ข่าว
100 year

ส่อลากยาวกม.ลูก เล็งตั้งกมธ.ร่วม 'สุรชัย' ส่งซิกอีก

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 ม.ค. 2560 07:55 น.
SHARE

พท.ตามฉะ สนช.อ้างเหตุผลไร้น้ำหนักเลื่อนโรดแม็ปเลือกตั้งไปปี 61 ชี้เรื่องผ่าน ก.ม.ไม่ใช่ปัญหา เพราะที่ผ่านมาพิจารณาได้ปรู๊ดปร๊าด ยกสัญญาเวทีโลกดักคอ “บิ๊กตู่” อย่าขยับโรดแม็ป ฉุนเลื่อนแล้วเลื่อนอีกอย่างเป็นกระบวนการ ยังมั่นใจ พท.เอาตัวรอดได้ภายใต้กติกาใหม่ “อภิสิทธิ์” โยนบาป กรธ.ทำพรรคการเมืองสาละวนกับกติกา เสียเวลาคิดถึงมิติพัฒนาประเทศ ไม่กลัว ส.ว.ลากตั้งหามเสลี่ยงเชิญนายกฯคนนอก เชื่อฝืนศรัทธาประชาชนไม่ง่าย สปท.ชงนิรโทษกรรมนำปรองดอง จี้รัฐบาลทำจริงจังทันทีในปี 60 ด้าน “สุรชัย” ส่งซิกเผยไต๋ตั้ง กมธ.ร่วมถก ก.ม.ลูก ส่อลากยาวโรดแม็ปตามความคิด “มีชัย” จี้สื่อปฏิรูปตัวเอง แต่ชมเป็นผู้ช่วย กรธ.ตกแต่ง รธน. “บิ๊กเจี๊ยบ” จ่อเปิดโควตารับนักรบไซเบอร์เข้ากองทัพ

ยังเป็นประเด็นต่อเนื่องหลังจากนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ออกมาระบุถึงโรดแม็ปเลือกตั้งที่อาจจะขยับไปถึงช่วงกลางปี 2561 เนื่องจากยังมีกฎหมายคั่งค้างการพิจารณาอยู่จำนวนมาก โดยฝ่ายการเมืองยังคงออกมาท้วงติง พร้อมทวงสัญญาไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เคยประกาศโรดแม็ปไว้บนเวทีโลก

พท.ซัด สนช.อ้างเหตุผลไร้น้ำหนัก

เมื่อวันที่ 2 ม.ค. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระบุการเลือกตั้งอาจมีขึ้นกลางปี 2561 เนื่องจาก สนช.มีภารกิจต้องพิจารณากฎหมายจำนวนมากว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีรัฐธรรมนูญก่อน และต้องมีกฎหมายลูก 4 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาเห็นกันอยู่แล้วว่า สนช.พิจารณากฎหมายรวดเร็วเสียเหลือเกิน ยังไม่เห็นมีกฎหมายฉบับไหนที่ สนช.ใช้เวลาพิจารณามากมาย ใช้เวลาวันเดียวก็เคยมาแล้ว ดังนั้นเหตุผลที่ สนช.บอกมาจึงไม่มีน้ำหนัก ส่วนจะมีเหตุผลอื่นอีกหรือไม่ ตนไม่ทราบ แต่อย่างหนึ่งที่เห็นคือ เลือกตั้งเร็วเท่าไหร่ สนช.ยิ่งไปเร็วเท่านั้น เลือกตั้งยิ่งช้า สนช.ยิ่งอยู่ได้นานขึ้น

ทวงสัญญาประกาศโรดแม็ปเวทีโลก

เมื่อถามว่า การบริหารงานของ คสช.และรัฐบาล มีผลต่อโรดแม็ปด้วยหรือไม่ นายพงศ์เทพ ตอบว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. มีความตั้งใจจริงตามที่ได้ประกาศไว้ในประเทศและเวทีต่างประเทศถึงโรดแม็ปเลือกตั้ง ตนกล้ารับประกันได้ว่าทำได้ตามกรอบเวลานั้นอยู่แล้ว เพราะ สนช.จะตอบสนอง พล.อ.ประยุทธ์อย่างเต็มที่และดีที่สุด ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเอาอย่างไร ไม่มีปัญหาตรงนี้แน่ ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นอยู่แล้ว ดังนั้น สนช.ไม่มีเหตุผลอะไรที่มีน้ำหนักจะไปเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นได้

