วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สังเวยเมาแล้วขับ2วัน-ตาย113ศพ ถูกยึดรถ362คัน แหล่งเที่ยวแน่น

สังเวยเมาแล้วขับ2วัน-ตาย113ศพ ถูกยึดรถ362คัน แหล่งเที่ยวแน่น

  • Share:

เทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2 วันสังเวยชีวิตจากอุบัติเหตุไปแล้ว 113 ศพ บาดเจ็บ 1,299 คน ทุบสถิติสูงกว่าปีก่อนทุกรายการ เมาขับโดนจับดำเนินคดี 6,814 คน ยึดรถ 362 คัน ทั้งที่ภาครัฐวางมาตรการคุมเข้มแต่ยังเกิดอุบัติเหตุสยองต่อเนื่อง ที่อุดรธานี ปิกอัพตีนผีขยี้ จยย.พ่อแม่ลูก 4 ศพ ส่วนสุราษฎร์ฯ ฟอร์จูนเนอร์อัดต้นไม้ตายยกคัน 4 ศพ ขณะที่จันทบุรี-ตราด แซงไม่พ้น ชนประสานงา 2 รายรวม 4 ศพ บาดเจ็บระนาว ด้านบรรยากาศท่องเที่ยวทั่วประเทศคึกคัก เหนือ-อีสาน นักท่องเที่ยวแห่โต้ลมหนาวแน่นเต็มยอดดอยรอเคาต์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าเฝ้าชมพระอาทิตย์ขึ้นแสงแรกของปีใหม่ อุตุฯเตือนภาคใต้ฝนเทกระหน่ำ ส่วนภาคเหนือยังหนาว แต่ระวังมีฝนแถมอาจเจอลูกเห็บ ทั่วโลกรอฉลองปีใหม่ต่อเนื่อง 26 ชม. ยุโรป-อเมริกา ระดมกำลังคุมเข้มสถานที่จัดงาน ผวาเหตุก่อการร้าย

ช่วงเวลาแห่งความสุขของเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ คนไทยยังต้องพบกับความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจากอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตราย วันที่สองยอดรวมถึง 113 ศพ ทั้งที่ในปีนี้ภาครัฐมีมาตรการเข้มงวดกับผู้กระทำผิดเมาแล้วขับถูกยึดรถพร้อมดำเนินคดีเฉียบขาด แต่ยังมีผู้ฝ่าฝืนจำนวนมาก เพียง 2 วันโดนจับกุมดำเนินคดีเกือบ 7 พันคน ขณะที่บรรยากาศการท่องเที่ยวทั่วประเทศคึกคัก ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็นสบาย

อุบัติเหตุปีใหม่ 2 วันดับ 113 ศพ

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 31 ธ.ค. นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา แถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ประจำปี 2560 รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนวันที่ 30 ธ.ค. เป็นวันที่สองของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 680 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 71 ราย บาดเจ็บ 734 คน สาเหตุสูงสุดจากเมาสุราร้อยละ 33.38 ยานพาหนะที่เกิด อุบัติเหตุสูงสุด รถ จยย. ร้อยละ 81.66 จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด อุดรธานี 35 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิต สูงสุด อุดรธานี 7 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด จันทบุรี 43 คน สรุปอุบัติเหตุสะสมสองวัน 29-30 ธ.ค. 1,204 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 113 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 1,299 คน เพิ่มขึ้นทุกรายการเมื่อเทียบกับวันเดียวกันของปี 58 จังหวัดที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ 1 จังหวัดคือ ชัยภูมิ จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 29 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด อุดรธานี 55 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสม สูงสุด อุดรธานี 7 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด อุดรธานี 59 คน

สาเหตุขับเร็ว-ตัดหน้า-เมาขับ

นางกอบกาญจน์กล่าวอีกว่า พบว่าในเขตชุมชน และถนนสายรองมีอุบัติเหตุรุนแรงเกิดขึ้น มีสาเหตุจากการขับรถเร็ว ตัดหน้ากระชั้นชิด และเมาแล้วขับ ศปถ.จึงสั่งการให้จังหวัดดำเนินมาตรการป้องกันในมิติเชิงพื้นที่ เน้นบังคับใช้กฎหมายกับผู้ขับขี่ใช้ความเร็วเกินกำหนด ดื่มแล้วขับ และกลุ่มผู้ใช้รถ จยย.ไม่สวมหมวกนิรภัย จะดำเนินคดีและลงโทษขั้นสูงสุดทุกกรณี พร้อมกวดขันสถานบันเทิงให้เปิดปิดตามเวลาที่กฎหมายกำหนด คุมเข้มการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่มเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี รวมทั้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติการของจุดบริการและ ด่านชุมชน เพื่อเฝ้าระวังและป้องปรามผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ

ยึดรถ 362 คันดำเนินคดี 6,814 คน

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. เผยว่า ยังมีประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนา การจราจรทุกเส้นทาง โดยเฉพาะถนนสายหลักมีปริมาณรถมาก เจ้าหน้าที่ทุกส่วนยังคงอำนวยความสะดวกประชาชนอย่างต่อเนื่องทุกพื้นที่ รวมถึงสถานที่สำคัญที่จะมีกิจกรรมส่งท้ายปี สำหรับสถิติตามมาตรการป้องกันอุบัติเหตุในห้วงเทศกาลปีใหม่ ตรวจพบผู้กระทำผิดดื่มแล้วขับ ในวันที่ 30 ธ.ค. รถ จยย. 4,650 ครั้ง ถูกยึดรถ 251 คัน และส่งดำเนินคดี 3,125 คน รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล 2,840 ครั้ง ยึดใบขับขี่ 534 คน ยึดรถยนต์ 37 คัน ส่งดำเนินคดี 1,988 คน ทั้งนี้ตลอด 2 วัน 29-30 ธ.ค.เจ้าหน้าที่ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้แล้ว 362 คัน เป็นรถ จยย. 313 คัน และรถยนต์ 49 คัน ยึดใบขับขี่ 2,060 คน และดำเนินคดีผู้กระทำผิด รถ จยย. 4,265 คน รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล 2,549 คน รวมถูกดำเนินคดี 6,814 คน

นายกฯกำชับกวดขันวินัยจราจร

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. มีความห่วงใยเรื่องการเดินทางในช่วงเทศกาลนี้เป็นอย่างมาก เพราะยังพบอุบัติเหตุเกิดขึ้นจำนวนมาก ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกวดขันวินัยจราจรโดยเฉพาะมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” และการตรวจสอบใบขับขี่ของผู้ใช้รถ รวมถึงดูแลอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเน้นย้ำเจ้าหน้าที่หากพบผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มข้น อาจพิจารณาลงโทษให้หนักขึ้นมากกว่าการปรับ เช่น ยึดรถ หรือไม่อนุญาตให้ขับขี่ เพื่อให้ผู้กระทำผิดรู้สึกหลาบจำและลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นกับตนเองและผู้อื่น

ปิกอัพขยี้ จยย.4 ศพพ่อแม่ลูก

ขณะที่อุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 30 ธ.ค. ร.ต.ต.ธราธิป ไชยรินทร์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ไปตรวจสอบอุบัติเหตุรถปิกอัพชนรถ จยย.บนถนนหนองอ้อ-หนองวัวซอ หน้าสำนักงาน อบต.หนองอ้อ พบผู้เสียชีวิต 4 ศพเป็นพ่อแม่ลูกกระจายเกลื่อนถนน ชื่อนายชาญชัย ขันขวา อายุ 46 ปี นางเจวลี นาเหล็ก อายุ 35 ปี ด.ช.อดิศร และ ด.ช.อนุวัตร ขันขวา ลูกชายฝาแฝดวัย 7 ขวบ ใกล้กันพบซากรถ จยย.ยามาฮ่า ทะเบียน คกท 341 อุดรธานี สภาพพังยับ ส่วนคู่กรณีเป็นรถปิกอัพนิสสันนาวาร่า สีดำ ทะเบียน บพ 4652 ชลบุรี ตกลงไปข้างถนน คนขับวิ่งหนีไป สอบสวนทราบว่า นายชาญชัยขี่รถ จยย.พาลูกเมียมุ่งหน้ากลับบ้าน ถึงที่เกิดเหตุรถปิกอัพวิ่งสวนทางมาเร่งเครื่องแซงข้ามเลนเข้ามาพุ่งชนประสานงาอย่างจังจนเสียชีวิตยกครัว 4 ศพ ต่อมาเช้าวันรุ่งขึ้น นายไกรสร ฮงสี อายุ 30 ปี คนขับรถปิกอัพเดินทางเข้ามอบตัวที่ สภ.หนองวัวซอ ให้การรับสารภาพ

