ข่าว
100 year

ซัด ‘เผด็จการ’ สิง ปชป.ฉะสุรชัยแรง ไร้คนค้าน-ช้าได้ไง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ม.ค. 2560 07:30 น.
SHARE

“นิพิฏฐ์” โวยแหลกยื้อโรดแม็ปเลื่อนเลือกตั้ง ชี้ชัดเห็นสัญญาณนวยนาดใช้เวลาเต็มเหยียด ซัด แหลก “สุรชัย” เผด็จการเข้าสิงมองประชาธิปไตยเลวร้ายไปหมด ข้องใจอ้างออก ก.ม.ล่าช้า ทั้งที่แต่ละฉบับผ่านฉลุย ไร้คนค้าน พท. ไม่ให้เชื่อลมปาก สนช.ขยับเลือกตั้งไปกลางปี 61 ขอฟังชัดๆจากนายกฯ ทำนายเลือกตั้งเจอรุมสกรัมถีบไปเป็นฝ่ายค้านแน่ ผบ.ทบ.มั่นใจบ้านเมืองสงบถึงเลือกตั้ง เตือนยิ่งป่วนยิ่งยื้อโรดแม็ปไปเรื่อยๆ ยันไม่มีสัญญาณรัฐประหารรอบใหม่ หมอประเวศเปิดคัมภีร์ 10 ทางรอดประเทศ ยึดหลักบูรณาการ ประชาธิปไตย-สงบ-พัฒนา ยกระดับพลังพลเมืองกำกับการเมือง แนะเลิกรัฐประหาร เพราะทหารไม่ชำนาญบริหารบ้านเมือง

หลังจากนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ออกมาระบุว่าการเลือกตั้งอาจเกิดขึ้นกลางปี 2561 เนื่องจากยังมีร่างกฎหมายค้างอยู่นับ 100 ฉบับ รวมทั้งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเลือกตั้งนั้น

“นิพิฏฐ์” โวยจงใจดึงเกมคืน ปชต.

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 ระบุว่า โรดแม็ปเลือกตั้งอาจเลื่อนไปช่วงกลางปี 2561 เพราะมีกฎหมายล้นมือ สนช.ว่า โรดแม็ปอย่างไรเสียต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่แนวคิดผู้ร่างอยากใช้เวลาเต็มเหยียด ทั้งที่ใช้ไม่เต็มได้ เรื่องแบบนี้มีเทคนิคดึงเวลา ดูว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งเขาออกพร้อมกันไหม ทิ้งระยะหรือไม่ แต่ลางสังหรณ์เห็นแล้วผู้ร่างต้องการดึงโดยแบ่งร่าง 2 ขยักชุดละ 2 ฉบับ แสดงว่าต้องการใช้เวลาร่างกฎหมายลูกเต็มเหยียด 240 วัน แบบนี้ทำนายไว้เลย จะดึงเวลา อยู่ยาว อยู่นาน จึงควรบอกเหตุผลต้องการอยู่ยาว คืนระบอบประชาธิปไตยล่าช้าเพราะอะไร นายสุรชัยต้องตอบคำถามนี้

ซัด “สุรชัย” เผด็จการเข้าสิง

นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ที่นายสุรชัยบอกว่า สนช. ต้องออกกฎหมายแก้ไขปัญหาไม่ให้กลับไปสู่วังวนเดิมที่นักการเมือง รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แก้ไขรัฐธรรมนูญนำไปสู่วิกฤติบ้านเมืองนั้น สมัยนั้นมีตำแหน่งเป็น ส.ว.มิใช่หรือ แต่พอได้อำนาจจากเผด็จการมา กลับกลายเป็นคนดีไปเลย มีร่างคลุมของ เผด็จการหน่อยดีไปหมด แต่ร่างคลุมของประชาธิปไตยเลวร้ายหมด ชั่วไปหมด การแก้หรือเขียนกฎหมายของ สนช.ที่ผ่านมา เป็นไปตามนโยบายผู้มีอำนาจแทบทั้งสิ้น แต่ละฉบับไม่ค่อยมีคนยกมือค้าน จะอ้างความล่าช้าได้อย่างไร กฎหมายลูกถ้าผู้มีอำนาจใหญ่กว่า ไม่สั่งคงไม่กล้าแก้หลักการที่ กรธ.เขียนมาแน่ ในอดีตมีข้อครหาว่าสภาลักหลับตอนกลางคืน แต่ยุคนี้ในสภาลักหลับกันตอนกลางวันแสกๆ อย่างเรื่อง พ.ร.บ.สงฆ์ ลักหลับตอนพระฉันเพลอยู่เลย