เหน็บวางแผนเลื่อนแล้วเลื่อนอีก

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าสิ่งที่ คสช.บอกจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน แต่เอาเข้าจริงใช้เวลานานมากๆ ไม่ได้ทำตามสัญญา ตอนยึดอำนาจใหม่ๆบอกว่า จะจัดเลือกตั้งปี 2558 แล้วเลื่อนมาเป็นปี 2559, 2560 ถึงวันนี้จะขอเลื่อนเป็นปี 2561 ทำอย่างเป็นกระบวนการ ส่ง สนช.มาโยนหินถามทาง หยั่งกระแส ตามด้วยส่งโหรในสังกัดมาจับยามสามตาเลื่อนเลือกตั้ง เพื่อสร้างความชอบธรรม ข้ออ้างว่าอยู่เพื่อออกกฎหมาย ขอถามว่ามีอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อคนหาเช้ากินค่ำ ได้สอบถามประชาชนหรือยัง วันนี้นักการเมือง พรรคการเมืองสงบนิ่ง ไม่ทำตัวมีปัญหา เชื่อว่าคนไทยอยากฟังจากปาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ว่า จะมีการเลือกตั้งปี 2560 หรือไม่ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์มีภาวะผู้นำต้องจัดเลือกตั้งปี 2560 เพราะเดินสายประกาศไปทุกเวที ถ้าไม่ทำตามสัญญา ทั้งในประเทศและต่างประเทศจะลุกขึ้นมาทวงสัญญาแน่นอน

จวก สนช.ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่นายสุรชัยพูด เหมือนดูถูก สนช.ทั้งสภา เพราะการยึดอำนาจเมื่อ 19 ก.ย. 2549 สนช.ชุดนั้นมีฝีมือกว่าหรืออย่างไร จึงออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญโดยใช้เวลาไม่ถึง 10 เดือน สามารถจัดเลือกตั้งได้วันที่ 23 ธ.ค.2550 จึงทำให้สังคมกังขาว่าวันนี้กำลังซื้อเวลาให้อยู่ในตำแหน่งกันนานๆใช่หรือไม่ นายสุรชัยน่าจะใช้กรณี พ.ร.บ.สงฆ์ เป็นโมเดลผ่านกฎหมายสามวาระรวดมาใช้ จะเป็นประวัติศาสตร์ที่ดีของ สนช.ในฐานะตัวแทนประชาชนไม่ห่วงว่าจะเลือกตั้งจะปีนี้หรือปีหน้า แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าภาวะเศรษฐกิจประเทศจะเข้าสู่เขตแดนเผาจริง คนที่เสียไม่ใช่นายสุรชัย แต่เป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่ไปประกาศบนเวทีโลกมากกว่า ที่ผ่านมากล่าวหาสภาฯว่าลักหลับผ่านกฎหมายตอนกลางคืน มายุคนี้ผ่านกฎหมายลักหลับกลางวันแสกๆ ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองจริงๆ

“ภูมิธรรม” ห่วงประเทศตกหลุมดำปี 60

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเมืองไทยปี 60 ว่า ระบบการเมืองใหม่ของประเทศไทยจะก้าวตามไม่ทันจุดสมดุลของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น กลไกการขับเคลื่อนสังคมที่ติดกับรูปแบบเดิมๆ จะทำให้ไทยขาดความสามารถในการเผชิญหน้ากับปัญหาอย่างทันกาล จะสะดุดหลุมดำที่ขุดวางไว้เป็นกับดักของตัวเอง การเมืองต่อจากนี้จะถูกกำกับจากแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่เน้นเรื่องความมั่นคงเป็นหลัก ทำให้สะดุดขาตัวเอง สร้างปัญหาในอนาคต เหมือนพม่าเคยสะดุดขาตัวเองจากแผนกำกับทิศทางประเทศ ส่วนการพัฒนาเศรษฐกิจยังไปไม่ถึงฝันเพราะยังไม่เป็นประชาธิปไตยตามหลักสากล การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นหรือไม่ ไม่มีใครเดาใจผู้มีอำนาจในปัจจุบันได้ แต่เชื่อว่าสถานการณ์ต่างๆจะไม่เอื้อให้ดึงเวลาไปได้มากกว่านี้ ขณะที่รัฐธรรมนูญใหม่และกติกาใหม่ยังไม่ใช่ทางออกประเทศ จะเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศต่อไป

