วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าถอยหลังเข้าคลอง

องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนคัดค้านมาอย่างต่อเนื่อง เรื่องการออกกฎหมายครอบงำและลิดรอนเสรีภาพสื่อ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับความสนใจ คณะกรรมาธิการของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ยังคงเดินหน้าผลักดันต่อไป วงการสื่อจึงต้องระดม 30 องค์กรวิชาชีพออกมาคัดค้าน และประกาศว่าจะยกระดับมาตรการคัดค้านจนถึงที่สุด หากไม่มีใครไยดี

แถลงการณ์ของ 30 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนระบุว่า ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนของคณะกรรมาธิการ สปท. ไม่ได้อยู่บนหลักการคุ้มครองเสรีภาพ สื่อ แต่เน้นการควบคุมสื่อ โดยใช้อำนาจรัฐแทรกแซงในการทำหน้าที่โดยอิสระของสื่อ ไม่สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญ ที่ให้สื่อกำกับดูแลกันเองโดยอิสระ

ผู้นำในการคัดค้านวิจารณ์ว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่การปฏิรูปสื่อ แต่เป็นการถอยหลังเข้าคลอง มีปลัดกระทรวงถึง 4 คน เป็นกรรมการในสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ มีอำนาจออกใบอนุญาตและถอนใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพ อันอาจทำให้สื่อตกอยู่ใต้อิทธิพลทางการเมือง เนื่องจากปลัดกระทรวงมาจากการแต่งตั้ง ของนักการเมือง

ระบบความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับสื่ออาจแบ่งได้เป็น 2 ระบบใหญ่ๆ ได้แก่ ระบบอิสรภาพนิยม ซึ่งถือว่าสื่อมวลชนมีเสรีภาพตามหลักประชาธิปไตยเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป อีกระบบหนึ่งคือ “อำนาจนิยม” มองว่าประชาชนทั่วไปรวมทั้งสื่อไม่รู้เรื่องรู้ราวเกี่ยวกับจุดมุ่งหมายของรัฐ จึงต้องควบคุมการเผยแพร่ข่าวและความคิดเห็น ด้วยมาตรการต่างๆ

มาตรการควบคุมสื่อยอดนิยมในยุคเผด็จการ คือการออกและถอนใบอนุญาตของผู้ดำเนินกิจการสื่อ การตรวจข่าวหรือข้อความก่อนนำออกเผยแพร่ หรือเซ็นเซอร์ การฟ้องต่อศาลยุติธรรมในข้อหาอาญา รวมทั้งยุยงให้ประชาชนกระด้าง กระเดื่อง จนถึงล้มรัฐบาล การออกกฎหมายพิเศษ เช่น คำสั่ง ปร.ที่ 42 ของไทย และการใช้สื่อเป็นกระบอกเสียงรัฐบาล

ขณะนี้ สมาชิกสภาที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. นอกจากจะพยายามจะออกกฎหมายสภาวิชาชีพสื่อแล้ว ยังอาจจะแก้ไข พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ 2550 ซึ่งออกมาในช่วงรัฐบาลที่มาจากเลือกตั้ง และถอยหลังกลับไปใช้หลักการของ พ.ร.บ.การพิมพ์ 2484 ที่เป็นกฎหมายอำนาจนิยมเต็มตัว นัยว่า แนวความคิดแบบนี้มาจากสมาชิกที่มาจากวงการตำรวจ

ขอเตือนความจำว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี เคยประกาศหลายครั้งอย่างต่อเนื่อง จะวางรากฐานการปฏิรูปประเทศ รวมทั้งด้านการเมือง เพื่อนำประเทศสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่แท้ และยั่งยืน รากฐานที่แท้ของประชาธิปไตยส่วนหนึ่ง คือหลักอิสรภาพนิยม ประชาชนและสื่อมีเสรีภาพในการข่าวและแสดงความคิดเห็น.

31 ม.ค. 2560 09:08 31 ม.ค. 2560 09:08 ไทยรัฐ