skyactiv-Drive ก็ยังมีประสิทธิภาพมากพอที่จะพาคุณทะยานไปในทุกเส้นทาง อัตราทดของเกียร์ 6 ช่วยลดรอบเครื่องยนต์ได้พอสมควรเมื่อขับแบบเดินทางไกล แต่ยังเป็นรองในเรื่องของอัตราสิ้นเปลืองอยู่นิดๆ 

Mazda 3 รุ่น C-Sport วิ่งเรื่อยๆ มาเรียงๆ จนถึงสนามกอล์ฟแรนโชชาญวีร์ในช่วงบ่าย โดยภาพรวม มันเป็นรถที่มีทั้งความเบาสบายและความหนักแน่นผสมปนเปกันในบางจังหวะจะโคน ใส่หนักๆ ในโค้ง รถมีอาการอันเดอร์สเตียร์ปรากฏออกมาให้แก้ แต่ไม่ได้มากมายอะไรจนทำให้รู้สึกเสียวสยอง เครื่อง เกียร์และช่วงล่างพร้อมงานตกแต่งภายในกินคู่แข่งได้อย่างสะดวกคอ โดยเฉพาะงานพลาสติกที่ทำออกมาได้ดีดูมีราคา  มันเป็นรถซีดานที่ไม่จำเป็นต้องหวดแรงๆ คุณก็จะรู้ได้ว่ามันขับได้ดีอย่างเหลือเชื่อ ช่วงล่างและพวงมาลัยมาดมั่นเกินเหตุ เจ้าของรถจำนวนไม่น้อยเปลี่ยนล้อขอบ 16 ไปเป็นล้อขอบ 18 นิ้ว พร้อมยางหน้ากว้างแก้มเตี้ยที่ช่วยให้การยึดเกาะดีขึ้นไปอีก แต่ก็ต้องแลกกับอัตราสิ้นเปลืองที่เปลี่ยนไป มันเป็นรถที่พอขับเร็วๆ แล้วคุณจะรู้สึกได้ถึงอาการคึกคักกระชับและว่องไว ความรู้สึกที่ส่งถ่ายออกมาเหมือนจะบอกว่าความคล่องตัวนั้นเบากว่าน้ำหนัก 1.3 ตันที่แจ้งมาในโบรชัวร์ ชุดบังคับเลี้ยวให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติและมีอารมณ์ขี้เล่น เมื่อขับเร็วพวงมาลัยจะหนักขึ้นทำให้เกิดความมั่นคงในย่านความเร็วสูง หากมีเงินไม่ถึงล้าน รุ่น 2.0 C-Sport ราคา 9.2 แสนบาทนั้นดีพอที่จะทำให้คุณเป็นหนี้ไฟแนนซ์ไปอีก 4-5 ปี 

ยาง Toyo Tire รุ่น Energy R38 ไซส์ 205/60R16 เหมาะสมกับช่วงล่าง ขนาดและน้ำหนักแถมยังช่วยทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง เนื่องจากหน้ายางไม่ได้กว้างมากจนเกินไป ล้อขอบ 16 นิ้วเล็กไปนิด และควรเป็นล้อขอบ 18 นิ้วแบบรุ่นสูงสุดมากกว่า ยางของรุ่น C-Sport ให้สัมผัสของการยึดเกาะที่ดี แต่ถ้าอยากให้หนึบแน่นมากกว่านี้ก็ต้องเปลี่ยนล้อให้มีขนาดที่โตขึ้น แต่ไม่ควรยัดล้อขอบ 19 นิ้ว เพราะขับยากและเสี่ยงต่ออาการล้อคดล้อดุ้งหรือยางรั่วเนื่องจากสภาพถนนในประเทศไทยนั่นเอง 