มั่นใจ พท.ปรับตัวอยู่รอดกติกาใหม่

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ขณะที่พรรคการเมืองยังต้องเดินต่อไป สิ่งที่ทำได้มากที่สุดคือการปฏิรูปตัวเองให้พร้อมเผชิญแรงเสียดทานต่างๆ พรรคการเมืองต้องปรับองคาพยพใหม่ให้สอดรับความเป็นจริงที่กำลังเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ที่รวดเร็วและรุนแรง วันใดที่กติกาเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองทำงาน ก็พร้อมปรับยุทธศาสตร์การทำงาน และศักยภาพบุคลากรของพรรคให้ทำหน้าที่เทิดทูนสถาบันสูงสุดของประเทศ สร้างความมั่งคั่งให้ประชาชน และพร้อมรับใช้ประชาชนอย่างสุดกำลัง สร้างกลไกป้องกันตัวให้พ้นจากหลุมดำที่มีผู้วางกับดักไว้ ส่วนที่มีแกนนำเพื่อไทยเข้าข่ายลงเลือกตั้งไม่ได้หลายคนนั้น พรรคเพื่อไทยถูกฝึกมาให้อยู่กับความเป็นจริง เราถูกยุบพรรคหลายครั้ง ถูกทำลายผู้นำทางการเมือง ติดคุกติดตะรางมาหลายคน แต่ยังสามารถหยัดยืนอยู่ได้บนความศรัทธาที่ประชาชนมอบให้ พรรคเพื่อไทยเชื่อว่าจะยังยืนอยู่ต่อไปได้ ไม่ว่าเป็นปัญหาอะไร เมื่อถึงเวลาทุกอย่างจะคลี่คลายได้

“อภิสิทธิ์” โยน กรธ.ทำหลงทิศทาง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า กฎหมายพรรคการเมืองจะออกมาเร็วแต่กฎหมายเลือกตั้งจะออกมาช้ากว่า เพราะผู้ที่ทำเรื่องนี้ตั้งใจให้พรรคการเมืองปรับตัวตามกฎหมายพรรคการเมืองใหม่ให้เรียบร้อยก่อน แต่ไม่ได้กังวลอะไร เพียงแต่ได้เสนอในเรื่องการจ่ายเงินของสมาชิกพรรค การกำหนดเวลาสั้นๆ นั้นทำไม่ได้จริงในทางปฏิบัติ ไม่อยากให้เกิดการกระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคกับสมาชิกพรรค จึงเสนอในช่วงแรกควรอนุญาตให้มีสมาชิกสองประเภทก่อน เพื่อใช้เวลาทำความเข้าใจให้ประชาชนให้ยอมรับเรื่องการจ่ายเงินให้กับพรรคการเมือง โดยสร้างแรงจูงใจให้มีส่วนร่วมในการจ่ายค่าสมาชิกเพื่อมีสิทธิในการบริหารจัดการพรรคได้มากขึ้น ตนไม่อยากให้พรรคการเมืองจมอยู่กับปัญหาเรื่องกติกา เพราะมีหน้าที่ต้องคิดถึงอนาคตของประเทศมากกว่า จะเสียโอกาสของบ้านเมือง อยากให้คนเขียนกฎหมายคิดด้วยว่าอยากให้พรรคการเมืองทุ่มเทกับเรื่องอะไรระหว่างเรื่องของตัวเองกับเรื่องของประเทศ

ส.ว.ลากตั้งฝืนกระแส ปชช.ไม่ง่าย

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงความพยายามที่จะวางระบบเพื่อให้พรรคการเมืองพ้นจากปัญหาระบบอุปถัมภ์ว่า วิธีการที่ได้ผลที่สุดคือการทำอย่างไรให้กระบวนการทางการเมืองมีค่าใช้จ่ายน้อย ถ้างานสำคัญของพรรคการเมืองคือการสื่อสาร รัฐจะจัดสรรเวลาอย่างไรให้พรรคการเมืองสามารถรณรงค์ถึงประชาชนให้ตื่นตัวต่อทางเลือกต่างๆ ที่พรรคการเมืองเสนอ โดยรัฐอาจเป็นผู้ที่ขอจัดสรรเวลาด้วยตัวเอง ไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย หากทำได้พรรคการเมืองก็ไม่ต้องหาทุนมาทำสิ่งเหล่านี้ ต่อข้อถามถึงการตั้งพรรคการเมืองใหม่เพื่อรองรับนายกฯคนนอก นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คนนอกจะมีหรือไม่ ก็มีเงื่อนไขขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว จะเกิดขึ้นหลังจากประชาชนตัดสินใจผ่านกระบวนการเลือกตั้งแล้ว สำหรับเงื่อนไขที่มี ส.ว. 250 คนเลือกนายกรัฐมนตรีได้นั้น คิดว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหากประชาชนแสดงออกชัดเจนผ่านการเลือกตั้ง ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง 250 คน ก็ฝืนเจตนารมณ์ของประชาชนไม่ง่าย ที่สำคัญคือแม้ว่า 250 คนมาตั้งนายกรัฐมนตรีได้ แต่ไม่มีสิทธิลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี

จี้ สนช.สงวนถ้อยคำอย่าทำสับสน

นายสุชน ชาลีเครือ กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวถึงกรณีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. ระบุอาจต้องเลื่อนการเลือกตั้งไปเป็นช่วงกลางปี 2561 เนื่องจาก สนช.มีภารกิจพิจารณากฎหมายจำนวนมาก ว่า หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติประกาศใช้อย่างเป็นทางการภายในเวลาที่กำหนด สนช.จะต้องพิจารณากฎหมายลูกให้เสร็จตามกรอบเวลา 8 เดือนที่วางไว้ โดยเฉพาะกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ เพื่อจัดการเลือกตั้งภายในปี 2560 ตามโรดแม็ปที่กำหนดไว้ อย่าไปพูดเพื่อให้เกิดความเห็นต่างขึ้นในสังคม ควรพูดให้น้อยๆเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน เพราะที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ประกาศไปแล้วว่า จะจัดเลือกตั้งภายในปลายปี 2560 จึงจำเป็นต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาคมโลกและประชาชน เพื่อให้ประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตย

ชงใช้ ม.44 นิรโทษสร้างปรองดอง

นายสุชนกล่าวถึงความคืบหน้าแผนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง เรื่องการแก้ปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองว่า ขณะนี้ กมธ.ได้ข้อสรุปเรื่องหลักเกณฑ์การสร้างความปรองดองในระดับหนึ่ง โดยเห็นว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 คดีความผิดอาญาร้ายแรง หรือคดีทุจริต ไม่อยู่ในเกณฑ์ได้รับการนิรโทษกรรม ต้องว่าไปตามขั้นตอนกระบวน การยุติธรรม ส่วนคดีที่เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองทั่วไปของประชาชน ที่ไม่เกี่ยวกับแกนนำ กมธ.จะเสนอแนวทางต่อรัฐบาลให้ช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ อาทิ การใช้นโยบาย 66/23 เหมือนในสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่ช่วยคนเห็นต่างจากรัฐบาลในขณะนั้นไม่ต้องรับผิด หรือการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของหัวหน้า คสช. นิรโทษกรรมให้ประชาชน โดยจะเสนอให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการพิเศษชุดหนึ่ง ทำหน้าที่แยกแยะประเภทความผิด เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ทุกฝ่าย

วางเกณฑ์เยียวยาเหยื่อชุมนุม

นายสุชนกล่าวว่า ขณะเดียวกันจะต้องมีมาตรการเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน การเยียวยาจะมีทั้งรูปแบบที่เป็นตัวเงิน และการเยียวยาทางจิตใจ แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะให้เงินเยียวยาจำนวนเท่าใด แต่คงไม่มากถึง 7.5 ล้านบาทเหมือนที่เคยได้ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขณะนี้ กมธ.อยู่ระหว่างการนำผลสรุปของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน กับผลสรุปเรื่องการสร้างความปรองดองชุดต่างๆที่ทางสภาฯเคยศึกษาไว้มาพิจารณา เพื่อหาข้อสรุปอย่างเป็นทางการ และจะเชิญนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มาร่วมหารือถึงแนวทางเยียวยาช่วยเหยื่อการชุมนุมทางการเมือง เบื้องต้นจะยึดตามบัญชีที่กรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ได้จัดบัญชีไว้

จี้รัฐบาลเร่งมือทำทันทีปี 60

นายสุชนกล่าวว่า คาดว่าภายในไม่เกินเดือนก.พ. สปท.การเมืองจะได้ข้อสรุปเรื่องแนวทางการสร้างความปรองดอง และการเยียวยาอย่างเป็นทางการ เพื่อเสนอต่อที่ประชุม สปท.ชุดใหญ่ให้ความเห็นชอบ และส่งต่อให้รัฐบาลนำไปดำเนินการต่อไป ส่วนตัวเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องหันหน้าเข้าหากัน สร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น รัฐบาลจะต้องทำอย่างจริงจังในปี 2560 ทันที ไม่ต้องรอให้ร่างรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายลูกประกาศใช้ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อได้ ไม่ใช่พูดแค่เป็นวาทกรรม

