วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ค้านกันใหญ่! เลื่อนเลือกตั้ง 2พรรคร่วมต้าน ไก่อูยันโรดแม็ป

ค้านกันใหญ่! เลื่อนเลือกตั้ง 2พรรคร่วมต้าน ไก่อูยันโรดแม็ป

  • Share:

พท.-ปชป.รุมขย่มไม่เลิก สนช.ทิ้งไพ่ ยื้อโรดแม็ปเลือกตั้ง เดินเกมต่อท่ออำนาจ รัฐบาล-คสช. “นิพิฏฐ์”อ่านเหลี่ยมการเมืองเซียน ก.ม.งัดวิธีปู่ศรีธนญชัย ให้ สนช.-กรธ.งัดข้อตั้ง กมธ.ร่วมยืดเวลา ประชดให้กูรูแก้ รธน.ลากยาวเลือกตั้ง 2-3 ปีไปเลย “สาธิต” จี้ตอบสังคมให้ได้จะอยู่เพื่อเปลี่ยนผ่านหรือสืบทอดเสพติดอำนาจ “สุรพงษ์” ชี้ต่างชาติจับจ้องคำมั่นนายกฯ เย้ยอย่าหูเบาเชื่อโหร โฆษกรัฐบาล-โทรโข่ง คสช. ประสาน เสียงยึดโรดแม็ปเดิมยังไม่เปลี่ยนแปลง เด็ก ปชป.สวน “สุชน” ชงใช้ ม.44 นิรโทษเพื่อใคร ด้าน “ชัยเกษม” เมินไม่เห็นความจริงใจ แค่เล่นละครสนุกกันไปวันๆ “เสรี” แจงชง สปท.คลอดแนวปรองดอง ดันโมเดลจำหน่ายคดีชั่วคราวผ่อนโทษเฉพาะแนว ร่วมม็อบ “ปู” ควงลูกชายเที่ยวปาย โวยลั่นถูกตร.สะกดรอยตาม

จากกรณีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 ระบุ สนช.ต้องพิจารณากฎหมายที่คั่งค้างและจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมระหว่าง สนช.กับกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายลูก จนอาจทำให้โรดแม็ปการเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปถึงช่วงกลางปี 2561 เป็นปมร้อนที่ถูกพรรคการเมืองพุ่งเป้าโจมตีว่าเป็นเกมการเมืองที่ สนช.รับลูกดำเนินการ เพื่อยื้อเวลาต่อท่ออำนาจให้รัฐบาลออกไป

“นิพิฏฐ์” รู้เหลี่ยมตั้ง กมธ.ยืดเวลา

เมื่อวันที่ 3 ม.ค.นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 ระบุว่าจะมีการจัดการเลือกตั้งหลังจากใช้รัฐธรรมนูญปี 50 แล้ว 15 เดือน โดยยืนยันว่าเป็นไปตามโรดแม็ปว่า เข้าใจในสิ่งที่นายสุรชัยพูด เพราะต้องทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายลูกให้เสร็จภายใน 240 วัน จากนั้นต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน รวมเวลาแล้ว 390 วัน หรือราว 13 เดือน ระหว่างนั้น ต้องส่งกฎหมายลูกให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาอีก ซึ่งต้องใช้เวลา โดยอาจล่าช้ากว่าที่กำหนด 1-2 เดือน อีกทั้งยังมีเหตุอื่นๆที่ทำให้ยืดออกไปอีก เช่น สนช.อาจมีความเห็นต่างในกฎหมายลูกกับ กรธ. เพื่อยื้อเวลาออกไปอีก ต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายลูกแต่ละฉบับ

ซัดเซียน ก.ม.ใช้วิธี “ปู่ศรีธนญชัย”

