วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เผย22ล้านคน ร่วมสวดมนต์ข้ามปี

เผย22ล้านคน ร่วมสวดมนต์ข้ามปี

  • Share:

พสกนิกรคับคั่ง ต่อแถว-ลงนาม เพื่อถวายพระพร หน้าศาลาลูกขุน

นายกรัฐมนตรีนำ ครม.ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “ดอน” ขอทุกคนอยู่ดีกินดี น้อมนำศาสตร์พระราชาไปปฏิบัติ ระบุแม้ต่างชาติยังเห็นความสำคัญ ต่างน้อมนำไปปฏิบัติ คนไทยจึงต้องเห็นคุณค่าและทำให้เกิดผลในชีวิตประจำวัน ขณะที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติปลื้มยอดคนร่วมสวดมนต์ข้ามปี 2559 พุ่งถึง 22 ล้านกว่าคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่สนใจสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตมากขึ้น

วันแรกของศักราชใหม่ปี 2560 หลังจากพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าร่วมสวดมนต์ข้ามปี ภายในท้องสนามหลวงกันมาตลอดคืน ต่อมาในเวลา 07.00 น. ที่พระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังเปิดให้พสกนิกรเข้าลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม 2560 สำหรับการลงนามถวายพระพรครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจากนับเป็นครั้งแรกและเป็นปีแรกในรัชกาลปัจจุบัน ทางสำนักพระราชวังจึงเตรียมสถานที่ไว้รับรองผู้ที่มาแสดงความภักดี 4 แห่ง ได้แก่ ห้องมุกกระสันตะวันออกชั้นล่างของพระที่นั่งจักรี สำหรับเชื้อพระวงศ์ ราชนิกุล องคมนตรี ลงนามถวายพระพรในวาระสำคัญนี้

ส่วนที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังจัดพื้นที่ไว้รับรองข้าราชการ องค์กร ภาคเอกชน ภาคสังคมต่างๆ ซึ่งตลอดทั้งวัน มีเหล่าข้าราชการ ผู้บริหารองค์กร มาลงนามถวายพระพรเนืองแน่น เช่นเดียวกับที่ห้องแดง หรือศาลาว่าการพระราชวัง ข้างประตูพิมานชัยศรี สถานที่ลงนามถวายพระพร สำหรับรับรองแขกวีไอพี ซึ่งในเวลา 08.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พร้อมภริยา และบุคคลสำคัญ อาทิ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผบ.เหล่าทัพ ตลอดจนข้าราชการระดับสูงของแต่ละหน่วยงาน และตัวแทนทูตานุทูต รวมถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางมาลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หลังลงนามถวายพระพร นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวอวยพรปีใหม่ให้กับคนไทย ว่าขอให้ทุกท่านกินดีอยู่ดี อยู่เย็นเป็นสุข ตามคำขวัญของกระทรวงการต่างประเทศ มีความมั่งคั่งและยั่งยืน แม้ปีที่ผ่านมาจะเป็นปีที่โศกเศร้า แต่ชีวิตต้องเดินต่อไป ขอให้ทุกคนยึดมั่นในพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช และน้อมนำศาสตร์พระราชาไปปฏิบัติให้ประเทศเกิดความยั่งยืน ขณะนี้ต่างประเทศก็เห็นความสำคัญของศาสตร์พระราชา ต่างน้อมนำไปปฏิบัติ เราเป็นคนไทยจึงต้องเห็นคุณค่าและทำให้เกิดผลในชีวิตประจำวัน

ในส่วนของประชาชนบุคคลทั่วไป สำนักพระราชวังให้ลงนามถวายพระพรบนสมุดหลวง ในเต็นท์บนสนามหญ้าหน้าศาลาลูกขุน โดยตั้งแต่เริ่มเปิดให้ลงนามถวายพระพร มีประชาชนเข้าแถวมาร่วมแสดงความภักดียาวเหยียด ล้นออกไปนอกพระ
บรมมหาราชวัง ไปถึงเต็นท์พักคอยบนถนนหน้าพระธาตุ ส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่เดินทางมาลงนามถวายพระพรต่อเนื่องกันมาทุกปี และส่วนหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมในกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเมื่อลงนามถวายพระพรแล้ว หลายคนเดินทางต่อ เข้ากราบพระแก้วมรกต ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตในเช้าวันแรกของศักราชใหม่

ด้าน น.ส.กาญจนา มาลัยทอง อายุ 61 ปี ชาว จ.ลำปาง กล่าวว่า ปีใหม่นี้ขอชวนให้คนไทยรักสามัคคี ทบทวนในสิ่งที่เคยทำไว้ในปีที่ผ่านมา แล้วร่วมกันรักและเทิดทูนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่ได้ทรงสืบสานพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้งยังขอให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระชนมายุยิ่งยืนนานครองราชย์เป็นมิ่งขวัญพสกนิกรชาวไทยไปยาวนานตลอดไป ส่วนนางเอมอร จรัสโชติกุล อายุ 61 ปี ชาว จ.นครราชสีมา เดินทางมาค้างแรมที่สนามหลวงเพื่อรอเข้าลงนามถวายพระพรในหลวงรัชกาลที่ 10 อยากให้คนไทยรักสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกันมากๆ นำสิ่งที่ทรงรับสั่งไว้นำไปปฏิบัติต่อไป เพราะสิ่งที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสอนไว้นั้น ล้วนเป็นการดำเนินรอยตามในหลวงรัชกาลที่ 9 พระบิดาของพระองค์
ส่วนบริเวณที่ท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ยังคงมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ตรวจตราคัดกรองบุคคลก่อนที่จะเข้าพื้นที่อย่างละเอียด ซึ่งตลอดวันมีพสกนิกรเดินทางมาลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ศาลาสหทัยสมาคมอย่างไม่ขาดสาย กระทั่งเวลา 17.00 น. สำนักพระราชวังยุติการเปิดให้พสกนิกรลงนามถวายพระพร โดย กอร.รส.แจ้งยอดประชาชนที่เดินทางเข้ามาลงนามถวายพระพร ในวันที่ 1 ม.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 7,830 คน

สำหรับในการพระราชพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ที่ดำเนินต่อเนื่องตามราชพระเพณีมาเป็นวันที่ 80 แต่ยุติการให้ราษฎรขึ้นถวาย สักการะพระบรมศพ 1 วัน เนื่องจากเป็นวันขึ้นปีใหม่ สำหรับหน่วยงานที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลในวันขึ้นปีใหม่ 1 ม.ค. ประกอบด้วย กระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานในสังกัด อาทิ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สำนักงานกิจการยุติธรรม สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรมคุมประพฤติ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นต้น ทั้งนี้ สำนักพระราชวังแจ้งว่า เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.59 ซึ่งเป็นวันส่งท้ายปีเก่า มีราษฎรเดินทางมายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อถวายสักการะพระบรมศพ ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 31 ธ.ค. ข้ามปีมาถึงเวลา 01.50 น. ของวันที่ 1 ม.ค.2560 ยอดรวม 60,557 คน รวม 62 วัน จำนวนทั้งสิ้น 2,656,564 คน ยอดเงินที่พสกนิกรร่วมถวายบำเพ็ญพระราชกุศลรวม 225,398,158.50 บาท

ส่วนด้านนอก เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดของกรุงเทพมหานคร ได้นำไม้กวาด อุปกรณ์ต่างๆ พร้อมด้วยรถฉีดน้ำเข้าทำความสะอาดเต็นท์พักคอย ก-ซ ที่อยู่ทางด้านทิศเหนืออย่างทุกซอกทุกมุม เพื่อเตรียมรองรับประชาชนที่จะเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อีกครั้งในวันที่ 2 ม.ค. ส่วนบริเวณสนามหลวงฝั่งทิศใต้ หลังจากใช้จัดงานสวดมนต์ข้ามปีไปแล้ว ก็มีเจ้าหน้าที่ไปทำความสะอาดเช่นกัน เพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งมอบพื้นที่ให้กับกรมศิลปากรดำเนินการก่อสร้างพระเมรุมาศต่อไป

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พ.ศ.) กล่าวว่า ตามที่มหาเถรสมาคม (มส.) และ พ.ศ. จัดงานสวดมนต์ข้ามปี ทำดีตามวิถีพ่อ วิถีไทย ประจำปี 2559 นั้น พศ. ได้รับรายงานจากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ทั่วประเทศ ว่าในคืนสวดมนต์ข้ามปี มีวัดจัดกิจกรรมดังกล่าว จำนวน 39,478 วัด มีพระภิกษุ พุทธศาสนิกชน มาสวดมนต์ข้ามปี จำนวน 22,476,258 คน แบ่งเป็นพระภิกษุ จำนวน 342,078 รูป พุทธศาสนิกชน จำนวน 22,134,170 คน สำหรับวัดไทยในต่างประเทศ มีวัดจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี จำนวน 540 วัด มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 32,400 คน โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2558 ร้อยละ 20 ซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชน และวัยรุ่น มากกว่าร้อยละ 50 ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจมาสวดมนต์ข้ามปีเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต ที่สำคัญยังได้ร้อยดวงใจ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 และถวาย พระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ขณะเดียวกัน เนื่องจากเป็นวันแรกของปี หน่วยงานรัฐจัดพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งมีพุทธศาสนิกชนออกมาทำบุญตักบาตรกันเป็นจำนวนมาก โดยที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่า-ราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานทำบุญตักบาตรเทศกาลปีใหม่ พุทธศักราช 2560 ตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่สมเด็จพระพุฒาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคมเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม พร้อมคณะสงฆ์รวม 189 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภก พร้อมอัญเชิญพระพุทธนวราชบพิตรจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร มาประดิษฐ์บนมณฑป ณ ลานคนเมือง เพื่อให้ประชาชนได้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล

เช่นเดียวกับจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ อาทิ พังงา เชียงใหม่ พะเยา และพระนครศรีอยุธยา ที่พุทธศาสนิกชนออกมาทำบุญตักบาตรพระสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคลในวันปีใหม่ ส่วนที่ จ.นครศรีธรรมราช นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรี- ธรรมราช พร้อมด้วยนายเชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และนักท่องเที่ยว ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระ 289 รูป ที่บริเวณถนนราชดำเนิน หน้าวัดพระมหาธาตุ- วรมหาวิหาร อ.เมือง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ส่วนที่วัดห้วยมงคล ต.ทับใต้ อ.หัวหิน ประชาชนจำนวนมาก ทั้งพุทธศาสนิกชนและชาวต่างชาติ ทยอยเดินทางมาทำบุญและกราบสักการะขอพรหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ พระนามาภิไธยย่อ สก.หน้าตัก 9.9 เมตร เนื่องในเทศกาลปีใหม่อย่างไม่ขาดสาย โดยพระครูปภัสสรวรพินิจ หรือหลวงพ่อ ไพโรจน์ เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล ได้แจกเหรียญหลวงพ่อทวดเป็นพระของขวัญปีใหม่ 2560 ให้กับประชาชนทุกคนที่เข้ามาสักการะหลวงพ่อทวดไว้ติดตัวเป็นเครื่องเตือนสติให้ทำความดีและป้องกันตัวให้แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้