วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เก่าไปใหม่มา รวมรถเด่นประจำปี 2559

เก่าไปใหม่มา รวมรถเด่นประจำปี 2559

  • Share:

ปีไก่ค่ายรถสดใสเตรียมเปิดรถรุ่นใหม่กันอย่างพร้อมเพรียง เริ่มด้วย Nissan ที่จะเปิดตัว Note รถอีโคคาร์เวอร์ชั่นสามในเดือนมกราคมนี้แบบเร่งกันเต็มสูบ พร้อมเสียงแว่วจากค่าย Honda ที่จะเปิดผ้าคลุม Civic รุ่น 5 ประตูหลังจากประกอบในไทยและส่งออกไปขายในต่างประเทศมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เสียงเรียกร้องจากลูกค้าทำให้ผู้บริหารของ Honda ต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ส่วนกระบะแบรนด์ตราดาว Mercedes Benz ผู้บริหารของ Benz Thailand ยืนยันว่าจะไม่เอาเข้ามาขายในไทยอย่างแน่นอน เพื่อรักษาภาพลักษณ์หรูหราของแบรนด์เอาไว้ไม่ให้ BMW แซงหน้า สำหรับ Suzuki ที่เพิ่งจะปล่อยภาพ Swift ใหม่นั้นอีกนานกว่าจะมาไทยต้องใจเย็นๆ และนี่คือรถยนต์เด่นในปีที่ผ่านมา 

Honda New Civic ซีดานขายดีแห่งยุค
ไม่ว่าจะเป็นรุ่นอะไร New Civic ก็ยังคงได้รับความนิยมเหมือนเคย แพงหน่อยก็ 1.5 Turbo ในรุ่น RS ราคา 1,199,000 บาท หรือถูกลงมาหน่อยก็ 1.8EL รุ่นประหยัด ราคา 959,000 บาท ที่ยังคงยัดเครื่องตัวเก่ามาให้ สำหรับรุ่นท็อปสุด เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบบล็อกล่าสุดของ Honda ใช้ชุดเพลาราวลิ้นพร้อมระบบ Dual-VTC เพียงแค่ระบบเดียว โดยระบบจะแปรผันวาล์วทั้งสองฝั่ง (ฝั่งไอดีและฝั่งไอเสีย) โดยไม่ต้องใช้ระบบ VTEC เนื่องจากใช้ระบบอัดอากาศเทอร์โบเดี่ยวแบบ Mono Scroll พร้อมเวสเกตแบบไฟฟ้า Electrical Waste - gate ชุดเทอร์โบและเวสเกตเป็นแบบไฟฟ้าทั้งหมด เพื่อทำให้เครื่องยนต์ตอบสนองการระบายแรงดันส่วนเกินที่รวดเร็วสอดรับกับการทำงานของระบบวาล์วแปรผัน Dual VTC ในทุกจังหวะและทุกช่วงเวลาของการปิด-เปิดวาล์วไอดีและไอเสีย

เทอร์โบตัวเล็กสร้างแรงบูสได้สูงสุดที่ 16.5 psi เครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร มีกำลังสูงสุด 174 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 1,800 - 5,500 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังหันมาคบหากับเกียร์สายพานพูเลย์ CVT เพื่อทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงดีขึ้น ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ Honda เคลมมาให้อยู่ที่ 13-14 กิโลเมตรต่อลิตร (นอกเมือง) ใกล้เคียงกับอัตราสิ้นเปลืองของเครื่อง 2 ลิตรใน Civic รุ่นที่ผ่านมา สำหรับมาตรฐานมลพิษของเครื่อง 1.5 ลิตร เทอร์โบอยู่ในระดับ EURO-6 มีทั้งความสะอาดและประหยัดควบคู่กันไป

ส่วนพระรองรูปหล่อ Civic 1.8 EL เป็นเครื่องยนต์ 1.8 แคมเดี่ยวโดดๆ ที่เคยติดตั้งใน Civic FB รุ่นที่แล้ว เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียงแบบ 4 กระบอกสูบ วางตามขวางขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 1,799 ซีซี 4 วาล์วต่อสูบ = 16 วาล์ว ซิงเกิลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป SOHC บล็อกเครื่องยนต์หล่อขึ้นรูปด้วยอะลูมินั่มอัลลอยมีอัตราส่วนกำลังอัดอยู่ที่ 10.6:1 เท่ากันพอดิบพอดีกับเครื่อง 1.5 เทอร์โบ ระบบจ่ายเชื้อเพลิงหัวฉีดมัลติพอยท์ ผ่านการควบคุมการฉีดเชื้อเพลิงด้วยสมองกลไฟฟ้า หรือ ECU ของ Honda ที่เรียกกันว่า PGM-F1 กำลัง 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดพอท้วมๆ 174 นิวตันเมตร หรือ 17.7 กิโลกรัม/เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที ถูกกว่ารุ่น RS หลายแสนขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋าของคุณเอง


Mercedes Benz E-Class E220d AMG Dynamic ถังเดียวเที่ยว 1,000 กิโลเมตร
ไทยรัฐออนไลน์ คาร์ออฟเดอะเยียร์ 2016 ประเภทซีดานขนาดกลาง ยกให้ไปทั้งหมดหัวใจกับ Mercedes Benz E-Class E220d AMG Dynamic ถังเดียว 1,000 กิโลเมตร เครื่องดีเซลเทอร์โบเดินเรียบและเงียบ เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ล่าสุด รหัส OM654 ขนาด 2 ลิตร เป็นเครื่องยนต์แบบดีเซลคอมมอนเรลไดเรคอินเจคชั่นเทอร์โบเดี่ยวลูกเดียวโดดๆ เครื่องดีเซลตัวล่าสุดจากค่ายตราดาวยังคงเป็นแบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ อัดอากาศด้วยเทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ปริมาตรความจุ 1950 ซีซี กำลัง 143 กิโลวัตต์ 194 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร หรือ 295 ฟุต-ปอนด์

เครื่องยนต์รุ่นใหม่ตัวนี้ถูกปรับแต่งให้มีประสิทธิภาพสูงมากยิ่งขึ้นทั้งในด้านของแรงบิด ความแข็งแกร่งทนทาน และการใช้เชื้อเพลิงที่มีอัตราส่วนลดลง พร้อมกับโหมดการขับเคลื่อนที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับได้ถึง 5 รูปแบบ เช่น ECO/ Comfort/ Sport/ Sport+/ Individual พร้อมฟังก์ชั่น Auto Start/ Stop ค่าการปล่อย Co2 ต่ำ แค่ 102 กรัม ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร ห้องโดยสารตัวแพงหรูระดับ New S-Class พวงมาลัยและช่วงล่างไม่ได้หนักแน่นเหมือน Series-5 F10 ทำให้พวกอาเสี่ยเยาวราชกับนายธนาคารและคุณหมอชื่นชอบ เกียร์ 9 สปีด ขับในเมืองถึงแค่เกียร์ 7 เครื่องเสียงเกรดสูงให้เสียงที่คมชัดมากๆ จนคนที่ชอบฟังเพลงแทบไม่อยากลงจากรถ เติมน้ำมันถังหนึ่งไปไกล 1,000 กิโลเมตรในซาลูนหรูขนาดกลางนี่หาไม่ได้ง่ายๆ นะครับ ตัวประกอบในประเทศที่กำลังจะปล่อยถูกกว่าตัวนำเข้าเหมือนเดิม

BMW 740Le Plug in Hybrid เรือธงเสียบปลั๊ก
ไทยรัฐออนไลน์ คาร์ออฟเดอะเยียร์ 2016 ประเภทปลั๊กอินไฮบริด คงไม่มีใครล้ำเกิน BMW 740Le Plug in Hybrid เรือธงแบบเสียบปลั๊กชาร์จ ระบบไฮบริดแบบเสียบปลั๊กชาร์จประกอบไปด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง เจนเนอเรเตอร์และระบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟ เครื่องยนต์และชุดส่งกำลังหรือเกียร์ ยกมาทั้งยวงจาก BMW X5 iPerformance X5 xDRIVE 40e Plug in Hybrid ความมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมยานยนต์ในส่วนของเครื่องยนต์ที่ BMW หันมาใช้เครื่องเบนซินแถวเรียง 4 สูบ พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบแปรผัน BMW TwinPower Turbo เป็นยนตรกรรมในกลุ่ม iPerformance ของ BMW

