วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'อลงกรณ์' ฟุ้งผลงาน สปท. ตีปี๊บ 137 แผน เชื่อไทยเข้มแข็งจากการปฏิรูป

'อลงกรณ์' ฟุ้งผลงาน สปท. ตีปี๊บ 137 แผน เชื่อไทยเข้มแข็งจากการปฏิรูป

  • Share:

"อลงกรณ์" ตีปี๊บ 137 แผนปฏิรูป มั่นใจ สปท.เร่งปั๊มผลงาน โวผลงานตั้งศาลทุจริต ฟุ้ง กก.3 ประสาน ดัน 200 แผน ย้ำต้องยกเครื่องพร้อมกันทุกด้าน ขอทุกฝ่ายร่วมมือดันไทยแลนด์ 4.0 เชื่อไทยเข้มแข็งจากปฏิรูป

เมื่อวันที่ 1 ม.ค.60 นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.)คนที่หนึ่ง กล่าวถึงภารกิจของ สปท.ในปี 2560 ว่า ปี 2560 จะเป็นปีแห่งการอัพเกรดประเทศจากผลของการปฏิรูป จะเป็นการวางรากฐานใหม่ให้ประเทศไทย แม้ว่า สปท.จะมีเวลาทำงานอีก 120 วันหลังจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ แต่เราจะเร่งขับเคลื่อนการปฏิรูปให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ร่วมกับคณะรัฐมนตรีและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ซึ่งตนมั่นใจในเรื่องนี้

ทั้งนี้ หากพิจารณาจากช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา สปท.ผลิตรายงานและข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปเสร็จแล้ว 137 เรื่อง ครอบคลุม 37 วาระปฏิรูป และ 11 ด้านการปฏิรูป โดยยังเหลือรายงานปฏิรูปที่ต้องจัดทำให้แล้วเสร็จอีกประมาณ 40 เรื่อง และกฎหมายปฏิรูปอีกประมาณ 36 ฉบับ สปท.ทุกคนทำงานหนักอย่างทุ่มเทและเชื่อว่าจะสัมฤทธิผลตามโรดแม็ป ซึ่งการทำงานแบบทีมเวิร์กของ‘แม่น้ำ 5 สาย’ ผ่านกลไกขับเคลื่อนที่นายกรัฐมนตรีจัดตั้ง คือคณะกรรมการประสานงานรวม 3 ฝ่าย (ครม.-สนช.-สปท.) ประชุมทุกสัปดาห์ และผู้ประสานงานการปฏิรูป (มร.รีฟอร์ม-Mr.Reform)ประจำทุกกระทรวงทุกหน่วยงานหลักของรัฐบาล และคณะกรรมการประสานงานระหว่าง สนช.และสปท. ทำให้การปฏิรูปเป็นรูปธรรมเร็วขึ้น เช่น ในงบประมาณปี 2560 มีแผนปฏิรูปที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณถึงเกือบ 70% ของจำนวนแผนที่เสนอนายกฯ และยังมีแผนปฏิรูปอีกเป็นร้อยเรื่องที่ ครม.ใช้อำนาจบริหารดำนินการ ดูได้จากรายงานผลงาน 1 ปี ของรัฐบาลและสปท. ถือเป็นครั้งแรกที่การปฏิรูปประเทศเดินหน้าจริงจังรอบด้านต่อเนื่อง มีระบบบริหารจัดการชัดเจนแน่นอนต่างจากการปฏิรูปในอดีตที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ แต่ขาดการบริหารจัดการการปฏิรูปที่มีประสิทธิภาพและความต่อเนื่องจากเงื่อนไขข้อจำกัดบางประการ