สนช.พร้อมทำคลอด ก.ม.ลูก 10 ฉบับ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. ในฐานะประธานกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สนช. กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมพร้อมพิจารณากฎหมายลูก 10 ฉบับของ สนช.ว่า ขณะนี้ได้ประสานงานเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับไว้แล้ว โดย กมธ.วิสามัญฯชุดหนึ่งจะมีกรรมาธิการฯไม่เกิน 30 คน แบ่งเป็น ครม. 6 คน และ สนช.ไม่เกิน 24 คน คาดว่าน่าจะใช้สมาชิก สนช.ทำงานทั้งหมด 240 คน ส่วนตัวคิดว่า กมธ.ในสัดส่วนของ สนช.นั้น จะดึงผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ตรงในกฎหมายลูกฉบับนั้นๆมาช่วยงาน 2-3 คนต่อคณะ ดังนั้นน่าจะมี สนช.ที่เข้าไปทำงานจริงๆประมาณ 220 คน ทั้งนี้จะเสนอข้อบังคับการประชุม สนช.ฉบับใหม่เข้าสู่ที่ประชุม สนช.ได้ภายในเดือน ม.ค. 2560 เพื่อรองรับการทำงานเกี่ยวกับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ

เก็บข้อมูลชั่งใจล้างไพ่องค์กรอิสระ

เมื่อถามว่า จะวางหลักการร่างกฎหมายลูกเกี่ยวกับพรรคการเมือง และองค์กรอิสระ ถึงขั้นให้มีการเซ็ตซีโร่พรรคการเมือง และองค์กรอิสระใหม่หรือไม่ นายสุรชัยตอบว่า ได้มอบให้ทีมงานศึกษามาโดยตลอด โดยเปรียบเทียบเรื่องคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆระหว่างรัฐธรรมนูญฉบับเก่ากับรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อหาเหตุผลว่า เหตุใดต้องกำหนดคุณสมบัติให้สูงขนาดนั้น บางข้อมีคนวิจารณ์ว่าจะหาคนมาสมัครไม่ได้ สนช.จะศึกษาดูว่าเป็นจริงตามที่วิจารณ์หรือไม่ นอกจากนี้ สนช.ยังเปรียบเทียบว่าถ้าใช้หลักเกณฑ์อย่างเข้มงวด เมื่อรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้แล้ว องค์กรอิสระจะเหลือคนทำงานกี่คน ถ้าบางองค์กรเหลือคนทำงานคนเดียว ก็ทำงานต่อไม่ได้ หรือถ้าให้คนเดิมทำงานต่อโดยถูกต้อง จะมีผลเสียหายกับบ้านเมืองหรือไม่ สนช.กำลังศึกษาอยู่เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจว่า ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญควรมีบทเฉพาะกาลเรื่องเซ็ตซีโร่หรือไม่

ค้านเซ็ตซีโร่พรรคการเมือง

นายสุรชัยกล่าวว่า ในส่วนของพรรคการเมืองนั้น ส่วนตัวคิดว่าไม่ควรเซ็ตซีโร่พรรคการเมือง เพียงแต่อะไรที่จัดระเบียบให้เกิดการปฏิรูปได้ระดับหนึ่ง ก็ควรทำ และกำหนดระยะเวลาหนึ่งในการเปลี่ยนผ่านให้พรรคการเมือง ส่วนรายละเอียดกฎหมายพรรค การเมืองเช่น การจ่ายค่าสมาชิกพรรค มีบางพรรคให้ข้อมูลว่า สมมติมีสมาชิกพรรค 1 ล้านคน และบอกให้พรรคการเมืองส่งจดหมายไปเก็บเงินจากสมาชิกนั้น จะมีค่าใช้จ่ายสูง หากส่งจดหมายติดแสตมป์ฉบับละ 5 บาท ต้องใช้เงิน 5 ล้านบาท เพื่อเก็บค่าสมาชิกพรรค คนละ 100 บาท เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก หากจะเริ่มต้นดำเนินการทันที ซึ่งสนช.ต้องรับฟังถึงความคิดที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกับความเป็นจริงว่าจะทำได้หรือไม่ ตนไม่ชอบใช้ทฤษฎีอย่างเดียว แต่ในทางปฏิบัติทำไม่ได้ ต้องมองโลกในความเป็นจริงด้วย ซึ่ง สนช.กำลังเก็บข้อมูลอยู่ เมื่อร่างกฎหมายเหล่านี้มาถึง สนช. จะมีข้อมูลมากระดับหนึ่งว่า เรื่องใดที่ต้องนำมาคิดเพื่อประกอบการตัดสินใจในการทำงาน