ข้อมูลตัวเลขสมรรถนะอันน่าตื่นตาตื่นใจของ BMW 7-Series iPerformance เครื่องเบนซิน 4 สูบ ความจุ 1,998 ซีซี 190 กิโลวัตต์ 258 แรงม้าที่ 5,000–6,500 รอบต่อนาที แรงบิดจากเครื่องยนต์ (ยังไม่รวมแรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้า) 400 นิวตันเมตร ที่ 1,550–4,400 รอบต่อนาที เครื่อง 2 ลิตรเทอร์โบตัวใหม่ของ 7-Series iPerformance 740e Plug in Hybrid มีความกว้างกระบอกสูบที่ 94.6 มิลลิเมตร ช่วงชัก 82.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 11.0:1 ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าเสริมแรงที่ฝังอยู่ในเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดของ ZF (ZF-8HP) ให้กำลัง 83 kW พร้อมแรงบิดแบบจัดเต็มที่ 250 นิวตันเมตร เมื่อเครื่องยนต์กับมอเตอร์ทำงานพร้อมกันจะทำให้เรือธง 7-Series iPerformance 740e Plug in Hybrid มีกำลังมากถึง 240 กิโลวัตต์ หรือ 326 แรงม้า พร้อมกับแรงบิด 500 นิวตันเมตรโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องไซส์โตที่หนักและสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอีกต่อไป

ส่วนตัวเลขอัตราเร่งนั้นหายห่วงในเรื่องของความแรง 7-Series iPerformance 740e Plug in Hybrid สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาแค่ 5.5 วินาที โดยมีความเร็วปลายอยู่ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเหมือนเดิม สำหรับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อใช้โหมดประหยัดทำได้ถึง 47 กิโลเมตรต่อลิตร!! หากผู้ขับรู้จักเลือกใช้โหมดขับเคลื่อนและขับแบบประคองคันเร่ง ตัวเลขค่าการปล่อย Co2 หล่นลงมาเหลือแค่ 52-49 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร นับเป็น 7-Series ที่มีให้คุณทั้งความแรงและความประหยัดกันอย่างครบครันเลยทีเดียว ไฟเต็มแบตวิ่งไกล 30 กิโลเมตรโดยไม่ติดเครื่องยนต์ ทั้งๆ ที่ตัวหนัก 2 ตัน ยาว 5 เมตร กว้าง 2 เมตรแต่คล่องตัวมากๆ อย่างกับ Series-3 บ้านเราน่าจะมาก่อนงานมอเตอร์โชว์ฤดูร้อนปี 2560 ผมไปขับทดสอบที่มิวนิก เป็นรถคันโตแต่คล่องแคล่วว่องไวมาก

Mercedes Benz GLC 220d 4MATIC AMG Dynamic ลุยโหดแบบรถถัง
ไทยรัฐออนไลน์ คาร์ออฟเดอะเยียร์ 2106 ประเภท Luxury SUV มอบให้กับ Mercedes Benz GLC 220d 4MATIC AMG Dynamic ความพยายามล่าสุดในการเอาชนะรถ BMW X3 xDRIVE 20d เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นล่าสุดใน GLC 220d 4 Matic ที่ขายในไทยเป็นเครื่องยนต์ดีเซลแบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ 16 วาล์ว ปริมาตรความจุ 2,143 ซีซี อัดอากาศด้วยเทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดแบบดีเซลคอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น กำลัง 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า แรงบิดให้มาล้นๆ ที่ 500 นิวตันเมตรในย่าน 1,600-1,800 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลังแบบ 9 G Tronic พร้อมฟังก์ชั่น Auto Start/Stop การปรากฏตัวของ GLC ถือเป็นการกำหนดค่าประสิทธิภาพของรถยนต์เอสยูวีภายใต้ตราสัญลักษณ์ดาวสามแฉกให้มีความเหนือชั้นมากกว่ารถคู่แข่งในด้านอุปกรณ์พื้นฐานรวมถึงรายละเอียดของระบบช่วยขับต่างๆ ที่ถูกนำมาใช้ใน GLC โดยเฉพาะระบบช่วยขับที่เชื่อมโยงกับความปลอดภัยนับสิบรายการ Mercedes Benz GLC220d ขับดีลุยโหดๆได้แต่ไม่ค่อยมีใครกล้าเพราะราคาค่าซ่อมแพง อุปกรณ์ที่ให้มาในไทยแม้จะน้อยกว่าตัวนอกแต่ก็คุ้ม ไม่แข็งเท่า X3 แต่ลุยได้พอๆ กัน ความทันสมัยของห้องโดยสารกับฟิลลิ่งพวงมาลัยและระบบ 4MATIC เฉียดฉิวเข้าวินแซง X3 ด้วยความสดจากการออกมาขายทีหลังพร้อมเทคโนโลยีที่ใช้กำจัด BMW ได้อยู่หมัด

