วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แลหน้าการเมือง 2560 : ปีตัวแปรอำนาจ

แลหน้าการเมือง 2560 : ปีตัวแปรอำนาจ

  • Share:

วันแรกของศักราชใหม่ 1 มกราคม ส่วนใหญ่ทั่วโลกถือเอาเป็นวันเริ่มต้นการดำเนินชีวิตใหม่และกิจกรรมทั้งหลายทั้งปวง

ยึดเอาฤกษ์งามยามดีปฏิทินนับหนึ่ง

“ทีมการเมืองไทยรัฐ” จึงขอใช้โอกาสในวันเริ่มต้นปีใหม่ 2560 มองไปข้างหน้า ประเมินสถานการณ์ วิเคราะห์แนวโน้มการเมืองที่จะเป็นไปใน 365 วันจากนี้

ซึ่งเป็นปีที่เรายอมรับเลยว่า คาดการณ์อนาคตได้ยาก

เนื่องจากสถานการณ์ที่จะโยงเป็นเงื่อนไขกัน ระหว่างกระบวนการตามโรดแม็ปของรัฐบาล คสช.ในห้วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ กับ

พระราชพิธีสำคัญที่ต่อเนื่องกับการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ประเทศไทยรอบ 70 ปี

เป็นอะไรที่ต้องปรับได้ตามความเหมาะสม

ในอารมณ์แบบที่คนระดับคีย์แมนของรัฐบาล คสช.อย่างนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแพลมไต๋เป็นเชิงเคลียร์สถานการณ์ล่วงหน้า

โรดแม็ปรัฐบาลที่วางไว้อาจมีตัวแปร

แม้ในเบื้องต้นยังยืนยันว่าจะเลือกตั้งในปี 2560 แต่ปัจจัยพลิกผันเป็นสิ่งมองไม่เห็น

มันจึงเป็นอะไรที่ต้องประเมินกันแบบวันต่อวัน เดือนต่อเดือน

และถึงนาทีนี้บรรยากาศความอาลัยก็ยังไม่จาง ประชาชนคนไทยก็ยังคิดถึง “พ่อ” ทุกวัน

ดังภาพที่พสกนิกรจากทั่วประเทศยังคงเดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างไม่ขาดสาย ต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยที่สำนักพระราชวังยังไม่มีกำหนดการปิดการถวายสักการะ

เปิดโอกาสให้ลูกๆชาวไทยได้เข้ากราบ “พ่อ” อย่างใกล้ชิดเป็นครั้งสุดท้าย

ขณะที่การจัดสร้างพระเมรุมาศและบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ที่มีการตอกหมุดกึ่งกลางพระเมรุมาศ และมีพิธีบวงสรวงบูรณะราชรถ พระยานมาศ เพื่อใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม 2559

ตามกำหนดกรุงเทพมหานครจะสามารถส่งมอบพื้นที่สนามหลวงให้กับกรมศิลปากร เพื่อจัดสร้างพระเมรุมาศได้ไม่เกินวันที่ 10 มกราคม 2560 โดยที่ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการจัดสร้างพระเมรุมาศจะเสร็จสิ้นไม่เกินเดือนกันยายนปีนี้

นี่คืองานสำคัญสุดของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า

เพื่อถวายพระเกียรติพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลก

ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อประเมินเงื่อนเวลาในการจัดสร้างพระเมรุมาศที่จะเสร็จสิ้นในเดือนกันยายน 2560 ก็ถือว่าใกล้เคียงกับสถานการณ์โรดแม็ป คสช.

ที่วางคิวปล่อยเลือกตั้งปลายปี 2560

แน่นอน นี่คือจุดหนึ่งที่อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม

ในอารมณ์ที่รู้สึกกันได้ การหาเสียงน่าจะขัดกับบรรยากาศในห้วงเวลาพระราชพิธีสำคัญ

ประกอบกับสัญญาณร้อนแรงที่เริ่มตั้งเค้าป่วนกระบวน การขั้นตอนการจัดทำกฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญที่จะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการหลังจากรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ อย่างช้าสุดตามปฏิทินโรดแม็ปคือวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560

แต่ส่อเค้าวุ่นตั้งแต่มีการปล่อยพิมพ์เขียวเบื้องต้นออกมาหยั่งกระแส

ในอาการแบบที่พรรคการเมืองทั้งยี่ห้อเพื่อไทย ทั้งค่ายประชาธิปัตย์ โวยวาย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่ทำให้พรรคการเมืองตั้งยาก ล้มง่าย

จงใจ “จ่ายยาแรง” ทำแท้ง “นักเลือกตั้งอาชีพ”

ขณะที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ถูกตั้งแง่จากพรรคเพื่อไทยเป็นการจ้องล้างบางลูกข่าย “ทักษิณ” ส่วนประชาธิปัตย์ก็ดักคอการเปิดทางให้นายกฯคนนอก กติกาใหม่ถูกออกแบบมาเอื้อประโยชน์นักลากตั้ง
นักการเมืองไม่ยอมสูญเสียผลประโยชน์ง่ายๆ

ดิ้นสู้ยาแรงแบบสุดกำลังแน่

หรือแม้แต่ขุมข่ายบุคลากรองค์กรอิสระเอง ทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ตั้งท่าไม่เอาด้วยกับยุทธการเซ็ตซีโร่ เงื่อนไขแฝงใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระ
อาจทำให้ต้องกลับไปเริ่มจากศูนย์นับหนึ่งสรรหากันใหม่

ต่างฝ่ายต่างหวงสถานะทางอำนาจ ยังไงก็หนีไม่พ้นปรากฏการณ์ “ตะลุมบอน”