“เขามีสารพัดวิธีที่จะเลือกใช้ เช่น ขณะนี้ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ระบุให้เร่งออกกฎหมายลูก 4 ฉบับในหมวดเลือกตั้งก่อนเพื่อให้มีการเลือกตั้ง แต่ กรธ.เลือกทำ 2 ฉบับคือ กฎหมายพรรคการเมืองและกฎหมาย กกต. ไม่มีใครพูดถึงอีก 2 ฉบับคือ การเลือกตั้ง ส.ส.และกฎหมายการได้มาซึ่ง ส.ว. หากทั้ง 4 ฉบับนี้ออกมาต้องจัดเลือกตั้งภายใน 150 วัน แต่เขาเลือกที่จะทยอยทำทั้ง 10 ฉบับ ทั้งที่ระหว่างเลือกตั้ง สนช.ก็ออกกฎหมายฉบับที่ 5-10 ได้ วิธีการอย่างนี้ไม่ใช่ศรีธนญชัย แต่เป็นวิธีของปู่ศรีธนญชัย ที่เซียนกฎหมายเขาใช้ และเราดูออก มันจึงไม่ใช่แค่ศรีธนญชัย ไม่ธรรมดา มันถึงขั้นปู่ต้นตระกูลศรีธญชัยเลย” นายนิพิฏฐ์กล่าว

ประชดยื้อทั้งทีอยู่ยาวไปเลย

นายนิพิฏฐ์กล่าวต่อว่า ส่วนที่นายกฯ หรือรัฐมนตรีในรัฐบาลไปยืนยันในเวทีนานาชาติ ยืนยันมาตลอดว่าการเลือกตั้งเป็นไปตามโรดแม็ปนั้น ผู้ใหญ่ที่เคยพูดอะไรไว้ ถ้าไม่เป็นไปตามนั้น ก็อย่าทำให้ผู้ใหญ่ต้องผิดคำพูด เสียสัจจะ ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากผู้ใหญ่ แต่เกิดจาก สนช.ที่ทำให้ช้า หากเป็นอย่างนี้ผู้ใหญ่จะรอดตัวไป เช่นเดียวกับกรณีที่ สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ แบบเดียวกัน เขามีหลายวิธีการที่จะเลือกใช้ แต่เอาเป็นว่าถ้ารัฐธรรมนูญที่ร่างใหม่ประกาศใช้แล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็ป เพราะทุกอย่างถูกกำหนดในรัฐธรรมนูญหมดแล้ว ถ้าไม่มีการเลือกตั้ง ส.ส.ในปี 60 ชี้ชัดเจนว่ามีการเตะถ่วงเพื่อยื้อเวลาในอำนาจให้นานที่สุด เท่าที่รัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้ ซึ่งสามารถทำได้ แต่ระดับนายสุรชัยออกมาทั้งทีจะยืดเวลาแค่ 2-3 เดือน มันเสียของเปล่า เพราะโดนคนด่าเท่ากัน ดังนั้นขอเสนอว่าหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ให้ผู้รู้แก้รัฐธรรมนูญเพื่อยืดเวลาเลือกตั้งออกไปอีก 2-3 ปี เอาตามที่อยากอยู่ และขอให้อยู่ไปนานๆ ตนไม่ค้านและไม่ขับไล่ อยู่ต่อให้รู้ดำรู้แดงกันไป เพราะแม้รัฐธรรมนูญใช้บังคับแล้ว เขายังมีมาตรา 44 ในมือ แต่ขอให้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องคนต่างจังหวัดด้วย

ทำเพื่อเปลี่ยนผ่านหรือต่อท่ออำนาจ

ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่อาจเลื่อนการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ออกไปเป็นกลางปี 2561 ตามที่ สนช. ระบุว่า เป็นเรื่องที่ไม่บังควร เพราะขณะนี้รัฐธรรมนูญที่ร่างใหม่ ที่ผ่านประชามติได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ และอยู่ระหว่างรอการโปรดเกล้าฯ ดังนั้นการออกมาให้ข่าวลักษณะนี้ไม่น่าเหมาะสม สาเหตุหลักที่จะเลื่อนการจัดเลือกตั้งออกไป คือ 1.เพราะเหตุของข้อกฎหมาย ที่อาจจะแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 หรือไม่ อย่างไร 2.เพราะเหตุที่คนบางกลุ่มต้องการยื้อเวลาให้นานออกไป ต้องชี้แจงสังคมว่าอยู่เพื่อเปลี่ยนผ่านหรือจะอยู่เพื่อสืบทอดอำนาจหรือเสพติดอำนาจ หรือไม่อย่างไร