Porsche 718 Boxster S กบนรกพกความแสบ
คาร์ออฟเดอะเยียร์ ไทยรัฐออนไลน์ แมนแอนด์แมชชีน ประเภทโรดสเตอร์ (เปิดประทุนสองที่นั่ง) ปีที่แล้วเป็นของ Mazda MX-5 ND ปีนี้ ความสดต้องยกให้กับ Porsche 718 Boxster S เครื่องยนต์ Boxer สูบนอนแบบ 4 กระบอกสูบวางกลางลำขับเคลื่อนล้อหลัง ปริมาตรความจุ 2.5 ลิตร ให้กำลัง 350 แรงม้า พร้อมแรงบิดระดับตับทรุดที่ 418 นิวตันเมตรบนรถคันกระจิ๊ดเดียว ระบบส่งกำลังวางเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ PDK-7 อัตราเร่งของ Porsche 718 Boxster S 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.2 วินาที เร็วพอๆ กับ BMW M4 ส่วนความเร็วปลายแบบเฉียดนรกที่ 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในรถไร้หลังคา!! ขับที่เซปังในสเตชั่นสลาลม เกาะยังกะตุ๊กแก แน่นไปทั้งคัน ผมเหวี่ยงแรงๆ มันก็ยังไม่หลุด แต่มีเสียอาการ เสียงท่อดังมากๆ และดังแบบไม่เพราะ (คล้าย STi) ต้องกดสวิตช์เสียงท่อปิดทิ้ง แรงมุทะลุดุดันสมกับความเป็น Porsche คันเล็กราคาโหดมากๆ ถึง 8.5 ล้านบาท

BMW 420d M-Sport Convertible เปิดหลังคาท้าลมหนาว
คาร์ออฟเดอะเยียร์ ไทยรัฐออนไลน์ แมนแอนด์แมชชีน ปะเภท Convertible (รถเปิดประทุนสี่ที่นั่ง) ตอนแรกขับมินิเปิดประทุนรุ่น Cooper S Convertible ก็รู้สึกชอบ แต่พอมาขับ BMW 420d M-Sport Convertible ก็เปลี่ยนมาเทใจให้ รถสวยไม่ว่าจะเปิดหรือปิดหลังคา ตอนปิดขับแล้วเงียบยังกะคูเป้หลังคาแข็ง เครื่องยนต์ดีเซลสมรรถนะสูงจาก BMW Group เป็นเครื่องยนต์แบบแถวเรียงดีเซลคอมมอนเรลไดเรคอินเจคชั่น ปริมาตรความจุ 2 ลิตร 1,995 ซีซี ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป 4 วาล์วต่อสูบ กำลัง 190 แรงม้า หรือ 140 กิโลวัตต์ ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร หรือ 295 ฟุต-ปอนด์ (40.8 กิโลกรัมเมตร) เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 8.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่องดีเซล 2 ลิตรเทอร์โบกับเกียร์อัตโนมัติ ZF8HP ทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 23 กิโลเมตรต่อลิตร ที่ความเร็วต่ำไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เปิดหลังคาช่วงหนาวนี่เริดสุด ราคาโหดไปนิด 4.5 ล้าน


Suzuki Swift SAI รถประหยัดของสื่อมวลชน
คาร์ออฟเดอะเยียร์ของโลกยานยนต์ในไทยรัฐออนไลน์ประจำปี 2559 ประเภท อีโคคาร์ ยังคงเป็น Swift รุ่น SAI เบาะหุ้มใหม่นั่งสบาย เครื่องยนต์ของ Swift SAI ยังเป็นเครื่องรุ่นเดิมไซส์เล็กประหยัดพลังงานแบบเบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบ DOHC (ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป) 4 วาล์วต่อสูบ ระบบวาล์วแปรผันสองฝั่ง (ไอดีและไอเสีย) VVT เครื่องยนต์วางตามขวางด้านหน้า ขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า ปริมาตรความจุ 1,242 ซีซี มีกำลัง 91 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 118 นิวตันเมตรที่ 4,800 รอบต่อนาที รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงทางเลือกแบบ E20 ระบบส่งกำลังวางเกียร์อัตโนมัติแบบสายพานลูกรอก CVT แปรผันต่อเนื่อง ราคาเกือบๆ 6 แสนบาท คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป อีกไม่นานรุ่นใหม่ก็จะเข้ามาขายแต่ต้องรออีกเป็นปี Swift SAI เครื่องเดิมๆ 1.2 ลิตร เกียร์ CVT แปรผัน ดันความเร็วปลายแบบเค้นสุดๆ ได้ 159 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ยังนิ่งทรงตัวดี ราคาห้าแสนกว่าๆ แม้ตัวใหม่กำลังจะมาแต่อีกนานกว่าจะเข้าไทย Swift SAI เป็นรถเล็กแนวขับง่ายใช้คล่อง ซ่อมไม่แพงแต่งสวย ว่ากันไปขนาดนั้นเลยทีเดียว

