วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รถไฟฟ้าใหม่-ถนนใหม่-อุโมงค์ใหม่ จราจรไทย 2560 อะไรเสร็จอะไรสร้าง

รถไฟฟ้าใหม่-ถนนใหม่-อุโมงค์ใหม่ จราจรไทย 2560 อะไรเสร็จอะไรสร้าง

  • Share:

ปี 2559 ที่ผ่านมา ชาวกรุงเทพฯมีโครงการขนาดใหญ่ใหม่ๆใช้บริการหลายโครงการ ตั้งแต่รถไฟฟ้าสายสีม่วง ทางด่วนสายศรีรัช–วงแหวนรอบนอก รวมทั้งอุโมงค์แยกมไหสวรรย์

แล้วปี 2560 ที่กำลังมาถึง จะมีโครงการขนาดใหญ่อะไรบ้าง ก่อสร้างแล้วเสร็จ เปิดบริการให้คนกรุงเทพฯได้ใช้ รวมทั้งสถานการณ์จราจรของกรุงเทพฯในปี 2560 จะดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างไร

ฝ่ายข่าว กทม.-จราจร จะพาไปหาคำตอบ.....

aaaaaaa

BTS ทะลุสมุทรปราการ

โครงการขนาดใหญ่ใหม่โครงการแรกที่จะเปิดใช้ในปี 2560 คือ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายแบริ่ง–สมุทรปราการ หรือส่วนต่อขยายของ รถไฟฟ้าบีทีเอสจากแบริ่งไปสมุทรปราการ โครงการนี้จะเริ่มเปิดบริการในเดือนมีนาคม 2560 โดยเริ่มเดินรถจากสถานีแบริ่งไปยังสถานีสำโรง 1 สถานี จากนั้นจะทยอยเปิดให้บริการอีก 8 สถานีรวม 9 สถานี ได้แก่ สถานีปู่เจ้าสมิงพราย สถานีเอราวัณ สถานีโรงเรียนนายเรือ สถานีสมุทรปราการ สถานีศรีนครินทร์ สถานีแพรกษา สถานีสายลวด สถานีเคหะสมุทรปราการ รวมระยะทาง 19 กม. ภายในปี 2561

ทั้งนี้ มีอาคารจอดรถ 1 แห่ง บริเวณสถานีเคหะสมุทรปราการ ริมถนนสุขุมวิท พื้นที่ประมาณ 18 ไร่ จอดรถได้ประมาณ 1,200 คันในอนาคตจะขยายเส้นทางจากสมุทรปราการถึงบางปู ระยะทาง 7 กม. มี 4 สถานี ได้แก่ สถานีบางปู, สถานีศรีจันทร์ประดิษฐ์, สถานีเมืองโบราณ และสถานีสวางคนิวาส

โครงการนี้ กทม.เป็นผู้รับผิดชอบ โดยมอบหมายให้บริษัทกรุงเทพธนาคมว่าจ้างบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพหรือบีทีเอส จัดการเดินรถ เช่นเดียวกับรถไฟฟ้าบีทีเอสสายบางหว้า คาดกันว่ารถไฟฟ้าสายนี้จะช่วยลดปริมาณการใช้รถยนต์ และบรรเทาการจราจรติดขัดบนถนนสุขุมวิท พื้นที่ต่อเชื่อมกรุงเทพฯและจังหวัดสมุทรปราการได้เป็นอย่างดี

เดินรถ 1 สถานีเตาปูน–บางซื่อ

การเดินรถไฟฟ้าเชื่อม 1 สถานี จากสถานีบางซื่อ รถไฟฟ้าสายเฉลิมมหานคร (รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT) มายังสถานีเตาปูน รถไฟฟ้าสายฉลองรัชมงคล (สายสีม่วง) เป็นอีกโครงการหนึ่งที่มีกำหนดการเปิดใช้บริการในปี 2560