เหน็บแม่น้ำ 5 สายหาทางลงให้ “บิ๊กตู่”

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 ระบุว่าจะมีการเลือกตั้งประมาณกลางปี 2561 ว่า ถือเป็นบทจำเป็นที่นายสุรชัยกับชาวคณะคนอื่นๆในบรรดาแม่น้ำ 5 สาย ต้องออกมาสับหน้าเล่นรับหน้าเสื่อสร้างกระแสแทน คสช.และดึงการเลือกตั้งให้ยาวนานออกไปโดยอ้างเหตุต่างๆ เพื่อไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ถูกนานาชาติตำหนิ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ไปให้สัญญาประชาคมกับสหประชาชาติและนานาประเทศไว้ว่าจะมีการเลือกตั้งใน พ.ศ.2560 ข้อกล่าวอ้างว่ามีกฎหมายค้างใน สนช.นับร้อยฉบับ คงไม่สามารถอ้างได้ เพราะกฎหมายหลายฉบับ สนช.พิจารณาเสร็จในพริบตา แม้ว่าขณะนี้ถนนทุกสายมุ่งสู่การเลือกตั้งใน พ.ศ.2560 และทุกคนหวังว่า คสช.จะจัดการเลือกตั้งตามโรดแม็ปในปลายปีนี้ ที่สำคัญคือสัจจะวาจาของนายกฯที่ได้ประกาศต่อชาวโลกไว้ แต่คาดว่าจะไม่มีการเลือกตั้งใน พ.ศ.2560 แน่นอน รวมถึง พ.ศ.2561 ก็อาจไม่มีการเลือกตั้งอีกด้วย เรื่องอำนาจไม่เข้าใครออกใคร เมื่อได้เสพอำนาจแล้วมันก็เพลิดเพลินเจริญใจดี แต่ขอเรียกร้องให้รัฐบาลนี้เร่งแก้ไขปัญหาปากท้องให้ประชาชนโดยเร็วที่สุดควบคู่ไปด้วย

พท.ชี้ต่างชาติจับตาคำมั่นนายกฯ

วันเดียวกัน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในเวทีต่างๆในเวทีประชาคมโลก เป็นสัญญาประชาคมโลกว่ารัฐบาลจะจัดเลือกตั้งปลายปี 2560 จึงเป็นคำมั่นสัญญาจากปากผู้นำประเทศ สื่อต่างชาติและทูตต่างๆในประเทศไทยจับตาอยู่ ต่างชาติติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เฝ้ามองว่า 1.นายกฯจะสืบทอดอำนาจต่อหรือไม่ 2.การแก้ปัญหาการสร้างความปรองดองและสมานฉันท์จะทำได้หรือไม่ 3.กระบวนการยุติธรรมไทยเป็นธรรมเท่าเทียมกันหรือไม่ 4.การเคารพสิทธิเสรีภาพการแสดงออกยังถูกกีดกันหรือไม่ โดยเฉพาะการรักษาคำพูดผู้นำต้องหนักแน่นประดุจดั่งขุนเขา การนำคำทำนายทายของโหรมาใช้ประกอบการตัดสินใจบริหารประเทศ ถ้ารู้ถึงหูต่างชาติจะหัวเราะเยาะประเทศไทยได้ นายกฯต้องใช้เหตุผล หลักวิทยาศาสตร์ ยึดหลักคุณธรรม ขอให้ใช้ดุลพินิจให้รอบคอบด้วยตัวเอง อย่าหูเบาหลงเชื่อคนง่าย เพราะคนใกล้ชิดอาจทำให้นายกฯเสียหายได้

เชื่อมีคนสะกิดให้ตั้งแท่นเลื่อน ลต.