บ่าย 3 โมง ผมเปลี่ยนรถทดสอบจากรุ่นกลางๆ มาเป็นรุ่นสูงสุด Mazda 3 2.0 SP-Sport ราคา 1,119,000 บาท เพื่อขับทดสอบระบบรักษาเสถียรภาพแบบใหม่ที่คนของ Mazda ตั้งชื่อว่า SkyActiv Vehicle Dynamics with G- Vectoring Control เป็นการขับทดลองประสิทธิภาพของระบบควบคุมการทรงตัวและระบบรักษาเสถียรภาพ ซึ่งทำให้รุ่นสูงสุดมีราคาค่าตัวถึง 1.119 ล้านบาท สนามบินเล็กในสนามกอล์ฟแรนโชชาญวีร์แถบเขาใหญ่ ซึ่งเป็นทางตรงยาวเกือบ 2,000 เมตร ถูกปรับเป็นสถานีสำหรับการทดลองความเจ๋งของ G- Vectoring Control และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC หรือ Mazda Radar Cruise Control เจ้าหน้าที่และวิศวกรชาวอาทิตย์อุทัยจาก Mazda ที่ติดตามคณะสื่อมวลชนมาตั้งแต่ช่วงเช้าได้อธิบายถึงกลไกการทำงานของทั้งสองระบบ ก่อนที่จะอนุญาตให้สื่อนำรถออกไปทดสอบอุปกรณ์ใหม่ที่มีใน Mazda 3 รุ่นสูงสุด เป็นความตั้งอกตั้งใจของคนใน Mazda ที่ทุ่มเทมันสมองเพื่อเอาชนะรถที่มียอดขายนำโด่งอย่าง Honda Civic FC ให้จงได้ 

การระดมอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยกับระบบช่วยขับมากมายราวกับแจกฟรี ทำให้รุ่น 2.0 SP Sport ขายดีกว่ารุ่น 2.0 C-Sport แบบเห็นๆ G- Vectoring Control เปิดตัวเป็นครั้งแรกใน Mazda 3 รุ่นปรับโฉม ต่อจากนั้นมันจะถูกบรรจุอยู่ในรถ Mazda ทุกรุ่นในแบบอุปกรณ์มาตรฐานติดรถมาจากโรงงาน เพื่อสร้างจุดขายให้มีความโดดเด่นเหนือกว่ารถคู่แข่ง G- Vectoring Control ใช้เซ็นเซอร์ควบคุมแรงบิดให้มีความเหมาะสมกับความเร็ว (ในย่านความเร็วต่ำ) เพื่อลดอาการโคลงตัวซึ่งเป็นที่มาของอาการเมารถ การควบคุมแรงบิดให้เป็นหนึ่งเดียวกับระบบรักษาเสถียรภาพ เหมือนกับอุปกรณ์ผ่อนแรงจีทันทีที่ผู้ขับเริ่มต้นหมุนพวงมาลัยในช่วงหัวโค้ง น้ำหนักที่ถูกถ่ายเทอย่างสมดุลช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการยึดเกาะให้ดีขึ้น เมื่อคืนพวงมาลัยให้อยู่ในองศาที่คงที่แล้ว G- Vectoring Control จะปรับแรงบิดให้กลับคืนมาเหมือนเดิม การถ่ายเทน้ำหนักที่สมดุลเพิ่มช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเกาะถนนของล้อหน้าและล้อหลัง รถจะขับเคลื่อนไปตามความตั้งใจของผู้ขับ ด้วยแนวคิดปรัชญาของ Mazda ที่บอกว่า มนุษย์คือศูนย์กลางของการควบคุม ทำให้เกิดระบบรักษาเสถียรภาพดังกล่าว

G- Vectoring Control ออกแบบให้สามารถติดตั้งกับรถ Mazda รุ่นใหม่ทุกรุ่น ไม่เว้นแม้แต่ Mazda MX-5 ND จากการทดลองประสิทธิภาพการทำงานของระบบนี้ ที่ความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในโค้งมุมแคบรถมีอาการที่มั่นคงมากขึ้น การถ่ายเทน้ำหนักลงไปยังล้อที่ขับเคลื่อนเหมาะสมกับสถานการณ์ตรงหน้า ทำให้การบังคับทิศทางมีความง่ายและสะดวกสบาย แถมยังช่วยลดอาการโคลงตัวบนทางแบบภูเขาอีกด้วย 

