ข่าว
100 year

ชน2รายตาย 30 ผวาเลข! 1352เหมือนกัน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 ม.ค. 2560 08:01 น.
SHARE
ป้ายทะเบียน2เหตุการณ์ รายล่าเบนซ์แม่อดีตผวจ. ชนต้นไม้ไฟลุก-ดับ5ศพ

รถเบนซ์แม่ของอดีตพ่อเมืองขอนแก่นซิ่งเสียหลักตกร่องกลางถนนก่อนพุ่งชนต้นไม้สังเวยชีวิตยกคัน 5 ศพแล้วเกิดไฟลุกท่วมรถ พลเมืองดีช่วยกันลากศพออกจากรถได้ทัน เผยทั้งหมดกลับจากเยี่ยมอดีต ผวจ. ถึงที่เกิดเหตุรถเสียหลัก ส่วนคดีรถตู้โดยสารชนกับรถปิกอัพสังเวย 25 ศพ ญาติรับศพแน่นสถาบันนิติเวชฯ นำศพกลับไปบำเพ็ญ กุศลแล้ว 6 ราย ชาวจุฬาฯเสียใจที่สูญเสียบุคลากรล้ำค่า 2 คน ขณะที่ชาวเน็ตวิจารณ์ทั้งรถตู้กับรถเบนซ์มีเลขทะเบียนคล้ายกัน “1352” เชื่อเป็นเลขอาถรรพณ์ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงทั้งคู่

จากอุบัติเหตุโศกนาฏกรรมสยองรถตู้โดยสารสายจันทบุรี-กรุงเทพฯ ทะเบียน 15-1352 กรุงเทพมหานคร บรรทุกผู้โดยสารเต็มคันเสียหลักพุ่งข้ามเลนชนประสานงากับรถปิกอัพอีซูซุ ทะเบียน 1 ฒณ 2483 กรุงเทพมหานคร ที่มีคนนั่งมาเต็มกระบะหลังเช่นกันจนเกิดไฟลุกไหม้รถทั้งสองคันและไฟคลอกสยองคนในรถทั้งสองคันรวม 25 ศพ และบาดเจ็บสาหัส อีก 2 คน เหตุเกิดบนถนนสายแกลง-บ้านบึง หมู่ 1 บ้านหนองขนุน ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ล่าสุดเกิดอุบัติเหตุรถเบนซ์ เอส 280 ทะเบียน 1 กน 352 กรุงเทพมหานคร เสียหลักพุ่งชนต้นไม้ไฟลุกสังเวยอีก 5 ศพ

ทั้งนี้อุบัติเหตุรายล่าสุดเกิดเมื่อเวลา 08.10น.วันที่ 3 ม.ค. ร.ต.อ.บุญเลิศ มุกดาสนิท รอง สว.(สอบ สวน) สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถเบนซ์เสียหลักตกร่องกลางถนนชนต้นไม้จนเกิดไฟลุกไหม้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย บริเวณถนนสาย 304 กบินทร์บุรี- ฉะเชิงเทรา กม.101 เยื้องหน้าวัดโพธิ์ใหญ่ หมู่ 4 ต.เมืองเก่า ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.ดุษฎี สุกรเสพย์ ผกก.สภ.พนมสารคาม นายสมศักดิ์ ทองกัญชร นอภ.พนมสารคาม รถดับเพลิงเทศบาลตำบลพนมสารคาม หน่วยกู้ภัยพนมสารคามและหน่วยกู้ชีพ รพ.พนมสารคาม