ตามเงื่อนเวลาบังคับที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานและทีมงานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะต้องตรา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ จำนวน 10 ฉบับ ภายในเวลา 240 วัน หรือ 8 เดือน

ประกอบด้วย 1.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 3.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง

4.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 5.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 6.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

7.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน 8.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 9.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน 10.พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
ปมกฎหมายลูกจะกระตุกอุณหภูมิการเมืองให้ร้อนตลอดเวลา

ในจังหวะที่พรรคการเมืองจะต้องขยับแข้งขยับขา ตามวิสัยธรรมชาติของนักเลือกตั้งอาชีพที่ต้องเร้าบรรยากาศในห้วงท้ายของโรดแม็ปไปสู่การเลือกตั้ง

อย่างน้อยก็ต้องกดดัน คสช.ให้ปลดล็อกกฎเหล็ก ปล่อยไฟเขียวทำกิจกรรมทางการเมืองได้

ตามรูปการณ์แรงกระแทกระหว่างนักการเมืองกับฝ่ายคุมอำนาจพิเศษจะต้องหนักหน่วงขึ้นตามเงื่อนไขสถานการณ์ท้ายเทอมรัฐบาล คสช.

จ่อเป็นชนวน พร้อมลามติดไฟ กระตุกสถานการณ์ต่อต้านอำนาจรัฐบาลทหาร

ยกระดับแรงกระเพื่อมภายในประเทศ

ขณะที่สถานการณ์ด้านภายนอกประเทศก็ยังติดล็อกเงื่อนไขประชาธิปไตยกติกาสากล แรงกดดันจากนานาชาติยังคงไม่ลดระดับมาตรการแซงก์ชั่นรัฐบาลทหารของประเทศไทย

ถ้ายังไม่มีการเลือกตั้ง ก็ยังไม่คืนสู่ภาวะปกติ

นั่นก็หมายถึงตัวเลขการส่งออก ภาวะการลงทุนที่ยากจะกระเตื้อง

และโดยผลกระทบต่อเนื่องที่เลี่ยงไม่พ้นแรงกดทับทางเศรษฐกิจที่มาซ้ำสถานการณ์ความยากลำบากในการกู้สถานการณ์ความเดือดร้อนปากท้องชาวบ้าน

อาการเศรษฐกิจภายในประเทศยังต้องกระตุ้นชีพจรตลอดเวลา

เพิ่มโจทย์ยากๆหินๆให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ที่เดินหน้าอัดฉีดมาตรการลด แลก แจก แถม กระตุ้นการใช้จ่ายภายในแล้วหลายรอบ

ทำข้อสอบแบบให้พอผ่านสถานการณ์เฉพาะหน้าไปเท่านั้น

และถึงขั้นที่มีการปรับ ครม.เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ขยับทีมรัฐมนตรีในสังกัด นายสมคิดได้โอกาสจัดทีมเศรษฐกิจใหม่ให้ลงล็อกถูกฝาถูกตัว

ก็ยังไม่มีเสียงตอบรับสักเท่าไหร่

นั่นก็เพราะสภาพแท้จริงรัฐมนตรีทหารยังนั่งอยู่เต็ม ครม.

ที่แน่ๆตามคิวที่รออยู่ข้างหน้า สินค้าทางการเกษตรที่จะทยอยออกสู่ตลาดตามฤดูกาลทั้งข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา โดยสถานการณ์ที่มโนได้กับภาพของชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ แทรกแซงราคาจากภาวะตลาดโลกตกต่ำ

ซึ่งนั่นก็สวนทางกับภาวะ “ถังแตก” รัฐบาลมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณที่จะอุดหนุน

โดยสถานการณ์วุ่นๆก็จะพัฒนาไปถึงการเคลื่อนไหวของม็อบเกษตรกร

ถ้าไม่ควบคุมให้ดีก็พร้อมลามไปสมทบกับเงื่อนไขทางการเมือง

ตามท้องเรื่องที่กระแสจะไหลไปรวมกันเป็นคำตอบสุดท้าย ในการกดดัน “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.

เรียกร้องให้รัฐบาลทหาร คสช.คืนอำนาจเลือกตั้ง

เพื่อกู้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ

ปลดล็อกเงื่อนไขแซงก์ชั่นจากนานาชาติ

ตามเงื่อนไขสถานการณ์ยังอาจจะคาบเกี่ยวไปถึงการที่ต้องมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งมาต้อนรับผู้นำระดับโลกที่จะเดินทางมาร่วมพระราชพิธีสำคัญของประเทศไทย

การเมือง เศรษฐกิจ ต่างประเทศ ในวงเล็บบรรยากาศพระราชพิธี

นี่คือ “ตัวแปร” ที่อาจทำให้โรดแม็ปต้องปรับตามสถานการณ์

โดยความเป็นไปในปี 2560 จึงถือเป็นห้วงเวลาวัดใจ พล.อ.ประยุทธ์ ในจุดที่ต้องเผชิญความยากลำบากในการบริหารประเทศ ภายใต้เงื่อนไขที่หลายอย่างเพิ่งเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ประเทศไทยรอบ 70 ปี

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องไม่ลืมว่า ปี 2560 ก็ยังอยู่ในห้วงสถานการณ์อำนาจพิเศษ

พล.อ.ประยุทธ์ยังคงสถานะเป็น “รัฏฐาธิปัตย์” เต็มขั้น

มาตรา 44 ยังทรงอิทธิพล

เป็นดาบสารพัดนึกที่งัดมาใช้ผ่าทางตันได้ทุกสถานการณ์.

“ทีมการเมือง”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้