10 ล้อเสยรถขนแรงงานเขมร

รายต่อมาเวลา 22.15 น. วันเดียวกัน ร.ต.อ.สมศักดิ์ น้อมหนู รอง สว.(สอบสวน) สภ.สอยดาว จ.จันทบุรี ไปตรวจสอบอุบัติเหตุรถบรรทุก 10 ล้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 81-5255 จันทบุรี พุ่งชนประสานงากับรถปิกอัพโตโยต้า สีเทา ทะเบียน บร 8662 จันทบุรี บนถนนสายตามูล-คลองใหญ่ กม.ที่ 58-59 สภาพรถทั้ง 2 คันพังยับ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ศพ เป็นชายและหญิงชาวกัมพูชาไม่ทราบชื่อ อายุราว 35 ปี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 17 คน ถูกกระจายส่ง รพ.ใกล้เคียง สอบสวนทราบว่า รถปิกอัพขนแรงงานชาวกัมพูชากลับจากไปต่อใบอนุญาตทำงานที่ชายแดน อ.โป่งน้ำร้อน มุ่งหน้า อ.สอยดาว ส่วนรถบรรทุกมุ่งหน้าไปทางชายแดน ถึงที่เกิดเหตุเป็นทางแคบรถวิ่งสวนเลน อาจมีคันใดคันหนึ่งแซงกินเลนเข้ามาจนเกิดการชนประสานงากันขึ้น ตำรวจจะได้สอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง

แซงไม่พ้นชนประสานงา 2 ศพ

อีกรายเวลา 03.30 น. วันที่ 31 ธ.ค. พ.ต.ท.ธนัตถ์ มั่งมี สว.(สอบสวน) สภ.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ไปตรวจสอบอุบัติเหตุรถเก๋งฮอนด้าซีวิค สีน้ำเงิน ทะเบียน กพ7775 จันทบุรี พุ่งชนประสานงากับรถปิกอัพอีซูซุ สีน้ำเงิน ทะเบียน บจ 5294 ตราด บรรทุกผักมาเต็มคัน บนถนนสายตราด-คลองใหญ่ กม.ที่ 453 ในรถเก๋งพบศพ น.ส.ธรรมวรรณ ยินดี อายุ 32 ปี เสียชีวิตคาเบาะนั่งข้างคนขับ มีผู้บาดเจ็บ 2 คนถูกนำส่ง รพ.คลองใหญ่ เสียชีวิตในเวลาต่อมา อีก 1 คนชื่อ น.ส.ธิวา ทิพย์สงวน อายุ 35 ปี ส่วนนายธีราวุฒิ สงคราม อายุ 33 ปี คนขับอาการสาหัส ด้านรถปิกอัพคู่กรณีมีผู้บาดเจ็บ 2 คน ถูกนำส่ง รพ.ตราด สอบสวนทราบว่า รถเก๋งขับมุ่งหน้าเข้าเมืองตราด ถึงที่เกิดเหตุเร่งเครื่องแซงรถที่วิ่งอยู่ด้านหน้า มองไม่เห็นรถปิกอัพที่วิ่งสวนทางมาจึงพุ่งเข้าชนประสานงาอย่างจัง

ฟอร์จูนเนอร์ตายยกคัน 4 ศพ

ช่วงสายวันเดียวกัน ร.ต.อ.พิชิต ขาวสุวรรณ รอง สว. (สอบสวน) สภ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ไปตรวจสอบเหตุรถชนกันบนถนนสายเอเชีย 41 ขาล่องใต้ กม.ที่ 112-113 หน้าโรงงานชัยชนะน้ำมันปาล์ม พบรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียนป้ายแดง 7162 นครปฐม พลิกตะแคงชนต้นไม้ในร่องกลางถนน มีผู้เสียชีวิตคารถ 3 ศพคือนางบัวจร สุใจมุข อายุ 52 ปี น.ส.จิราพร สุใจมุข อายุ 31 ปี ลูกสาว และ ด.ญ.อัยลดา แก้วรากมุข อายุ 5 ขวบ และไปเสียชีวิตที่ รพ.ท่าชนะ อีก 1 ศพคือนายเสาร์แก้ว สุใจมุข อายุ 51 ปี คนขับ เป็นสามีของนางบัวจร ส่วนคู่กรณีเป็นรถปิกอัพอีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน ศฉ 2902 กรุงเทพมหานคร ยางล้อหน้าแตก พุ่งชนต้นไม้ริมถนน กระบะท้ายหลุดกระเด็น มีนายสุเทพ สุขสิงห์ 45 ปี คนขับ ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นสันนิษฐานว่ารถทั้ง 2 คันขับตามกันมาด้วยความเร็วสูง ถึงที่เกิดเหตุรถปิกอัพที่ขับนำหน้าเกิดยางระเบิด ถูกรถฟอร์จูนเนอร์พุ่งชนท้ายอย่างจังจนเสียหลักตกถนนพุ่งชนต้นไม้ทั้ง 2 คัน

