วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เศร้า! วิกฤติสื่อไทยทนพิษเศรษฐกิจไม่ไหว พาเหรดปิดตัวตลอดปี 2559

เศร้า! วิกฤติสื่อไทยทนพิษเศรษฐกิจไม่ไหว พาเหรดปิดตัวตลอดปี 2559

  • Share:

ในยุคดิจิตอลที่เต็มไปด้วยการแข่งขันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะการแข่งขันในแวดวงสื่อสารมวลชนที่อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทอย่างมาก เนื่องจากเข้าถึงข่าวสารได้เร็วกว่าและราคาถูกกว่า ทำลายข้อจำกัดในเรื่องเวลาและสถานที่ จนทำให้สื่อดั้งเดิมที่มีอยู่คือสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ดังนั้นการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการอยู่รอดของสื่อในยุคปัจจุบัน ซึ่งจะเห็นได้จากการที่สื่อทีวีบางแห่งต้องหาผู้ร่วมทุนเพิ่ม ลดต้นทุนการผลิตลง ปลดพนักงาน สื่อสิ่งพิมพ์บางแห่งต้องลดต้นทุนการผลิต ปรับระยะการวางแผง ปลดพนักงาน ทำธุรกิจด้านอีเวนต์เพิ่มเติม ขายหุ้น ตลอดจนการทำฟรีก๊อบปี้เพื่อหารายได้จากการโฆษณาเพิ่มอีกทาง หรือหันมาบุกตลาดโลกออนไลน์เพิ่มขึ้น แต่บางครั้งบางสื่อก็ไม่โชคดีเสมอไป สุดท้ายทนพิษเศรษฐกิจและการแข่งขันอย่างดุเดือดไม่ไหว ต้องโบกมืออำลาวงการสื่อไปอย่างน่าใจหาย “บันเทิงไทยรัฐออนไลน์” สัปดาห์นี้ จะพาแฟนๆ ทุกคนไปย้อนรำลึกถึงบรรดาสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์ที่เคยรุ่งเรืองเฟื่องฟูแต่สุดท้ายต้องทยอยปิดตัวลงตลอดปี 2559 กัน

ไล่มาตั้งแต่เดือน ม.ค. 2559 นิตยสารวัยรุ่น Candy ในเครือโมโนกรุ๊ป เป็นนิตยสารรายแรกที่ปิดตัวลงรับปี 2559 สำหรับนิตยสารดังกล่าวตีพิมพ์ครั้งแรกประมาณปี พ.ศ. 2547 หรือเมื่อ 12 ปีที่แล้ว และได้รับความนิยมจากบรรดาวัยรุ่นมาตลอด แต่ด้วยปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวไกล วัยรุ่นมีพฤติกรรมเสพสื่อออนไลน์มากขึ้น จึงทำให้นิตยสารดังกล่าวต้องปิดตัวลง จากนั้นในเดือน ก.พ. 2559 ก็ถึงคิวของ นิตยสารแฟชั่น Volume ที่ต้องอำลาแผงหนังสือเช่นกัน โดยนิตยสารดังกล่าวตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2547 และเป็นที่พูดถึงในเรื่องความหวือหวาของแฟชั่นเซตมาโดยตลอด แต่ถึงจะมีจุดขายที่น่าสนใจแค่ไหน เมื่อโลกเปลี่ยน พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป สุดท้ายก็ต้องโบกมือบ๊ายบายวงการแฟชั่นไทยไปแล้วเรียบร้อย