พท.ไม่ฟัง สนช.รำพึงเลื่อนโรดแม็ป

นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องโรดแม็ปเลือกตั้งเป็นเรื่องของ คสช.และรัฐบาล สนช.ไม่น่าจะเป็นผู้กำหนดระยะเวลาโรดแม็ป ที่สำคัญเรื่องโรดแม็ปเป็นสัญญาประชาคมระหว่าง คสช.กับประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. รวมทั้งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯก็พูดมาตลอดว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 60 ตราบใดที่ยังไม่ได้ฟังจากปากนายกฯและหัวหน้าคสช. ตนยังเชื่อตามโรดแม็ปเดิมที่นายกฯยืนยันอยู่ ทางที่ดีนายสุรชัยควรประชุมแม่น้ำ 5 สายก่อนแล้วค่อยออกมาพูดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ จะเป็นผลดีกับทุกฝ่ายทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ จะได้มีหลักประกันในการวางแผนต่อไป อย่างไรก็ตามหากมีการเลื่อนโรดแม็ปตามที่นายสุรชัยพูดจริง คสช.ต้องมีเหตุผลอธิบายประชาชนได้ แม้พรรคเพื่อไทยเชื่อว่าการคืนอำนาจให้ประชาชนเลือกตั้งจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศมากขึ้น แต่ไม่ได้เดือดร้อนว่าจะเลือกตั้งเร็วหรือช้า

เชื่อโดนรุมสกรัมถีบเป็นฝ่ายค้าน

นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นจะมีปรากฏการณ์คล้ายปี 49 ทหารจะร่างรัฐธรรมนูญเพื่อสกัดพรรคเพื่อไทย เอื้อโอกาสให้พรรคตรงข้ามกับพรรคเพื่อไทย อาจมีการสนับสนุนพรรคเล็กๆ อื่นๆ จับมือกันตั้งรัฐบาลและให้เพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ากระแสความนิยมของประชาชนต่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และพรรคเพื่อไทยยังคงล้นหลาม อาจมากกว่าเดิมด้วยซ้ำไป เพราะมีนายกรัฐมนตรีออกทีวีทุกวันศุกร์ ดูเหมือนว่ายิ่งออกสื่อมากเท่าไรกลับทำให้กระแสความนิยมของพรรคเพื่อไทยยิ่งทวีขึ้นเท่านั้น สำหรับผลการเลือกตั้งถ้าทุกอย่างตรงไปตรงมาพรรคเพื่อไทยคงชนะถล่มทลาย เพราะในใจประชาชนคิดถึงรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมากกว่ารัฐบาลชุดนี้ แม้จะมีกลยุทธ์ต่างๆนานามาเลียนแบบแต่การเลียนแบบที่ไร้หัวใจก็ไม่ได้ศรัทธาและความรักจากประชาชน

ผบ.ทบ.มั่นใจคุมสงบถึงเลือกตั้ง

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทกองทัพในการดูแลสถานการณ์ 2560 ก่อนจะมีเลือกตั้งว่า มั่นใจกองทัพสามารถควบคุมสถานการณ์ต่อจากนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้งได้ ขณะนี้ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็ป และไม่มีเงื่อนไขระหว่างทาง อีกทั้งประชาชนต้องการเลือกตั้ง เหล่าทัพ มีความเป็นเอกภาพในการทำงาน ประสานงานร่วมกันทั้งทหารและตำรวจ ภายใต้การนำ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เชื่อว่าจะทำให้สภาพโดยรวมไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจะสามารถคลี่คลายได้ ทั้งนี้ยอมรับว่าอาจมีคนไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง เป็นกลุ่มเห็นต่างที่ต้องการเปิดประเด็นในแต่ละห้วงเวลา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประชาชนจะยอมรับประเด็นนั้นหรือไม่ ส่วนเงื่อนไขใหญ่ๆไม่มี

