วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สุราษฎร์ฯ ยังอ่วมน้ำท่วม ปชช.เร่งขนของ-อ.ดอนสัก พบหินหนัก 30 ตันถล่ม

สุราษฎร์ฯ ยังอ่วมน้ำท่วม ปชช.เร่งขนของ-อ.ดอนสัก พบหินหนัก 30 ตันถล่ม

  • Share:

น้ำป่าทะลักลงที่ต่ำเข้าท่วมหลายพื้นที่ใน จ.สุราษฎร์ธานี ชาวบ้านเร่งขนย้ายทรัพย์สิน ขณะ อ.ดอนสัก พบหินขนาด 30 ตัน ถล่มลงมา โชคดีไม่ใช้พื้นที่บ้านเรือนประชาชน

เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่มีฝนตกหนักในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี และพื้นที่รอยต่อกับ จ.นครศรีธรรมราช มาหลายวัน น้ำป่าเริ่มไหลทะลักลงที่ต่ำเข้าท่วมบ้านเรือน พื้นที่การเกษตร อ.กาญจนดิษฐ์ และบางส่วนของ อ.ดอนสัก เช่น ต.ไชยคราม ต.ชลคราม อ.ดอนสัก น้ำได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ลุ่ม และพื้นที่ทำการเกษตรแล้ว ประชาชนต้องขนของไว้ที่สูง โดยเฉพาะรถยนต์ต้องจอดไว้บนถนน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกน้ำท่วม เนื่องจากตอนนี้กระแสน้ำในคลองท่าทอง ซึ่งรับน้ำมาจากด้านบน รอยต่อ จ.นครศรีธรรมราช มีกระแสน้ำแรงมากและเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ

ในส่วนพื้นที่ ต.กรูด อ.กาญจนดิษฐ์ โดยเฉพาะหมู่ที่ 3 ที่มีบ้านอยู่ในพื้นที่ลุ่มริมคลองกระแดะ น้ำเริ่มล้นตลิ่ง เข้าพื้นที่ลุ่มเช่นกัน ประชาชนทยอยยกของขึ้นที่สูง และขนย้ายทรัพย์สินบางส่วนไปไว้บ้านญาติ ซึ่งพื้นที่แถบนี้จะรับน้ำฝนมาจากเทือกเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช ลงที่บ้านปากฮาย ต.คลองสระ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมบ้านเรือนไม่ต่ำกว่า 40 ครัวเรือน ได้เตรียมความพร้อมเป็นที่เรียบร้อย คาดว่าในคืนนี้น้ำจะไหลมาสมทบเพิ่มมากขึ้น แต่อาจไม่ส่งผลกระทบมากเพราะน้ำไหลมาไม่เร็วเหมือนรอบก่อน แต่ก็ประมาทไม่ได้

(ภาพหินถล่มจาก กู้ภัยกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี )

ขณะที่ช่วงสายของวัน เกิดภูเขาหินสไลด์ บริเวณเขาเหมน หมู่ที่ 8 บ้านคลองคราม ต.ปากแพรก อ.ดอนสัก เจ้าหน้าที่ อบต.ปากแพรก เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพบหินก้อนใหญ่ สูงเกือบ 2 เมตร เส้นรอบวงประมาณ 6 เมตร น้ำหนักประมาณ 30 ตัน กลิ้งหล่นลงมาจากบนภูเขาเป็นรอยทางยาวประมาณ 50 เมตร โชคดีบริเวณดังกล่าวไม่มีบ้านเรือนราษฎรอาศัยอยู่ นายจำนง สวัสดิ์วงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ได้ประสานให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อปพร. แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงให้ระมัดระวังเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องมาหลายวัน สภาพดินอาจอุ้มน้ำไม่ไหวจนเกิดหินสไลด์ลงมา พร้อมประสานสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 14 สุราษฎร์ธานี เข้าตรวจสอบหาสาเหตุและแนวทางป้องกันต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้