Isuzu D-MAX New V-Cross Max 4x4 สุดหล่อขาลุย
คาร์ออฟเดอะเยียร์ประจำปี 2559 ประเภท กระบะขับเคลื่อนสี่ล้อดับเบิ้ลแค็บ ได้แก่ Isuzu D-MAX New V-Cross Max 4x4 จัดเต็มชุดแต่งแนวลุยพร้อมรูปลักษณ์กระบะออฟโรดดีไซน์ใหม่ โลโก้ V-Cross ด้านข้างประตูกระจกมองข้าง กรอบไฟตัดหมอก ราวเหล็กหลังคา บันไดข้าง กันชนท้าย และ Blackout เสาข้างประตู ไฟหน้าโปรเจกเตอร์พร้อม SILVER RING Engine Hood Garnish คิ้วขอบฝากระโปรงหน้า และกระจังหน้าโทนเทาดำ FRONT BUMPER GUARD ทูโทน ผลิตจากวัสดุที่มีความคงทนสูง ล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษ! ขนาด 18 นิ้ว 6 ก้าน Robust Extender พร้อม Bed Liner Fender Lip พร้อม Side Molding

เช่นเดียวกับรถ SUV เครื่องยนต์ของ Isuzu D-MAX New V-Cross Max 4x4 เป็นเครื่อง Isuzu 3.0 DDi BluePower ขนาด 3,000 ซีซี 177 แรงม้าแรงบิดสูงแบบต่อเนื่อง (HighFlat-torque) ที่ 380 นิวตันเมตร ในย่าน 1,800-2,800 รอบต่อนาที มีให้เลือกทั้งเกียร์ออโตเมติก 6 สปีด พร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต Rev Tronic สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์แบบแมนนวล ราคา 1,087,000 บาท และเกียร์ธรรมดา 5 สปีดอัตราทดเกียร์ต่อเนื่อง พร้อมระบบส่งกำลังแบบ GENIUS SPORT SHIFT ในรุ่นเกียร์ธรรมดา ราคา 1,042,000 บาท ติดตั้ง Shift Lights ไฟบอกตำแหน่งเกียร์และแจ้งเตือนให้เปลี่ยนเกียร์ในรอบและความเร็วที่เหมาะสม

อุปกรณ์ใหม่ๆ เช่น Terrain Command ปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้า สวิตช์ปรับระบบการขับเคลื่อนระหว่าง 2 ล้อ และ 4 ล้อ ด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้า ให้ความแม่นยำปรับเปลี่ยนง่าย สามารถปรับระบบขับเคลื่อนได้ตามความต้องการทั้ง 4 ล้อ และ 2 ล้อ เลือกใช้งานได้ถึง 3 รูปแบบ คือ 2H, 4H และ 4L ตามสภาพถนน แชสซีออกแบบพิเศษให้ระยะฐานล้อและช่วงล้อกว้าง รองรับเส้นทางออฟโรด ระบบความปลอดภัยป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ HDC (Hill Descent Control) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันและระบบความปลอดภัยปกป้องขณะเกิดอุบัติเหตุ

Mazda 2 SkyActiv-D 1.5 ถังเดียวเที่ยวเกือบ 1,000 กิโลเมตร
คาร์ออฟเดอะเยียร์ประจำปี 2559 ประเภท แฮตช์แบค 5 ประตู มอบให้ Mazda 2 1.5 Skyactiv-D รุ่นปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ถังเดียวไปเกือบๆ หนึ่งพันกิโลเมตร ควบคุมได้ง่าย พวงมาลัย ช่วงล่าง สไตล์มาสด้าที่พวกบ้าขับชอบ น่าเสียดายที่บ้านเราไม่มี Mazda 3 ดีเซล กราฟแรงบิดจากเครื่อง SkyActiv-D 1.5 ลิตร ในย่าน 1,300 รอบต่อนาทีทำให้รู้สึกถึงการพุ่งทะยานไปข้างหน้า แรงบิดแบบ Flat-Torque ที่จัดแบบต่อเนื่องเป็นจุดเด่นของเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบขนาดกะทัดรัดของแบรนด์ซูมซูม ม้าแค่ 105 ตัวค่อนเป็นย่านกำลังที่ค่อนข้างขัดแย้งกับแรงบิด 250 นิวตันเมตรที่มันปลดปล่อยออกมา ยิ่งขับเร็วก็ยิ่งต้องระวังให้ดีๆ ก่อนที่จะหักพวงมาลัยเข้าโค้ง ฐานล้อสั้นกุดกับโอเวอร์แฮงค์หน้า-หลังที่เน้นความกระชับรัดกุมส่งผลให้อาการในโค้งของ Mazda 2 ดีเซล SkyActiv-D 1.5 เทอร์โบ มีทั้งความสนุกและความเสียวไปพร้อมๆ กัน กำลังของเครื่องยนต์ทำให้มันกลายเป็นแฮตช์แบคราคา 7 แสนที่ดีที่สุดในตลาด

เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.5 ลิตร รหัส S5-DPTS เป็นเครื่องยนต์ตัวเล็กกะทัดรัดแบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ ดีเซล ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป DOHC 16 วาล์ว ปริมาตรความจุ 1,498 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก 76.0 x 82.6 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 14.8 : 1 จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีดแรงดันสูงแบบคอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น สำหรับระบบอัดอากาศใช้เทอร์โบแบบ TurbochargerVariable Turbine Geometry เป็นเทอร์โบตัวเล็กทำงานในแบบแปรผันไปตามความเร็วรอบ กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที ดูเหมือนแรงม้าจะอนุบาลไปสักนิด แต่เมื่อเห็นตัวเลขแรงบิดแล้วก็ทำให้รู้สึกแปลกใจ เครื่อง SkyActiv D 1.5 มีแรงบิดสูงสุดมากถึง 250 นิวตันเมตร หรือ 25.5 กิโลกรัม/เมตร ที่ 1,500 - 2,500 รอบ/นาที ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ ค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ตัวเลข 94 กรัมต่อระยะทางหนึ่งกิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยตามมาตรฐาน JC0 8 ของญี่ปุ่นอยู่ที่ 26.4 กิโลเมตร/ลิตร สำหรับ Mazda 2 skyactiv-D 1.5L รุ่นเกียร์อัตโนมัติ SkyActiv Drive 6 สปีด

Lamborghini Huracan LP610-4 วัวบ้าท้าประลอง
คาร์ออฟเดอะเยียร์ประจำปี 2559 ประเภท ซุปเปอร์คาร์ ของไทยรัฐออนไลน์จัดให้ Lamborghini Huracan LP610-4 ขับในสนามช้างเป็นสิบรอบ ขับจนเหนื่อยปวดแขนปวดตัวไปหมด (รอบละ 4.5 กิโลเมตร) แรงมากแต่คุมง่าย ฝีมือสั่วๆ แบบผมยังไปเร็วในโค้งได้สบายๆ โค้ง 5-6-7-8 ในสนามช้างที่ผมเคยมีปัญหากับ A45 AMG เจ้าวัวนี้ผ่านฉลุย เครื่องยนต์ V10 วางทำมุม 90 องศา ความจุ 5.2 ลิตร กำลัง 449 กิโลวัตต์ หรือ 610 แรงม้าพร้อมแรงบิด 560 นิวตันเมตร เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 3.2 วินาที 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 9.9 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เวอร์ชั่นขับเคลื่อน 4 ล้อในรุ่น LP610-4 กลายเป็นลัมโบร์ที่ขายดีที่สุด กระทิงเปลี่ยว Lamborghini Huracan LP610-4 เครื่องยนต์ V10 แบบหายใจเองไม่มีระบบอัดอากาศคอยช่วยเหลือของเจ้าวัวมีฝาสูบใหม่หมด หัวฉีดแบบพอร์ตอินเจคชั่นผ่านมาตรฐาน EURO-6 พละกำลังเพิ่มจาก Gallardo รุ่นเก่าถึง 40% แรงบิด 75% มีให้ใช้งานตั้งแต่ 1,000 รอบต่อนาทีเป็นต้นไป!! คุณสามารถลากมันได้ถึง 8,700 รอบต่อนาที การใช้ระบบ Auto Start/Stop และระบบตัดการทำงานของบางสูบช่วยลดภารกรรมของเครื่องยนต์ลงได้ถึง 11% ระบบส่งกำลัง Twin-Clutch Dopplia Frizione เป็นเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีดที่ว่องไวสุดๆ พร้อมกลไก Electronic 4WD ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ มีส่วนช่วยทำให้เวลาต่อรอบในสนามช้างลดลงมาก