และในเดือน พ.ค. 2559 มีสื่อสิ่งพิมพ์ทยอยปิดตัวถึง 2 ราย ได้แก่ นิตยสาร Image และ นิตยสาร Cosmopolitan สำหรับนิตยสาร Image นั้นอยู่คู่คนไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 และเป็นนิตยสารแฟชั่นไลฟ์สไตล์ยักษ์ใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในวงการแฟชั่นมายาวนาน แต่แล้วก็เกิดข่าวช็อกวงการเมื่อนิตยสารดังกล่าวก็ถูกขายหุ้นจากแกรมมี่ไปยังกลุ่มบริษัท ซีทรู จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจด้านออกาไนเซอร์ รับจัดงานอีเวนต์ ฯลฯ และเป็นธุรกิจส่วนตัวของนายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย เมื่อเดือน มิ.ย. 2558 ก่อนที่จะปิดตัวลงอีกปีถัดมา นับเป็นเวลากว่า 29 ปีในวงการแฟชั่นที่อิมเมจได้สร้างสีสันมาตลอด ส่วนนิตยสารสัญชาติอเมริกัน Cosmopolitan นั้นถูกตีพิมพ์ภาษาไทยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2539 โดยนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับผู้หญิงและไลฟ์สไตล์มาตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี แต่แล้วก็เกิดข่าวช็อกแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อนิตยสารฉบับภาษาไทยดังกล่าวต้องปิดตัวลงทั้งที่สัญญากับบริษัทแม่ในอเมริกาจะหมดปลายปี 2559 ก็ตาม เพราะไม่อยากแบกรับภาระต้นทุนที่หนักขึ้นอีกต่อไปนั่นเอง จากนั้นในเดือน มิ.ย.2559 ก็ถึงคิวของ นิตยสารบางกอก รายสัปดาห์ ซึ่งเป็นนิตยสารสุดคลาสสิกที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 60 ปี ก็ต้องอำลาตามพิษเศรษฐกิจเช่นกัน สำหรับนิตยสารดังกล่าวเคยเป็นนิตยสารที่มียอดพิมพ์สูงสุดของประเทศ โดยมีจุดขายอยู่ที่นวนิยายเอาใจวัยรุ่นชายเพราะเนื้อหานิยายที่ตีพิมพ์ส่วนใหญ่เป็นแนวผจญภัย แต่ในโลกปัจจุบันที่อินเทอร์เน็ตมีอยู่แทบทุกที่ในเมืองไทย คนเสพสื่อออนไลน์มากขึ้น จึงทำให้นิตยสารดังกล่าวต้องปิดตัวลง เหลือไว้เพียงแค่ตำนานสื่อสิ่งพิมพ์ที่เคยเป็นนิตยสารขายดีอันดับต้นๆ ของไทยเท่านั้น 

ต่อมาในเดือน ส.ค. 2559 มีนิตยสารและเคเบิลทีวีจ่อคิวปิดตัวลง 2 ราย รายแรกเป็น นิตยสารวัยรุ่นหัวนอก Seventeen ที่ตีพิมพ์ภาษาไทยครั้งแรกในเดือน ธ.ค.2002 นำเสนอเรื่องราวแฟชั่นและความบันเทิงสำหรับวัยรุ่น แต่เมื่อ 14 ปีผ่านไป นิตยสารดังกล่าวก็ต้องปิดตัวลงทั้งที่สัญญาลิขสิทธิ์กับทางบริษัทในอเมริกาจะหมดลงปลายปี 2559 แต่เพราะการขาดทุนเนื่องจากงบโฆษณาไม่ครอบคลุมกับต้นทุนการผลิตจึงต้องปิดตัวลงอย่างน่าใจหาย อีกรายคือ เคเบิลทีวียักษ์ใหญ่ CTH ก็เจอพิษเศรษฐกิจและการแข่งขันในยุคทีวีดิจิตอลไม่ไหว ปิดตัวลงตามสื่ออื่นๆ ไปเช่นกัน โดย CTH เข้าสู่ตลาดเคเบิลทีวี เมื่อปี พ.ศ.2553 และเป็นเคเบิลทีวีที่มีจุดขายด้านการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษปี 2013-2016 ด้วยการประมูลลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดมูลค่าสูงถึง 9 พันล้านบาท แต่ด้วยการหาสมาชิกที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายและมีปัญหาด้านการบริการมาโดยตลอด ทำให้ประสบภาวะขาดทุน และออกอากาศวันสุดท้ายในวันที่ 31 ส.ค. 2559 ก่อนจะยุติการออกอากาศตั้งแต่ 1 ก.ย. 2559 เวลา 0.00 น. เป็นต้นไป และในเดือน ก.ย.2559 สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ช่องทีนิวส์ทีวี ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2553 ก็ไปไม่รอดหลังจากถูกสั่งปิดจนขาดทุนอย่างหนัก โดยออกอากาศวันที่ 30 ก.ย. 2559 เป็นครั้งสุดท้าย และยุติการออกอากาศตั้งแต่ 1 ต.ค. 2559 เป็นต้นไป จากนั้นจึงหันมาผลิตรายการออกอากาศทางช่องไบรท์ทีวีแทน