ส่งซิกตั้ง กมธ.ร่วมลากยาวโรดแม็ป

นายสุรชัยกล่าวว่า สนช.สามารถแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่ กรธ.ส่งมาให้ได้ แต่จะทิ้งหลักการในรัฐธรรมนูญไม่ได้ หาก สนช.แก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญของ กรธ. แต่ กรธ.ไม่เห็นด้วย จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ส่วนตัวมองว่า หากในอนาคตถึงขั้นมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันน่าจะเป็นเรื่องดี เป็นการแสดงให้เห็นว่า ไม่ได้มีการซูเอี๋ยกัน ต่างคนต่างมีอิสระทางความคิดในการทำงาน กรธ.มีอิสระจะร่างอย่างไรก็ร่างไป แต่มาถึง สนช.ก็ต้องมีอิสระในการพิจารณา ถ้าเห็นต่างก็แก้ ทั้งนี้หากในที่สุด สนช.มีมติไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ กรธ.จะต้องดำเนินการยกร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่คิดว่าการที่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่าน สนช.เกิดขึ้นได้ยาก เพราะต้องใช้เสียง สนช. มากกว่า 2 ใน 3 อย่างไรก็ตาม หวังว่า ร่างรัฐธรรมนูญตลอดจนกฎหมายลูกทั้ง 10 ฉบับจะช่วยให้บ้านเมืองดีขึ้น มิเช่นนั้นสิ่งที่ทำมา ณ วันนี้จะสูญเปล่า

“มีชัย” แนะสื่อเสนอปฏิรูปตัวเอง

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ร่างกฎหมายเรื่องการตั้งสภาวิชาชีพเพื่อควบคุมสื่อมวลชน ที่หลายฝ่ายมองว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ประเด็นนี้ตอบไม่ได้ การปฏิรูปสื่อทุกคนต้องยอมรับว่าจำเป็นที่ต้องมีการปฏิรูป ถ้าไม่อยากให้คนอื่นมาปฏิรูป เราก็ต้องลุกขึ้นมาปฏิรูปตัวเองคิดเสนอแนะขึ้นมาในการดูแลกันเอง ว่าเราจะทำอย่างไรแล้วเสนอมาเทียบเคียงกับที่เขาเสนอไป ที่สำคัญเมื่อเวลาเรื่องไปถึงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทาง สนช.จะได้มีทางเลือกได้ ดังนั้น สื่อต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงและร่วมมือกันคิดอ่านว่าจะปฏิรูปกันอย่างไร เท่าที่ทราบสมาคมที่เกี่ยวกับสื่อก็หารือกันมานานเป็นปีแล้ว ควรจะต้องหาข้อยุติรีบทำให้เสร็จก่อนที่ สปท.จะไปเสนอต่อ สนช.

ยกยอสื่อช่วยตกแต่ง รธน.

เมื่อถามว่า แต่กระบวนการออกกฎหมายของยุคนี้แตกต่างจากยุคอื่น เพราะรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน นายมีชัยตอบว่า เมื่อทราบแบบนี้ก็ต้องรีบทำให้เร็วขึ้น มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญว่าเวลาจะออกกฎหมายอะไร ต้องรับฟังความเห็นจากคนที่เกี่ยวข้องและสื่อก็ต้องใช้ประโยชน์จากตรงนี้ หรือไม่เช่นนั้นต้องรีบทำของตัวเองขึ้นมา อย่างไรก็ตามการทำงานของสื่อที่ทำงานร่วมกับตนมานั้น มองว่าสื่อเป็นช่องทางหนึ่ง ทำให้ กรธ.สามารถสื่อสารกับประชาชนได้อย่างกว้างขวาง และที่สำคัญคือคำถามของสื่อหลายคำถามในหลายกรณี อาจไม่ทราบว่าตรงนั้นเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ กรธ.นำกลับมาคิดทบทวน กรธ.ยืนยันมาตลอดว่า กรธ.รับฟังมาตลอด ฟังแม้กระทั่งคำถามที่ถาม ใครถามอะไรที่แปลกเราก็เอากลับมาทบทวน สื่อจึงเป็นส่วนหนึ่งของการที่ทำให้โฉมหน้าของกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญเป็นไปในทิศทางที่เกิดขึ้นมา

