วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตะลุยโลกใบใหญ่ 01/01/60

ตะลุยโลกใบใหญ่ 01/01/60

  • Share:

“...โครงการนี้ไม่มีในโลก แบบนี้ ที่ทำงานกันอย่างอุตลุดแต่ว่าไม่เอาสตางค์ ถ้าเอาสตางค์อย่างที่เอาเมื่อกี้ ก็เอามาสำหรับกิจการโดยตรง ไม่มีรั่วไหล ฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่เราควรชื่นชมมากก็คือ การที่เราทำสิ่งหนึ่งที่พิเศษ ที่ไม่เหมือนที่ไหนในโลก จึงสมชื่อที่ว่า เป็นโครงการสารานุกรมไทย เพราะว่าเป็นแบบไทย...”

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานในงานวัน“โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราช ประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ณ โรงแรมไฮแอท เซ็นทรัลพลาซา เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2526

เริ่มต้นศักราชใหม่ 2560 “พี่ม้ามังกร” ขออัญเชิญพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เกี่ยวกับที่มาของ โครงการสารานุกรมไทยฯ เพื่อเป็นสิริมงคลสำหรับน้องๆ เด็กๆ และเยาวชนไทย และเพื่อที่เราทุกคนจะได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ซึ่งทรงห่วงใยเด็ก เยาวชน และคนไทย ที่ไม่มีแหล่งค้นคว้าหาความรู้ที่เพียงพอ

จุดเริ่มต้นของ โครงการสารานุกรมไทย โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นั้น ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และกรรมการ โครงการสารานุกรมไทยฯ เล่าไว้ใน งานเปิดตัวหนังสือสารานุกรมไทยฯ เล่มที่ 40 เมื่อเดือนเมษายน 2559 ในงานสัปดาห์หนังสือแห่ง ชาติ ครั้งที่ 44 ที่ศูนย์การ ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่า “เมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว พระ องค์ทรงมีรับสั่งว่า ครั้งทรงพระเยาว์ ขณะทรงศึกษา ในโรงเรียนประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อทรงไปเจอเรื่องยากๆไม่เข้าใจ พระองค์สามารถไปหาหนังสือ Encyclopedia ที่ห้องสมุด เพื่อหาข้อมูลในเรื่องต่างๆ จึงทรงห่วงว่าเด็กไทย หากอยากรู้เรื่องอะไร จะทำอย่างไร จึงทรงมีพระราชดำริให้จัดทำโครงการนี้ขึ้น เพราะทรงอยากให้เด็กเยาวชนไทยมีหนังสืออ่านอ้างอิง”

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ทรงปรารภเรื่องการจัดทำสารานุกรมตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2506 แต่ยังมิได้แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน จนกระทั่งปี 2511 จึงมีคณะกรรมการดำเนินงาน และได้เข้าเฝ้าฯที่วังสวนจิตรลดา ในปี 2512 โดยพระราชทานแนวทางการดำเนินงาน และวิธีการวางเรื่อง โดยแบ่งเนื้อหาต่างๆเป็น 3 ระดับความรู้ หรือ 3 ขั้น ขั้นแรก เป็นตัวอักษรขนาดใหญ่ เนื้อหาสำหรับเด็กเล็กอ่านเข้าใจ ขั้นที่สอง เป็นหัวข้อขยายสำหรับเด็กอายุ 12-14 อ่านเข้าใจ และขั้นที่สาม มีเนื้อหารายละเอียดสำหรับเด็กโตรวมไปถึงผู้ใหญ่ เพื่อให้บิดามารดาสามารถใช้หนังสือนี้เป็นเครื่องมือแนะนำวิชาแก่บุตรธิดา และให้พี่แนะนำวิชาแก่น้องเป็นลำดับลงไป

สารานุกรมไทยฯ เล่มที่ 1 จัดพิมพ์แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2516 มี 9 เรื่อง คือ ดวงอาทิตย์ อุปราคา ท้องฟ้ากลางคืน นก ปลา เครื่องจักรกล พลังงาน อากาศยานและ ดนตรีไทย จนถึงปัจจุบันมีสารานุกรมไทยฯ จัดพิมพ์แล้ว เสร็จเป็นเล่มที่ 40 ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับ พิพิธภัณฑสถาน รางวัลซีไรต์ นกเงือกไทย เห็ด การ โคลนนิ่งสัตว์ แร่เหล็ก การใช้เลเซอร์ในทาง การแพทย์ ไข้ออกผื่น และโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