ส่วนระบบ MRCC หรือ Mazda Radar Cruise Control นั้นมีความคล้ายคลึงกับระบบ Active Cruise Control ซึ่งมีในรถราคาแพงอย่าง BMW และ Mercedes Benz ใช้เรดาร์ประสิทธิภาพสูงคอยควบคุมคันเร่งและเบรก โดยผู้ขับมีหน้าที่แค่ควบคุมทิศทางของรถผ่านพวงมาลัยเท่านั้น การเร่งความเร็วและการเบรกจะเกิดขึ้นในแบบอัตโนมัติทั้งหมด ระบบ MRCC หรือ Mazda Radar Cruise Control ทำงานในลักษณะ Active ช่วยลดภารกรรมการควบคุมของคนขับ ทำให้เกิดการผ่อนคลายเมื่อขับทางไกล

ลักษณะการทำงานของระบบนี้ เมื่อขับขี่ที่ความเร็ว 30-145 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เรดาร์ของระบบจะทำการจับระยะห่างกับความเร็วของรถคันข้างหน้า MRCC จะคอยควบคุมเครื่องยนต์โดยเข้าไปคุมคันเร่งแบบอัตโนมัติ และเมื่อรถคันข้างหน้าลดความเร็วลง ระบบจะชะลอรถตามแบบอัตโนมัติ โดยจะทำการเบรกเพื่อคงระยะห่างที่เหมาะสมและมีความปลอดภัยจากการคำนวณของคอมพิวเตอร์ประจำรถ ระบบ MRCC หรือ Mazda Radar Cruise Control ทำให้ผู้ขับไม่ต้องคอยเหยียบคันเร่งหรือเบรก จึงลดความเหนื่อยล้าในการควบคุมเมื่อขับรถออกทางไกล เรดาร์เซ็นเซอร์ของระบบนี้สามารถตรวจจับรถคันข้างหน้าได้อย่างแม่นยำ โดยที่ผู้ขับมีหน้าที่แค่ควบคุมทิศทางผ่านพวงมาลัยเท่านั้น 

ราคา 1.112 ล้านบาทของ Mazda 3 Minor Change 2017 รุ่นสูงสุด 2.0 SP Sport ระดมยัดอุปกรณ์แนวๆ มาให้เพียบ เช่น จอภาพมอนิเตอร์ระบบสัมผัสที่มีระบบนำทางด้วยดาวเทียม กลไกทางอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ๆ อย่างไฟหน้า LED ลดไฟสูงอัตโนมัติ / ระบบเตือนด้วยเสียงเมื่อรถแล่นออกนอกเลน / ระบบแจ้งเตือนรถยนต์ด้านข้าง / ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ / ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะขับถอยหลัง / ระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดอาการเมื่อยล้า / ระบบแจ้งเตือนจุดอับทางสายตาด้านข้าง / ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC / ระบบควบคุมความเร็วคงที่ / ระบบควบคุมเสถียรภาพ / ระบบป้องกันอาการลื่นไถล และอื่นๆ อีกเพียบ สาธยายกันไม่หมด หลังจากการทดสอบในสนามบินแรนโชชาญวีร์ Mazda 3 รุ่นท็อปสุดสอบผ่านสบายๆ  สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์แนวๆ ที่ช่วยให้การขับขี่ดีขึ้น

