วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฟื้นฟูต้นมะขามสนามหลวง

ฟื้นฟูต้นมะขามสนามหลวง

  • Share:

“รายงานพิเศษ”-อีกภารกิจเร่งด่วนเฉพาะหน้ากรุงเทพมหานคร

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่ผู้บริหารกรุงเทพมหานครชุดใหม่ต้องรีบแก้ไขจัดการก็คือ การฟื้นฟู “ต้นมะขาม” โดยรอบพื้นที่สนามหลวง ต้นมะขาม ถือเป็นสัญลักษณ์คู่กับสนามหลวง โดย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯให้ปลูกต้นมะขามไว้

รอบสนามหลวง เพื่อให้เกิดความร่มรื่นเหมือนพื้นที่สาธารณะในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งพระองค์ได้เสด็จประพาสมา โดยทรงเลือกปลูกต้นมะขาม เพราะมีชื่อสื่อถึงความน่าเกรงขาม เริ่มปลูกจำนวน 365 ต้น ปัจจุบันมีต้นมะขามรอบสนามหลวง 753 ต้น ในส่วนนี้มีจำนวน 41 ต้นที่อาการไม่ดี และจำนวน 8 ต้นมีอาการน่าเป็นห่วง

“อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ต้นมะขามทรุดโทรมในขณะนี้” บุญฤทธิ์ นิ่มนวล หัวหน้าสวนจตุจักร เล่าว่า ก่อนหน้านี้ต้นมะขามรอบสนามหลวงอยู่ในสภาพปกติ จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 21 ต.ค.59 สำนักสิ่งแวดล้อม (สสล.) สังเกตเห็นความผิดปกติของต้นมะขามบริเวณทิศเหนือประมาณ 7 ต้น อาการไม่ค่อยดี ใบเหลือง แห้ง สาเหตุหนึ่งคือสภาพแวดล้อมเป็นช่วงฤดูฝน ดินบริเวณโคนต้นไม้ชุ่มไปด้วยน้ำฝนที่ตกลงมา ขณะเดียวกันมีคนเทน้ำ เศษอาหารบริเวณโคนต้นไม้

นอกจากนี้ เป็นช่วงที่ กทม.ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าไม่ได้รับความสะดวกในการเดิน เนื่องจากพื้นที่แฉะ กทม.จึงแก้ไขโดยการนำกระสอบทรายมาวางรอบต้นมะขาม เพื่อให้ประชาชนสัญจรได้สะดวกมากยิ่งขึ้น กรณีดังกล่าวจึงเป็นส่วนหนึ่งทำให้เกิดน้ำขัง น้ำเน่าที่บริเวณโคนต้นมะขาม สสล.มีความเห็นว่าควรหามาตรการเพื่อรักษาต้นมะขามไว้ จึงนำเรื่องเสนอไปยังผู้บริหาร กทม.เพื่อพิจารณาแก้ปัญหา

“กทม.จะฟื้นฟูและรักษาต้นมะขามอย่างไร” หัวหน้าสวนจตุจักร บอกว่า การฟื้นฟูเบื้องต้นแบบเร่งด่วน คือ นำกระสอบทรายที่วางไว้ตามโคนต้นมะขามออกให้หมด แล้วนำบล็อกมีช่องระบายอากาศมาวางแทน ฝังท่อพีวีซีรอบโคนต้นมะขามประมาณ 4 ท่อ เพื่อให้อากาศแก่รากไม้และดูดน้ำเน่าที่ขังใต้โคนต้นมะขามออก

ขั้นตอนต่อมาคือ บำรุงต้นไม้ด้วยการเสริมราก โดยนำต้นมะขามเล็กที่ได้จากการเพาะเมล็ดมาปลูกล้อมต้นมะขามที่ต้องการเสริมราก จากนั้นเฉือนเปลือกต้นใหญ่ขนาดความยาวเท่ากับต้นราก และเฉือนเปลือกต้นรากในระดับเดียวกับต้นใหญ่ แล้วโน้มต้นมะขามทั้งสองประกบกันให้รอยแผลประสานกันพอดี พันพลาสติกหรือเชือกฟางทับให้แน่น คอยสังเกต เมื่อเห็นว่าเนื้อทั้งสองประสานติดกันดีแล้ว จึงแกะพลาสติกออก พร้อมตัดยอดต้นราก

ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการระดมทีมงานฟื้นฟูต้นมะขามเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม วิธีการฟื้นฟูต้นมะขามไม่ใช่เรื่องใหม่ หรือเป็นวิธีพิเศษ ทั้งหมดเป็นวิธีที่มีในการเรียนการสอนตามปกติ

“พอใจกับผลการฟื้นฟูต้นมะขามเพียงใด” นายบุญฤทธิ์ระบุว่า พอใจมาก ซึ่งหลังที่ได้รับมอบหมายงานให้ดูแลเรื่องฟื้นฟูต้นมะขาม ก็ได้ติดตามมาโดยตลอด และจากการประเมินของนักวิชาการ หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อม ทีมงาน มั่นใจว่าต้นมะขามจะรอดทั้งหมด มีเพียง 8 ต้นที่ยังอาการโคม่า มีโอกาสรอด 50:50 ซึ่งทีมงานทุกคนจะพยายามฟื้นฟู เพื่อรักษาต้นมะขามไว้ให้ได้ทั้งหมด.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้