เดือน ต.ค. 2559 ถือเป็นอีกเดือนหนึ่งที่นิตยสารดังๆ รวมทั้งสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมปิดตัวมากที่สุดในรอบปี 2559 ก็ว่าได้ ไล่มาตั้งแต่ นิตยสารสกุลไทย นิตยสารสาระความบันเทิงเพื่อทุกคนในครอบครัว วางแผงครั้งแรกเมื่อ 1 พ.ย. 2497 โดยมีจุดขายด้านนวนิยาย เรื่องราวเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ คร่ำหวอดอยู่ในวงการสื่อสิ่งพิมพ์มายาวนานถึง 62 ปี แต่ด้วยพิษเศรษฐกิจในยุคสื่อดิจิตอลมาแรง ทำให้สกุลไทยต้องปิดตำนานลง เหลือเพียงความทรงจำดีๆ ให้นักอ่านได้นึกถึง ด้าน นิตยสาร Who นิตยสารที่นำเสนอเรื่องราวคนดังในแวดวงต่างๆ ของเมืองไทยก็ต้องโบกมือลาแผงหนังสือไปแล้วเช่นกัน ซึ่งนิตยสารดังกล่าวตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ.2551 โดยเริ่มต้นจากการเป็นนิตยสารรายสัปดาห์ จากนั้นจึงปรับการวางแผงเป็นรายปักษ์ และรายเดือน แต่แล้วก็ต้องปิดตัวลงหลังดำเนินกิจการมานานกว่า 8 ปี ส่วน นิตยสารวัยรุ่น I Like ก็เจอพิษเศรษฐกิจจนต้องปิดตัวลงเช่นกัน โดยนิตยสารรายปักษ์ดังกล่าวออกวางตลาดครั้งแรกในเดือน พ.ค.2544 ได้รับความนิยมและเป็นที่พูดถึงในกลุ่มวัยรุ่นมาตลอด ด้วยเนื้อหาที่รวบรวมความบันเทิงและเนื้อหาสำหรับหนุ่มสาววัยรุ่นระดับมัธยมต้นถึงมหาวิทยาลัย พร้อมเปิดกว้างแนวคิดอิสระทันยุคทันสมัยสำหรับกลุ่มวัยรุ่น โดยคอลัมน์ที่โดดเด่นและได้รับความนิยมสูงสุดคือเรื่องดวงความรัก