MRCC หรือ Mazda Radar Cruise Control กับ GVC หรือ G- Vectoring Control ใช้งานได้จริงและช่วยทำให้คนขับสบายตัวไม่เครียดกับการขับขี่อีกต่อไป โดยเฉพาะตอนขับออกทางไกลที่อุดมไปด้วยทางโค้ง มันออกตัวได้นิ่งและเร็ว ไม่กระโชกโฮกฮากเหมือนรถคู่แข่ง แม้จะไม่แรงเท่า Civic RS แต่ขับสนุกและสบายเนื้อสบายตัวจากการจัดสมดุลที่ยอดเยี่ยมของวิศวกรในบริษัท Mazda ถือเป็นรถยนต์สายพันธุ์ใหม่ที่ยังคงเอกลักษณ์เดิมๆ เอาไว้ไม่มีเปลี่ยนแปลง ทั้งการทำช่วงล่างและพวงมาลัยให้ออกมาดีและการมีเรือนร่างที่สวยงาม ส่วนข้อเสียก็ใช่ว่าจะไม่มี เช่น เบาะคู่หน้าที่ยังคงใช้การปรับด้วยมือแทนที่จะเป็นแบบไฟฟ้าที่ปรับท่านั่งได้ละเอียดลออมากกว่า แป้นเปลี่ยนเกียร์ที่ควรจะมีในรุ่น C-Sport แต่กลับมีแค่รุ่นท็อปสุด ทำให้คนที่ซื้อรุ่นต่ำกว่าต้องดิ้นรนหามาติดตั้งเอาเอง นอกนั้นถือว่า Mazda 3 สอบผ่านแบบสบายๆ​ โดยเหลือแค่การขยับขยายศูนย์บริการให้มากขึ้นกับการเอาอกเอาใจลูกค้าให้มากกว่าเดิม ความเยอะของอุปกรณ์ทำให้มันกลายเป็นรถรุ่นปรับโฉมที่มีทุกอย่างมากเกินความต้องการ แน่ใจได้เลยว่าคุณจะใช้งานระบบที่ให้มาไม่ครบอย่างแน่นอน. 

สีภายนอก

มีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 7 สี คือ
สีแดง โซล เรด
สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล
สีน้ำตาล ไททาเนียม แฟลช
สีเงิน อลูมินัม เมทัลลิค

เพิ่มเติม 3 สีใหม่ คือ
สีดำ เจ็ท แบล็ก
สีเทา เมทิเออ เกรย์ ไมก้า
สีน้ำเงิน อีเทอนอล บลู

MAZDA 3 MINOR CHANGE 2017 (รุ่นซีดานและรุ่นแฮตช์แบ็คมีราคาเท่ากัน)

Mazda 3 Minor Change 2017 2.0 E Sport 847,000 บาท
Mazda 3 Minor Change 2017 2.0 C Sport 928,000 บาท (คันทดสอบ) 
Mazda 3 Minor Change 2017 2.0 S Sport 988,000 บาท
Mazda 3 Minor Change 2017 2.0 SP Sport 1,119,000 บาท (คันทดสอบ) 

ข้อมูลผลิตภัณฑ์จาก Mazda Motor Japan

Mazda G-Vectoring Control
G-Vectoring Control แชสซีส์ที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณพร้อมซอฟต์แวร์ควบคุมสมรรถนะของเครื่องยนต์เพื่อลดอาการโคลงตัว

วิศวกรของ Mazda ได้ทำการพัฒนาระบบช่วยควบคุมการทรงตัวแบบใหม่ล่าสุดที่มีชื่อเรียกว่า G-Vectoring Control เป็นการปรับความสมดุลของตัวรถเพื่อหาค่าที่ดีที่สุดที่จะส่งถ่ายความราบเรียบต่อเนื่องระหว่างค่าของแรงจีที่เกิดขึ้นในขณะที่เลี้ยวหรือเบรก รวมถึงการเร่งความเร็ว นวัตกรรม G-Vectoring Control คือองค์ประกอบหลักของแนวคิดจิมบะ-อิตไต ผลที่ได้จากการคิดค้นในครั้งนี้ก็คือความรู้สึกได้ถึงสมรรถนะที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับรถ G-Vectoring Control คือการปรับความเสถียรและความสมดุลที่ตอบสนองต่อการเบรก การเลี้ยวเข้าโค้ง การใช้คันเร่ง ผู้ขับจึงสามารถควบคุมรถยนต์ Mazda ได้อย่างง่ายดายและมีความแม่นยำเพิ่มมากยิ่งขึ้น

