วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หล่อแซ่บ สุดเจ๋ง สร้างแรงบันดาลใจ! 5 คนดังแจ้งเกิดจาก 'ทีมข่าวเฉพาะกิจ'

หล่อแซ่บ สุดเจ๋ง สร้างแรงบันดาลใจ! 5 คนดังแจ้งเกิดจาก 'ทีมข่าวเฉพาะกิจ'

  • Share:

ในช่วงระยะ 2 ปีที่ผ่านมา ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ นำเสนอเผยแพร่รายงานพิเศษมากมายนับชิ้นไม่ถ้วน มีทั้งสาระ ความรู้ สืบสวนสอบสวน ปากท้องร้องทุกข์ ช่วยเหลือผู้บริโภค หรือแม้แต่ความบันเทิงเริงใจก็มีให้ได้ติดตามกันอย่างครบครัน แต่อีกหนึ่งคอนเทนต์ที่มักจะถูกอกถูกใจบรรดาแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ จนยกให้เป็นไอดอลสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนไปแล้ว เห็นทีจะเป็นเรื่องราวความเก่งกล้าสามารถ จากเหล่าบรรดา "บุคคล" ที่สุดยอดในด้านต่างๆ จน 'ทีมข่าวเฉพาะกิจ' ต้องคว้าตัวมาร่วมวงสนทนาแบบเอ็กซ์คลูซีฟเป็นที่แรก! ...

ผ่านพ้นไปแล้ว สำหรับปี 2559 มีคนดังแจ้งเกิดกันเปรี้ยงปร้างจากแวดวงต่างๆ มากมาย ทีมข่าวฯ เองก็ถือโอกาสนี้ หยิบยกสุดยอดคนดังมากความสามารถ ที่แจ้งเกิดจาก ‘ทีมข่าวเฉพาะกิจ’ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา... มาย้อนให้แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ได้หวนนึกถึงอีกครั้ง มีใครกันบ้าง ตามไปดูกันเลยยยย...

1. เปิดตัวหมอแกร่งที่สุดในปฐพี ผู้พิชิต 6 นักรบเหนือมนุษย์

มาเริ่มกันที่คนแรก ยังจำได้ไหมกับเจ้าของฉายานี้! “หมอแกร่งที่สุดในปฐพี” เมื่อประมาณสองปีก่อน ทีมข่าวฯ ได้หยิบยกเรื่องราวของ พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน หรือ หมอภาคย์ คุณหมอผู้พิชิต 6 หลักสูตรการรบเหนือมนุษย์คนแรกในประเทศไทย จนกลายเป็นที่รู้จักและถูกกล่าวขานกันในนาม “หมอแกร่งที่สุดในปฐพี” ...

หากคุณเคยได้ยินชื่อ Airborne Ranger Seal Recon Commando PJ มาแล้ว คงจะรู้ว่าเป็นหลักสูตรฝึกการรบอันเลื่องชื่อของแต่ละหน่วยในกองทัพไทย และถูกกล่าวขานถึงความหฤโหดสุดขีด โดยมีทั้งความกดดันทางร่างกายและจิตใจ นักรบหลายรายต้องยอมยกธงขาวพ่ายแพ้ไปเกินครึ่ง น้อยคนนักที่จะก้าวผ่านหลักสูตรเหล่านี้มาได้ แต่มีคุณหมอท่านนี้ สามารถพิชิตและผ่านการฝึกเหล่านี้มาครบแล้ว

พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน หรือ หมอภาคย์

ย่างก้าวสู่ความภาคภูมิใจ...

