วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'มาร์ค' ติง พ.ร.ป.พรรคฯ ไม่หวั่น 250 ส.ว.เหตุไร้สิทธิโหวตซักฟอก รบ.

'มาร์ค' ติง พ.ร.ป.พรรคฯ ไม่หวั่น 250 ส.ว.เหตุไร้สิทธิโหวตซักฟอก รบ.

  • Share:

"อภิสิทธิ์" ติง พ.ร.ป.พรรคการเมือง ปมค่าสมาชิก แนะ กรธ.อยากให้พรรคคิดถึงเรื่องตัวเองหรือประเทศ ชงสร้างการเมืองต้นทุนต่ำแก้ระบบอุปถัมภ์ ลั่นไม่หวั่นเสียง 250 ส.ว.ลากตั้ง

เมื่อวันที่ 2 ม.ค.60 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า กฎหมายพรรคการเมืองจะออกมาเร็วแต่กฎหมายเลือกตั้งจะออกมาช้ากว่า โดยอยู่ในกรอบเวลา เพราะผู้ที่ทำเรื่องนี้ตั้งใจให้พรรคการเมืองปรับตัวตามกฎหมายพรรคการเมืองใหม่ให้เรียบร้อยก่อน จึงจะเป็นการเลือกตั้งที่ตามมา และยังมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วย ที่ต้องปรับตัว ซึ่งตนไม่ได้วิตกกังวลอะไร เพียงแต่ได้เสนอไปในเรื่องสมาชิกพรรคการเมืองที่ยังไม่ได้จ่ายเงินให้พรรค ซึ่งการกำหนดเวลาสั้นๆ เพื่อให้ชำระเงินให้พรรคการเมืองนั้น ทำไม่ได้จริงในทางปฏิบัติ เช่น พรรคประชาธิปัตย์มีสมาชิก 2 ล้านกว่าคน เป็นไปไม่ได้ที่จะสื่อสารถึงความจำเป็นว่าทำไมต้องจ่ายเงินค่าสมาชิกพรรค และการเป็นสมาชิกพรรคก็ไม่ได้สิทธิใดๆ เพิ่มขึ้นมากกว่าที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้ว เพราะให้สิทธิมีส่วนร่วมในการเลือกกรรมการ ประธานสาขา ผู้บริหารพรรค เข้าร่วมที่ประชุมใหญ่ของพรรค จึงไม่อยากให้เกิดการกระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคกับสมาชิกพรรค จึงเสนอในช่วงแรก ควรอนุญาตให้มีสมาชิกสองประเภทก่อน เพื่อใช้เวลาทำความเข้าใจให้ประชาชนให้ยอมรับเรื่องการจ่ายเงินให้กับพรรคการเมือง ซึ่งเชื่อว่าทุกพรรคจะสามารถปฏิบัติได้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนภาพรวมของกฎหมายพรรคการเมืองที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ระบุว่า จะช่วยพัฒนาระบบการเมืองไทยนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเห็นว่าจะไม่ง่ายอย่างที่ กรธ.คิด เพราะแม้หลักการจะถูกต้องที่ต้องการให้ประชาชนเป็นเจ้าของพรรคการเมือง แต่การจะเปลี่ยนแปลงจากสภาพสังคมปัจจุบัน โดยการเขียนบทบัญญัติแบบนี้ ไม่สอดคล้องกับความจริง เพราะต้องมีการสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ซึ่งที่ผ่านมาคนเป็นสมาชิกพรรคการเมืองจะเสียสิทธิหลายเรื่อง เพราะมีกฎหมายหลายฉบับห้ามคนที่เป็นสมาชิกพรรค หรือเคยเป็นเข้ารับการสรรหา และในอดีตมีการใช้อำนาจรัฐเข้าคุกคามฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ทำให้การเป็นสมาชิกพรรคที่ไม่มีอำนาจรัฐยังสุ่มเสี่ยงต่อการถูกคุกคามด้วย หากยังเป็นสภาพเช่นนี้อยู่ ก็ไม่มีแรงจูงใจให้ประชาชนมาเป็นสมาชิกพรรค จึงต้องปรับตรงนี้ให้ได้ก่อนค่อยไปจูงใจให้มีส่วนร่วมในการจ่ายค่าสมาชิกเพื่อมีสิทธิในการบริหารจัดการพรรคได้มากขึ้น จะมีความเป็นไปได้มากกว่า ทั้งนี้ไม่อยากให้พรรคการเมืองจมอยู่กับปัญหาเรื่องกติกา เพราะมีหน้าที่ต้องคิดถึงอนาคตของประเทศมากกว่า เพราะจะเสียโอกาสของบ้านเมือง แต่อยากให้คนเขียนกฎหมายคิดด้วยว่า อยากให้พรรคการเมืองทุ่มเทกับเรื่องอะไรระหว่างเรื่องของตัวเองกับเรื่องของประเทศ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงความพยายามที่จะวางระบบเพื่อให้พรรคการเมืองพ้นจากปัญหาระบบอุปถัมภ์ ว่า วิธีการที่ได้ผลที่สุดคือการทำอย่างไรให้กระบวนการทางการเมืองมีค่าใช้จ่ายน้อย พรรคการเมืองจะไม่ต้องพึ่งทุนมาก ซึ่งตนไม่ได้เรียกร้องว่าต้องนำเงินมาให้พรรคการเมือง แต่ถ้างานสำคัญของพรรคการเมืองคือการสื่อสาร รัฐจะจัดสรรเวลาอย่างไรให้พรรคการเมืองสามารถรณรงค์ถึงประชาชนให้ตื่นตัวต่อทางเลือกต่างๆ ที่พรรคการเมืองเสนอ โดยรัฐอาจเป็นผู้ที่ขอจัดสรรเวลาด้วยตัวเอง ซึ่งไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย หากทำได้พรรคการเมืองก็ไม่ต้องหาทุนมาทำสิ่งเหล่านี้

สำหรับการตั้งพรรคการเมืองใหม่เพื่อรองรับเรื่องนายกฯ คนนอกนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในการเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตยต้องเปิดโอกาสให้มีการแข่งขัน ใครที่มีแนวคิดจะแก้ปัญหาประชาชนขอให้มาแข่งขันโดยเปิดเผย ส่วนคนนอกจะมีหรือไม่ ก็มีเงื่อนไขขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากประชาชนตัดสินใจผ่านกระบวนการเลือกตั้งแล้ว โดยเงื่อนไขที่มี ส.ว. 250 คน เลือกนายกรัฐมนตรีได้นั้น คิดว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหากประชาชนแสดงออกชัดเจนผ่านการเลือกตั้ง ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง 250 คน ก็ฝืนเจตนารมณ์ของประชาชนไม่ง่าย ที่สำคัญคือแม้ว่า 250 คน มาตั้งนายกรัฐมนตรีได้ แต่ไม่มีสิทธิลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ดังนั้นจึงไม่สามารถบอกได้จนกว่าประชาชนจะตัดสินใจผ่านการเลือกตั้ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้