วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'อุรุกวัย' ต้นฉบับลูกหนังจอมโหดแห่งดินแดนละติน

กลุ่ม เอ

อุรุกวัย

 



ฉายา :  จอมโหด, ลา เซเลสเต้ (เดอะ สกาย บลูส์)
อันดับโลกล่าสุด : อันดับ 19
เข้าร่วมฟุตบอลโลก : ครั้งที่ 11

 

ประวัติโดยย่อ

อุรุกวัย เป็นชาติที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ลูกหนัง รวมทั้งยังประสบความสำเร็จแทบจะทุกระดับ ไล่ตั้งแต่แชมป์ทวีป, แชมป์โอลิมปิก และ แชมป์โลก นอกจากนี้ อุรุกวัย ยังได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพสำหรับศึกฟุตบอลโลกครั้งแรกเมื่อปี 1930 และพวกเขาก็ถูกจารึกว่าเป็นชาติแรกที่คว้าแชมป์ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ในศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย 4 ครั้งหลังสุด ขุนพลจอมโหด ก็ทำได้ดีที่สุด แค่ทะลุเข้ารอบ 2 เท่านั้น

 

 

ผลงานและเกียรติประวัติ

แชมป์ ฟุตบอลโลก 2 สมัย : 1930, 1950
แชมป์ โอลิมปิก 2 สมัย : 1924, 1928
แชมป์ โคปา อเมริกา 13 สมัย : 1916, 1917, 1920, 1923, 1924, 1926, 1935, 1942, 1956, 1959, 1967, 1983, 1987, 1995

เส้นทางสู่ฟุตบอลโลก

อุรุกวัย เข้ารอบสุดท้าย ด้วยการเป็นทีมชนะรอบเพลย์ออฟ ระหว่าง อันดับ 5 โซนอเมริกาใต้ กับ อันดับ 4 โซน คอนคาเคฟ

ผู้จัดการทีม


ออสการ์ ตาบาเรซ กุนซือวัย 63 ปี ได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซืออุรุกวัย ครั้งที่ 2 ในปี 2006 แทนที่ ฮอร์เก ฟอสซาติ หลังจากที่อุรุกวัยดวลจุดโทษพ่ายออสเตรเลีย และพลาดไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่เยอรมนี ส่วนการคุมทีมจอมโหดครั้งแรก ต้องย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน ในศึกฟุตบอลโลก 1990 ที่อิตาลี โดยเขาพาทีมทะลุเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนจะพ่ายอิตาลีเจ้าภาพ

ตาบาเรซ ที่บุคลิกเป็นคนพูดน้อย แต่ทำงานหนัก เริ่มต้นการเป็นโค้ชกับสโมสรเบลลา วิสต้า ในบ้านเกิด ก่อนมาคุมทีมชาติอุรุกวัย ชุดยู-20 ปี ซึ่งตลอดเวลายาวนานของการเป็นกุนซือ ตาบาเรซ วนเวียนคุมทีมอยู่ในวงการฟุตบอลลีกทั้งยุโรป และอเมริกาใต้ รวมถึงคุมสโมสรชั้นนำของโลกอย่าง โบคา จูเนียร์ส (1991-1993, 2002) และเอซี มิลาน (1996) ก่อนได้โอกาสจับงานในระดับทีมชาติ

ดาวดังประจำทีม


ดีเอโก ฟอร์ลัน กองหน้าจากแอต. มาดริด โชว์ฟอร์มได้อย่างเปรี้ยงปร้างกับต้นสังกัด และยังเป็น 1 ในตัวเก๋าจากชุดฟุตบอลโลก 2002 ขณะที่ หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอกวัย 23 ปี แจ้งเกิดเต็มตัวกับอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม นอกจากนี้ ดีเอโก ลูกาโน แบ็กกัปตันทีม จาก เฟเนร์บาห์เช ก็เป็นนักเตะสไตล์บู๊ล้างผลาญคนล่าสุดที่อุรุกวัยมีไม่เคยขาด ที่นอกจากจะแกร่งในการป้องกันแล้ว ยังเก่งเรื่องขึ้นไปพังประตูอีกด้วย

ขุมกำลัง

ผู้รักษาประตู : เฟอร์นานโด มูสเลรา (ลาซิโอ/อิตาลี), ฮวน-กิลเยร์โม คาสติลโญ (เดปอร์ติโว คาลี/โคลอมเบีย), มาร์ติน ซิลวา (เดเฟนซอร์ สปอร์ติง)

กองหลัง : ดีเอโก ลูกาโฯ (เฟเนร์บาห์เช/ตุรกี), ดีเอโก โกดิน (บียาร์เรอัล/สเปน), อันเดรียส สกอตติ (โคโล โคโล/ชิลี), ฆอร์เก ฟูซิเล (ปอร์โต/โปรตุเกส), มาร์ติน กาเซเรส (ยูเวนตุส/อิตาลี), เมาริซิโอ วิคตอริโน (ยูนิเวอร์ซิดาด เดอ ชิลี/ชิลี), แม็กซิมิเลียโน แปร์ไรรา (เบนฟิกา/โปรตุเกส)