  • นักเรียนแพทย์ทหารวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า รุ่นที่ 23
  • 
หลักสูตรส่งทางอากาศ AIRBORNE (รร.ศสพ.) รุ่นที่ 229
  • 
หลักสูตรจู่โจม RANGER (รุ่นทั่วไป) รร.ร.ศร. รุ่นที่ 86
  • 
หลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจม (มนุษย์กบ) SEAL/UDT รุ่นที่ 34

  • หลักสูตรรีคอน RECON รุ่นที่ 38

  • หลักสูตรการปฏิบัติการพิเศษ SPECIAL OPERATION รุ่นที่ 6 (คอมมานโด รุ่นที่ 17 + พีเจ รุ่นที่ 9)

  • เสนาธิการทหารบก ชุดที่ 91

ประวัติการปฏิบัติราชการสนาม


  • นายแพทย์กองกำลัง ไทย-อิรัก 976 ผลัดที่ 2 ปี พ.ศ.2547
  • นายแพทย์กองกำลังสันติสุข 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี พ.ศ.2549

  • นายทหารส่งกลับ/ฝ่ายเสธ ศูนย์แพทย์ทหารบก จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี พ.ศ.2557
“หมอแกร่งที่สุดในปฐพี”

หมอแกร่งที่สุดในปฐพีคนนี้ เคยให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวฯ ไว้ว่า “หากไม่มีหมอที่เรียนรู้เรื่องรบพิเศษ ก็จะไม่สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบุคลากรการรบพิเศษได้ และเมื่อได้ไปเรียนรู้ลักษณะงานของแต่ละหน่วย ทำให้ประยุกต์ใช้ความรู้ทางการแพทย์ การรักษาพยาบาลเข้ามารวมกัน และยังสามารถแนะนำบุคลากรท่านอื่นๆ ได้อีกด้วย"

“โปรดอย่าเรียกผมว่านักล่าเครื่องหมาย !!!! เพราะสำหรับผมแล้ว ทุกๆ หลักสูตร ทุกๆ เครื่องหมายนั้น ทรงคุณค่า ผมให้เกียรติ เคารพ และ เชิดชู อย่างสูงยิ่ง นั่นเพราะ ผมได้เรียนรู้คุณค่าทางจิตใจอย่างมหาศาลจากทุกหลักสูตร ทุกสถาบัน ทุกครูอาจารย์ ซึ่งขัดเกลาให้ผมได้เข้าใจคำว่า "ความยิ่งใหญ่เกิดจากการเอาชนะใจตนเอง" และ นั่นเองที่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกๆ เรื่องในชีวิต”

แม้จะผ่านไปนานสองปี แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีคนเรียก 'หมอภาคย์' ว่า “หมอแกร่งที่สุดในปฐพี” เห็นไหมล่ะคะว่า คุณหมอโด่งดังแค่ไหน...

2. รู้จักตัวตน "ทนายเจมส์" จากคนไม่เอาถ่าน สู่เส้นทางว่าความให้เหล่าเซเลบ

มาต่อกันด้วย ผู้ชายที่กลายเป็นที่มาของวลี “ทนายหล่อ บอกต่อด้วย” หลังจากเขาคนนี้ ปรากฏตัวต่อหน้าสื่อมวลชน ขณะที่ไปเป็นทนายส่วนตัวให้กับ 'ดีเจวุ้นเส้น' วิริฒิพา ภักดีประสงค์ หนึ่งในดารานักแสดงที่มีรายชื่ออยู่ในข่ายที่ต้องเข้าชี้แจงรายละเอียด กรณีการโพสต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงสื่อสังคมออนไลน์ในขณะนั้น ทำเอาสาวแท้สาวเทียมค่อนประเทศกรี๊ดกร๊าด อยากทำความรู้จัก จนเรียกได้ว่า โด่งดังชั่วข้ามคืนกันไปเลยทีเดียว

หลังจากการปรากฏตัวของทนายแซ่บคนนี้ จนกลายเป็นที่ฮือฮากันในโลกโซเชียลไปชั่วข้ามคืน ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ก็ไม่พลาดที่จะไปคว้าตัวมาสัมภาษณ์ ให้แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ได้ทำความรู้จักตัวตนของเขาเป็นที่แรก!