เตือนยิ่งป่วนยิ่งเลื่อนโรดแม็ป

เมื่อถามว่า ปีหน้าจะมีการตัดสินคดีโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯจะเป็นเงื่อนไขทำให้เกิดเหตุการณ์หรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยตอบว่า เรื่องดังกล่าวเป็นกระบวนการทางกฎหมาย หากคำตัดสินออกมา อาจมีบ้างที่แนวร่วมใกล้ชิด น.ส.ยิ่งลักษณ์จะมาแสดงพลัง แต่ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะทุกคนต่างก็ต้องการไปถึงจุดที่มีการเลือกตั้ง คิดว่าไม่มีประโยชน์ที่จะออกมาป่วน หากป่วนรัฐบาลและ คสช.ก็ยืดเวลาออกไปอีกเรื่อยๆ ดังนั้นจึงเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่ในปี 2560 หากจะมีขยับขยายเวลาก็เป็นแค่ห้วงสั้นๆ ในวันนี้ถ้ามองในภาพรวมบ้านเมืองสงบเรียบร้อย ประชาชนพอใจสภาพสถานการณ์ในปัจจุบัน เมื่อถามว่ามีการพูดถึงการกลับมาของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หากได้รับนิรโทษกรรม พล.อ.เฉลิมชัยตอบว่า เรื่องนี้ขอไม่ตอบ เพราะยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร

ไม่มีสัญญาณรัฐประหารรอบใหม่

เมื่อถามว่า ปี 2560 หากปลดล็อกพรรคนัก การเมืองทหารจะต้องตามประกบนักการเมืองหรือไม่ เลขาธิการ คสช.ตอบว่า ไม่จำเป็น เชื่อว่าเมื่อปลดล็อกนักการเมืองแล้ว พรรคการเมืองก็เดินตามกรอบของตนเอง บ้านเมืองเราผ่านความเจ็บปวดมามากพอสมควร เราคงไม่อยากเกิดขึ้นอีก เรื่องการรัฐประหาร จากข้อมูลที่มีอยู่จะไม่มีการรัฐประหาร อยากถามว่าจะมีเหตุผลอะไร เพราะเราผ่านการเรียนรู้มาแล้ว อีกทั้งรัฐบาลก็วางหลักเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อนำไปสู่การแก้ไข ป้องกันปัญหาเดิมๆ แม้ว่าผลเลือกตั้งในปี 2560 จะได้พรรคเดิมเข้ามาเป็นรัฐบาล แต่ในเมื่อเลือกตั้งแล้วทุกฝ่ายต้องยอมรับกติกา ทหารจะไม่คว่ำเลือกตั้ง การเมืองไม่ใช่เรื่องเสียหาย ถ้าการเมืองไม่ดีบ้านเมืองคงไม่เจริญมาถึงทุกวันนี้ แต่ในภาพรวมอาจมีเล็กๆน้อยๆของบุคคล แต่ไม่ใช่ระบบการเมือง และต่อไปการตรวจสอบจะมีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะความเข้มงวดของกฎหมาย ซึ่งจะทำให้ทุกอย่างอยู่กับร่องกับรอย

“ประเวศ” บัญญัติ 10 ทางรอด ปท.

นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องกติกาใหม่ มองอนาคตประเทศไทยว่า ขอให้อย่าเอารัฐธรรมนูญเป็นตัวตั้ง ไม่เช่นนั้นจะทะเลาะกัน เกิดความรุนแรง เกิดรัฐประหาร เราต้องการทั้งประชาธิปไตยและความสงบเรียบร้อยยังไม่พอ เราต้องการพัฒนาบ้านเมืองที่ได้ผล ถ้าพัฒนาไม่ได้ผลก็นำไปสู่ความวุ่นวาย ดังนั้นจะต้องนำมาเชื่อมโยงให้เป็นประชาธิปไตยแบบบูรณาการ ประชาธิปไตยต้องมี 3 ระดับ ทั้งประชาธิปไตยชุมชน ประชาธิปไตยท้องถิ่นและประชาธิปไตยระดับชาติ เพื่อเป็นฐานที่มั่นคง การสร้างประชาธิปไตยแบบบูรณาการต้องเดินตามบทบัญญัติ 10 ประการ คือ 1.สังคมทุกภาคส่วนทั้งการเมือง ราชการ นักวิชาการ ประชาสังคม สื่อมวลชนและกองทัพ มุ่งมั่นร่วมกันสร้างประชาธิปไตยแบบบูรณาการ สื่อสารแบบมีเหตุมีผลให้มาก เพื่อให้คนอยากเข้ามาร่วม 2.ต้องทำความใจว่าประชาธิปไตยแบบบูรณาการ มีทั้งประชาธิปไตย ความสงบเรียบร้อยและการพัฒนาประเทศที่ได้ผล 3.พรรคการเมืองต้องพัฒนาเป็นสถาบันของประชาชน ไม่ใช่พรรคการเมืองมีเจ้าของพรรค ต้องสรรหาคนดีเข้ามา เพื่อเป็นรัฐบาลเป็นคนเก่งคนดีมาบริหารประเทศ