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม แกนนำ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้ออ้าง สนช.ไม่มีเหตุผล กฎหมายอื่นเกี่ยวอะไรด้วยกับการเลือกตั้ง ทำกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งให้เสร็จ หรือกฎหมายที่ถูกรัฐธรรมนูญบังคับทำให้เสร็จให้ทำไป เพราะกำหนดไว้แล้วกฎหมายอะไรต้องเสร็จในช่วงไหน ส่วนกฎหมายอื่นที่ยังไม่ต้องเร่งพิจารณาก็ปล่อยให้รัฐบาลหรือสภาใหม่ทำไป ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ยืนยันมาตลอดว่า โรดแม็ปไม่มีเลื่อน แล้วทำไม สนช.จะมาเลื่อน นอกเสียจากว่า สนช.ถูกสะกิดบอกให้เลื่อนไปอีกสักพัก ทำอย่างนี้เหมือนไม่จริงใจ มันต้องมีอะไรอยู่ข้างหลัง โทษทีจะร่างกฎหมายยาวนาน 7 ชั่วโคตรหรือเปล่า อย่างว่าเวลานี้ เขาอยากจะทำอะไรก็ทำไป ไปโต้แย้งอะไรคงไม่ฟัง

“อ๋อย” อัดยุทธศาสตร์มัด ปทช.20 ปี

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระบุการเลือกตั้งอาจมีขึ้นกลางปี 2561 เนื่องจาก สนช.มีภารกิจต้องพิจารณากฎหมายจำนวนมากว่า เมื่อเปิดช่องให้ใช้เวลาพิจารณากฎหมายลูกนานได้ เลยอยากใช้เวลานานๆ หลายคนพยายามทวงถามโรดแม็ปเลือกตั้ง ซึ่งเป็นประโยชน์อยู่บ้าง เพราะเลือกตั้งเร็วยิ่งทำให้ประเทศได้รับการยอมรับมากขึ้น มีรัฐบาลเร็วยิ่งทำให้การใช้อำนาจเบ็ดเสร็จตามมาตรา 44 หยุดลงเร็วขึ้น แต่โรดแม็ปยังมีความหมายอีกอย่าง คือแม้มีรัฐบาลใหม่ แต่อายุของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังไม่สิ้นสุด บ้านเมืองยังอยู่ภายใต้การปกครองของ คสช.ต่อไปอีก 20 ปี ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ การเลือกตั้งจะเร็วหรือช้า คงแตกต่างไม่กี่เดือน แต่เลือกตั้งมาแล้ว การแก้ปัญหาประเทศยังทำไม่ได้ เพราะประเทศเรายังถูกพันธนาการอยู่ภายใต้กติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตยที่แน่นหนา

สวดหุ้มเกราะคุ้มกันสกัดแก้ไข

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ทยอยออกกฎหมาย แก้ไขกฎหมายต่างๆ ก่อให้เกิดโครงสร้างประเทศที่ล้าหลัง ย่ำอยู่กับที่ ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วได้ พรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรได้ยาก เพราะทั้งรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติได้สร้างเกราะคุ้มกันการแก้ไขเปลี่ยนแปลง จึงจำเป็นต้องให้เวลาสังคมได้เรียนรู้ปัญหาและหาทางแก้ไข เมื่อถึงเวลานั้น พรรคการเมืองหรือนักการเมือง อาจทำได้คือเตรียมข้อเสนอทางออกที่ดีให้กับสังคม แต่จะหวังเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงเองให้ได้ผลมากๆ
ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพรรคการเมืองและนักการเมือง ถูกทำให้สังคมมองว่าเป็นตัวปัญหา ต้องอาศัยเวลาพิสูจน์ตัวเอง แก้ไขปรับปรุงสิ่งที่เป็นปัญหา รวมทั้งแก้ไขข้อโจมตีที่เกินจริงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