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อเมอร์เซเดส เบนซ์ รุ่นเอส 280 สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กน 352 กรุงเทพมหานคร เสียหลักตกลงไปอยู่ในร่องกลางถนนด้านหน้าชนอัดกับต้นไม้และมีเปลวเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงที่หน้ารถและเบาะที่นั่งช่วงตอนหน้าของตัวรถ ส่วนศพผู้เสียชีวิตมีพลเมืองดีช่วยกันนำออกมาจากซากรถแล้ว 3 ศพ ทราบชื่อนายอมรฤทธิ์ ถาวรสถิตย์ อายุ 63 ปี นางสรินญพร รัชตะชัยอนันต์ อายุ 65 ปีและนางยวนใจ ถาวรสถิตย์ อายุ 85 ปี นอกจากนี้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 คนคือ นายวิฑูรย์ ถาวรสถิตย์ อายุ 57 ปี ถูกนำตัวส่ง รพ.พนมสารคาม และนายชัยโรจน์ รัชตะชัยอนันต์ ถูกนำตัวส่ง รพ.เมืองพระพุทธโสธร แต่ทั้งคู่เสียชีวิตในเวลาต่อมารวม ผู้เสียชีวิตทั้งหมด 5 ศพ

สอบสวนทราบว่า นางยวนใจ หนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นมารดาของนายกำธร ถาวรสถิตย์ อดีต ผวจ.ขอนแก่น ที่เพิ่งเกษียณไปเมื่อปีที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุนางยวนใจพร้อมญาติพี่น้องรวม 5 คน เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปเยี่ยมนายกำธรที่ป่วยรักษาตัวที่ จ.ขอนแก่นด้วยรถเบนซ์โดยไม่ทราบว่าใครเป็นคนขับ หลังเสร็จธุระทั้งหมดจึงเดินทางกลับถึงที่เกิดเหตุรถวิ่งมาด้วยความเร็วสูงเกิดเสียหลักตกร่องกลางถนนก่อนพุ่งเสยกับต้นไม้ใหญ่เสียงดังสนั่นอัดก๊อบปี้และคนในรถถูกกระแทกอย่างรุนแรงจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสคาซากรถ

หลังเกิดเหตุพลเมืองดีและชาวบ้านรีบช่วยกันนำศพผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บออกจากรถ เนื่องจากเพลิงเริ่มลุกไหม้ห้องเครื่องยนต์และลุกลามไหม้ตัวรถอย่างรุนแรง เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าสาเหตุน่าจะมาจากคนขับหลับใน เจ้าหน้าที่จะสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ส่วนอุบัติเหตุรถตู้โดยสารชนกับรถปิกอัพที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 25 ศพและบาดเจ็บสาหัส 2 คนนั้น หลังเกิดเหตุเมื่อคืน วันที่ 2 ม.ค. นายพรศักดิ์ ไทยเจียมอารีย์ ขนส่งจังหวัดจันทบุรี เดินทางไปที่คิวรถตู้สายกรุงเทพฯ-จันทบุรี ของ หจก.พลอยหยก บริเวณหน้าห้างโรบินสัน สาขาจันทบุรี ต้นสังกัดรถตู้คันเกิดเหตุโดยมีนายภัทรพงษ์ เสือนาค นายท่าประจำคิวคอยให้ข้อมูลถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่นางวิมล หมดภัย อยู่บ้านเลขที่ 20/43 หมู่ 7 ต.จันทนิมิต อ.เมืองจันทบุรี แม่ของ น.ส.หทัยทิพย์ หรือน้องเจเจ หมดภัย หนึ่งในผู้โดยสารรถตู้ที่เสียชีวิต กล่าวว่ารับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะมีลูกสาวเพียงคนเดียวและหวังเป็นที่พึ่งสุดท้ายแต่ต้องมาจบชีวิตทั้งที่เพิ่งทำงานได้ปีเศษ ขอเรียกร้องผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะคิวรถให้ช่วยตรวจสอบความพร้อมของรถกับคนขับให้มากกว่านี้

