ข่าว
100 year

พืชไร่..2560 ไร้เสียง..กระพือปีก

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 ม.ค. 2560 05:01 น.
SHARE

ปีที่ผ่านมา สินค้าเกษตรในหมวดพืชไร่ปลูกกันมากแบบแห่กันปลูก ภาคเกษตรระทมทุกข์กันถ้วนทั่ว ข้าว มัน ยาง ราคาร่วง...ปีระกา 2560 ทิศทางจะเป็นอย่างไร มารับรู้ข้อมูลการวิเคราะห์สถานการณ์ของกูรูในวงการไว้เป็นแนวทางกำหนดชะตาชีวิต

เริ่มที่ “ข้าว” พืชหลัก แต่อาการหนัก นายฐิติ ลุจินตานนท์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด จำกัด “ข้าวตราฉัตร” มองว่า ยังจะมีปัญหาเหมือนเดิม เพราะเรายังมีข้าวค้างสต๊อกจากนโยบายแทรกแซงราคาอยู่มาก เมื่อข้าวเก่ายังเหลือและข้าวใหม่ที่ออกมาต้องเจอกับสภาพอากาศไม่เป็นใจ ฝนตกปลายฤดูข้าว ความชื้นสูง ส่งผลให้ราคาถูกกว่าปีที่ผ่านมา

ยิ่งไปกว่านั้นช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีการออกกติกาค้าข้าวแบบหลงทิศ เอาข้าวหอมมะลิ ข้าวดีที่สุดในโลกไปดัมพ์ราคาขายแข่งกับข้าวขาวเวียดนาม ทำให้ข้าวขาว ข้าวหอมไทย ราคาดิ่งเหวไปพร้อมๆกัน และเมื่อมาผสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจย่ำแย่ ผู้บริโภคในประเทศกำลังซื้อถดถอย จากเคยซื้อข้าวเกรดพรีเมียมเปลี่ยนมาซื้อข้าวราคาถูกไว้กินแทน ยิ่งกดให้ราคาข้าวตกต่ำลงไปอีก

แต่ปี 2560 สถานการณ์น่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิเพราะตลาดจีนยังต้องการจำนวนมาก และรัฐบาลชุดนี้ได้ทำสัญญาขายข้าวแบบจีทูจีของแท้ ไม่ใช่เทียม จะยิ่งหนุนส่งให้ข้าวหอมมะลิไปได้ดี

สรุป ปีไก่นี้ข้าวหอมมะลิมีอนาคต...แต่ข้าวขาวพันธุ์อื่น ยังมีปัญหาแบบเดิมๆ

“ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” พืชไร่เจ้าปัญหาอีกชนิด... นายไพศาล เครือวงศ์วานิช รองกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ผู้จัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้เครือซีพีเอฟ มองว่า ราคาพืชอาหารสัตว์ยังเป็นปัญหา เพราะราคาในตลาดโลกไม่เป็นใจ เนื่องจากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ สหรัฐอเมริกา บราซิล อาร์เจนตินา สถิติย้อนหลังไป 10 ปี มีสต๊อกเพิ่มสูงขึ้นตลอด จาก 214 ล้านตัน เพิ่มมาเป็น 250 ล้านตัน เลยกดดันให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในบ้านเราตกต่ำ

ด้าน นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าไทย มองว่า ปัญหาราคาข้าวโพดตกต่ำ ปัจจัยไม่ได้มาจากสต๊อกของโลกมีมากเท่านั้น แต่มาจากบ้านเราปลูกข้าวโพดได้ไม่พอใช้ในประเทศ เราผลิตได้ 4.7 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้มีถึง 8 ล้านตัน

“สภาพเช่นนี้ หลายคนอาจจะมองว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ขาดตลาด น่าจะช่วยให้เกษตรกรขายได้ราคาดี แต่ที่คนทั่วไปไม่รู้ ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของบ้านเรามักออกมาพร้อมกันในช่วงปลายปี (ต.ค.-ธ.ค.) เฉลี่ยเดือนละ 800,000-1,000,000 ตัน ขณะที่กำลังการผลิตอาหารสัตว์ต้องการใช้ข้าวโพดเดือนละ 500,000 ตันเท่านั้น ผลผลิตออกมาพร้อมกันเกินไปเท่าตัว จึงมีผลทำให้ราคาตก”

ฉะนั้นถ้าอยากจะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แบบได้ราคา ต้องปลูกให้ผลผลิตเก็บเกี่ยวในช่วงอื่น...ไม่ใช่ ต.ค.-ธ.ค.

“มันสำปะหลัง” พืชไร่ที่น่ากังวล...นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจ

การเกษตร (สศก.) วิเคราะห์ให้ฟัง แต่ละปีเราส่งออกมันเส้นไปยังตลาดใหญ่อย่างจีนร้อยละ 45 ของผลผลิตทั้งหมด แต่มาวันนี้จีนเริ่มลดปริมาณการนำเข้าจากไทยหันไปสั่งจากเวียดนามแทน เนื่องจาก มันเส้นของไทยผลิตสับโดยเครื่องจักร ได้มันเส้นออกมาขนาดเล็ก เก็บได้ ไม่นาน ถึงปลายทางมักเกิดฝุ่นผง ต่าง จากเวียดนามที่ใช้แรงงานคนสับได้ก้อนใหญ่ ส่งถึงเมืองจีนยังนำไปแปรรูป ผลิตเอทานอลได้

เมื่อเจ้าตลาดอย่างจีนลดการนำเข้าย่อมเป็นเรื่องปกติที่ราคาจะลดลงอย่างต่อเนื่องจากปีก่อนเคยขายได้ กก.ละ 2.20 บาท ปลายปีที่ผ่านมาร่วงลงมาเหลือแค่ 1.30 บาท และคาดว่าจะลดต่ำลงไปอีก...จนกว่าจะแก้ปัญหาในเรื่องนี้ได้

“อ้อยโรงงาน” สถานการณ์ชิลๆ...เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรคาดการณ์ แม้ปีหน้า

จะมีผลผลิตเพิ่มมากขึ้นตามที่สำนักงานอ้อยและ น้ำตาลทรายประมาณการไว้ ปี 2559 มีผลผลิต 96 ล้านตัน ปี 2560 จะเพิ่มเป็น 102-105 ล้านตัน

เพราะมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าว มันสำปะหลัง มาปลูกอ้อย ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น ตั้งแต่ปี 2557-2559 ทำให้มีพื้นที่ปลูกเพิ่ม 500,000ไร่ เพื่อรองรับกำลังการผลิตโรงงานน้ำตาล แต่กระนั้นผลผลิตที่เพิ่มขึ้นไม่น่าเป็นห่วง เพราะอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลมี พ.ร.บ.รองรับ และมีภาคสมาคมเข้มแข็งให้การสนับสนุน

ไม่เหมือนพืชไร่อื่นๆ ที่ตั้งสมาคมกันขึ้นมาเพื่อทะเลาะกันเอง...

พูดอะไรไปไม่มีใครฟัง เพราะแย่งชิงเป็นใหญ่กันทั้งเพ.

ทีมข่าวเกษตร

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทีมข่าวเกษตรสินค้าเกษตรราคาข้าวมันสำปะหลังพืชไร่

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้