วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พระพุทธรูป "ในหลวง รัชกาลที่ ๙" ทรงสร้างเพื่อผองไทย พระพุทธนวราชบพิตร

พระพุทธรูป "ในหลวง รัชกาลที่ ๙" ทรงสร้างเพื่อผองไทย พระพุทธนวราชบพิตร

  • Share:

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี กรุงรัตนโกสินทร์

ตลอดระยะเวลาที่พระองค์ทรงครองสิริราชสมบัติ 70 ปี พระองค์ทรงงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อให้พสกนิกรของพระองค์ได้กินดี อยู่ดี มีอาชีพ และอยู่อย่างพอเพียง เพื่อนำไปสู่การมีความสุขที่ยั่งยืน

ทั้งอีกสิ่งหนึ่งที่พระองค์ทรงไม่เคยมองข้ามก็คือ การทำให้พสกนิกรของพระองค์มีที่พึ่ง และที่ยึดเหนี่ยวทางใจ

พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ทรงเป็นพุทธมามกะ สิ่งมงคลสักการะที่ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” โปรดเกล้าฯให้จัดสร้างขึ้น จึงเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจให้กับพุทธศาสนิกชน

ซึ่งในจำนวนสิ่งมงคลสักการะที่พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้น และเสด็จฯ เททองนั้น มีเพียงไม่กี่องค์ที่พระองค์ทรงออกแบบด้วยพระองค์เอง

เนื่องในวันเริ่มต้นปี “ไก่มงคล” 1 มกราคม พ.ศ.2560

“ทีมข่าวศาสนา” ถือเป็นโอกาสอันดีในการอัญเชิญสิ่งมงคลสักการะที่ พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงออกแบบ และสร้างขึ้นด้วยพระหัตถ์ของพระองค์ มาให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยได้ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ และเพื่อความเป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิตรับปีใหม่ 2560

พระพุทธรูปปางประทานพร ภปร. พระพุทธรูปองค์แรกที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2506 เพื่อพระราชทานประดิษฐานยังวัดเทวสังฆาราม จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นวัดที่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทับเมื่อครั้งบรรพชาเป็นสามเณร และอุปสมบทเป็นพระภิกษุ

ต่อมา พ.ศ.2508 พระองค์ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระพุทธรูปดังกล่าวขึ้นอีก โดยพระองค์ทรงออกแบบเอง ทั้งทรงมีแนวพระราชดำริให้กับช่างผู้ปั้นว่า “พระพุทธรูปปางประทานพรควรมีพุทธลักษณะเข้มแข็ง แต่ไม่แข็งกระด้าง อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ และให้ดูมีเมตตา ใครที่ชมพระพุทธรูปองค์นี้ ถ้ามีจิตใจอ่อนไหว ก็ให้มีจิตใจเข้มแข็งขึ้น และมีความรู้สึกสงบเยือกเย็นสุขุม”

โดยที่ผ้าทิพย์ประดิษฐานอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร.และที่ฐานรองพระบัลลังก์ พระราชทานให้จารึกเป็นอักษรบาลี ว่า “ทยฺยชาติยา สามฺคคิยํ สติสญฺชาเนน โภชิสิยํ รกฺขนฺติ” มีความหมายว่า “คนชาติไทยจะรักษาความเป็นไทยอยู่ได้ ด้วยมีสติสำนึกอยู่ในความสามัคคี”

และเดือน ส.ค.2508 “ในหลวง รัชกาลที่ 9” มีพระราชดำริ สร้างพระพิมพ์ส่วนพระองค์ ทรงโปรดเกล้าฯให้แกะแบบแม่พิมพ์ด้วยหินลับใบมีดโกนแล้วหล่อเป็นปูนปลาสเตอร์ จากนั้นทรงทำแม่พิมพ์ด้วยขี้ผึ้ง แล้วทรงบรรจุผงศักดิ์สิทธิ์ต่างๆซึ่ง พระองค์มีพระราชประสงค์จะนำพระพิมพ์ดังกล่าวบรรจุไว้ที่ฐานบัวหงายด้านหน้าขององค์พระพุทธนวราชบพิตร และพระราชทานแก่ข้าราชบริพาร และบุคคลอื่นๆไว้เพื่อสักการะบูชา

