วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กกจ.เปิด2 ศูนย์บริการแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ใน 3จว.แก้ปมค้ามนุษย์

กกจ.เปิด2 ศูนย์บริการแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ใน 3จว.แก้ปมค้ามนุษย์

  • Share:

กกจ.ตั้ง 2 ศูนย์บริการแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ สนองแก้ปัญหาค้ามนุษย์ โดยศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้างใน 3 จว.มีใช้บริการกว่า 6 พันคน ส่วนศูนย์ร่วมบริการช่วยเหลือแรงงานต่างด้าว ให้ความช่วยเหลือไปกว่า 1.4 หมื่นคน...

เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2560 นายสิงหเดช ชูอำนาจ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กล่าวถึงการดำเนินงานของศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้าง สำหรับแรงงานต่างด้าวสัญชาติ ว่า กรมการจัดหางานได้จัดตั้ง “ศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้าง” สำหรับแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 59  โดยได้จัดตั้งศูนย์ฯ สำหรับแรงงานต่างด้าว 3 แห่งที่จังหวัดตาก สระแก้ว และหนองคาย เพื่อให้ความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน สัญญาจ้าง รวมถึงการประสานกับนายจ้างเมื่อสิ้นสุดการจ้าง โดยตั้งตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 59-27 ธ.ค. 59 มีนายจ้างใช้บริการผ่านศูนย์แรกรับและสิ้นสุดการจ้าง ทั้ง 3 ศูนย์ฯ จำนวน 6,563 ราย นำแรงงานต่างด้าวเข้ารับการอบรม จำนวน 47,884 ราย

ในส่วนนี้แยกเป็นศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้างจังหวัดตาก มีนายจ้างใช้บริการ จำนวน 2,349 ราย นำแรงงานต่างด้าวเข้ารับการอบรม จำนวน 27,847 ราย ส่วนศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้างจังหวัดสระแก้ว มีนายจ้างใช้บริการ จำนวน 1,762 ราย นำแรงงานต่างด้าวเข้ารับการอบรม จำนวน 15,328 ราย และศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้างจังหวัดหนองคาย มีนายจ้างใช้บริการ จำนวน 2,452 ราย นำแรงงานต่างด้าวเข้ารับการอบรมฯ จำนวน 4,709 ราย

นายสิงหเดช กล่าวต่อว่า ในส่วนของการจัดตั้งศูนย์ร่วมบริการช่วยเหลือแรงงานต่างด้าว ขณะนี้ ได้มีการจัดตั้งไปแล้วจำนวน 10 จังหวัด ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ตาก สงขลา สุราษฎร์ธานี ระนอง สมุทรสาคร สมุทรปราการ ชลบุรี ขอนแก่น และนครราชสีมา ที่ผ่านมาได้ให้การช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวไปแล้ว 14,208 ราย โดยมีผลการให้ความช่วยเหลือ คือ 1. แรงงานต่างด้าวได้รับคำปรึกษา แนะนำ ช่วยเหลือ เช่น การรับประโยชน์ทดแทนกรณีบาดเจ็บจากการทำงาน การขอรับเงินประกันค่าใช้จ่ายในการส่งตัวกลับฯ เงินชดเชยกรณีถูกเลิกจ้างไม่จำเป็น นายจ้างจ่ายเงินไม่ตรงตามกำหนด การเปลี่ยนนายจ้าง สถานที่ทำงาน การต่ออายุใบอนุญาตทำงาน ใบอนุญาตทำงานสูญหาย การออกนอกเขตพื้นที่ จำนวน 10,152 ราย 2.การเปลี่ยนนายจ้าง/เพิ่มนายจ้าง จำนวน 2,435 ราย 3.การเปลี่ยน/เพิ่มสถานที่ทำงาน/เปลี่ยนลักษณะงาน จำนวน 620 ราย 4.ได้รับใบอนุญาตทำงานแทนใบอนุญาตทำงานชำรุด/สูญหาย จำนวน 135 ราย 5.ได้รับการแก้ไขข้อมูลทางทะเบียน/คัดเอกสารหลักฐาน จำนวน 36 ราย 6.ได้รับสิทธิที่พึงได้รับ เช่น เงินประกันส่งกลับฯ เงินประกันสังคม จำนวน 238 ราย 7.ได้รับค่าจ้างค้างจ่าย จำนวน 238 ราย 8.ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท จำนวน 64 ราย 9.ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 268 ราย 10.ส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งแรงงานกลับประเทศ จำนวน 1 ราย

อธิบดี กกจ. กล่าวอีกว่า การจัดตั้งศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้างสำหรับแรงงานต่างด้าว และศูนย์ร่วมบริการช่วยเหลือแรงงานต่างด้าว ทั้ง 2 ศูนย์ ได้รับการชื่นชมเป็นอย่างดีจากผู้แทน EU โดยได้กล่าวถึงการทำงานของศูนย์ฯ ว่า หลังจากได้ศึกษาการทำงานของศูนย์ฯ พบว่าเป็นแนวโน้มในทางที่ดีของไทยในการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว ซึ่งเป็นคำชื่นชมที่ตอบรับถึงการดำเนินงานที่ยืนยันได้ว่าประเทศไทยมีความพยายาม ที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานอย่างเข้มงวดและจริงจัง

นายสิงหเดช กล่าวด้วยว่า จากที่ได้เดินทางร่วมทีมจากประเทศไทยไปชี้แจงการแก้ปัญหาตามข้อแนะของสหภาพยุโรป (อียู) ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ในส่วนของกระทรวงแรงงาน ได้ชี้แจงตามข้อท้วงติงให้อียูเห็นถึงผลการแก้ปัญหาด้านแรงงานอย่างจริงจัง จนเป็นที่พอใจ โดยเฉพาะการตั้งศูนย์แรกรับและส่งกลับแรงงานต่างด้าว 3  แห่งใน 3 จังหวัดชายแดน และตั้งศูนย์ร่วมบริการช่วยเหลือแรงงานต่างด้าว 10 แห่ง ในจังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าวมาก เช่น สมุทรสาคร ชลบุรี สระแก้ว สงขลา เชียงใหม่ นครราชสีมา กรุงเทพฯ ทั้ง 2 ศูนย์ถือว่าเป็นจุดขายของไทยที่ทางอียูพอใจไทยที่สามารถแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวตอบโจทย์.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้