Subaru Forester 2.0 i-P มีดีที่ขับสี่ล้อตลอดเวลา
คาร์ออฟเดอะเยียร์ประจำปี 2559 ประเภท เอสยูวีอเนกประสงค์ บางท่านชอบเอเวอเรสต์ 3.2 แต่ผม ขอยกให้ Subaru Forester 2.0 i-p New Forester รุ่น 2.0i-P ราคา 1,498,000 บาท ถือว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกับ PPV ประกอบในไทยบางยี่ห้อ แต่สิ่งที่ New Forester เหนือชั้นกว่าเหล่าบรรดาปิกอัพดัดแปลงก็คือสภาพการควบคุมขับขี่ การทรงตัวทั้งทางตรงและทางโค้ง อารมณ์ของการนั่งโดยสาร ระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อตลอดเวลา Subaru symmetrical all wheel drive ฝาท้ายไฟฟ้าซึ่งในตลาด SUV ราคาไม่เกิน 1.6 ล้านบาท มีแค่ New Forester 2.0i-P - New Nissan X-Trail และ Ford Everest กับ Mazda CX-5 Minor Change 2016 เท่านั้นที่ใช้ฝาท้ายแบบไฟฟ้า

ประสิทธิภาพในด้านอื่นๆ เช่น พื้นที่ภายในห้องโดยสารและอุปกรณ์ที่ให้มาจากโรงงานนั้น New Forester ก็ยังมีความโดดเด่นไม่เป็นสองรองใครเมื่อเปรียบเทียบกันแบบหมัดต่อหมัด สิ่งที่ Forester เป็นรองรถเอสยูวีคู่แข่งก็คือ จำนวนของศูนย์บริการที่มีน้อยกับราคาขายต่อที่เป็นรองอยู่นิดหน่อย เครื่องยนต์สูบนอนรหัส FB20 ของ Subaru New Forester Minor Change มีปริมาตรความจุรวม 1,995 ซีซี เครื่องยนต์ยังเป็นแบบแคมคู่ หรือ DOHC (ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป) เป็นเครื่องหายใจเองโดยไม่มีระบบอัดอากาศ สร้างเรี่ยวแรงได้ 150 แรงม้า กับแรงบิดพอท้วมๆ ที่ 198 นิวตันเมตร หรือ 20.2 กิโลกรัมเมตร จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดไฟฟ้า Multi point Sequential injection (Port injection) ระบบส่งกำลังวางเกียร์อัตโนมัติแบบ Lineartronic - continuously variable transmission CVT แบบอัตราทดผกผันติดตั้งระบบล็อกอัพเพื่อทำให้คนขับสามารถชิฟเกียร์เองได้บนเส้นทางคดเคี้ยวหรือเส้นทางวิ่งขึ้น-ลงภูเขาที่สูงชันโดยมีตำแหน่งเกียร์มาให้ 6 สปีด เป็นความสามารถของเกียร์อัตโนมัติที่ใช้สายพานแบบโซ่หรือเกียร์ CVT ที่แข็งแกร่งและถ่ายทอดกำลังได้ดีกว่าเกียร์ CVT ที่ใช้สายพานยาง แม้จะใช้สายพานโลหะแต่ความนิ่มนวลในการส่งถ่ายแรงบิดจากเครื่องยนต์ไปยังล้อขับเคลื่อนทั้งสี่ก็ยังคงความนิ่มนวลในการทดกำลัง เนื่องจากการออกแบบห้องเกียร์และการวางกลไกของชุดเฟือง


สมรรถนะที่เคลมจากโรงงาน เจ้า Subaru Forester 2.0i-P มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลา 11.5 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 192 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากไม่สนใจเรื่องดังกล่าวแล้วมุ่งไปที่การขับอย่างแท้จริง New Forester 2.0i-P นับว่ามีความน่าขับน่าใช้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ขับดีมากแม้เบาะนั่งจะไม่ค่อยสบายตัว มันพาผมไปเมืองกาญจนบุรี เลาะตะเข็บชายแดนแล้วกลับมา กทม. แบบชิลๆ ขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลาทำให้ควบคุมได้ดั่งใจ ชอบมากสำหรับรถที่ใช้วิ่งทางยาวๆ ผสมกับทางโหดๆ วิ่งกลางฝนดีสุดในกลุ่มรถไม่เกินล้านห้า ถ้าไม่สนอะไหล่แพง ศูนย์มีน้อย ราคาขายต่อร่วง จัดเลย