จ่อเปิดรับนักรบไซเบอร์เข้ากองทัพ

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงการพัฒนาบุคลากรและเครื่องมือเพื่อป้องกันการโจมตีของแฮกเกอร์ และพัฒนาระบบรองรับสงครามไซเบอร์ว่า กองทัพมีศูนย์ไซเบอร์ และเครื่องมือ บุคลากรที่อยู่ระหว่างการพัฒนา แต่บางทีก็ไม่ทันกับสถานการณ์ ในกรอบของกองทัพก็นำทหารที่ทำงานด้านคอมพิวเตอร์มาฝึกและพัฒนา ถ้าไม่ทันหรือไม่เชี่ยวชาญก็ต้องรับบุคคลจากภายนอกที่มีความชำนาญเข้ามาเป็นพนักงาน แต่ต้องมีค่าตอบแทนที่เหมาะสม คัดเลือกบุคคลอย่างรอบคอบ เพราะเป็นเรื่องของความปลอดภัยของข้อมูล แต่ทั้งหมดยังมีข้อจำกัดเพราะเป็นระบบราชการ ทั้งนี้ การพัฒนาเรื่องไซเบอร์อยู่ในแผนพัฒนาโครงสร้างกองทัพอยู่แล้ว ในต่างประเทศก็ใช้ระบบจ้างพนักงานมาเป็นนักรบไซเบอร์เช่นกัน โดยการจัดหน่วยระดับหัวหน้าก็จะเป็นทหารชั้นผู้ใหญ่ แต่บุคลากรจะเป็นพนักงานที่ขีดความสามารถที่จ้างในอัตราเงินเดือนที่สูง

แจงเหตุซื้อรถถังแดนมังกร

พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวถึงการจัดซื้อรถถัง VT-4 จากประเทศจีนเข้าประจำการในกองทัพบกว่า กองทัพบกได้ลงนามซื้อรถถัง VT-4 จากประเทศจีนไปแล้ว 28 คัน และจะจัดหาต่อในระยะ 2 จนครบ 1 กองพัน รวม 49 คัน ในปีงบประมาณ 2560 โดยเป็นงบฯผูกพัน 3 ปี ตามที่คณะกรรมการพิจารณา เพราะรถถังออฟลอตจากประเทศยูเครนที่ได้จัดหา 49 คันมีปัญหาเรื่องการส่งมอบล่าช้า การส่งกำลังบำรุงและสายการผลิตจากปัญหาภายในของเขา จึงทำให้มีการจัดหารถถังจากประเทศจีนได้คะแนนมากกว่าจากคณะกรรมการฯ ทั้งนี้ บริษัทผู้ผลิต รถถังออฟลอตจะส่งมอบรถถังทั้งหมด 49 คัน ให้กองทัพบกไทยได้ครบในเดือน ต.ค.2560

ผู้ตรวจฯเงื้อง่าถกจริยธรรม ผบช.น.

นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคำร้องของเลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่ขอให้ตรวจสอบการกระทำเข้าข่ายผิดประมวลจริยธรรมของข้าราชการตำรวจและข้าราชการการเมือง ของ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. และ สนช. กรณีมีรายได้จากการเป็นที่ปรึกษาบริษัท ไทยเบฟ-เวอเรจ จำกัด อัตราเดือนละ 5 หมื่นบาทว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างที่สำนักงานกำลังดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องและประมวลจริยธรรมของตำรวจ คาดว่าหลังปีใหม่น่าจะมีการเสนอให้ผู้ตรวจการฯพิจารณาและมีความเห็นได้ นอกจากนี้ ผู้ตรวจการฯพยายามเร่งรัดตรวจเรื่องจริยธรรมที่ค้างอยู่ ส่วนใหญ่ประมาณ 10 เรื่อง ร้องเรียนข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่น เพื่อให้ทันก่อนที่รัฐธรรมนูญใหม่มีผลบังคับใช้ เพราะ ผู้ตรวจฯไม่อยากให้เรื่องยุติไปตามรัฐธรรมนูญปี 50

ผบ.เรือนจำเผย “จตุพร” หายแล้ว

นายกฤช กระแสทิพย์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กล่าวถึงกรณีนางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำ นปช.โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตแกนนำ นปช. ป่วยเป็นโรคกรวยไตอักเสบ มีอาการหนาวสั่นจนถูกหามส่งโรงพยาบาลราชทัณฑ์มีอาการติดเชื้อในกระแสเลือดว่า ที่มีข่าวว่านายจตุพรติดเชื้อในกระแสเลือดนั้น เป็นอาการจากติดเชื้อโรคในทางเดินปัสสาวะส่วนต้นที่เป็นมาก่อนหน้านี้ แพทย์ได้รักษาโดยให้ยาฆ่าเชื้อโรคมา 2 วันแล้ว และล่าสุดแพทย์สั่งหยุดการให้ยาแล้ว อยู่ระหว่างนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ หลังจากนี้จะนำตัวนายจตุพรส่งกลับเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในวันที่ 4 ม.ค. ซึ่งเป็นวันเปิดทำการของระบบข้าราชการ