ต่อมาสายวันที่ 3 ม.ค. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดชลบุรี นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.ชลบุรี นายเชาวลิตร แสงอุทัย รอง ผวจ.ชลบุรี นายศิวกร บัวป้อง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชลบุรี นายฉัตรชัย ทองมี ผอ.สำนักงานขนส่ง จ.ชลบุรี พ.ต.อ.พิสิฏฐ โปรยรุ่งโรจน์ รอง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์กับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เพื่อรายงานถึงอุบัติเหตุดังกล่าวโดยระบุสาเหตุว่า คนขับอาจจะหลับในเนื่องจากมีอายุมาก 64 ปีแล้ว เมื่อรู้สึกตัวว่ารถกำลังจะเสียหลักจึงเหยียบเบรกทำให้รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วเกิดเสียหลักตกลงร่องกลางถนนจนเกิดอุบัติเหตุขึ้น

สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในรถทั้งสองคัน ประกอบด้วยรถตู้ คือ 1.นายสุมนต์ เอี่ยมสมบัติ อายุ 64 ปี บ้านเลขที่ 14 แขวงและเขตประเวศ กรุงเทพฯ คนขับ 2.น.ส.ศิริพร หนุนเกื้อ อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 85/6 หมู่ 1 ต.เขาวงกต อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี 3.นายกันตินันท์ ไทยตรง อายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 4/5 ต.ท่าใหม่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี 4.น.ส.หนึ่งฤทัย ปันขัด อายุ 21 ปี บ้านเลขที่ 62/14 ต.พลับพลา อ.เมืองจันทบุรี 5.น.ส.หทัยรัตน์ บุญฤทธิ์ อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 91/28 ต.เกาะขวาง อ.เมืองจันทบุรี 6.น.ส.หทัยทิพย์ หมดภัย อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 20/43 ต.จันทนิมิต อ.เมืองจันทบุรี 7. น.ส.ภัทรวรรธน์ ทรัพย์จันทร์ อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 18/42 ต.เกาะขวาง อ.เมืองจันทบุรี

8.นายพรหมพต กอศิริวรานนท์ อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 45/33 ต.เกาะขวาง อ.เมืองจันทบุรี 9.นายประกาศิต รัตนตันหยง อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 12/3 ต.ท่าใหม่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี 10.น.ส.ดวงชีวัน พันธุ์เพ็ชร์ อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 12/149 ต.นายายอาม อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี 11.น.ส.ภัทรวรรณ รื่นเริง อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 308 หมู่ 14 ต.คลองนารายณ์ อ.เมืองจันทบุรี และอีก 3 คนยังไม่ทราบชื่อ ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสชื่อนายธงชัย ตั้งวงศ์พุทธิกุล อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 333/3 หมู่ 5 ต.สะตอน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี

ส่วนรายชื่อผู้เสียชีวิตในรถปิกอัพประกอบด้วย 1.นายน้อย หาญเสมอ อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 49 หมู่ 2 ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ คนขับ 2.นางนอง หาญเสมอ อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 63 หมู่ 2 ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ 3.นายสุพิน หาญเสมอ อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 45 ต.สนามชัยเขต อ.นายายอาม จ.จันทบุรี 4.นางพันธ์ เจือจาน อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 463/16 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 5.นายบุญเกิด ต้นทอง อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 35 หมู่ 2 ต.ตรวจ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ 6.ด.ช.วีระศักดิ์ หาญเสมอ อายุ 13 ปี บ้านเลขที่ 49 หมู่ 2 ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ 7.ด.ญ.สุธิดา หาญเสมอ อายุ 1 ขวบ บ้านเลขที่ 49 หมู่ 2 ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ

8.น.ส.สุนันทา หาญเสมอ อายุ 15 ปี บ้านเลขที่ 463/16 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 9.ด.ช.สุภกฤษ เจือจาน อายุ 2 ขวบ บ้านเลขที่ 463/16 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10.น.ส.สุดาพร เจือจาน อายุ 18 ปี บ้านเลขที่ 463/16 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 11.น.ส.เกษศิณี กมลเมธากุล อายุ 18 ปี บ้านเลขที่ 36 แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพฯ และผู้บาดเจ็บสาหัส 1 คนคือ น.ส.ปราณี บุญทูล อายุ 20 ปี ชาว อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิตในรถตู้ 2 คนเป็นนิสิตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคือนายประกาศิต รัตนตันหยง กับนายพรหมพต กอศิริวรานนท์ โดย ศ.นพ.ดร.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่านายประกาศิต รัตนตันหยง หนึ่งในเหยื่อรถตู้นั้นเป็นลูกศิษย์และเป็นนักวิจัยในห้องแล็บของหน่วยเชี่ยวชาญเฉพาะทางอณูพันธุศาสตร์มะเร็งและโรคของมนุษย์ จบการศึกษาระดับปริญญาโท ภาควิชากายวิภาคศาสตร์จุฬาฯ กำลังจะเรียนระดับปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ด้วย ส่วนนายพรหมพต กอศิริวรานนท์ เหยื่ออีกรายนั้นเป็นนิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยบนเฟซบุ๊ก “Promphot Kosiriwalanon” ของนายพรหมพตได้มีเพื่อนนิสิตและคนใกล้ชิดเข้ามาโพสต์แสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยจำนวนมาก

ด้าน นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ให้สัมภาษณ์ถึงความสูญเสียนิสิตและบุคลากรจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวของนิสิตแพทย์ นายพรหมพต กอศิริวรานนท์ นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 2 กับนายประกาศิต รัตนตันหยง นิสิตปริญญาโทภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งนับเป็นการสูญเสียบุคลากรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของคณะแพทย์ จุฬาฯ และอนาคตของประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง การเกิดเหตุการณ์อุบัติเหตุเช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดแต่เป็นสิ่งที่ป้องกันได้ถ้าทุกคนและทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยกันใช้มาตรการอย่างเข้มงวด

ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ มีญาติของผู้เสียชีวิตมายื่นเอกสารหลักฐานพร้อมระบุเอกลักษณ์มารอรับศพ จากอุบัติเหตุรถตู้ชนกับรถปิกอัพจำนวนมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกสลด บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาในการสูญเสียบุคคลเป็นที่รัก ขณะที่ พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ กล่าวว่า ได้รับศพมาทั้งหมด 25 ราย แบ่งเป็นชาย 8 คน ผู้หญิง 13 คน เด็กชาย 1 คน เด็กหญิง 1 คน ส่วนอีก 2 ศพยังไม่ทราบเพศ ทั้งหมดอยู่ในสภาพถูกไฟไหม้เกรียมยากต่อการชันสูตรพลิกศพ ประกอบกับทางญาติมาตรวจสอบใบหน้าไม่สามารถจำได้จึงให้ญาติมายื่นเอกสารพร้อมระบุตำหนิรูปพรรณของแต่ละศพรวมถึงการขอตรวจดีเอ็นเอทั้งศพและทางญาติด้วย ทางสถาบันเข้าใจความรู้สึกญาติผู้เสียชีวิตที่ต้องการนำศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่จำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลังซึ่งจะเร่งตรวจสอบให้เร็วที่สุด คาดจะแล้วเสร็จทั้งหมดในวันที่ 4 ม.ค. สำหรับวันนี้อนุญาตให้ญาตินำศพออกไปแล้ว 6 ศพ

ส่วน น.ส.ศศินันท์ สิทธิบุศย์ อายุ 45 ปี น.ส.ปาเจรา กอศิริวรานนท์ อายุ 23 ปี มารดาและพี่สาวของนายพรหมพต หรือกันต์ กอศิริวรานนท์ นิสิตคณะแพทยศาสตร์ปี 2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมารอรับศพด้วยเช่นกัน โดย น.ส.ศศินันท์กล่าวว่า ตนเคยบอกน้องกันเสมอไม่อยากให้นั่งรถตู้ เนื่องจากเป็นห่วงเวลาลูกนั่งรถตู้แม่ไม่เคยมีความสุขเลย แต่ด้วยภาวะต้องจำยอมให้ลูกไปลูกชายจะเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพียง 3 ปี แล้วจะมาเรียนต่ออีก 1 ปีที่สถาบันพระปกเกล้า อ.เมืองจันทบุรี ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับครอบครัวของตน นอกจากญาติที่มารอรับศพแล้วยังมีเพื่อนกลุ่มนิสิตที่เรียนคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เดินทางมารับศพนายพรหมพตด้วย