นายนิติธร แก้วโต หรือ 'ทนายเจมส์'

นายนิติธร แก้วโต หรือ 'ทนายเจมส์' ทนายเนื้อหอมคนนี้ เคยให้สัมภาษณ์ถึงจุดเริ่มต้นในการว่าความให้เหล่าเซเลบผ่านทีมข่าวฯ ว่า เริ่มต้นจากการไปช่วยเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้กับ บริษัท เฮโล โปรดักส์ชั่น จำกัด ของคุณอนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม ผู้จัดและนักแสดงชื่อดัง จนกลายเป็นที่แนะนำและบอกต่อในวงการ ทำให้ได้มีโอกาสไปว่าความให้ ทราย วรรณพร ฉิมบรรจง, บัวขาว บัญชาเมฆ, เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร รวมถึงได้มีโอกาสไปเจรจาด้านกฎหมายให้กับ แก๊งนางฟ้า และสืบเนื่องมาถึงที่มาของการเป็นทนายความส่วนตัวให้กับคุณวุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์ และมีโอกาสว่าความให้เซเลบคนดังล่าสุด คือ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ และ หมาก ปริญ สุภารัตน์

“ส่วนตัวไม่ได้เลือกรับว่าความเฉพาะดาราหรือบุคคลมีชื่อเสียงเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นบุคคลทั่วไปหรือบุคคลที่ไม่มีทุนทรัพย์ ผมก็รับว่าความให้ เพราะด้วยความที่อยากช่วยเหลือและยิ่งเป็นคดีแปลกใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน ยิ่งเป็นสิ่งท้าทายสำหรับผม เพราะฉะนั้นก่อนจะรับว่าความแต่ละคดี ผมจะพิจารณาอย่างละเอียดและรอบด้าน” 

'ทนายเจมส์'

และปัจจุบัน ทนายเจมส์ ถือว่าเป็นที่รู้จักกันในนามทนายความของเหล่าบรรดาเซเลบ จนเรียกว่า มีข่าวขึ้นโรงขึ้นศาล หรือตั้งไมค์แถลงข่าวดารานักแสดงมีข่าวมีปัญหาทีไร ก็มักจะเห็นทนายเจมส์ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนอยู่บ่อยครั้ง (แต่ทุกครั้งที่ทนายเจมส์ออกโรงแถลงข่าวทีไร เป็นอันได้รับความสนใจจากสาวแท้สาวเทียมไม่แพ้เนื้อข่าวเลย เรียกว่า เรื่องความหล่อแซ่บของทนายเครามากเสน่ห์คนนี้ ต้องยกนิ้วให้เลยทีเดียว)

นอกจากนี้ ไม่ว่าทีมข่าวฯ จะหยิบยกประเด็นใด เรื่องใดมานำเสนอ หากเกี่ยวข้องกับการไขข้อกฎหมาย ก็ไม่พลาดที่จะยกสายปรึกษา ทนายเจมส์ จนเรียกว่าเป็นทนายความประจำโต๊ะข่าวเฉพาะกิจไปแล้วในขณะนี้ 

3. ตั้งเป้าพุ่งชนจนสำเร็จ! เส้นทางก่อนเป็น ว่าที่ทหารอากาศ อายุน้อยที่สุด

มาต่อกันด้วยคนดังคนต่อไป เป็นเรื่องราวดีๆ หนูน้อยมหัศจรรย์ผู้สร้างแรงบันดาลใจ เธอมาพร้อมกับความฝัน ความมุ่งมั่น และเป้าหมายที่แน่วแน่ จนทำให้เธอประสบความสำเร็จด้วยอายุเพียง 19 ปี ‘น้องป๊อป’ ว่าที่เรืออากาศตรีมนสินี ชูสุวรรณ

สาวน้อยคนนี้ เติบโตมากับคุณตาคุณยายที่อาศัยอยู่ใน จ.นครศรีธรรมราช ด้วยความที่สนิทสนมกับคุณตาเป็นพิเศษ ทำให้เธอได้นิสัยและความคิดความอ่านคล้ายๆ กับคุณตา และเนื่องจากคุณตาเคยเป็นทหารเก่ามาก่อน ท่านก็มักจะบอกเล่าประสบการณ์อันผาดโผน หนึ่งในนั้นก็คือ การเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพไทยไปรบที่สงครามเกาหลี ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจให้กับวงศ์ตระกูล จนฟูมฟักกลายเป็นแรงบันดาลใจเธอรู้สึกว่า "อยากจะเป็นให้ได้อย่างคุณตา"