BMW M2 แตนบ้าอาละวาด
คาร์ออฟเดอะเยียร์ประจำปี 2559 ประเภท สปอร์ตคูเป้ ยกให้ BMW M2 ครับ บางท่านไม่ทราบ รุ่นนี้ขายดีผลิตไม่ทันออเดอร์ครับ ไปขับที่ซัลซ์บวร์ก ออสเตรีย ทั้งคล่องทั้งแรง 5.6 ล้านบาท ไม่จำเป็นจะต้องตะกายไปถึง M4 ราคา 9 ล้านครับ เป็นรถที่ขับได้ดีมากๆ เครื่องยนต์ 6 สูบเรียงเทอร์โบคู่ เทคโนโลยีจากเครื่องยนต์ของ M235i ซึ่งมีพื้นฐานคล้ายกับ BMW M3/M4 มีรอบเครื่องสูงสุดถึง 7,000 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังมีให้เลือกสองแบบสำหรับคนที่ชอบสับเกียร์เองหรือพวกรักความสบายที่ชอบเกียร์ออโต้ เกียร์แบบแรกคือเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ส่วนเกียร์แบบที่สองเป็นเกียร์ออโต้ทวินคลัตช์ซึ่งมีคลัตช์สองชุดคอยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการทดกำลังที่มาพร้อมความรวดเร็วในการสับเปลี่ยนอัตราทด เกียร์ออโต้ทวินคลัตช์ 7 สปีดจาก M3 / M4 มีศักยภาพสูงมากพอและมีความทนทานเหมาะกับการใช้งานหนัก จึงถูกยกมายัดใส่ในระบบส่งกำลังของ M2


ล้ออัลลอย M ขอบ 19 นิ้วกับยางตัวโหดของ Michelin รุ่น Pilot Super Sport เติมเต็มกริบที่มั่นคงส่งเสริมการทำงานของแรคพวงมาลัยไฟฟ้าแบบใหม่ ล้อน้ำหนักเบาขนาด 19 นิ้ว ลวดลาย M เป็นล้อ M เวอร์ชั่นล่าสุดแบบ 5 ก้านคู่สีเงินสลับดำ ล้อหน้า 9J x 19 ล้อหลัง 10J x 19 พร้อมยางล้อหน้าไซส์ 245/35ZR19 สำหรับยางล้อหลังซึ่งรับหน้าที่เป็นล้อขับเคลื่อนยัดยางไซส์โตขนาด 265/35ZR19 ยาง Michelin รุ่น Pilot Super Sport เป็นยางสมรรถนะสูงที่ถูกนำมายัดใส่ในรถ M2 เหมือนกับรถ M-Car รุ่นพี่ทุกประการ BMW M2 เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.2 วินาที ความเร็วปลายสามารถทะยานไปได้ถึง 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่ากับ M3 และ M4 ด้วยออปชั่น M Drivr's Package ปลดล็อกความเร็วจาก 250 ไปที่ 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสำหรับการอัดทางยาวบนออโตบาห์น

BMW i3 94Ah แบตฯ ซัมซุงมุ่ง 300 กิโลเมตร
คาร์ออฟเดอะเยียร์ประจำปี 2559 ประเภท EV หรือรถไฟฟ้าผมยกให้ i3 94Ah แบตใหม่จากซัมซุงจัดยาว 300 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด 156 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้จะกินแบตฯ แต่ก็ทรงตัวได้ดีมากสำหรับรถสูงๆ แบบนี้ จากรุ่นแรกสุดในปี 2013 BMW i3 60Ah (Ah=แอมป์ต่อชั่วโมง) มาถึงรุ่นใหม่ BMW i3 94 Ah ด้วยแบตเตอรี่รุ่นล่าสุดที่เข้าช่วยยืดระยะทางการวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียวๆ ไกลกว่ารุ่นแรก จากนวัตกรรมแบตเตอรี่แบบใหม่ที่มีการร่วมมือพัฒนาระหว่าง BMW Group และ Samsung SDI เจ้า i3 รุ่นใหม่ 94 Ah จ่ายพลังงานไฟฟ้าได้สูงสุดที่ 33kWh แต่มีช่วงจ่ายไฟอย่างมีประสิทธิภาพดีที่สุดอยู่ที่ 29 kWh เมื่อทำการชาร์จกระแสไฟฟ้าเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่จากสถานีชาร์จเร็วจะได้ความจุ 80% เทียบได้กับระยะเวลาในการชาร์จ 24 นาทีต่อการขับใช้งานบนระยะทางถึง 100 กิโลเมตร ส่วนการชาร์จไฟในบ้านพักอาศัยกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายคล้ายกับการชาร์จโทรศัพท์มือถือในตอนกลางคืน คุณก็แค่เสียบปลั๊กชาร์จไฟผ่านอุปกรณ์ BMW i Wallbox แล้วทิ้งเอาไว้แค่ 2 ชั่วโมง กับอีก 45 นาที แบตฯ ก็จะเต็มและสามารถวิ่งได้ไกล 300 กิโลเมตร มากกว่า i3 60 Ah ที่มีระยะทำการแค่ 190 กิโลเมตร

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้