โดยแผนแรก รฟม.อยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (BEM) ผู้ได้รับสิทธิ์ในการเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง–บางแค และบางซื่อ–ท่าพระ หากได้ข้อยุติตามแผนงาน BEM จะต้องติดตั้งระบบควบคุมการเดินรถจากสถานีบางซื่อมายังสถานีเตาปูน ใช้เวลาประมาณ 6–8 เดือน คาดการณ์ว่าปลายปี 2560 จึงจะเปิดเดินรถส่วนต่อเชื่อม 1 สถานีได้

อย่างไรก็ตาม หากผลการเจรจาตามแผนหนึ่งล่าช้า รฟม.จะใช้วิธีการว่าจ้าง BEM เดินรถเชื่อม 1 สถานี จนกว่าการเจรจาเดินรถส่วนต่อขยายจะได้ข้อยุติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้บริการ

ขยาย ทช.305 เชื่อม 3312

ทางด้านโครงการถนนหรือทางหลวงนั้น ในปี 2560 ไม่มีโครงการภายในเขตกรุงเทพฯแล้วเสร็จเปิดใช้เลย มีแต่โครงการในปริมณฑล และจังหวัดภูมิภาค

เริ่มจากโครงการก่อสร้างถนนไสว–ประชาราษฎร์ (ถนนวัดคลองสี่) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ว่าจ้างบริษัท สระหลวงก่อสร้าง จำกัด วงเงิน 435.58 ล้านบาท ขยายทางหลวงชนบท สาย 3017 หรือถนนไสวประชาราษฎร์ เชื่อมทางหลวงหมายเลข 305 (รังสิต-นครนายก) กับสาย 3312 (ถนนพหลโยธิน-ลำลูกกา) ขนานตามแนวคลองสี่ฝั่งตะวันตก

เส้นทางนี้เป็นเส้นทางลัดเลี่ยงการจราจรติดขัดย่านรังสิตและบริเวณชุมชนคลองสี่ เดิมมีขนาด 2 ช่อง จะขยายเป็น 4 ช่องจราจร เริ่มสัญญาเดือน ส.ค.2557 กำหนดแล้วเสร็จตามสัญญา ธ.ค.2559 ขณะนี้กรมทางหลวงเปิดใช้งานบางช่วงเพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด อย่างไรก็ตาม โครงการจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดใช้งานอย่างสมบูรณ์เดือน ม.ค.2560

พัทยาคล่องอุโมงค์ลอดแยก

การจราจรของเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ที่เคยติดขัดคับคั่ง กำลังจะคลี่คลายไปในต้นปี 2560 เพราะโครงการก่อสร้างอุโมงค์ลอดทางแยกพัทยากลาง ถนนสุขุมวิทจะแล้วเสร็จ

โครงการนี้เมืองพัทยามอบให้กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ดำเนินการก่อสร้าง ลักษณะเป็นอุโมงค์ขนาด 4 ช่องจราจรไปกลับ ลอดผ่าน 2 ทางแยกได้แก่ แยกพรประภานิมิต และแยกพัทยากลาง ระยะทางประมาณ 1.9 กม. ทั้งนี้ อุโมงค์แห่งนี้มีงานประติมากรรมตกแต่ง คือ ประติมากรรมโลมา โดยใช้โลมาเป็นสัญลักษณ์เพื่อ

บ่งบอกว่าเมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเล พร้อมกับผนังทางลอด ตกแต่งด้วยรูปประติมากรรมสัตว์น้ำนานาชนิด เพื่อแสดงความสมบูรณ์ของเมืองแห่งชายทะเล โดยใช้สีฟ้าและสีน้ำตาล เพื่อสื่อถึงความใกล้ชิดกับทะเลและสีหินกรวดทราย