‘น้องป๊อป’ ว่าที่เรืออากาศตรีมนสินี ชูสุวรรณ

‘ทหารอากาศ’ คือเป้าหมายเดียวของเธอ ด้วยความรู้สึกว่า “เท่” ทุกครั้งที่ได้มีโอกาสนั่งเครื่องบินในงานวันเด็ก 

จากความฝันในวัยเด็ก ทำให้หนูน้อยไม่รอคอยโอกาส เธอเลือกเป็นฝ่ายไขว่คว้าหาโอกาสนั้นๆ อยู่เสมอ เธอเริ่มจากการเสาะหาข้อมูลว่าต้องทำอย่างไร เตรียมพร้อมอะไร และจะก้าวสู่เส้นทางทหารอากาศอย่างที่เธอฝันได้อย่างไร สุดท้ายก็ไม่นานเกินฝัน ระยะเวลาเพียง 4-5 ปี สาวน้อยคนนี้สามารถพิชิตความฝันสำเร็จด้วยวัยเพียง 19 ปี จนได้ชื่อว่า เป็นทหารอากาศหญิงที่อายุน้อยที่สุดเลยในขณะนั้นเลยก็ว่าได้ และล่าสุด ทีมข่าวฯ ทราบข่าวจากน้องป๊อปด้วยว่า เธอเพิ่งเข้ารับราชการทำงานเต็มตัวเมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมานี้เอง... ทีมข่าวฯ ก็ขอแสดงความยินดีกับน้องป๊อปไว้ตรงนี้เลยนะคะ

(ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Monsinee Sutthisombut)

4. จากชีวิตติดลบ คิดสั้นดิ่งตึก สู่ด็อกเตอร์ 'เทวฤทธิ์ สะระชนะ' 

มาต่อกับเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้หลายคนซาบซึ้งกินใจ ชวนน้ำตาไหล หากใครที่กำลังรู้สึกดำดิ่งลงสู่ภวังค์แห่งความมืดมิด รู้สึกหมดสิ้นความหวัง ไร้คุณค่า จนไม่อยากเผชิญหน้ากับความจริง มองไม่เห็นแม้แสงสว่างแห่งทางออก เรื่องราวชีวิตของ ดร.ท่านนี้ เหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะฉุดขึ้นจากภวังค์ห้วงอารมณ์นั้น...

ยังจำได้ไหม? กับวลีนี้... “วินาทีที่จะกระโดด...ภาพแม่ที่นั่งมองเรากินข้าว ภาพถุงกับข้าวที่เราแกะกินก่อนท่านทุกมื้อ ภาพพี่สาวที่นอนฟุบหน้าร้องไห้ ภาพเหล่านั้นไม่ได้มาเป็นเรื่องราวเสมือนวิดีโอ แต่กลับเป็นภาพที่เกิดขึ้นในชีวิต ตัดสลับกันไปมาเสมือนมีเครื่องฉายสไลด์อยู่ในหัว...”

แม้วลีดังกล่าว จะถูกแชร์ต่อกันบนโลกโซเชียลมีเดียกันมากมาย แต่...ทีมข่าวฯ ก็ไม่พลาดที่จะคว้าตัวมาร่วมวงสนทนา จนได้รับความสนใจจากแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

ด็อกเตอร์ เทวฤทธิ์ สะระชนะ

ดร.เทวฤทธิ์ สะระชนะ อาจารย์หนุ่มดีกรีนักเรียนนอกคนนี้ เกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะดี มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน แต่ด้วยมรสุมลูกใหญ่ถาโถมเข้ามา จนทำให้ครอบครัวของเขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก บ้านที่เคยมีก็ถูกเวนคืน ต้องระหกระเหินไปอาศัยห้องเช่าเล็กๆ ค้าขายไอติมกระบอกเป็นรายได้ต่อวัน พอประทังชีวิตแม่ลูก แต่...ด้วยความที่เป็นเด็กตั้งใจเรียนและเรียนดีมาตลอด ทำให้ครูที่โรงเรียนต่างรักและเอ็นดู คอยหยิบยื่นโอกาสทางการศึกษามาให้เขาอยู่เสมอๆ