2 หมื่นคนแน่นดอยอินทนนท์

ส่วนบรรยากาศการท่องเที่ยวทั่วไทยยังคึกคัก โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสานที่มีสภาพอากาศหนาวเย็น นักท่องเที่ยวแห่โต้ลมหนาวบนยอดดอยรอชมพระอาทิตย์ขึ้นแสงแรกของปีท่ามกลางทะเลหมอกสวยงาม นายรุ่ง หิรัญวงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เผยว่า ที่ยอดดอยเช้านี้อุณหภูมิ 6 องศาฯ นักท่องเที่ยวจำนวนมากเกือบ 2 หมื่นคนหลั่งไหลมาตั้งแต่เช้ามืด สภาพการจราจรขึ้นดอยเคลื่อนตัวได้เรื่อยๆ แต่หนาแน่นเป็นพักๆ โดยเฉพาะเวลามีรถเสียจอดกลางทาง ด้านนายบัญชา รามศิริ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง อ.แม่แตง เผยว่า จุดชมวิวกิ่วลมและลานกางเต็นท์ สภาพอากาศเปิด มองเห็นทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นสวยงามมากทั้งฝั่ง อ.แม่แตง และ อ.ปาย อุณหภูมิต่ำสุด 8 องศาฯ

จราจรหนึบ-กราบครูบาน้อย

นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ทยอยเข้ามาใน จ.เชียงใหม่ ทำให้การจราจรในตัวเมืองติดขัด เส้นทางที่ติดมากที่สุดเป็นเส้นทางขึ้นสู่ดอยต่างๆ โดยเฉพาะทางขึ้นดอยสุเทพที่นักท่องเที่ยวขึ้นไปนมัสการองค์พระบรมธาตุดอยสุเทพทำให้ต้องกำหนดเวลาขึ้นลง และอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวถึงเชียงใหม่แล้วต้องไปกราบนมัสการขอพรจากพระครูสิริศีลสังวร หรือครูบาน้อย เตชปัญโญ เกจิอาจารย์ดังล้านนา เจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล อ.สารภี ขอพรปีใหม่และขอให้ลงนะหน้าทองเพื่อเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ พร้อมกันนี้ครูบาน้อยกล่าวให้พรทุกคนโชคดีพ้นจากภัยไกลจากทุกข์ หลับก็เป็นสุข ตื่นก็เป็นสุขเงินไหลกองทองไหลมา ญาติโยมจงโชคดีในปีพุทธศักราช 2560 จงมีชัยมีโชคด้วยเทอญ

แห่ขึ้นภูรอดูแสงแรกแห่งปี

จ.เชียงราย แหล่งท่องเที่ยวชมทะเลหมอกในพื้นที่ อ.เทิง และ อ.เวียงแก่น ทั้งภูชี้ฟ้า ภูฟ้าไทย ภูชี้ดาว ภูชี้เดือน ดอยผาตั้ง และสวนเกษตร สวนโครงการหลวง มีนักท่องเที่ยวกางเต็นท์ใกล้จุดท่องเที่ยวริมถนนตลอดเส้นทาง ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นต่อเนื่อง หลายคนตั้งใจเคาต์ดาวน์ส่งท้ายปีตามจุดจัดงาน พร้อมทั้งรอดูพระอาทิตย์ขึ้นในเช้าวันที่ 1 ม.ค. ถือเป็นแสงแรกแห่งปี นายสนิท หอมนาน หัวหน้าวนอุทยานภูชี้ฟ้า เผยว่า อุณหภูมิบนยอดภู 6-7 องศาฯ อากาศเปิด ทุกจุดท่องเที่ยวมีทะเลหมอกใต้แสงพระอาทิตย์สวยงามสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยว อีกหนึ่งบรรยากาศที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง หน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน นักท่องเที่ยวมานั่งรอชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกกลางแม่น้ำโขงกันอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะที่สามเหลี่ยมทองคำ นักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปเที่ยวชมและไหว้พระขอพรปีใหม่ บางส่วนนั่งเรือชมทัศนียภาพสองฝั่งโขง ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นสดชื่นอุณหภูมิ 13 องศาฯ