“บิ๊กตู่” ไม่ยอมให้ทำศาสนาแตกแยก

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ขอให้ศาสนิกชนทุกศาสนาน้อมนำหลักคำสอนมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต ทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี มีเมตตา รักและให้อภัย ไม่เบียดเบียนผู้อื่นเพื่อสังคมสงบสุข นายกฯย้ำประเทศไทยดำรงอยู่ได้จนถึงวันนี้ เพราะมีสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ค้ำจุนให้บ้านเมืองมั่นคงเป็นปึกแผ่น ทุกศาสนามีความรักสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกันภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ดังนั้น จะไม่ยอมให้ใครคิดทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างศาสนาในชาติ รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลประชาชนทุกศาสนาให้มีเสรีภาพตามหลักแต่ละศาสนา และปกป้องไม่ให้ผู้ใดทำลายศาสนาจนเกิดความเสื่อมถอย บิดเบือน

ทุ่ม 9 แสนล้านจัดการระบบขนส่ง

พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า รัฐบาลเตรียมผลักดันแผนปฏิบัติการลงทุนด้านคมนาคมขนส่ง พ.ศ.2560 จำนวน 36 โครงการ วงเงิน 895,757.55 ล้านบาทต่อเนื่องจากปี 59 เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เช่น โครงการรถไฟทางคู่ รถไฟชานเมือง รถไฟฟ้า ทางหลวงพิเศษ และพัฒนาท่าเรือและท่าอากาศยาน หนึ่งในโครงการที่พร้อมให้บริการแล้วคือ การเดินเรือเฟอร์รี่เชื่อมอ่าวไทยตอนบน พัทยา-หัวหิน ช่วยร่นระยะเวลาเดินทางและสร้างแหล่งเศรษฐกิจ จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 ม.ค. ค่าโดยสารราว 1,200-1,250 บาทต่อคนต่อเที่ยว และเดือน ก.พ.60 จะเพิ่มการให้บริการอีก 1 ลำ รวมเป็น 2 ลำ อนาคตจะขยายเส้นทางบางปู-หัวหิน และบางปู-พัทยา พร้อมจัดสร้างอาคารที่พัก ร้านอาหาร ตลาดนัด ดึงดูดนักท่องเที่ยว

“ดอน” ชู “การทูต 5 เอส” รับปี 60

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงนโยบายด้านการต่างประเทศของไทยในปี 2560 ว่า เชื่อมั่นว่าในปี 2560 ความร่วมมือระหว่างประเทศจะแจ่มใสมากยิ่งขึ้น โดยจะใช้แนวทางการทูตที่เรียกว่า “การทูต 5 เอส (S)” คือ 1.ความมั่นคงที่เป็นพื้นฐานสำคัญของงานการต่างประเทศทั่วโลก ป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในรูปแบบโรคภัย ภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ การระบาดของยาเสพติด การก่อการร้าย การขาดแคลนพลังงานหรืออาหาร 2.ความยั่งยืนในด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 3.มาตรฐานไทยต้องยกระดับงานหลายด้านให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เช่น การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ การทำประมง การบินพลเรือนระหว่างประเทศ เป็นต้น 4.สถานภาพของประเทศที่ต้องยกระดับคุณภาพพื้นฐาน โดยเพิ่มบทบาทความร่วมมือกับนานาประเทศ และความพร้อมทางด้านเทคนิค 5.บูรณาการ โดยหน่วยงานภาครัฐต้องทำงานร่วมกับภาคธุรกิจ ภาคประชาชน และองค์กรแนวร่วมต่างๆ ดังนั้น ภารกิจต่างๆต้องชัดเจน ครอบคลุมหลายด้านเพื่อนำพาประเทศให้เจริญ โดยแนวทางการทูตนี้จะสนับสนุนงานภาครัฐทุกประเภทเพื่อเชื่อมโยงกับภาคส่วนต่างๆ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โรดแม็ปเลือกตั้งกฎหมายลูกสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัยข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้