แต่แล้วโชคชะตาก็นำพาให้เขาต้องตกไปอยู่ในสถานการณ์ “ฟางเส้นสุดท้าย” เมื่อเขารู้สึกว่า ตัวเขาคือตัวถ่วงที่ทำให้พี่สาวไม่ได้มีโอกาสเรียน มรสุมต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา จนนำไปสู่การตัดสินใจ คิดสั้นดิ่งตึก

“วินาทีที่จะกระโดด...ภาพแม่ที่นั่งมองเรากินข้าว ภาพถุงกับข้าวที่เราแกะกินก่อนท่านทุกมื้อ ภาพพี่สาวที่นอนฟุบหน้าร้องไห้ ภาพเหล่านั้นไม่ได้มาเป็นเรื่องราวเสมือนวิดีโอ แต่กลับเป็นภาพที่เกิดขึ้นในชีวิต ตัดสลับกันไปมาเสมือนมีเครื่องฉายสไลด์อยู่ในหัว...” ฉุดรั้งให้เขาอยากมีชีวิตอยู่ต่อ... และกลายเป็นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จทางการศึกษา จนสามารถเอนทรานซ์เข้าคณะสหเวชศาสตร์ สาขาเทคนิคการแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยคะแนนสูงสุดของสาขาในปีนั้น และจบปริญญาตรี ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง สอบชิงทุนรัฐบาล ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอกที่มหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา

ดร.เทวฤทธิ์ สะระชนะ

ปัจจุบัน อ.ดร.ทนพ.เทวฤทธิ์ สะระชนะ ดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาเคมีคลินิก สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมาอัพเดตชีวิตให้แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ฟังด้วยว่า นอกจากงานสอนหนังสือที่ภาควิชาเคมีคลินิก สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์แล้ว ก็ยังได้รับความไว้วางใจให้รับใช้คณะโดยเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ รับใช้วิชาชีพเทคนิคการแพทย์โดยการเป็นคณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ดูแลนิสิตที่ยากจนแต่มีความประพฤติดี โดยก่อตั้งเงินทุนเพชรชมพู MT พี่ช่วยน้อง โดยชมรมศิษย์เก่าเทคนิคการแพทย์ จุฬาฯ

5. จากแอร์ฯ สู่กัปตัน เส้นทางล่าฝันสารถีหน้าสวย รวยภาษา ข้ามขีดจำกัดทางเพศ 

มาถึงคนสุดท้ายที่ ทีมข่าวฯ ภูมิใจนำเสนอ 'วินดี้' สุวพิชญ์ ว่องวิริยะวาณิช สาวหมวย สวยเพรียว ท่าทางกระฉับกระเฉง เธอคือกัปตันหญิงมากความสามารถแห่งสายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์  

วินดี้ สุวพิชญ์ เคยบอกเล่าถึงความท้าทายบนเส้นทางกัปตัน ผ่านทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ไว้ว่า เริ่มต้นจากความชื่นชอบเครื่องบินเป็นชีวิตจิตใจ จึงทำให้เธอตั้งเป้าหมายชีวิตไว้ว่า สักวันหนึ่ง เธอจะขึ้นไปยืนอยู่บนเครื่องบินลำยักษ์ ในฐานะแอร์โฮสเตสให้ได้ 

สุวพิชญ์ ว่องวิริยะวาณิช กัปตันหญิงมากความสามารถแห่งสายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์

เธอใช้เวลาเพียง 3 ปี ก็เรียนจบปริญญาตรี สาขาวิชาภาษาจีนธุรกิจ จากนั้นก็ใช้เวลาเพียงปีครึ่ง สามารถจบปริญญาโทจิตวิทยาที่ มหาวิทยาลัยเอแบค (มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ)

“ภายหลังจากเรียนจบ ป.โท เราก็เริ่มทำตามฝัน ด้วยการสมัครสอบแอร์โฮสเตสของสายการบินไทยแอร์เอเชีย ซึ่งปรากฏว่า เราสอบผ่านตั้งแต่ครั้งแรกเลย แต่พอเริ่มเข้าหลักสูตรอบรมการเป็นแอร์ฯ ได้ไม่กี่เดือน เรารู้สึกว่าอาชีพที่เราเคยฝัน มันไม่ใช่สิ่งที่เราอยากจะเป็นจริงๆ”