รบ.-คสช.ท่องคาถายึดโรดแม็ปเดิม

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระบุว่าอาจจะต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเป็นช่วงกลางปี 2561 เนื่องจากต้องพิจารณากฎหมายจำนวนมากว่า ข้อความดังกล่าวถือเป็นมุมมองของ สนช. รายละเอียดต้องไปถาม สนช.เอง แต่รัฐบาลขอยืนยันว่า รัฐบาลยังคงยึดตามกรอบระยะเวลาโรดแม็ปเดิม ยืนยันเวลาไว้ชัดเจน กำหนดไว้อย่างไรก็เป็นอย่างนั้น

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า หัวหน้าคสช.หรือผู้บังคับบัญชาฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ได้พูดหรือสั่งการว่าจะเลื่อนโรดแม็ป เป็นการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายที่ทำงานอยู่ว่ายังมีงานค้าง ท่านอาจมีข้อมูลรายละเอียด แต่ภาพรวมเวลานี้ของ คสช.และรัฐบาล ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงโรดแม็ปที่เคยพูดไว้ และแน่นอนว่าการทำงานของแม่น้ำ 5 สายต้องสอดคล้องกัน ประชุมหารือกัน

“บิ๊กเยิ้ม” ชักธงเชียร์เพื่อนเลิฟอยู่ต่อ

ด้าน พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในฐานะเพื่อนร่วมรุ่น ตท.12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ว่า ก่อนเข้าสู่การเลือกตั้ง รัฐบาลควรทำโครงการสำคัญที่เป็นเรื่องใหญ่ให้สำเร็จเป็นรูปธรรมให้เห็นว่า รัฐบาลทำงานเพื่อบ้านเมือง แม้การเลือกตั้งจะช้าออกไป แต่ทำเพื่อบ้านเมือง ไม่ควรสนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนที่ สนช.ระบุว่า การเลื่อนโรดแม็ปเลือกตั้งเพื่อให้สอดคล้องกับการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญหลายฉบับนั้น หากเวลาไม่เพียงพอจริงก็ยื้อเวลาออกไปได้ ขณะที่ภาวะของบ้านเมือง อาทิ ด้านเศรษฐกิจ การบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลยังอยู่ในเกณฑ์ดี จึงไม่เป็นปัญหาหากจะอยู่ต่อไป ขอให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะหลังจากนี้การทำงานเพื่อบ้านเมืองต้องเหนื่อย ขออย่าท้อถอย รวมทั้งขอให้กำลังใจกรธ. จากนี้ กรธ.อาจได้รับผลกระทบจากหลายฝ่ายในการทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หลังจากพ้นวาระ สปท.แล้ว ยืนยันจะลงเล่นการเมืองแน่นอน แต่ไม่ใช่ในนามพรรคชาติพัฒนา จะเป็นพรรคการเมืองอื่น

กรธ.ปัดแย้ง สนช.ปมร่าง ก.ม.ลูก

นายอมร วานิชวิวัฒน์ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวกรณีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.ไม่เห็นด้วยกับการเซ็ตซีโร่องค์กรอิสระกับพรรคการเมืองว่า ไม่ถือเป็นความเห็นแย้งกัน เพราะ กรธ.ยืนยันมาตลอดว่า ไม่มีเจตนาเซ็ตซีโร่ใคร เพียงแต่กรรมการองค์กรอิสระคนใดที่คุณสมบัติไม่ครบ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติกำหนดต้องพ้นจากตำแหน่ง เป็นหน้าที่ของคณะกรรมสรรหาตามรัฐธรรมนูญที่เป็นผู้ชี้ขาดในอนาคต ขณะที่พรรค การเมือง กรธ.กำหนดให้แต่ละพรรคไปปรับปรุงระบบสมาชิกพรรคให้สอดคล้องกับกฎหมายพรรคการเมืองเพื่อเตรียมพร้อมรับการเลือกตั้ง การที่นายสุรชัยระบุว่า การส่งจดหมายแจ้งเตือนการเก็บเงินค่าสมาชิก ถ้าพรรคใดมีสมาชิกมากอาจเสียค่าติดแสตมป์จำนวนมากนั้น มองว่าการส่งไปรษณีย์เป็นวิธีติดต่อสมาชิก แต่ข้อท้วงติงหรือความเห็นต่างๆ ที่เสนอมา กรธ.จะรับฟัง ถ้าเห็นว่ามีน้ำหนัก จะนำกลับมาถกกันในที่ประชุมอีกครั้ง ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงรับฟังความเห็น ร่างที่เปิดเผยออกมายังไม่ถือว่าเป็นร่างสุดท้าย