G-Vectoring Control คือเทคโนโลยีล่าสุดในกลุ่ม SkyActiv-Vehicle Dynamic พัฒนาให้รถยนต์เป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายของมนุษย์ผ่านการควบคุมการทำงานด้วยซอฟต์แวร์ใหม่ การปรับปรุงการทำงานของเครื่องยนต์มีส่วนช่วยเสริมการทำงานของแชสซีส์สอดคล้องกับปรัชญาของ Mazda ในการพัฒนาให้มนุษย์เป็นจุดศูนย์กลาง ไม่ใช่แค่การให้ความสำคัญกับรถยนต์ที่ต้องมีประสิทธิภาพเท่านั้น รถยนต์ยังต้องกลมกลืนไปกับคุณลักษณะด้านสรีระของมนุษย์อีกด้วย การคิดค้น พัฒนาและนำมาปรับใช้ของระบบ G-Vectoring Control ในรถยนต์รุ่นใหม่ของ Mazda จะทำให้การถ่ายเทแรงที่เข้ามากระทำกับตัวรถ โดยเฉพาะแรงจีมีความนุ่มนวลราบรื่นยิ่งกว่าเดิมในทุกสถานการณ์ของการขับขี่

แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางหรือแรงจีทั้งในแนวนอนและแนวดิ่งนั้นจะถูกควบคุมให้แยกออกจากกัน G-Vectoring Control คือเทคโนโลยีแรกของโลกจากแนวคิดของ Mazda ที่เข้ามาปรับแรงบิดที่ได้รับจากเครื่องยนต์ให้แปรผันไปตามการสั่งการของคันเร่งและพวงมาลัย เพื่อควบคุมแรงเหล่านั้นให้เป็นหนึ่งเดียว G-Vectoring Control ยังเข้ามาเสริมประสิทธิภาพการรับน้ำหนักในแนวดิ่งของล้อแต่ละข้างเพื่อปรับสมดุลให้รถยนต์เคลื่อนที่ไปได้อย่างนุ่มนวลและมีประสิทธิภาพสูงสุด รถยนต์จะเคลื่อนไปได้ตามความตั้งใจของผู้ขับขี่ ช่วยลดการแก้ไขในการบังคับเลี้ยวผ่านพวงมาลัย ซึ่งผู้ขับส่วนใหญ่มักปฏิบัติอย่างไม่รู้ตัว

ผู้ขับรถยนต์จะรู้สึกได้ถึงความเป็นหนึ่งเดียวกับรถที่ขับทำให้มั่นใจมากขึ้น เนื่องจากรถยนต์จะมีการตอบสนองตามการควบคุมได้อย่างแม่นยำ ลดความเหนื่อยล้าที่สะสมมาเป็นเวลานานเมื่อต้องขับรถทางไกล การเปลี่ยนผ่านของแรงจีที่มีความราบรื่นทุกแกนของการเคลื่อนที่ ช่วยลดอาการเหวี่ยงหรือโคลงตัว จึงทำให้สามารถขับได้อย่างสบายมากยิ่งขึ้น G-Vectoring Control หรือ GVC จาก Mazda ยังเข้ามาช่วยควบคุมทำให้รถเกิดความมั่นคงขณะแล่นผ่านทางที่มีฝนตกหรือผิวถนนที่ปกคลุมด้วยน้ำหรือหิมะ การยึดเกาะที่เพิ่มขึ้นมีส่วนเป็นอย่างมากที่จะทำให้ผู้ขับรถยนต์ Mazda สามารถควบคุมได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น

กลไกการทำงานของระบบ G-Vectoring Control ในรถ Mazda รุ่นใหม่
GVC หรือ G-Vectoring Control จาก Mazda ของล้อรถยนต์ในแต่ละข้างด้วยการให้ความสำคัญกับการรับน้ำหนักในแนวดิ่งของยางแต่ละเส้น เมื่อผู้ขับเริ่มบังคับพวงมาลัยเพื่อทำการหักเลี้ยวเข้าสู่ทางโค้ง GVC หรือ G-Vectoring Control ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่มีความทันสมัยจะเข้ามาทำการควบคุมแรงบิดของเครื่องยนต์เพื่อลดแรงจีที่เกิดขึ้นในขณะชะลอความเร็ว ทำให้การรับน้ำหนักถูกผ่องถ่ายไปที่ล้อหน้า  เป็นการเพิ่มสัมผัสของหน้ายางกับผิวถนน ช่วยให้ล้อหน้ายึดเกาะกับถนนได้ดียิ่งขึ้น รถจะตอบสนองต่อการเลี้ยวได้ดีขึ้นขณะขับเข้าโค้ง