สร้างพลังพลเมืองคุมการเมือง

นพ.ประเวศกล่าวอีกว่า 4.พลังพลเมืองที่กัมมันตะ หรือแอคทีฟ เหมือนการเล่นฟุตบอลที่มีกรอบ กติกา ที่สำคัญคือคนดูทำให้ไม่เกิดการโกง ต้องมีพลังจากพลเมืองกำกับการเมือง ทำให้ซื้อไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะไปหวังลมๆแล้งๆกับรัฐธรรมนูญ 5.ต้องกระจายอำนาจให้ชุมชนท้องถิ่นที่เป็นฐานของประเทศให้มากที่สุด จะสร้างผู้นำได้เยอะ ถ้าทำได้บ้านเมืองจะสงบเรียบร้อย รัฐประหารก็ทำไม่ได้ เพราะไม่รู้จะยึดอำนาจตรงไหน อำนาจกระจายไปหมดแล้ว 6.ปฏิรูประบบรัฐ เดิมรวมศูนย์อำนาจ ต้องปรับบทบาทเป็นผู้สนับสนุนเชิงนโยบายและความรู้ 7.สร้างระบบเศรษฐกิจสมดุล เอาชุมชนเป็นตัวตั้ง อยู่บนฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 8.ไม่ละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะถ้าละเมิดแล้วจะมีคนต่อต้านและมีความรุนแรง เกิดรัฐประหารขึ้น และหากไม่ต้องการให้เกิดรัฐประหารอีก ควรเปิดทางให้มีการเสนอข้อคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ แยบคาย อย่าใช้ความหยาบคาย 9.การชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองต้องเป็นไปอย่างสันติ ตามกรอบกฎหมาย ดำรงรักษาระบบรัฐสภา อย่าไปยึดทำเนียบรัฐบาล ยึดสนามบินอีก

เลิก รปห.เพราะทหารบริหารอ่อน

นพ.ประเวศกล่าวว่า 10.หากมีเหตุที่กองทัพต้องเข้ามาระงับความรุนแรง ควรทำหน้าที่เฉพาะรักษาความสงบเรียบร้อย แต่ไม่ทำรัฐประหารหรือล้มล้างรัฐธรรมนูญ เพราะกองทัพระงับความรุนแรงได้ แต่ไม่ชำนาญการบริหารบ้านเมือง ต้องส่งเสริมประชาธิปไตยทั้ง 9 ข้อ และกองทัพต้องรักษาระบบรัฐสภา ต้องมีความสงบเรียบร้อยและมีประชาธิปไตย ไม่ใช่สงบเรียบร้อยแต่ไม่มีประชาธิปไตย ทุกฝ่ายต้องทำหน้าที่หมด บัญญัติ 10 ประการ ช่วยกันดูและช่วยกันทำตามนี้ ไม่อย่างนั้นจะทะเลาะกันเรื่องรัฐธรรมนูญ ถ้าสังคมและกองทัพเดินตามบัญญัติ 10 ข้อ ที่เกินกว่ารัฐธรรมนูญก็สร้างประชาธิปไตยแบบบูรณาการ ดังนั้นขอให้พยายามสื่อสารให้สังคมเข้าใจบทบัญญัติดังกล่าว ถ้าทำตามนี้ไม่มีเหตุให้รัฐประหาร เพราะไม่มีชุมนุมไม่รุนแรง ไม่ทำผิดกฎหมาย ไม่ละเมิดสถาบัน ก็ไม่มีเหตุให้กองทัพเข้ามา เราต้องการประชาธิปไตยต้องร่วมกันสร้าง ปากต้องการให้มีประชาธิปไตย แต่กลับไปทำให้ไม่เกิด