พักผ่อนเล่นน้ำตกคลองลาน

อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองลาน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามติดอันดับของประเทศไทยที่มีน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงามคือน้ำตกคลองลาน ไหลลงมาจากหน้าผาสูง 95 เมตร มีประชาชนพาครอบครัวมาพักผ่อน ลงเล่นน้ำตามริมธารน้ำไหลอย่างสนุกสนาน และที่น้ำตกปางควาย ห่างจากน้ำตกคลองลาน 16 กม. เป็นน้ำตกอีกแห่งที่มีน้ำไหลตลอด บริเวณลานหญ้าริมลำธารน้ำที่ไหลลงมาจากน้ำตกใต้ต้นไม้ใหญ่มีการตั้งเต็นท์แล้วกว่า 100 หลัง ส่วน จ.พิษณุโลก ประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างเดินทางไปกราบไหว้พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ตั้งแต่เช้าต้องเปิดลานศาลากลางจังหวัดให้จอดรถเพื่ออำนวยความสะดวก ขณะที่ทางวัดจัดรถสองแถวเล็กบริการรับส่งฟรีพร้อมทั้งเปิดพระปรางค์ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปกราบไหว้

ไฮโซเมียนมาแห่เที่ยวแม่สอด

ตั้งแต่ช่วงเช้ามีบรรดาไฮโซหรือนักท่องเที่ยวชาวเมียนมาทั้งชายหญิงจำนวนมากเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวทั้งรถตู้รถเก๋งเข้ามาเที่ยวในเมืองแม่สอด จ.ตาก ทำให้บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา บ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด รถติดยาวเหยียดเพื่อรอทำพิธีการผ่านแดน โดยจุดหมายปลายทางของนักเที่ยวชาวเมียนมาส่วนใหญ่นิยมไปเที่ยวชมไหว้พระตามวัดและตามศาลเจ้าต่างๆ อาทิ ศาลเจ้าพ่อพะวอ ศิษย์เอกพระเจ้าตากตั้งอยู่ริมถนนสายแม่สอด-ตาก ห่างชายแดน 20 กม.มีนักท่องเที่ยวชาวเมียนมาเรือนหมื่นพากันมากราบไหว้เจ้าพ่อพะวอที่โด่งดังในความศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ส่งผลให้บริเวณรอบศาลเนืองแน่นไปด้วยรถทะเบียนเมียนมาจอดกันเต็มพื้นที่จนทะลักออกมาด้านนอกถนน

เขาใหญ่ทะลัก-เพิ่มที่กางเต็นท์

ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตั้งแต่ด่านทางขึ้นเขาใหญ่ทางด้าน ต.เนินหอม อ.เมืองปราจีนบุรี ไปถึงอุทยานฯ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากทำให้การจราจรคับคั่ง ส่วนบริเวณลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้และลานกางเต็นท์ลำตะคองมีนักท่องเที่ยวเข้าไปจับจองพื้นที่กางเต็นท์จนเต็มพื้นที่และไม่เพียงพอต่อจำนวนคน ทางอุทยานฯต้องเปิดจุดกางเต็นท์เพิ่มที่ลานเขาร่ม นายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรี เผยว่า ขอเตือนนักท่องเที่ยวถ้าพบช้างป่าที่เดินตามถนนให้จอดรถและสตาร์ตเครื่องติดไว้ เตรียมพร้อมตลอดเวลา เว้นระยะห่างประมาณ 30 เมตร แต่ถ้าพบช่วงเวลากลางคืนอย่าบีบแตร เปิดไฟสูง สังเกตถ้าช้างเดินเข้าป่า ส่ายหางไปมาแสดงว่าช้างอารมณ์ดีและขอความร่วมมือเชื่อฟังเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ

ไทย-ลาวร่วมบุญพระธาตุพนม

ที่ จ.นครพนม ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวแห่ไปทำบุญตามวัดสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม ที่ตั้งองค์พระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง คลาคล่ำไปด้วยประชาชนทั้งชาวไทยและชาวลาวเดินทางมาทำบุญสักการะบูชาขอพรรับโชคในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่จนแน่นวัด และในช่วงเย็นวันเดียวกัน เริ่มกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ วิถีพุทธ เริ่มต้นดี ชีวิตดี บรรดาพุทธศาสนิกชนพร้อมใจกันนุ่งขาวห่มขาวมาร่วมพิธี เพื่อน้อมจิตอธิษฐานขอพรพระธาตุพนม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว

แก้บน–สักการะขอพรคุณย่าโม

ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (คุณย่าโม) ถนนราชดำเนิน กลางเมืองนครราชสีมา มีนักท่องเที่ยวและประชาชนจำนวนมากไปกราบสักการะขอพรท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ท่ามกลางสภาพอากาศเย็นสดชื่น อุณหภูมิ 21 องศาฯ มีเมฆมาก นอกจากนี้ประชาชนจำนวนมากยังว่าจ้างคณะหมอเพลงโคราช เพื่อร้องเพลงโคราชแก้บน ที่เคยบนบานขอพรคุณย่าโมเอาไว้ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก และยังส่งผลให้การจราจรบนถนนโดยรอบติดขัดตลอดสายลามไปถึงทั่วตัวเมือง

หนาวจัดก่อไฟผิงจนถึงเที่ยงวัน

จ.อุดรธานี นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางสัมผัสอากาศหนาวบนภูฝอยลม บ้านทับกุง ต.ทับกุง อ.หนองแสง ต่างแวะเที่ยวชมสวนสตรอเบอรี่ฟาร์ม “บาย ธ.อุดม” ที่เป็นของเกษตรกรจากชาวเขาเผ่าม้ง อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ มาเช่าพื้นที่ปลูกสตรอเบอรี่จำนวน 8 ไร่ และสตรอเบอรี่จำนวนมากกำลังออกผล ส่วนใหญ่เป็นสตรอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน 80 รวมทั้งยังมีการนำพันธุ์สตรอเบอรี่พันธุ์ต่างประเทศมาทดลองปลูกในพื้นที่ด้วย ส่วน จ.ศรีสะเกษ สภาพอากาศที่หนาวเย็นทำให้ชาวบ้านกุดโง้ง หมู่ 10 ต.โพนข่า อ.เมืองศรีสะเกษ ช่วงกลางวันอากาศยังหนาวจัด จนชาวบ้านต้องออกมานั่งล้อมวงก่อไฟผิงกันจนถึงเที่ยงวัน

พนง.สวนสัตว์อุบลฯแต่งแฟนซี

นายสัตวแพทย์วันชัย ตันวัฒนะ ผอ.สวนสัตว์อุบลราชธานี นำพนักงานเจ้าหน้าที่จัดกิจกรรม “คนเลี้ยงสัตว์ สัตว์เลี้ยงคน” เป็นกิจกรรมส่งสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ พนักงาน และบุคลากรของสวนสัตว์ต่างแต่งกายชุดแฟนซีของตัวการ์ตูนจากเทพนิยาย อาทิ สโนไวท์ เซเลอร์มูน ฟาห์โร โจ๊กเกอร์ แม่นาค ซานตาคลอส และมาริโอ้ เดินแจกของขวัญของชำร่วยปีใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวชมสวนสัตว์ รวมทั้งตัวการ์ตูนแฟนซีจากเทพนิยายเหล่านี้ยังนำอาหารไปป้อนให้กับสัตว์ที่อยู่ภายในสวนสัตว์ สร้างบรรยากาศความสุขสนุกครื้นเครง

รอรับแสงแรกก่อนใครในสยาม

นักท่องเที่ยวนับหมื่นคนต่างหลั่งไหลขับรถมุ่งหน้าขึ้นอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี เพื่อจับจองพื้นที่กางเต็นท์รอรับแสงตะวันแรกของปี 2560 ก่อนใครในสยาม ส่วนใหญ่ต่างเดินทางมาเป็นหมู่คณะพร้อมนำอาหารโดยเฉพาะประเภทปิ้งย่างมาทำกินกันอย่างสนุกสนาน เจ้าหน้าที่อุทยานและตำรวจสนธิกำลังตั้งจุดตรวจรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะขาเข้าอุทยานฯ ตรวจสอบจำนวนคนที่มาในรถแต่ละคันพร้อมติดป้ายประกาศห้ามรถแต่งเครื่องเสียง ห้ามนำพลุ โคมลอย ดอกไม้ไฟ ภาชนะโฟม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าอุทยานฯเด็ดขาด