หลังจากนั้น เมื่อผู้ขับรักษาองศาของพวงมาลัยขณะอยู่ในโค้ง GVC หรือ G-Vectoring Control จะทำการคืนแรงบิดของเครื่องยนต์ทันที ทำให้เกิดการถ่ายเทน้ำหนักที่ถูกต้อง และทำการถ่ายเทน้ำหนักไปที่ล้อหลัง ช่วยทำให้รถมีความมั่นคงมากขึ้น

การถ่ายเทน้ำหนักที่มีความสมดุลถูกต้องนี้ช่วยเพิ่มการยึดเกาะกับผิวถนนของล้อทั้งสี่ ทำให้รถมีการตอบสนองที่ดีเป็นไปตามความต้องการของผู้ขับ และช่วยเสริมความมั่นคงของรถได้มากกว่ารถยนต์ที่ไม่มีระบบนี้คอยช่วยเหลือ

ผลลัพธ์ของการควบคุมที่เป็นธรรมชาติจากแนวคิดมนุษย์เป็นจุดศูนย์กลางของการควบคุมเครื่องจักรกล G-Vectoring Control ให้ผลลัพธ์ที่แสดงออกถึงความเป็นธรรมชาติ แม้จะผ่านการสังเคราะห์ด้วยซอฟต์แวร์ไฟฟ้า ไม่ทำให้รู้สึกไม่สบายตัวทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร แนวคิดมนุษย์เป็นจุดศูนย์กลางของการควบคุมเครื่องจักรกล ทำให้การตอบสนองและการคอนโทรลของระบบนี้มีความสอดคล้องกับระบบประสาทสัมผัสของมนุษย์

ระดับของการควบคุมนั้นมีความสลับซับซ้อนอย่างมาก ระยะเวลาในการตอบสนองต่อการบังคับพวงมาลัยของผู้ขับนั้นสั้นเกินกว่าที่สายตาของมนุษย์จะสามารถสังเกตได้ ทำให้แรงจีที่เกิดขึ้นจากการชะลอความเร็วอยู่ที่ประมาณ 0.01G หรือต่ำกว่านั้น คุณลักษณะที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ G-Vectoring Control คือการเพิ่มเติมความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติ โดยให้การควบคุมที่รวดเร็วและมีความแม่นยำมากกว่าการควบคุมโดยปราศจาก G-Vectoring Control

ความหลากหลายของการทำงานใน G-Vectoring Control
GVC หรือ G-Vectoring Control ถูกปรับให้เข้ากับการทำงานของเครื่องยนต์ที่ใช้นวัตกรรม SkyActiv ให้การควบคุมแรงบิดด้วยการขับเคลื่อนที่มีความแม่นยำสูง  สอดผสานกับเทคโนโลยี สกายแอ็กทีฟแชสซีส์ ระบบช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้าของสกายแอ็กทีฟที่ช่วยควบคุมให้รถยนต์ของ Mazda มีพฤติกรรมของการขับในแบบอุดมคติ นั่นก็คือ การควบคุมผ่านทางโค้งที่ง่ายดายขึ้น ลดการโคลงตัวซึ่งจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร

G-Vectoring Control เป็นซอฟต์แวร์ที่ถูกโปรแกรมให้มีความเหมาะสมและมีความอเนกประสงค์ของการใช้งาน มันสามารถติดตั้งให้กับรถยนต์ Mazda รุ่นใหม่ทุกรุ่นทุกเวอร์ชั่น นับจากช่วงปลายปี 2016 ซึ่งจะถูกใส่มาใน Mazda 3 Minor Change 2017 ที่จะทำการเปิดตัวในประเทศไทยเร็วๆ นี้ หรือไล่จาก Mazda 2 / Mazda 3 / Mazda 6 / Mazda CX-3 / Mazda CX-5 / Mazda CX-9 / Mazda MX-5 ไม่ว่ารถยนต์รุ่นนั้นๆ ของ Mazda จะใช้ระบบขับเคลื่อนแบบใดก็ตาม สามารถติดตั้งได้ทั้งนั้น ที่สำคัญ G-Vectoring Control เป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับการควบคุมแรงบิด จึงไม่มีอุปกรณ์ที่เข้ามาเพิ่มน้ำหนักของรถแต่อย่างใดทั้งสิ้น ในอนาคตอันใกล้ Mazda มีโครงการที่จะนำเอา G-Vectoring Control มาปรับใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ของ Mazda

ประโยชน์ของ G-Vectoring Control
ไม่ว่าผู้ขับรถยนต์ Mazda จะมีทักษะของการควบคุมมากหรือน้อยแค่ไหนก็ตาม G-Vectoring Control จะเข้ามาแทรกแซงช่วยเหลือได้ในทุกสถานการณ์ของการขับขี่ จากการใช้รถยนต์ในชีวิตประจำวันของลูกค้าเมื่อขับในเมืองที่ย่านความเร็วต่ำ  และถึงแม้จะขับด้วยความเร็วสูงบนทางตรงแบบไฮเวย์ บนถนนที่มีความคดเคี้ยวหรือแม้แต่การบังคับทิศทางในกรณีฉุกเฉิน เทคโนโลยี GVC จะให้ประโยชน์ดังต่อไปนี้ คือ

ช่วยสร้างความมั่นใจจากการตอบสนองตามที่คาดหวัง
ผู้ขับบังคับพวงมาลัยไฟฟ้าเพื่อรักษาทิศทางของรถให้อยู่ในเลน ไม่ว่าจะขับบนทางตรงยาวหรือทางโค้ง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพื้นผิวถนนบางแห่งขรุขระไม่มีความสม่ำเสมอ หรือมีความผิดปกติ รถจึงไม่สามารถรักษาช่องทางให้อยู่ในเลนตามที่คาดหวังได้โดยตลอด ทำให้ต้องปรับแต่งควบคุมแก้ไของศาของพวงมาลัยอยู่ตลอดเวลา เนื่องจาก G-Vectoring Control ให้การตอบสนองที่ดีขึ้น แม้แต่การขยับพวงมาลัยเพียงเล็กน้อย จึงช่วยลดความถี่และระดับของการควบคุมองศาของพวงมาลัยเพื่อแก้ไขอาการของรถ ผู้ขับสามารถควบคุมรถยนต์ให้อยู่ในช่องทางที่ต้องการโดยใช้การปรับแก้อาการของรถให้น้อยที่สุด ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนและจักรกลยานยนต์

ลดความเหนื่อยล้า เพิ่มความสบายในการควบคุมเมื่อขับทางไกล
เมื่อผู้ขับต้องคอยแต่งเติมองศาของพวงมาลัยเพื่อแก้อาการของรถอยู่เรื่อยๆ จะยิ่งทำให้เกิดความล้าโดยไม่รู้ตัว แต่ระบบ G-Vectoring Control ช่วยลดการบังคับควบคุมพวงมาลัยอย่างที่กล่าวมาแล้ว ความเหน็ดเหนื่อยสะสมจากการขับทางไกลก็จะลดระดับลงมา และด้วยการควบคุมให้การเปลี่ยนผ่านระหว่างแรงจีนั้นมีความราบรื่นสูงสุด G-Vectoring Control จึงเข้ามาช่วยลดอาการโคลงที่ศีรษะและร่างกายของผู้ขับกับผู้โดยสาร ทำให้ขับหรือนั่งโดยสารได้ราบรื่นมากยิ่งขึ้น