กกต.ยังหวัง สนช.ยื้อ กกต.จังหวัด

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.กล่าวถึงกรณีที่ กรธ.กำหนดให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งแทน กกต.จังหวัดว่า เมื่อ กรธ.ออกมายืนยันแล้วว่าต้องมีผู้ตรวจการเลือกตั้งแทน กกต.จังหวัด ก็ไม่มีประโยชน์ที่ กกต.จะต้องทักท้วงอีก จะทำให้เป็นการเสียเวลาได้ ตนไม่ได้ถอดใจที่จะสู้ในเรื่องนี้ แต่เห็นว่าที่สุดกระบวนการก็ต้องไปที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อถึงเวลานั้น กกต.ก็จะมีความเห็นเสนอต่อ สนช.โดยจะยังคงยืนยันว่าการมี กกต.จังหวัดเป็นเรื่องที่จำเป็นและดีกว่าการมีผู้ตรวจการเลือกตั้ง อย่างไรก็ดีถ้าไม่มองเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง อำนาจใหม่ในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ถือว่าเราได้เยอะมาก จะทำให้การทำงานมีความคล่องตัว โดยเฉพาะเรื่องการสืบสวนสอบสวน อยากให้คิดว่าทุกการทำงานไม่มีอะไรที่ได้ทั้งหมด ต้องได้บ้างเสียบ้าง อย่าไปคิดว่าอำนาจ กกต.ลดลง เพราะ กรธ.เขาร่างรัฐธรรมนูญก็ทำเพื่อประโยชน์ของประเทศ เพื่อให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม

โพลย้ำห่วงปัญหา ศก.ปากท้อง

วันเดียวกัน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,132 คน เรื่อง ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อ “การเมืองไทย” ระหว่างวันที่ 25-30 ธ.ค. โดยสิ่งที่ประชาชนชอบมากที่สุด ร้อยละ 78.98 ระบุว่า นโยบายช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย รองลงมา ร้อยละ 73.14 การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ร้อยละ 69.88 การทำงานที่เด็ดขาดของรัฐบาล ใช้อำนาจพิเศษในการแก้ปัญหา ร้อยละ 65.72 การจัดระเบียบสังคม ดูแลสังคมให้อยู่ในความสงบเรียบร้อยและร้อยละ 61.22 พัฒนาระบบคมนาคม ถนน รถไฟ รถเมล์ รถไฟฟ้า ส่วนสิ่งที่ประชาชน ไม่ชอบ ร้อยละ 76.33 การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ร้อยละ 68.20 ยังคงมีความขัดแย้ง มุ่งหวังแต่อำนาจและผลประโยชน์ ร้อยละ 66.17 การใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ร้อยละ 60.25 ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น เผด็จการ และร้อยละ 51.94 การผลักดันกฎหมายบางฉบับ เช่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรการภาษี เมื่อถามว่า ทำอย่างไรการเมืองไทยปี 2560จะดีขึ้นกว่าปี 2559 ร้อยละ 81.45 ระบุว่า กระตุ้นเศรษฐกิจ แก้ปัญหาให้ตรงจุด ร้อยละ 72.08 รัฐบาลร่วมมือร่วมใจกันทำงาน มีความซื่อสัตย์ ร้อยละ 66.60 เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วม ร้อยละ 64.11 บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด เป็นธรรม และร้อยละ 57.16 มีการเลือกตั้งที่โปร่งใส เป็นประชาธิปไตย