อุโมงค์ลอดทางแยกพัทยา เริ่มสัญญา 15 พ.ย.2557 กำหนดแล้วเสร็จเดือน ก.พ. 2560 ใช้งบประมาณก่อสร้าง 837 ล้านบาท ขณะนี้คืบหน้าประมาณ 78% ทั้งนี้ จากผลการศึกษาพบว่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยลดปัญหาการจราจรแออัดบริเวณแยกพัทยากลาง จากเดิมประมาณ 70% เหลือเพียง 30%

ความเร็วรถเพิ่มขึ้น 70 กม./ชม. จากเดิม 30 กม./ชม.นอกจากนี้เพิ่มความปลอดภัยบริเวณแยกพัทยากลาง อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเพิ่มรายได้ให้กับภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

บายพาสนครสวรรค์สายใหม่

ขยับขึ้นไปทางเหนือของประเทศ ประมาณปลายเดือนมกราคม 2560 โครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์สายใหม่ (ทางแยกต่างระดับหนองตะโก) ตอน 2 จะเริ่มแล้วเสร็จ

โดยโครงการนี้ กรมทางหลวงก่อสร้างทางต่อเชื่อมจาก 3 แยกหนองตะโก โดยปรับเป็น 4 แยก และมีทางแยกต่างระดับเป็นตัวเชื่อมการเดินทางจากทางเลี่ยงเมืองสายเก่า ตัดผ่านที่นาและที่ดินว่างเปล่าไปบรรจบกับทางหลวงสาย 117 หรือสายพิจิตร-พิษณุโลก ก่อนถึงแยกเก้าเลี้ยวระยะทางก่อสร้างรวม 17 กม.

เป็นถนนตัดใหม่ขนาด 4 ช่องจราจร พร้อมสะพานข้ามแม่น้ำปิง 2 แห่ง และสะพานเกือกม้าหน้ามหาวิทยาลัยเจ้าพระยา 1 แห่ง ใช้เงินก่อสร้างประมาณ 1,000 ล้านบาท แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ช่วง เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2556 โดยช่วงที่ 1 จะแล้วเสร็จเดือน ม.ค.2560 ส่วนช่วงที่ 2 แล้วเสร็จเดือน ก.ย.2560

ลดรถติดสะพานเดชาติวงศ์

ทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์นี้ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ จะช่วยรองรับปริมาณจราจร ขาขึ้น-ล่อง ระหว่างจากกรุงเทพฯกับภาคเหนือ โดยไม่ต้องผ่านตัวเมืองจังหวัดนครสวรรค์ สำหรับการเดินทางผ่านทางแยกต่างระดับจะแยกเป็นเส้นทาง ดังนี้ รถที่มาจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าจังหวัดกำแพงเพชรสู่ภาคเหนือ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางเลี่ยงเมืองสายเก่า วิ่งตรงไป เมื่อถึงทางแยกต่างระดับเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1 หรือถนนพหลโยธิน กลับเข้าสู่เส้นทางหลักมุ่งหน้าจังหวัดกำแพงเพชร ส่วนรถที่จะไปพิษณุโลก ขึ้นทางยกระดับข้ามไปลงทางเลี่ยงเมืองสายใหม่ ไปเชื่อมทางหลวงหมายเลข 117 หรือสายพิจิตร–พิษณุโลก

นอกจากนี้มีแลมป์รับรถจากจังหวัดนครสวรรค์ วนไปลงทางเลี่ยงเมืองสายใหม่ มุ่งหน้าพิษณุโลกได้เช่นกัน ในทางกลับกัน รถจากกำแพงเพชร มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ให้ขึ้นแลมป์ไปลงทางเลี่ยงเมืองสายเก่า หรือจะเลี้ยวซ้ายไปพิษณุโลกก็ได้ ส่วนรถจากพิษณุโลกที่จะเข้ากรุงเทพฯให้ใช้ทางเลี่ยงเมืองสายใหม่ ข้ามทางแยกต่างระดับลงทางเลี่ยงเมืองสายเก่า ไปออกถนนพหลโยธิน มุ่งหน้ากรุงเทพฯได้เช่นกัน ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาปริมาณจราจรและลดปัญหาติดขัดบนสะพานเดชาติวงศ์ และตัวเมืองนครสวรรค์ระดับหนึ่ง