กรธ.เปิดเวทีฟังความเห็น ก.ม.ลูก

นายนรชิต สิงหเสนี โฆษก กรธ. กล่าวถึงการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่า ช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ จะจัดเวทีรับฟังความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว. ในพื้นที่ 4 ภูมิภาค โดยนำเนื้อหาร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับที่ กรธ.พิจารณาแล้วเบื้องต้นแต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น เนื้อหาเบื้องต้นจะยึดตามบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ อาทิ การเลือกตั้ง ส.ส. จะใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว การได้มาซึ่ง ส.ว.จะแบ่งการได้มาเป็นกลุ่มต่างๆ และกำหนดหลักเกณฑ์การเลือกกันเองระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ขณะเดียวกัน คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เตรียมจัดเวทีรับฟังความเห็นประชาชนใน กทม. ต่อร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับอื่นๆ เริ่มจากร่าง พ.ร.บ.การปราบปรามการทุจริต ร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ปชป.จี้ถาม “สุชน” ชงนิรโทษเพื่อใคร

อีกเรื่อง นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสุชน ชาลีเครือ สปท. เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ใช้มาตรา 44 นิรโทษกรรมประชาชนในเหตุการณ์การเมืองตั้งแต่ พ.ศ.2547 เป็นต้นมาเพื่อสร้างความปรองดองว่า เป็นข้อเสนอที่ล้าสมัยและควรต้องตอบคำถามสังคมก่อนว่าทำเพื่อใคร ใครกันแน่ที่ได้ประโยชน์ เพราะเวลานี้แทบจะไม่มีพี่น้องประชาชนคนที่เป็นเหยื่อของการชุมนุมทางการเมืองที่เหลืออยู่ มีแต่ผู้ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระบวนการยุติธรรม กลับกันผู้ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ล้วนเป็นแกนนำการชุมนุมทั้งสิ้น ขณะนี้ความขัดแย้งหรือความปรองดองของคนในชาติ สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว ที่สำคัญที่สุดคือจะเป็นการล้างอำนาจฝ่ายตุลาการหรือไม่ เพราะบางคดีเกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมือง ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดไปแล้วทั้งลงโทษผู้ทำผิดและยกฟ้องประชาชนแล้ว

ย้ำจุดยืนค้านปล่อยผีแกนนำ-มือเผา

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงจุดยืนของพรรคชัดเจนตั้งแต่การพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรแล้วว่าเราสนับสนุนนิรโทษกรรมประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง แต่ไม่เห็นด้วยที่จะนิรโทษกรรมให้แกนนำหรือบุคคลที่กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาวางเพลิง เผาทรัพย์สินของทางราชการ ครอบครองหรือใช้อาวุธสงคราม ฆ่าคนตายหรือความผิดในมาตรา 112 สาเหตุที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ล่มสลายเพราะร่าง พ.ร.บ.นิรโทษ–กรรมฉบับสุดซอยใช่หรือไม่ การนิรโทษกรรมจะมีประโยชน์อะไร หากผู้ทำผิดยังไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หรือบางส่วนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วแต่ยังไม่สำนึก ซ้ำยังกล่าวหาว่าศาลสองมาตรฐาน