“บิ๊กตู่” คะแนนล้นหลามบันดาลสุข

ด้านสำนักวิจัยซูเปอร์โพลเปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง ใครทำชาวบ้านสุขสุดปี 59 จากประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,249 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 20-30 ธ.ค. โดยนายกฯและอดีตนายกฯของไทยที่ทำให้ชาวบ้านสุขสุดปี 59 ที่ผ่านมา ร้อยละ 80.3 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 5.9 นายทักษิณ ชินวัตร ร้อยละ 5.5 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 3.7 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และร้อยละ 2.6 นายชวน หลีกภัย ขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงที่ทำให้ชาวบ้านสุขสุดปี 59 พบว่า อันดับแรกร้อยละ 32.2 รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ร้อยละ 20.0 รมว.กลาโหม ร้อยละ 14.0 รมว.ยุติธรรม ร้อยละ 11.9 รมว.มหาดไทย และร้อยละ 10.9 รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนปลัดกระทรวงที่ทำชาวบ้านสุขสุด ปี 59 ร้อยละ 30.3 ระบุว่า ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร้อยละ 23.4 ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร้อยละ 12.8 ปลัดกระทรวงการคลัง ร้อยละ 10.0 ปลัดกระทรวงยุติธรรม และร้อยละ 7.5 ปลัดกระทรวงกลาโหม

“สุวพันธุ์” ขึงขังลุยงาน ยธ.ปี 60

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ามารับหน้าที่ได้เร่งรัดขับเคลื่อนงานที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน ให้ความรู้ด้านกฎหมายและการเข้าถึงระบบการคุ้มครองช่วยเหลือ อีกเรื่องที่สำคัญคือการผลักดันกฎหมายที่จะแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมให้กับประชาชน ขณะนี้กำลังจะนำร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้สูญหาย เข้าสู่การพิจารณาของ สนช. ส่วนกรอบการทำงานของกระทรวงในปี 2560 ได้มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ในเรื่องการปฏิรูปประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และภารกิจตามประเด็นยุทธศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนงานอย่างมีเป้าหมาย ได้มอบให้หน่วยงานต่างๆชี้แจงรายละเอียดของการทำงานตามกรอบที่ว่านี้ให้สังคมได้รับรู้ ส่วนงานด้านการต่อต้านการทุจริต ได้หารือกับเลขาธิการ ป.ป.ท. มาตลอด ได้มอบนโยบายให้เร่งรัดเรื่องที่ค้างอยู่ ส่วนเรื่องใหม่ให้ยึดหลักความถูกต้อง ตรวจสอบอย่างจริงจัง รวดเร็ว พร้อมทั้งบูรณาการกับหน่วยงานภาคี ได้แก่ ป.ป.ช. สตง. โดยให้ถือว่าเรื่องนี้เป็นนโยบายหลักของรัฐบาล

นายกฯร่วมใจถวายพระพรปีใหม่

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 31 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2560 ในนามรัฐบาลขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ ร่วมใจกันตั้งจิตอธิษฐานอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก โปรดอภิบาลประทานพรให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง และทรงสถิตเป็นพระมิ่งขวัญเหล่าพสกนิกรชาวไทยตราบกาลนิรันดร์

สำนึกพระมหากรุณาธิคุณ ร.9

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ประสบเหตุการณ์ต่างๆมากมาย โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นที่รักเทิดทูนของพวกเราชาวไทยได้เสด็จสวรรคต นำความโศกเศร้าอาลัยกันทั่วทั้งประเทศ แม้พระองค์ท่านได้เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่พวกเราชาวไทยจะยังคงรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้และมีความเศร้าอาลัยตราบนิรันดร์ ดังนั้น เพื่อเป็นการแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ขอให้พี่น้องประชาชนชาวไทยได้ดำเนินการตามแนวทางพระราชดำริเรื่องความพอเพียง เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญของตนเอง ร่วมขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป

แนะใช้ปัญญาร่วมแรงสามัคคี

นายกฯกล่าวว่า บัดนี้ได้ก้าวสู่พุทธศักราชใหม่ปี 2560 นับเป็นปีแห่งการเริ่มต้นโอกาสใหม่ๆด้วยพระบุญญาบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน ขอให้พี่น้องประชาชนชาวไทยได้นำความรู้ และประสบการณ์ในปีที่ผ่านมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตในปีใหม่ด้วยสติปัญญาและความไม่ประมาท ตลอดจนใช้ความสามัคคีและความร่วมแรงร่วมใจกันเป็นแรงผลักดันในการนำพาตนเองและประเทศชาติอันเป็นที่รักของเราไปสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้น ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดดลบันดาลให้พี่น้องประชาชนคนไทยประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพกายที่สมบูรณ์แข็งแรง มีจิตใจที่มั่นคงเข้มแข็ง แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง คิดหวังสิ่งใดขอจงสัมฤทธิผลดังใจปรารถนาทุกประการ และขอให้ร่วมเป็นกำลังสำคัญช่วยกันนำพาบ้านเมืองให้มีความก้าวหน้าสืบไป พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้เขียน ส.ค.ส. ถึงพี่น้องสื่อมวลชนว่า ให้สำนักพิมพ์ สื่อ สมาชิก ผู้ประกอบการ มีความสุขความเจริญ สำเร็จ ปลอดภัย แข็งแรง ร่วมสร้างสรรค์งานกับรัฐบาลในปี 2560 เพื่อประเทศชาติ ประชาชนของเราตลอดไป

“ชวน” แนะยึดคำสอนในหลวง ร.9

นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอวยพรปีใหม่ 2560 ว่า แม้ประชาชนคนไทยจะตกอยู่ในความเศร้าเสียใจต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด แต่เหตุการณ์นั้นเอง ทำให้ประชาชนชาวไทย และชาวโลก ได้รับรู้ความจริงที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ อันเป็นคุณูปการและเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ตลอดเวลา 70 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานแก่ประชาชน ประเทศชาติ จึงน่าภาคภูมิใจที่ประชาชนชาวไทยได้น้อมรับพระบรมราโชวาทเหล่านั้นมาศึกษาเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไปในปี 2560 ถ้าทุกฝ่ายในชาติบ้านเมืองยึดแนวทางพระบรมราโชวาทมาเป็นแนวปฏิบัติแล้ว ทุกสถานการณ์ย่อมสามารถป้องกันและแก้ไขได้ ขออวยพรให้พี่น้องประชาชนชาวไทย ประสบความสำเร็จจากภารกิจในหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ ตลอดปี 2560 และตลอดไป

“ปู” ขอความสุขคนไทยกลับคืนมา

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวอวยพรเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2560 ว่า อยากเห็นความสุขของคนไทยกลับมา อยากเห็นรอยยิ้มของพี่น้องประชาชน และที่สำคัญปีใหม่ปีนี้อยากให้ทุกคนประสบความสำเร็จ มีสุขภาพแข็งแรง หากเป็นเกษตรกรก็อยากให้ราคาพืชผลได้ราคาดี คนที่ค้าขายก็ขอให้ทำมาค้าขายขึ้น คนทำงานก็ขอให้ ประสบความสำเร็จ อยากเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น และอยากให้มีความมั่งคั่งเกิดขึ้น ทั้งนี้ ปีใหม่นี้ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพด้วย ใครที่เดินทางไปเที่ยวก็ขอให้เดินทางปลอดภัย

“ยิ่งลักษณ์” แอ่วเหนือปะทะหนาว

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “วันนี้ตอนเช้าแวะมาที่ร้านนานาจังเกิล แถว อบต.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ เป็นร้านเบเกอรี่ที่เจ้าของบ้านเปิดสวนสวย บรรยากาศดีให้มานั่งดื่มกาแฟ ดื่มนม ซื้อขนมปังทานกันสดๆ พร้อมชมบรรยากาศในสวน บริเวณรอบสวนมีซุ้มขายอาหาร เครื่องดื่มแบบออร์แกนิกหลากหลายอย่าง ให้เลือกซื้อค่ะ ซึ่งเจ้าของบ้านจะเปิดขายเฉพาะวันเสาร์เช้าเท่านั้น เป็นการทานอาหารเช้าที่ได้รสชาติ บวกกับบรรยากาศสวยงามค่ะ” จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมด้วยบุตรชาย ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปป์ เดินทางไปเที่ยวชมงาน “หนาวนี้ที่เมืองแกน” ครั้งที่ 7 อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางมานั่งรถงัวล้อ ปั่นรถถีบ ขึ้นรถราง แอ่วเมืองแกนชมทุ่งดอกคำแผ้แหล้บาน และชิมไส้อั่วของดีเมืองแกน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติเผด็จการโรดแม็ปเลือกตั้งข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้