กราบไหว้ขอพรหลวงพ่อพระใส

ที่วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อ.เมืองหนองคาย มีประชาชนนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปกราบไหว้ขอพรจากองค์หลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวหนองคายและชาวลาวเลื่อมใสศรัทธา พากันกราบขอพร ทำบุญถวายสังฆทาน ถวายปัจจัยทำนุบำรุงวัด เป็นการขอพรสิ่งดีๆให้เข้ามาในชีวิตรับศักราชใหม่ ตามด้วย จ.ตราด บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลตามเกาะต่างๆ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาพักผ่อนและเคาต์ดาวน์จำนวนมาก ทำให้ที่บริเวณท่าเทียบเรือที่จะเดินทางไปตามเกาะต่างๆ เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว

ลงเรือไปเคาต์ดาวน์เกาะหลีเป๊ะ

ที่ท่าเทียบเรือปากบารา อ.ละงู จ.สตูล เป็นท่าเทียบเรือไปสู่เกาะแก่งต่างๆในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา เช่น เกาะหลีเป๊ะ อาดัง ราวี เกาะไข่ รวมทั้ง เกาะตะรุเตา และเกาะอื่นๆ มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ แห่ไปลงเรือกันอย่างคึกคักเพื่อไปร่วมเคาต์ดาวน์ที่เกาะหลีเป๊ะ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ จ.สตูล เฉพาะวันที่ 31 ธ.ค. วันเดียวมีนักท่องเที่ยวลงเรือไปเกาะหลีเป๊ะประมาณ 1,000 กว่าคน และก่อนหน้านี้ 2-3 วัน มีนักท่องเที่ยวลงไปก่อนแล้ว 3,000-4,000 คน โดยมีทหารเรือ เจ้าท่าภูมิภาค จ.สตูล และตำรวจ สภ.ละงู คอยดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวก

อุตุฯเตือนภาคใต้ฝนกระหน่ำ

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ “อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักถึงหนักมากภาคใต้ตอนล่าง และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย” ว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมประเทศไทย ภาคใต้และอ่าวไทย ประกอบกับในช่วงวันที่ 31 ธ.ค.59 ถึง 3 ม.ค.60 จะมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ตอนล่างและประเทศมาเลเซีย ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก สำหรับภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในบางพื้นที่ระหว่างวันที่ 1-3 ม.ค. ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง มีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งระวังอันตราย ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 4 ม.ค.

เหนือยังหนาวแถมฝน-ลูกเห็บ

กรมอุตุฯแจ้งด้วยว่า ช่วงวันที่ 1-3 ม.ค. จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือตอนบน ทำให้มีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน และลำปาง สำหรับบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทย และจะปกคลุมจนถึงวันนี้ (31 ธ.ค.) ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นทั่วไป อุณหภูมิจะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ส่วนบริเวณเทือกเขาในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-8 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงในระยะนี้

ทั่วโลกฉลองปีใหม่ต่อเนื่อง 26 ชม.

ส่วนบรรยากาศการเฉลิมฉลองส่งท้ายเก่าต้อนรับปีใหม่ทั่วโลกเป็นไปอย่างคึกคัก ต้องใช้เวลาเฉลิมฉลองต่อเนื่องถึง 26 ชม. เพราะทั่วโลกมีโซนเวลาต่างกันถึง 39 โซน ขณะที่ในหลายประเทศที่เผชิญภัยคุกคามจากการก่อการร้ายใช้มาตรการคุมเข้มเป็นพิเศษ โดยประเทศแรกที่เริ่มเฉลิมฉลองคือหมู่เกาะซามัวและตองกาในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ ซึ่งเวลาเร็วกว่าประเทศไทย 7 ชม. ตามด้วยนิวซีแลนด์ ซึ่งเวลาเร็วกว่าไทย 6 ชม. และออสเตรเลีย เวลาเร็วกว่าไทย 4 ชม. ส่วนจุดที่เฉลิมฉลองเป็นที่สุดท้ายของโลกคือหมู่เกาะไมเนอร์ เอาต์ไลอิงของสหรัฐฯ