กองกลาง ​: วอลเตอร์ การ์กาโน (นาโปลี/อิตาลี), อีกิดิโอ อเรวาโล-ริออส (เปนาโรล), เซบาสเตียน เอกูเรน (เอไอเค สต็อคโฮล์ม/สวีเดน), ดีเอโก เปเรซ (โมนาโก/ฝรั่งเศส), อัลวาโร เปไรรา (ปอร์โต/โปรตุเกส), อัลวาโร เฟอร์นานเดซ (ยูนิเวอร์ซิดาด เดอ ชิลี/ชิลี), ฆอร์เก โรดริเกซ (ริเวอร์เพลท/อาร์เจนตินา), อัลวาโร กอนซาเซ (นาซิอองนาล), อิกนาซิโอ กอนซาเลซ (บาเลนเซีย/สเปน), นิโกลัส โลไดรโร (อาแจ๊กซ์/เนเธอร์แลนด์)

กองหน้า : เซบาสเตียน เฟอร์นานเดซ (บันฟิลด์/อาร์เจนตินา), หลุยส์ ซัวเรส (อาแจ๊กซ์/เนเธอร์แลนด์), ดีเอโก ฟอร์ลัน (แอต.มาดริด/สเปน), เซบาสเตีน อับรู (โบตาโฟโก/บราซิล), เอดินสัน คาวานี (ปาแลร์โม/อิตาลี), ฆอร์เก มาร์ติเนซ (คาตาเนีย/อิตาลี)

บอลโลกที่ผ่านมา

อุรุกวัย ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ปี 1930 และได้แชมป์มาครอง และฟุตบอลโลก 1950 ที่บราซิล พวกเขาผงาดแชมป์โลกสมัยที่ 2 ของพวกเขาได้สำเร็จ จากนั้น อุรุกวัย ผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้อยู่บ่อยครั้ง โดยฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ จะเป็นฟุตบอลโลกครั้งที่ 11 ของทีม อย่างไรก็ตาม ครั้งสุดท้ายที่อุรุกวัย ไปไกลกว่ารอบ 16 ทีมสุดท้าย เกิดขึ้น ในฟุตบอลโลกก็คือที่เม็กซิโก 1970 ซึ่งทีมคว้าอันดับ 4 มาครอง

ข้อมูลที่น่าสนใจของประเทศอุรุกวัย


อุรุกวัย เป็นประเทศเล็ก ๆ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้ มีเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดคือ กรุงมอนเตวิเดโอ อดีตเป็นอาณานิคมของประเทศสเปน ก่อนได้รับเอกราชในปี 1825 ทำให้ อุรุกวัย ค่อนข้างได้รับอิทธิพลจากชาวสเปนและชาติอื่นๆ ในจากทวีปยุโรปที่เข้ามาตั้งรกรากโดยเฉพาะในแง่สังคมและวัฒนธรรมค่อนข้างมาก

นอกจากนี้แล้ว อุรุกวัย เป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบการเมืองและระบบเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพที่สุด โดยสินค้าเกษตรเป็นสินค้าส่งออกหลักของประเทศ ส่วนด้านการท่องเที่ยว อุรุกวัย อาจไม่ค่อยมีอะไรโดดเด่นมากนัก นอกเสียจากชายหาดสวยๆ บรรยากาศโรแมนติกอย่างเช่น Punta del Diablo หรือโคโลเนีย ที่ กรุงริโอ เดอ ลา พลาตา เมืองมรดกโลกซึ่งได้รับอิทธิมาจากโปรตุเกสที่เขามาปกครองเพื่อนบ้านใกล้เคียงอย่างบราซิล

ขณะที่ในด้านเกมกีฬา ฟุตบอล ได้รับความนิยมมากที่นี่ โดย อุรุกวัย ได้รับการจารึกว่าเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ครั้งแรก เมื่อปี 1930 ซึ่งพวกเขาก็คว้าแชมป์เวิลด์คัพมาครองได้ 2 สมัย และอุรุกวัยมีนักเตะดังๆระดับตำนานหลายคน ไม่ว่าจะเป็น โอบดูลิโอ วาเรลา, ฮวน เชียฟฟิโน, เอ็นโซ มาเรสกา และ อัลวาโร เรโคบา เป็นต้น.

ทัพนักเตะอุรุกวัย เกิดมาพร้อมกับความยิ่งใหญ่ของลูกหนังเวิลด์คัพ แต่ปัจจุบันเป็นแค่ทีมยักษ์หลับที่กำลังนั่งรอวันประสบความสำเร็จอีกครั้ง... 21 พ.ค. 2553 11:05 27 มิ.ย. 2553 15:35 ไทยรัฐ