วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แก้ปัญหาข้าวอย่างบูรณาการ

แก้ปัญหาข้าวอย่างบูรณาการ

โดย หมัดเหล็ก
3 ม.ค. 2560 05:01 น.
  • Share:

การแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำในปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าอยู่ในสภาพย่ำแย่พอสมควร การเข้ามาร่วมมือร่วมใจของ ภาครัฐ เอกชนและประชาชน ช่วยกันซื้อข้าวขายข้าวให้ชาวนา เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เท่านั้น ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างยั่งยืน ซึ่งปีนี้ในฤดูกาลเก็บเกี่ยว ถ้าไม่มีมาตรการออกมารองรับแบบเป็นรูปธรรมปัญหาราคาข้าวตกต่ำก็จะเกิดขึ้นซ้ำซากอยู่ดี

การแก้ปัญหาอยู่ที่ การบริหารจัดการ มากกว่าจะมาแก้ปัญหาเอาที่ปลายน้ำอย่างเดียว อยากจะยกตัวอย่าง โครงการทำนาที่บ้านดงเย็น ซึ่งมีการบริหารจัดการแบบเป็นกระบวนการ ทำให้ไม่เคยประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำเลย แม้สถานการณ์ราคาข้าวจะผันผวนอย่างไรก็ตาม

ก่อนที่ชาวนาบ้านดงเย็นจะรวมตัวกันเพื่อบริหารจัดการที่ดี ก็เคยประสบปัญหาขายข้าวขาดทุนเหมือนกับชาวนาทั่วๆไป ดังนั้นจึงมีการรวมกลุ่มกันเริ่มจากศึกษาพันธุ์ข้าวให้เหมาะสมกับพื้นที่และความต้องการ โดยมี มูลนิธิข้าวขวัญ คอยให้คำแนะนำ มีการสร้างเครือข่ายปลูกข้าวอินทรีย์ ภายในตำบลอู่ทอง ขยายตัวไป ต.ดอนเจดีย์ ต.บางระจันและเชื่อมไปสู่ระดับ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ทำให้เกิดการเรียนรู้ด้านการตลาด การจัดการต้นทุน ภายใต้ชื่อกลุ่มวิสาหกิจชุมชน วนเกษตรดงเย็น เน้นการทำตลาดแบบเครือข่าย ไม่ให้มีการขายข้าวตัดราคากันเอง และสามารถรู้กันในกลุ่มว่าพื้นที่ไหนมีการปลูกข้าวชนิดใดบ้างเพื่อไม่ให้เกินความต้องการของตลาด รู้จักหาลูกค้า หาตลาดใหม่ๆ บันทึกข้อมูลความต้องการเอาไว้เป็นสถิติที่จะใช้คาดการณ์การทำนาในอนาคต

นอกจากนี้ยังมีการทำข้อตกลงกับผู้รับซื้อข้าวอินทรีย์รายใหญ่มีการเข้าสู่ระบบการรับรองคุณภาพที่เป็นมาตรฐาน โดย องค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. ได้ยื่นมือเข้ามาดูแลพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง มี พ.อ.ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผอ.อพท. รับประกันคุณภาพว่า บริเวณดังกล่าวมีการปลูกข้าวและทำการเกษตรเป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่มีปัญหาปลูกข้าวในปริมาณมากเกินความต้องการ และสามารถขายข้าวได้ราคา เนื่องจากใช้วิธีการปลูกข้าวออแกนิกตามสั่ง หมายถึง ข้าวปลอดสารเคมี มีรูปแบบการตลาดล่วงหน้า สอบถามความ ต้องการและคำสั่งซื้อก่อนลงมือปลูก โดยเลือกพันธุ์ข้าวที่ตลาดมีความนิยมเช่น ข้าวหอมปทุม ข้าวหอมนิล ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่สามารถจำหน่ายได้ถึงราคากิโลกรัมละ 90 บาท

วิธีการทำนาก็มีส่วนที่จะช่วยลดต้นทุนในการปลูก โดยเฉพาะการเกษตรที่จะต้องพึ่งพาธรรมชาติ ชาวนาเลือกที่จะทำนาหว่านแบบหมักตากแห้ง ปล่อยทิ้งไว้รอฝนตกลงมา จนกระทั่งข้าวออกรวง เลือกเกี่ยวข้าวนับจากวันที่ข้าวออกดอกไปแล้ว 28-30 วัน ทำให้ได้ข้าวที่ไม่แก่จัดเรียกว่าเกี่ยวข้าวช่วงพลับพลึง คุณภาพข้าวจะหอมชวนรับประทาน นอกจากเรื่องพันธุ์ข้าวแล้วยังได้เรียนรู้เรื่องน้ำเรื่องดินและยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืนอีกด้วย

เป็นตัวอย่างของการแก้ปัญหาราคาข้าวแบบบูรณาการครบวงจร.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้