วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สอนให้ทำเอง ดอกไม้จันทน์ ภูมิใจเอาไปถวายพระเพลิง

สอนให้ทำเอง ดอกไม้จันทน์ ภูมิใจเอาไปถวายพระเพลิง

  • Share:

ยิ่งนับวันยิ่งล้นหลาม พสกนิกรไทยหัวใจสุดภักดี แห่มาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช เฉพาะวันที่ 2 ม.ค.2560 วันเดียวถึงกว่า 73,000 คน เจ้าหน้าที่ต้องทำงานกันอย่างหนักแบบทบรอบในการเปิดให้ประชาชนขึ้นถวายสักการะพระบรมศพ โดยหลังคนล่าสุดลงจากพระที่นั่งดุสิตได้ไม่นาน ก็เปิดให้กลุ่มใหม่ที่มารอตั้งแต่ดึกดื่นเข้ามาถวายสักการะต่อ ศูนย์น้ำใจไมตรีเปิดสอนประชาชนทำดอกไม้จันทน์ถวายพระเพลิงพระบรมศพฯด้วยตัวเอง ถือเป็นสิ่งมีคุณค่าที่ได้ทำกับมือในการถวายพระเพลิง

แม้เวลาจะผ่านไปนานวัน แต่ปวงชนชาวไทยยังไม่หยุดที่จะเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” พระผู้ทรงอยู่ในหัวใจคนไทยทุกดวงและตราบนิจนิรันดร์ โดยนับวันยิ่งหลั่งไหลเดินทางมากันอย่างล้นหลาม

ทั้งนี้เมื่อเช้าวันที่ 3 ม.ค. ที่ท้องสนามหลวง ยังมีพสกนิกรจากทั่วทุกภาคของประเทศ เดินทางมารอเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่หน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง กันอย่างต่อเนื่อง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจตราและคัดกรองบุคคลที่ผ่านเข้ามาในสนามหลวงตามจุดคัดกรองทั้ง 8 จุดอย่างละเอียด

ส่วนพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ดำเนินต่อเนื่องตามโบราณราชประเพณีมาเป็นวันที่ 82 โดยมีหน่วยงานองค์กรภาครัฐที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวให้ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ ช่วงเช้าประกอบด้วยกระทรวงวัฒนธรรม สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (APO) หอภาพยนตร์ (องค์กรมหาชน) ศูนย์คุณธรรม (องค์กรมหาชน) กรมศิลปากร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

เวลา 07.00 น. นายสด แดงเอียด ที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นประธานบำเพ็ญกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชและถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ มาตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 2 ม.ค.

ขณะที่สำนักพระราชวัง สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ในวันที่ 2 ม.ค. ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดให้ราษฎร เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ในศักราชใหม่ปี 2560 หลังหยุดพักการสักการะพระบรมศพไปหนึ่งวันคือวันที่ 1 ม.ค. โดยเมื่อนับจากจำนวนภาพโปสการ์ดพระราชทานที่แจกจ่าย พบว่าในวันเดียว มีประชาชนเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ ถึง 73,290 คน ต้องใช้ระยะเวลาที่ต้องเปิดพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ให้พสกนิกรขึ้นถวายสักการะพระบรมศพ 23 ชั่วโมงเศษ คือ ตั้งแต่ 05.00 น. ของวันที่ 2 ม.ค.ข้ามวันไปจนถึงเวลา 04.15 น. ของวันที่ 3 ม.ค. นับได้ว่า เป็นอีกเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่ต้องบันทึกในการพระราชพิธีที่มีเหล่าราษฎรซึ่งมีความรักและเทิดทูน “รัชกาลที่ 9” ใช้โอกาสในวันแรกของปี 60 แห่แหนมาถวายสักการะจนสำนักพระราชวังต้องเปิดพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทให้ประชาชนขึ้นกราบพระบรมศพแบบทบรอบข้ามวัน