เมื่อถามว่า หลัง สปท.หมดอายุลง แนวทางการปฏิรูปจะถูกนำมาใช้เป็นรูปธรรมจับต้องได้หรือไม่ นายอลงกรณ์ กล่าวว่า การปฏิรูปทุกเรื่องทั้ง 11 ด้าน มีกลไก การบริหารจัดการการปฏิรูปประเทศด้วยระบบและโครงสร้างการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องยั่งยืน ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปมีบทบัญญัติกำหนดให้มีกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติและกฎหมายปฏิรูปภายใน 120 วัน ซึ่งจะมีกลไกใหม่ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปต่อจาก สปท.โดยมีวุฒิสภาทำหน้าที่กำกับติดตามเร่งรัดการปฏิรูปร่วมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ในฐานะผู้นำการปฏิรูปได้แต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประกอบไปด้วย 3 ฝ่าย คือ รัฐบาล สภานิติบัญญัติ และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มีนายกฯ เป็นประธานทำหน้าที่จัดทำพิมพ์เขียวเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ โดยวางลำดับความสำคัญของแผนปฏิรูปและกฎหมายปฏิรูปเกือบ 200 เรื่อง ในช่วงเริ่มต้นปีแรกของยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ถือเป็น 3 ประสานที่ทรงพลังในการปฏิรูปประเทศ สำหรับปีที่ผ่านมาส่วนตัวภูมิใจในผลงานการจัดตั้งศาลคอร์รัปชัน ที่เปิดทำการแล้วตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2559 เป็นกลไกแก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของประเทศ และเป็นต้นเหตุของวงจรอุบาทว์ทางการเมืองและราชการเสมือนมะเร็งร้ายกัดกินประเทศไม่น้อยกว่าปีละ 2-3 แสนล้านบาท ตามรายงานของ ป.ป.ช. เราจะเห็นสถานการณ์ปัญหาทุจริตทางการเมืองและราชการกระเตื้องขึ้นค่าดัชนีความโปร่งใส (CPI) ของประเทศจะดีขึ้น ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศ

"การปฏิรูปสำคัญทุกด้านและที่เด่นๆ คือ การปฏิรูปเศรษฐกิจ การปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น การปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปการเมือง การปฏิรูปสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ การปฏิรูปการสาธารณสุข การปฏิรูปกิจการตำรวจและการปฏิรูปกีฬาและวัฒนธรรม เป็นต้น การปฏิรูปแต่ละด้านเกี่ยวโยงเกี่ยวพันกันเป็นลูกโซ่ จึงต้องปฏิรูปแบบรอบด้าน เพราะปัญหาต่างๆ สะสมหมักหมมมานานหลายสิบปี ถ้าไม่ยกเครื่องใหญ่พร้อมกัน เราจะสูญเสียขีดความสามารถและศักยภาพประเทศลงไปเรื่อยๆ" นายอลงกรณ์ กล่าว

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ในเรื่องของการปฏิรูปเศรษฐกิจภายใต้เป้าหมายไทยแลนด์ 4.0 เป็นการปฏิรูปทั้งเชิงมหภาคและจุลภาค ลงลึกไปถึงเศรษฐกิจฐานราก ระบบสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน สถาบันการเงินชุมชน เกษตร-อุตสาหกรรม 4.0 จนถึงปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่สร้างนวัตกรรมและการวิจัยพัฒนาด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มมูลค้าสินค้าและบริการสู่เศรษฐกิจกระแสใหม่ทั้งเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจเพื่อสังคมตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 และพระราชประสงค์ให้ประชาชนมีความสุขและประเทศสงบสันติของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้เชื่อมั่นว่าเรากำลังวางรากฐานใหม่อนาคตใหม่ให้ประเทศของเรา รัฐบาลนำประเทศจากก้นเหวของวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เกือบเกิดสงครามการเมืองเมื่อ 2 ปีก่อนจนวันนี้ประเทศสามารถตั้งหลักตั้งลำก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อคนไทยทุกคนจะได้อยู่อย่างมีอนาคตและประเทศมีความมั่นคงมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ประเทศกำลังแข็งแรงเข้มแข็งขึ้นจากการปฏิรูป การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทุกวันในทุกด้าน ขอให้ร่วมมือกันรวมพลังกัน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้