“ชัยเกษม” เมินแค่เล่นละครไปวันๆ

ด้านนายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสุชน ชาลีเครือ สปท. เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 นิรโทษกรรมประชาชนในเหตุการณ์การเมืองตั้งแต่ พ.ศ.2547 เป็นต้นมา เพื่อสร้างความปรองดองว่า มองว่าเป็นแค่ข่าว ไม่อยากสนใจ เพราะถ้าจะทำคงทำนานแล้ว ที่ผ่านมาไม่มีอะไรแสดงให้เห็นว่าประสงค์จะให้เกิดความปรองดอง โดยเฉพาะจากคำพูดของผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้นำ คสช.และรัฐบาล จึงมองว่าเสนอมาก็แค่เล่นละครสนุกกันไปวันๆ ไม่เห็นถึงความจริงใจ และเบื่อมาก ทั้งที่ทุกอย่างหากเวลาใช้อำนาจมาตรา 44 มันเป็นไปได้ทั้งนั้น อยู่ที่ว่าจริงใจ จริงจังที่จะทำหรือไม่ ถ้าไม่จริงใจที่จะทำ มันก็กลายเป็นบทละครอาทิตย์ละฉากเท่านั้น เวลาผ่านมาเท่าไหร่แล้วหลังรัฐประหาร

สปท.แจงแนวทางสร้างปรองดอง

ขณะที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า แนวทางการปฏิรูปเพื่อสร้างความปรองดองของ สปท. คืบหน้าไประดับหนึ่งแล้ว โดยที่ประชุม สปท.การเมืองได้ตั้งคณะกรรมาธิการเต็มคณะ เพื่อพิจารณาแนวทางดังกล่าว โดยวางหลักการสร้างความปรองดองแยกเป็นกลุ่มๆ ได้แก่ แกนนำการชุมนุม หากมีคดีติดตัวจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อต่อสู้คดีในชั้นศาล ส่วนระดับประชาชนทั่วไปจะแยกตามความหนักเบาของคดี หากเป็นคดีที่มีความผิดร้ายแรง อาทิ มาตรา 112 คดีทุจริต ความผิดอาญาร้ายแรง เผาบ้านเผาเมือง ซึ่งเป็นความผิดที่ประชาชนรับไม่ได้ จะต้องถูกดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมเช่นกัน ไม่อยู่ในเกณฑ์ได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษ

โชว์โมเดลจำหน่ายคดีชั่วคราว

นายเสรีกล่าวว่า หากเป็นคดีในส่วนประชาชนทั่วไปที่มีอัตราโทษไม่รุนแรง มีโทษจำคุก 3-5 ปี เช่น การฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปชุมนุมทางการเมือง คดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาศาลแขวง หรือกรณีการขัดคำสั่งไม่ไปรายงานตัว สปท.การเมืองเสนอแนวทางลดหย่อนการลงโทษ อาทิ คดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาไต่สวนของศาล จะขอให้ศาลจำหน่ายคดีชั่วคราวระหว่างสืบพยานไว้ชั่วคราว เพื่อให้โอกาสผู้กระทำผิดกลับตัว แต่มีเงื่อนไขว่าระหว่าง 3-5 ปี ห้ามไปกระทำความผิดซ้ำ ทั้งการไปร่วมชุมนุม การปลุกระดมข่มขู่ ขอย้ำว่าเป็นแนวทางลดหย่อนให้เฉพาะประชาชนในคดีที่มีอัตราโทษไม่รุนแรงเท่านั้น ไม่รวมถึงแกนนำที่จะต้องไปสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม

ตั้งไข่ก่อนหมดวาระเดือน ก.พ.

นายเสรีกล่าวอีกว่า ส่วนแนวทางการใช้อำนาจมาตรา 44 เพื่อนิรโทษกรรมแก่ประชาชนที่ไปร่วมชุมนุมทางการเมืองนั้น อยากให้ใช้แนวทางตามกฎหมายปกติไปก่อน แต่ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลด้วย หากต้องการความรวดเร็วก็ใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษได้ อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าว เป็นเพียงแค่หลักเกณฑ์ที่ สปท.การเมืองวางไว้เบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่ใช่ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ ต้องรอการประชุมหารือเพื่อหาข้อยุติต่อไป คาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนที่ สปท.จะหมดวาระการทำงานในเดือน ก.พ.นี้