ความสับสนในหัวใจของวินดี้ เผอิญเกิดขึ้นอย่างประจวบเหมาะในช่วงที่ไทยแอร์เอเชีย เปิดสอบศิษย์การบินรุ่นที่ 1 ปี 2004 พอดิบพอดี ทำให้ วินดี้ สุวพิชญ์ ในฐานะแอร์โฮสเตสฝึกหัด ณ ขณะนั้น ไม่ลังเลใจใดๆ แม้แต่น้อย เธอร่วมกระโดดสู้ศึกชิงเก้าอี้นักบินไทยแอร์เอเชียทันที

โดยสนามสอบศิษย์การบิน รุ่นที่ 1 ของบริษัทไทยแอร์เอเชียในครั้งนั้น มีผู้เข้าสมัครมากถึง 2,000 คน ถูกคัดแล้วคัดอีกจนเหลือ 40 คน และแน่นอน... วินดี้ เธอติด 1 ใน 40 คนนั้นด้วย

“ความเป็นผู้หญิงไม่ใช่อุปสรรคของวินดี้เลย เพราะการบิน คือ ความถนัดเฉพาะ เฉกเช่นเดียวกับอาชีพแพทย์ หากถามว่า แพทย์ผู้ชายเก่งกว่าแพทย์ผู้หญิงหรือไม่ คำตอบ คือ ไม่ใช่ ไม่ว่าจะแพทย์หญิงหรือแพทย์ชาย ล้วนมีความเก่งกาจแตกต่างกันออกไปคนละด้าน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อาจเป็นเพราะสังคมไทยมักมองว่า ผู้ที่จะเป็นนักบินได้ต้องเป็นผู้ชาย หรือควรเป็นผู้ชาย ซึ่งแตกต่างกับมุมมองของต่างประเทศ ที่เขาจะมองว่า เพศหญิงหรือเพศชาย ล้วนมีความสามารถเหมือนกัน มีทุกอย่างเท่าเทียมกัน”

'วินดี้' สุวพิชญ์ ว่องวิริยะวาณิช

ภายหลังจากที่ วินดี้ สุวพิชญ์ เรียนจบหลักสูตรนักบินพาณิชย์ตรีเป็นที่เรียบร้อย เธอก็สยายปีกติดนามสกุลไทยแอร์เอเชียเต็มตัว โดยครั้งนี้เธอไม่ได้มาในฐานะแอร์โฮสเตส แต่เธอมาในฐานะโคไพลอต

“ไม่ว่าจะเป็นหญิง ชาย หรือเพศไหนๆ ก็ต้องมีอารมณ์กลัวบ้างเป็นธรรมดา แต่สำหรับวินดี้ เราไม่คิดว่าจะต้องต่อสู้กับสิ่งเหล่านี้ แต่เราคิดอยู่ตลอดทุกวินาทีว่า เราจะไปถึงที่หมายอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด เพราะสิ่งที่คนเป็นนักบินต้องให้ความสำคัญที่สุด คือ ผู้โดยสารนับร้อยชีวิตที่เขาได้ฝากชีวิตเอาไว้ให้เราดูแล”

ปัจจุบัน หลังจากว่างเว้นจากภารกิจการบิน กัปตันวินดี้คนสวยของเรายังมีกิจกรรมอื่นๆ ในชีวิตที่เธอยึดถือเป็นความชอบส่วนตัวอีกด้วย นั่นก็คือ ครูสอนโยคะ และอาจารย์สอนวิชา CRM (Crew Resource Management) ซึ่งเป็นวิชาที่ว่าด้วยการทำงานร่วมกัน เช่น ความเป็นลีดเดอร์ชิปของกัปตันและโคไพลอต.

และวันนี้ เขาและเธอ ทั้ง 5 ก็ได้กลายเป็นไอดอลให้กับน้องๆ หนูๆ หลายคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้