ทั้งนี้ จากข้อมูลฝ่ายประชาสัมพันธ์สำนักพระราชวัง ยังพบด้วยว่า สถิติในวันที่ 2 ม.ค.ใกล้เคียงกับการเปิดให้ถวายสักการะพระบรมศพเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2559 ที่มีพสกนิกรได้ใช้เวลาในช่วงวันส่งท้ายปีเก่า เดินทางมาเป็นจำนวนมาก จนต้องเปิดสักการะพระบรมศพ ตั้งแต่แบบทบรอบรวมเกือบ 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ สถิติจำนวนประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพยังใกล้เคียงกับในวันที่ 30 ธ.ค. ที่ประชาชนเดินทางมาวันเดียวถึง 73,614 คน อย่างไรก็ตาม เมื่อนับตั้งแต่มีการเปิดให้ราษฎร เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.59 ถึงวันที่ 2 ม.ค.60 รวม 62 วัน มีราษฎรไทยทุกหมู่เหล่าหลั่งไหลเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ รวมแล้ว 2,729,854 คน มียอดเงินที่ประชาชนถวายสมทบบำเพ็ญกุศล รวม 228,971,328.75 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือน พ.ย.-ธ.ค.59 ถึงต้นเดือน ม.ค.60 มีราษฎรเดินทางมาสักการะจำนวนมาก ทำให้มีการขยายเวลาถวายสักการะพระบรมศพ จากเดิมที่กำหนดไว้ 05.00-21.00 น. มาเป็นการเปิดไม่มีกำหนดจนกว่าประชาชนจะหมด เหตุดังกล่าวกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับสุขภาพเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง รวมถึงหน่วยงานอื่นที่ต้องรับผิดชอบในการต้อนรับประชาชน เนื่องจากทุกคนเริ่มอยู่ในสภาพอ่อนล้าและเหน็ดเหนื่อย จากการขาดการพักผ่อนอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่บางคนไม่สามารถกลับบ้านได้ เพราะต้องเข้างานเช้าทุกวัน บางคนที่เข้าเวรแจกภาพพระราชทานให้ประชาชนในพระที่นั่งดุสิตฯ ช่วงหลังเที่ยงคืนไปจะเกิดความอ่อนเพลียมาก

ผู้สื่อข่าวสอบถามเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ล้วนต่างตั้งคำถามถึงการบริหารเวลาเปิดปิดประตูแม่เหล็กคัดกรอง ที่ประชาชนต้องผ่านเพื่อเข้าจุดรอคอยในท้องสนามหลวง ที่ กอร.รส.ทำหน้าที่รับผิดชอบอยู่ว่า มีการกำหนดเวลาเปิด-ปิด เพื่ออั้นปริมาณคน หรือได้มีการประสานงานกับสำนักพระ ราชวัง ในการเตรียมรับจำนวนคนก่อนหรือไม่ อย่างไร ก็ตาม จากการสังเกตข้าราชการสำนักพระราชวัง แม้จะอยู่ในสภาพอิดโรยสุดขีด แต่ทั้งหมดยังคงมีกำลังใจที่ดี เนื่องจากทุกคนมองว่า เป็นการถวายงานรับใช้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงตั้งใจปฏิบัติงาน แต่หวั่นเกรงว่าจะล้มป่วยกันก่อน จนไม่สามารถอยู่รับใช้ได้จนงานพระราชพิธีสิ้นสุด

ส่วนที่บริเวณเต็นท์ที่ 36 ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ซึ่งเป็นเต็นท์ของศูนย์น้ำใจไมตรี พบว่ามีการเปิดรับการสอนประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ที่จะใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ได้รับความสนใจจากประชาชนทุกเพศทุกวัย มาลงทะเบียน ลองฝึกฝีมือกันอย่างต่อเนื่อง โดยนายอาทร จันทวิมล ประธานมูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประ เทศไทย หนึ่งในผู้สอน กล่าวว่า ไม่ได้ต้องการทำดอกไม้จันทน์ เพื่อแจกคนอื่น แต่อยากสอนวิธีการทำ เพื่อให้ทุกคนได้ทำด้วยตัวเองเป็น และเตรียมดอกไม้ จันทน์ที่ทำไว้มาร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพด้วยตัวเอง เชื่อว่าสิ่งที่เราทำด้วยหัวใจและสองมือของเรา ที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ นั่นเป็นของที่มีค่าและควรค่าที่จะถวายให้กับพระองค์ ทั้งนี้ ตั้งใจว่าจะเปิดสอนการทำดอกไม้จันทน์ไปจนถึงวันครบรอบสวรรคต 100 วัน

เวลา 14.57 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เสด็จยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระพิธีธรรมจากวัดอนงคารามวรวิหาร และวัด จักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร จำนวน 8 รูปสวดพระอภิธรรม ในการนี้สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้