นครซิดนีย์จุดพลุไฟกว่า 7 ตัน

ที่ออสเตรเลีย ไฮไลต์อยู่ที่อ่าวซิดนีย์ นครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ มีการจุดพลุไฟกว่า 7 ตัน คาดว่ามีผู้ไปร่วมฉลองถึง 1.5 ล้านคน ทางการระดมตำรวจพิเศษถึง 2,000 นาย รักษาความปลอดภัย ใช้รถบรรทุกขยะไปปิดกั้นย่านถนนคนเดินสำคัญๆ หลังเกิดเหตุผู้ก่อการร้ายขับรถบรรทุกพุ่งชนฝูงชนที่กรุงเบอร์ลินในเยอรมนีและในเมืองนีซในฝรั่งเศส ตำรวจออสเตรเลียยังเพิ่งจับกุมชายคนหนึ่งที่โพสต์ข้อความข่มขู่ในโซเชียลมีเดียว่าจะโจมตีงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ซิดนีย์ และทลายแผนของแนวร่วมกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่จะโจมตีงานฉลองวันคริสต์มาสที่เมืองเมลเบิร์น

ยุโรปคุมเข้ม-ผวาก่อการร้าย

ส่วนที่เยอรมนี มีการระดมตำรวจพิเศษหลายร้อยนายคุมเข้มที่กรุงเบอร์ลิน หลังเกิดเหตุผู้ก่อการร้ายขับรถบรรทุกบดขยี้ฝูงชนที่ตลาดคริสต์มาสในเบอร์ลินเมื่อ 19 ธ.ค. มีผู้เสียชีวิต 12 คน บาดเจ็บ 49 คน ส่วนฝรั่งเศสระดมตำรวจทหารเกือบ 100,000 นายคุมเข้มทั่วประเทศ หลังเหตุโจมตีด้วยรถบรรทุกที่เมืองนีซ และเหตุโจมตีกรุงปารีส 6 จุด เมื่อ 13 พ.ย.58 มีผู้เสียชีวิตถึง 130 คน ที่อิตาลีระดมตำรวจคุมเข้มรอบสนามกีฬาโคลีเซียมและจัตุรัสเซนต์ ปีเตอร์ส ในกรุงโรม ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิกทำพิธีมิสซาในเวลาเที่ยงคืนวันที่ 31 ธ.ค. และที่รัสเซีย กำลังตำรวจคุมเข้มทั่วกรุงมอสโก โดยที่จัตุรัสแดง อนุญาตให้เฉพาะผู้ได้รับเชิญไปร่วมฉลองแค่ 6,000 คน ที่กรุงลอนดอนในอังกฤษ ระดมตำรวจคุมเข้มการเฉลิมฉลองที่ริมแม่น้ำเทมส์ซึ่งมีการจุดพลุไฟรอบชิงช้ายักษ์ลอนดอน อายส์

อิรักบึมพลีชีพส่งท้ายปี 30 ศพ

ส่วนการเฉลิมฉลองจุดพลุไฟและปล่อยลูกบอลคริสตัลยักษ์ที่จัตุรัสไทม์ส สแควร์ ในนครนิวยอร์กในสหรัฐฯ มีการระดมตำรวจ 7,000 นาย ใช้รถบรรทุก 165 คันไปจอดเป็นกำแพงป้องกันการโจมตีด้วยรถบรรทุกเช่นกัน คาดว่ามีฝูงชนกว่า 1 ล้านคนไปร่วมเฉลิมฉลอง ด้านรัฐบาลอิสราเอลแถลงเตือนพลเมืองของตนให้ระวังภัยผู้ก่อการร้ายโจมตีนักท่องเที่ยวและเป้าหมายของชาวตะวันตกในอินเดีย ส่วนที่อิรัก เกิดเหตุโจมตีด้วยระเบิดพลีชีพในตลาด 2 แห่งกลางกรุงแบกแดด เมื่อ 31 ธ.ค. มีผู้เสียชีวิตเกือบ 30 คน บาดเจ็บกว่า 50 คน คาดว่าเป็นฝีมือกลุ่มไอเอส ส่วนการเฉลิมฉลองในจีน ทั้งที่กรุงปักกิ่งและมหานครเซี่ยงไฮ้ มีขึ้นท่ามกลางมาตรการคุมเข้ม ขณะที่ในเกาหลีใต้ การเฉลิมฉลองมีขึ้นควบคู่กับการเดินขบวนเป็นสัปดาห์ที่ 10 มีผู้เข้าร่วมหลายแสนคนเพื่อเรียกร้องให้ประธานาธิบดีปัก กึนเฮ ลาออก ในข้อหาคอร์รัปชั่น ปล่อยให้เพื่อนสนิทก้าวก่ายกิจการรัฐบาลและแสวงหาผลประโยชน์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้