ศาลาว่าการ กทม.ใหม่สูง 37 ชั้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนกรุงเทพฯ แม้ปี 2560 จะไม่มีถนนสายใหม่เปิดใช้ ทว่าปีนี้ชาวกรุงเทพฯจะมีศาลาว่าการกรุงเทพมหานครหลังใหม่ ในรูปแบบใหม่เปิดใช้สำหรับติดต่อราชการ

อาคารบางกอกทาวเวอร์ สูง 37 ชั้น ที่ดินแดง คือ อาคารศาลาว่าการกรุงเทพมหานครแห่งใหม่ ที่จะเปิดใช้ก่อน 12 ชั้นในเดือนมีนาคม 2560 โดยเป็นสำนักงานของสำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา ก่อนที่คณะผู้บริหารและหน่วยงานส่วนอื่น จะทยอยย้ายเข้ามาภายในต้นปี 2561 โดยอาคารดังกล่าวแยกเป็นส่วนของข้าราชการประจำ ชั้น 1–20 ส่วนชั้นที่ 21 ขึ้นไป เป็นส่วนของฝ่ายคณะผู้บริหารฝ่ายการเมือง

ศาลาว่าการ กทม.แห่งใหม่ บางกอกทาวเวอร์ เริ่มโครงการตั้งแต่ปี 2536 แต่การดำเนินการล่าช้ามาก เนื่องจากมีการปรับแบบให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และการใช้งาน จนล่าสุดข้อมูลในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ขั้นตอนการดำเนินการอยู่ในขั้นตกแต่งภายใน โดย กทม.ขอใช้งบประมาณในการดำเนินการมากถึง 897 ล้านบาท

โครงการศาลาว่าการกรุงเทพมหานครแห่งใหม่ นอกจากจะมีอาคารสูง 37 ชั้นแล้ว ยังประกอบด้วยอาคารหอประชุมสภา กทม. สูง 6 ชั้น (ใต้ดิน 2 ชั้น) อาคารประกอบด้านเหนือ และด้านใต้ สูง 3 ชั้น และการปรับปรุงถนนรอบศาลาว่าการ กทม.ใหม่ บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต-ถนนมิตรไมตรี 3-ถนนประชาสงเคราะห์ และการปรับปรุงอาคารสำนักระบายน้ำและสำนักการโยธาเดิม ซึ่งทั้งหมดจะทยอยแล้วเสร็จในปี 2560 สรุปใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 24 ปี

aaaaaaa

ท้ายที่สุด คือ การคาดหวังต่อสภาพของการจราจรของกรุงเทพในปี 2560 ฝ่ายข่าว กทม.-จราจร ขอให้ข้อมูลแทนคำตอบว่า ในปีนี้ถนนพหลโยธิน จากแยกลาดพร้าวถึงแยกหลักสี่ ยังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-คูคต รวมทั้งอาจจะขยายจุดก่อสร้างไปถึงบริเวณแยกลาดพร้าวตัดวิภาวดี , ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนเพชรเกษม ยังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค

ยิ่งไปกว่านั้น จะมีการลงมือก่อสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่ เป็นรถไฟฟ้าโมโนเรล 2 สาย คือ สายสีชมพู ปากเกร็ด–มีนบุรี ระยะทาง 34 กม. สายสีเหลือง ลาดพร้าว–สำโรง ระยะทาง 30 กม. รวมทั้งอาจจะมีการเริ่มงานก่อสร้างของรถไฟฟ้าสายสีส้ม จากมีนบุรี–ศูนย์วัฒนธรรม ระยะทาง 23 กม.

เพียงแค่นี้คงจะพอรู้แล้วว่า การจราจรในปี 2560 นี้ จะออกมาในรูปไหน.


ฝ่ายข่าวกทม.-จราจร­­

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้