ขณะที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงการควบคุมดูแลรถตู้โดยสารว่า ต้องดูหลายส่วนประกอบกันทั้งตัวรถและอุปกรณ์ส่วนพ่วงต่างๆต้องได้มาตรฐานรวมถึงสภาพถนน ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้อาจเกิดจากการขับรถเร็วเกินกว่ากำหนดและความเหนื่อยล้า ที่ต่างประเทศรถตู้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อขนส่งคนแต่ใช้เพื่อขนส่งสิ่งของ ดังนั้น เมื่อนำมาขนส่งคนต้องเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยทั้งตัวรถและอุปกรณ์ส่วนพ่วง ขณะเดียวกัน ในส่วนของผู้ขับขี่รถตู้ในข้อบังคับกรมการขนส่งทางบกระบุไว้อย่างชัดเจนว่าขับรถ 4 ชั่วโมงต้องพัก 1 ชั่วโมง ภายในปี 2562 จะผลักดันให้มีการใช้รถตู้โดยสารขนส่งข้ามจังหวัดลดลงเพราะรถตู้โดยสารส่วนใหญ่จะหมดอายุการใช้งาน และจะผลักดันให้ใช้รถโดยสารที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อความปลอดภัย

ขณะที่นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเกี่ยวกับการทำประกันภัยของรถที่เกิดเหตุทั้ง 2 คันพบว่ารถตู้โดยสารได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) กับบริษัทฟินิกซ์ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 30 ก.ย.60 นอกจากนี้ยังได้ทำประกันภัยรถภาคสมัครใจประเภท 3 กับบริษัทพุทธธรรมประกันภัย จำกัด (มหาชน) สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 1 ก.ค.60 สำหรับรถกระบะทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และประกันภัยภาคสมัครใจ ประเภท 1 กับบริษัทอาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 15 ธ.ค.60 ทั้งคู่ และจะเร่งรัดให้ตรวจสอบผู้เสียชีวิตทั้ง 25 ศพและผู้บาดเจ็บทำประกันชีวิตด้วยหรือไม่เพื่อจะได้รับสินไหมทดแทนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นทั้งสองรายนั้นมีคนตายรวมกันถึง 30 ศพ เป็นที่สังเกตว่าทะเบียนรถรายแรกคือรถตู้โดยสารทะเบียน 15-1352 กรุงเทพมหานครกับรถเบนซ์ที่ชนต้นไม้ตายยกคัน 5 ศพ ทะเบียน 1 กน 352 กรุงเทพมหานคร ลักษณะคล้ายกันคือ 1352 หลังเกิดเหตุมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเลขทะเบียนมรณะ อาทิ เฟซบุ๊ก เรารักแปดริ้ว Welove8riew.com ระบุว่า เป็นเรื่องน่าแปลกอย่างยิ่งที่ทะเบียนรถเบนซ์คันเกิดเหตุ 1 กน 352 กรุงเทพมหานคร ไปตรงกับทะเบียน 15-1352 กรุงเทพมหานคร ของรถตู้สายจันทบุรี-กรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีชาวเน็ตได้เข้ามาเเสดงความคิดเห็นด้วยว่าทะเบียนดังกล่าวเป็นเลขมรณะหรือเลขอาถรรพณ์ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดถือเป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล ขณะที่บางคนระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา และบังเอิญตัวเลขทะเบียนรถมาคล้ายกันเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รถเบนซ์ชนไฟลุกรถตู้รถตู้ 25 ศพรถตู้จันทบุรีข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้