พระพิมพ์ส่วนพระองค์นี้ เดิมเรียกว่า “พระพลังแผ่นดิน” ต่อมาได้เรียกขานกันว่า “พระสมเด็จจิตรลดา” หรือ “สมเด็จจิตรลดา”

สำหรับพระพุทธรูปที่กล่าวได้ว่าเป็นพระพุทธรูปสำคัญของชาติ คือ “พระพุทธนวราชบพิตร” ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำริให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2509 โดยทรงโปรดเกล้าฯให้ ศ.ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ จากกรมศิลปากร เป็นผู้ปั้นหุ่นขึ้นตามพุทธลักษณะที่พระองค์ทรงออกแบบ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 23 เซนติเมตร ที่ฐานมีข้อความพระราชทานเป็นอักษรบาลีข้อความเดียวกับที่ฐานขององค์พระประทานพร ภปร.

เมื่อสร้างเสร็จแล้ว พระราชทาน พระพุทธนวราชบพิตร เพื่อประดิษฐานไว้เป็นพระพุทธรูปสำคัญยังศาลากลางจังหวัดทั่วราชอาณาจักร และได้พระราชทานไว้เป็นพระพุทธรูปสำคัญประจำหน่วยทหารทั่วประเทศด้วย โดยจังหวัดแรกที่ได้รับพระราชทานคือ จ.หนองคาย เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2510 และพระองค์มีพระราชดำรัสแก่ชาว จ.หนองคาย ในครั้งนั้นตอนหนึ่งว่า

“...ท่านทั้งหลายจงรับพระพุทธนวราชบพิตรนี้ไว้ เพื่อเป็นสิริมงคลสำหรับจังหวัด และสำหรับตัว เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจในการที่จะสมานสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจประกอบความดี และขอให้ระลึกไว้เสมอเป็นนิตย์ด้วยว่า การกระทำการงานทั้งปวง ทุกคนต้องมีความตั้งใจจริง ขยันหมั่นเพียร ประกอบด้วยความอะลุ้มอล่วย ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เมตตา มุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต และความสามัคคี ถือเอาประโยชน์ร่วมกันเป็นจุดประสงค์สำคัญ งานของท่านจึงจะสำเร็จผลได้โดยสมบูรณ์...”

จากนั้นปี พ.ศ.2539 ในโอกาสกาญจนาภิเษก “ในหลวง รัชกาลที่ 9” ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯให้ นายนนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ประติมากร ออกแบบและทำต้นแบบ “เหรียญพระมหาชนก” โดยพระองค์มีพระราชปรารภให้ออกแบบเหรียญเป็นรูป พระมหาชนกกำลังว่ายน้ำ และหันมาสนทนากับนางมณีเมขลา ส่วนอีกด้านของเหรียญผู้ถวายงานการจัดทำหนังสือพระมหาชนก เห็นพ้องกันว่าต้องเป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ขณะที่พระองค์ทรงงาน พระหัตถ์ถือแผนที่และดินสอ สะพายกล้องถ่ายพระรูป พระเสโทเกาะที่ปลายพระนาสิก

เหรียญพระมหาชนกจึงงดงามและมีความหมายตามคติธรรมในพระราชนิพนธ์ พระมหาชนกคือ การบำเพ็ญเพียรเป็นสิ่งที่ ประเสริฐยิ่ง

สิ่งมงคลสักการะที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ทรงสร้างขึ้น ซึ่ง “ทีมข่าวศาสนา” อัญเชิญมาเพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ 2560 นี้

นอกจากแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยะภาพทางด้านพุทธศิลป์แล้ว ยังแสดงถึงพระอัจฉริยะภาพด้านหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาด้วย

เพราะนอกจาก “พระพุทธรูปปางประทานพร ภปร.”, “พระพลังแผ่นดิน”, “พระพุทธนวราชบพิตร” และ “เหรียญพระมหาชนก” จะมีความงดงามตามหลักพุทธศิลป์แล้ว

สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดคือ พระราชดำรัสพระราชทานพร้อมสิ่งมงคลสักการะยังแฝงไปด้วยหลักคำสอน เป็นสิ่งเตือนใจให้กับพสกนิกรของพระองค์

ให้คนไทยรู้รักสามัคคี บำเพ็ญเพียร และทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นหลักในการดำเนินชีวิต อย่างผาสุกสืบไป...

ทีมข่าวศาสนา

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้