“ปู” จ่อยื่นค้านคำสั่งชดใช้คดีข้าว

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมต่อการสู้คดีโครงการรับจำนำข้าวทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาในปี 2560 ว่า เตรียมการอย่างเต็มที่ โดยคดีอาญาช่วงนี้อยู่ในขั้นตอนการสืบพยาน จะนำพยานบุคคลและเอกสารมาหักล้างทุกประเด็นที่มีข้อกล่าวหา ส่วนคดีแพ่งที่กระทรวงการคลังใช้คำสั่งทางปกครองเรียกเก็บค่าเสียหายนั้น ยังคงอยู่ในกรอบเวลาที่จะยื่นคัดค้านคำสั่งต่อศาลปกครองได้ ยืนยันว่าจะต้องใช้สิทธิภายในกรอบเวลานี้อย่างแน่นอน เมื่อถามว่ามีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ที่จะยื่นฟ้องคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกล่าวหาคดีนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า อยู่ในข่ายที่ต้องหารือกับทีมทนาย เพราะไม่ได้เลือกว่าจะฟ้องคนใดคนหนึ่ง ต้องศึกษาข้อกฎหมายว่าอะไรที่ไม่ถูกต้อง ต้องร้องให้ศาลยุติธรรมพิจารณา

พาลูกเที่ยวปายเจอ ตร.สะกดรอย

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้เวลาในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ระหว่างวันที่ 1-5 ม.ค. เดินทางพร้อมด้วย ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชาย ไปพักผ่อนที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่ และ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน โดยช่วงกลางวันของวันที่ 2 ม.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไปพักผ่อนที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่ จากนั้นช่วงเย็นเดินทางไปที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน อยู่ต่อเนื่องไปถึงวันที่ 3 ม.ค. ระหว่างที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ท่องเที่ยวอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.แม่ฮ่องสอน มีประชาชนในพื้นที่เข้ามาทักทายและร่วมขอถ่ายรูปด้วยเป็นจำนวนมาก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองนับสิบคนเฝ้าคอยติดตามความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตลอดเวลา ทั้งในระหว่างที่ทักทายประชาชน หรือเข้าไปสักการะพระในอุโบสถจะมีเจ้าหน้าที่คอยถ่ายวีดิโอไว้ จนมีประชาชนที่พบเห็นแจ้งให้ทีมงานอดีตนายกรัฐมนตรีรับทราบ เป็นเหตุให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เลื่อนกำหนดเวลาเดินทางกลับจากเดิมจะกลับ กทม.วันที่ 5 ม.ค. เป็นวันที่ 4 ม.ค. เนื่องจากเห็นว่าไม่ปลอดภัยกับการกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่

โวยถูกประกบดูความเคลื่อนไหว

ต่อมาเวลา 16.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์โพสต์ เฟซบุ๊กระบุถึงการเดินทางไปพักผ่อนที่ อ.ปาย ว่า การเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อมาพักผ่อนและชมธรรมชาติกับครอบครัว ไม่คิดเลยว่าจะถูกติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบและฝ่ายปกครอง รวมถึงการไปตรวจสอบร้านค้าและสถานที่ต่างๆที่ดิฉันไป ซึ่งไม่ใช่การมาดูแลรักษาความปลอดภัยตามปกติ ทั้งที่ดิฉันเป็นเพียงผู้หญิงและประชาชนคนหนึ่งที่พาลูกชายมาชมแหล่งท่องเที่ยวที่ยังไม่เคยมาตามปกติเท่านั้น ในช่วงเวลาเช่นนี้หน่วยงานของรัฐควรใช้ทรัพยากรบุคคลในการดูแลพี่น้องประชาชนมากกว่าที่จะมาเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของดิฉันเช่นนี้ หากทุกฝ่ายทำงานอย่างไม่เลือกปฏิบัติและไม่มีอคติต่อกัน ก็คงจะเกิดความปรองดองอย่างที่ทุกคนชอบพูดกันได้ไม่ยาก

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้