ให้ความมั่นใจจากประสิทธิภาพของการทรงตัว การถ่ายเทน้ำหนักที่มีความมั่นคง
เนื่องจาก G-Vectoring Control เข้ามาช่วยเพิ่มสมรรถนะในการควบคุมการทรงตัวของรถยนต์ ด้วยการปรับความสมดุลของแต่ละแกนให้มีความมั่นคง น้ำหนักในแนวดิ่งของล้อและยางในแต่ละข้างถูกปรับให้เกิดความเสถียรสูงสุดในทุกสถานการณ์ของการขับขี่ ทำให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีในขณะที่ขับผ่านถนนที่มีฝนตกหรือมีหิมะปกคลุม หรือผิวถนนที่ไม่มีความสม่ำเสมอ ช่วยให้รถทรงตัวได้อย่างมั่นคงในการบังคับรถขณะที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ใดๆ G-Vectoring Control ช่วยให้การยึดเกาะดีขึ้น และทำให้ผู้ขับกับผู้โดยสารรู้สึกปลอดภัย.

Mazda 3 Minor Change 2017 SP Sport 1,119,000 บาท
เครื่องยนต์ SkyActiv-G 2.0 DOHC แถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว ระบบวาล์วแปรผันคู่ Dual S-VT ระบบไอเสีย 4-2-1
ปริมาตรความจุ...............................................1,998 ซีซี
อัตราส่วนกำลังอัด...........................................14.0:1
กระบอกสูบxช่วงชัก.........................................83.5 มิลลิเมตร x 91.2 มิลลิเมตร
กำลังสูงสุด......................................................121 กิโลวัตต์ 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด....................................................210 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง...........................................อิเล็กทรอนิกส์ ไดเรคอินเจคชั่น
ความจุถังเชื้อเพลิง...........................................51 ลิตร
รองรับเชื้อเพลิง...............................................95 / E10 / E20 / E85
มาตรฐานมลพิษ..............................................EURO-4

ระบบส่งกำลัง..................................................SkyActiv Drive อัตโนมัติ 6 สปีด
อัตราทดเกียร์ 1...............................................3.552
อัตราทดเกียร์ 2...............................................2.022
อัตราทดเกียร์ 3...............................................1.452
อัตราทดเกียร์ 4...............................................1.000
อัตราทดเกียร์ 5...............................................0.708
อัตราทดเกียร์ 6...............................................0.599
อัตราทดเกียร์ถอย...........................................3.893
อัตราทดเฟืองท้าย...........................................3.812

ระบบบังคับเลี้ยว............................................แรคแอนพีเนียนพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าผ่อนแรงหมุน
ระบบรองรับ
ด้านหน้า........................................................อิสระแมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้คอัพ เหล็กกันโคลง
ด้านหลัง........................................................มัลติลิ้งค์ เหล็กกันโคลง
ระบบเบรก
ล้อหน้า..........................................................ดิสเบรกพร้อมครีบระบายความร้อน
ล้อหลัง..........................................................ดิสเบรก
ล้อและยาง.....................................................18x7J 215/45R18

มิติตัวถัง
ความกว้าง....................................................1,795 มิลลิเมตร
ความยาว......................................................4,470 มิลลิเมตร
ความสูง.......................................................1,450 มิลลิเมตร
ฐานล้อ........................................................2,700 มิลลิเมตร
ระยะห่างล้อคู่หน้า............................................1,555 มิลลิเมตร
ระยะห่างล้อคู่หลัง............................................1,560 มิลลิเมตร
ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง...................................155 มิลลิเมตร
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด...........................................5.3 เมตร

เทคโนโลยี
SkyActiv-DRIVE
SkyActiv-G
SkyActiv-Body
SkyActiv-chassis
ระบบช่วยประหยัดเชื้อเพลิง i-STOP
SkyActiv Vehicle Dynamics with G-Vectoring Control

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th 
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom 
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/ 

Civic 1.8 EL ระวังให้ดี รีวิวรถแจ่มๆ รุ่นมวยรองอย่าง Mazda 3 2.0 C-Sport ราคา 928,000 บาท สวยทั้งรูปจูบก็ยังหอม ขับดีแม้จะมีอุปกรณ์ไม่สุดเท่ารุ่นท็อป 31 ม.ค. 2560 13:26 3 ก.พ. 2560 10:26 ไทยรัฐ