ในการจัดทำสารานุกรมไทยฯ คณะกรรมการจัดทำฯจะพิจารณาคัดเลือกหัวข้อ หรือเรื่องใหม่ๆที่เหมาะสมในปีนั้นๆ เช่น ปี พ.ศ.2547 ที่ประเทศไทยประสบกับเหตุการณ์คลื่นสึนามิเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ในเวลานั้นคนไทยอาจจะเรียกได้ว่าไม่มีใครเคยรู้จักคลื่นสึนามิมาก่อน สารานุกรมไทยฯ เล่มที่ 30 ซึ่ง พิมพ์ เผยแพร่ในปี พ.ศ.2548 ก็มีหัวข้อเรื่องสึนามิอยู่ด้วย โดยอธิบายความหมายของคลื่นนี้ตามลำดับความเข้าใจให้น้องๆเด็กเล็กอ่าน เด็กรุ่นกลางและผู้ใหญ่อ่านพร้อมภาพประกอบซึ่งแสดงให้เห็นว่า น้องๆอ่านเนื้อหาของสารา- นุกรมไทยฯแล้วไม่ตกยุคแน่นอน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล ทั้งทรงห่วงใยพสกนิกรทุกกลุ่มอายุ และยังทรงเล็งเห็นว่า สารานุกรมไทยฯ จะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสืบสานมรดกไทยไว้ให้ลูกหลานสืบไป ดังพระราช ดำรัสอีกตอนหนึ่ง ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2526 ว่า

“...ขอเล่าถึงความรู้สึกที่มีตอนหนึ่ง เวลาไปแจกปริญญา คราวที่แล้วก็เป็นของสถาบันเทคนิคพระจอมเกล้านั่งๆดู นั่งๆแจกปริญญา คิดๆอยู่ว่า ผู้ที่นั่งอยู่ข้างล่าง ที่ขึ้นมารับปริญญานี้ เด็กๆกว่าเราทั้งนั้น แม้จะอาจารย์มากหลายคน ส่วนใหญ่ก็เด็กกว่าเราทั้งนั้น เราก็อายุมากขึ้น แล้วเราก็อยู่ค้ำฟ้าไม่ได้ พวกที่มารับปริญญานี้ หรือผู้ที่อายุน้อยกว่าเราก็ต้องรับมรดก รับสิ่งที่มีอยู่ในประเทศเดี๋ยวนี้ แล้วก็รักษาไว้ และเสริมสร้างต่อไป ความจริงเราทำหน้าที่แล้ว สร้างขึ้นมาแล้ว ก็เป็นเรื่องของอนุชนรุ่นหลังที่จะรักษา แต่ถ้าไม่มีอุปกรณ์ หรือไม่ได้ฝึกฝนอบรม ไม่ได้ขัดเกลา เขาจะรับหน้าที่เหล่านี้ไม่ได้ ถ้ารับหน้าที่เหล่านี้ไม่ได้ ทั้งวิชาการ ทั้งคุณธรรม ไม่มี คนอื่นที่อาจจะมีความเฉลียวฉลาดมาก ก็อาจจะมาสวมรอยเอาไปจากผู้ที่ควรจะได้รับ แล้วก็จะเป็นสิ่งที่น่าเสียดายที่สุด เพราะว่าเราได้สร้าง เราคือประชาชนในเมืองไทย ที่ได้มีอายุมากในปัจจุบัน หรือที่ล่วงลับไปแล้วได้สร้างขึ้นมาให้ถ่ายทอดไปถึงอนาคตต่อไปอนุชนรุ่นหลังก็ต้องถ่ายทอดบ้าง ฉะนั้น โครงการสารานุกรมนี้ก็เป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งสำหรับให้สามารถถ่ายทอดความรู้ นอกจากความรู้ ก็วัฒนธรรม และคุณธรรมต่างๆให้แก่ผู้ที่จะมาภายหลัง...”

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไว้ให้เป็นสมบัติของชาติ

ยิ่งเด็กและเยาวชนไทย “อ่านสารานุกรมไทยฯมากเท่าไร ก็เหมือนเราได้ยิ่งเข้าใกล้พระองค์อันเป็นที่รักของเรามากขึ้นเท่านั้น”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้