ในส่วนของทีวีดาวเทียมที่ปิดตัวในเดือน ต.ค. 2559 เช่นกัน คือ ช่อง MCOT WORLD ทีวีดาวเทียมของ อสมท ยุติออกอากาศเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2559 ที่ผ่านมา หลังประสบภาวะขาดทุน โดยช่อง MCOT WORLD ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ส.ค. 2555 เป็นช่องรายการที่นำเสนอข่าวสาร, บันเทิง และสารคดีภาคภาษาอังกฤษ ออกอากาศทางดาวเทียมไทยคม แต่เมื่อเดินหน้านำเสนอสาระบันเทิงได้เพียง 4 ปีก็ต้องโบกมือลาไปเรียบร้อย และในเดือน พ.ย. 2559 ที่ผ่านมา คลื่นซี้ด 97.5 FM ที่เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2548 ภายใต้การบริหารของพระเอกนักร้องหนุ่ม ตุ้ย ธีรภัทร์ สัจจกุล และบริษัท ซี้ดเอ็มคอท จำกัด ในเครือ อสมท เป็นผู้ถือหุ้น 49% ก็ต้องปิดตัวลงหลังประสบปัญหารายได้ลดลงต่อเนื่อง ปิดตำนานคลื่นวิทยุเพื่อวัยรุ่นไทยที่มีมานานกว่า 11 ปี นอกจากนี้สื่อเคเบิลดาวเทียม ช่อง Media 84 ก็ต้องปิดตัวลงตามสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำหลังออกอากาศมานาน 8 ปี โดยช่อง Media 84 ออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 1 ต.ค. 2551 ในชื่อมีเดียแชนแนล นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับละครเก่าและซีรีส์ต่างประเทศจากทางช่อง 7 มาออกอากาศซ้ำ รวมทั้งยังรายการข่าวบันเทิงและสาระที่ผลิตขึ้นเองด้วย แต่แล้วก็ต้องยุติการออกอากาศตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2559 เป็นต้นไป โดยออกอากาศวันที่ 30 พ.ย. 2559 เป็นวันสุดท้าย

ปิดท้ายที่เดือน ธ.ค.2559 มีนิตยสารและหนังสือพิมพ์ดังจ่อคิวปิดตัวลงอีกหลายเจ้า ทั้ง หนังสือพิมพ์บ้านเมือง ที่จ่อคิวตีพิมพ์หนังสือพิมพ์ฉบับสุดท้ายในวันที่ 31 ธ.ค. 2559 และยุติการผลิตหนังสือพิมพ์ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2560 เป็นต้นไป ซึ่ง นสพ.บ้านเมือง ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2515 และเคยประสบภาวะขาดทุนจนต้องตีพิมพ์ครั้งสุดท้ายเมื่อ 31 พ.ค.2543 หลังจากขาดทุนยาวนานกว่า 4 ปี โดยมีนายทุนซื้อกิจการและเปลี่ยนชื่อเป็น นสพ.วิเคราะห์บ้านเมือง ก่อนที่จะกลับมาใช้ชื่อเดิมคือ นสพ.บ้านเมือง และตีพิมพ์ใหม่อีกครั้งในวันที่ 1 ก.ย. 2543 แต่สุดท้ายก็ต้องปิดตำนานหนังสือพิมพ์ดังกล่าวไว้ที่ 44 ปี 6 เดือนในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ยังมี นิตยสารภาพยนตร์บันเทิง ที่ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 นำเสนอเนื้อหาสาระเกี่ยวกับวงการบันเทิงไทยมายาวนานถึง 42 ปี แต่ด้วยสังคมออนไลน์ที่สะดวกรวดเร็วทันใจเข้ามามีบทบาทมากขึ้น นิตยสารดังกล่าวจึงต้องปิดตัวลงไปอย่างน่าเสียดาย แต่ยังคงทำหนังสือเรื่องย่อละครเฉพาะกิจและฉบับ Premium เช่นเดิม และสุดท้าย...ท้ายสุด ที่ปิดตัวตามสื่ออื่นๆ สิ้นปีนี้คือ นิตยสารพลอยแกมเพชร นิตยสารผู้หญิงที่ได้รับความนิยมและมียอดสมาชิกเป็นจำนวนมากมาตลอด 24 ปี โดยนิตยสารดังกล่าวก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2535 ซึ่งนอกจากจะนำเสนอความบันเทิงสำหรับคุณผู้หญิงทั้งหลายแล้ว ยังเป็นนิตยสารที่รวมผลงานนวนิยายจากนักเขียนชื่อดังไว้มากมายอีกด้วย

เขียนมาจนถึงบรรทัดนี้แล้ว คงพูดได้เพียงประโยคสั้นๆ ที่เป็นสัจธรรมที่เกิดขึ้นในทุกวงการว่า "คลื่นลูกเก่าจะถูกแทนที่ด้วยคลื่นลูกใหม่” เสมอ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้