วิธีสร้างนักรบพันธุ์แกร่งของสปาร์ตา

ข่าว

    วิธีสร้างนักรบพันธุ์แกร่งของสปาร์ตา

    ทีมงานนิตยสารต่วย'ตูน

      11 ธ.ค. 2559 05:01 น.

      นักรบสปาร์ตันคือยอดนักรบผู้ห้าวหาญ.

      กองทัพสปาร์ตาได้ชื่อว่า มีนักรบที่แข็งแกร่งระดับโลก ชายชาวสปาร์ตันทุกคนถูกเกณฑ์เป็นทหาร และพวกเขาเป็นที่เกรงขามของคนทั่วโลก นครสปาร์ตาไม่ยี่หระกับกำแพงเมืองใดๆ โดยเชื่อว่า คนของตนแข็งแรงพอที่จะทำให้กำแพงไร้ประโยชน์ มันเป็นนครเดียวที่อเล็กซานเดอร์มหาราชครั่นคร้ามและละเว้นจากการพิชิต พระองค์ไม่เคยกล้าที่จะนำทัพเข้าไปในดินแดนของพวกเขา

      นักรบสปาร์ตันเป็นนักรบสุดโหด เพราะเด็กชายชาวสปาร์ตันต้องทนทุกข์ทรมานผ่านประสบการณ์อันหฤโหดเหลือเชื่อ เด็กชายในนครสปาร์ตาไม่ได้ถูกเลี้ยงโดยมารดาของพวกเขา แต่ถูกเลี้ยงดูโดยรัฐ และพวกเขาได้รับการศึกษาไม่เหมือนกับคนชาติอื่นใดในประวัติศาสตร์

      ครึ่งหนึ่งของทารกสปาร์ตันถูกทิ้งให้ตาย

      เด็กที่อ่อนแอจะไม่ได้รับโอกาส ถ้าพวกเขาเกิดมาอ่อนแอ ป่วยไข้ หรือไม่สมประกอบ พวกเขาก็จะถูกทิ้งให้ตาย เมื่อทารกคนหนึ่งเกิดมา ผู้เป็นพ่อจะอุ้มเด็กที่เกิดใหม่ไปหาผู้เฒ่าของเมือง ผู้เฒ่าจะตรวจเด็กคนนั้นเพื่อมองหาความอ่อนแอและความไม่สมประกอบ ถ้าพบอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้เป็นพ่อก็จะถูกสั่งให้ทิ้งเด็กไว้ตามลำพังในหลุมและปล่อยให้อดอาหารจนตาย

      เด็กที่ผ่านการตรวจแล้ว เมื่อผู้เป็นพ่อพากลับบ้าน แม่ก็จะชำระล้างทารกคนนั้นในอ่างไวน์เพื่อเป็นการทดสอบโรคลมบ้าหมู ถ้าเด็กคนนั้นเป็นโรคลมบ้าหมู ไวน์ก็จะทำให้เขาเป็นลมชัก แม่ก็จะทราบว่าลูกน้อยของเธอไม่มีค่าควรแก่การเลี้ยงดู

      ถ้าทารกสามารถรอดชีวิตจากการทดสอบทั้งหมดนี้ เขาก็จะได้รับที่ดินแปลงหนึ่งฟรีๆ แต่ประมาณการว่า ครึ่งหนึ่งของทารกทั้งหมดที่เกิดในสปาร์ตาไม่ตายด้วยการถูกละทิ้งก็ถูกฆ่า

      แม่ชาวสปาร์ตันมอบโล่ให้ลูกชาย.
      แม่ชาวสปาร์ตันมอบโล่ให้ลูกชาย.

      เด็กชายอาศัยอยู่ในโรงทหารตั้งแต่อายุ 7 ขวบ

      ทันทีที่เด็กชายอายุครบ 7 ขวบ ก็พร้อมแล้วสำหรับการศึกษาในสถานที่ที่เรียกกันว่า โรงฝึก เขาจะต้องออกจากอ้อมอกของพ่อแม่ เพื่อไปอยู่ในความดูแลของครูที่เรียกว่า “ผู้คุม”

      ชีวิตในโรงฝึกไม่ใช่เรื่องสบาย เด็กๆจะถูกยุยงส่งเสริมให้มีความสับสนและยั่วยุซึ่งกันและกัน แม้กระทั่งท้าทายให้มาต่อสู้กัน นี่ไม่ใช่โรงเรียนที่คุณครูจะทำหน้าที่รักษาความสงบ ถ้าเด็กสองคนกำลังทะเลาะกัน ผู้คุมก็จะกระตุ้นให้พวกเขาแก้ปัญหาด้วยกำปั้น
      ผู้คุมยังถือแส้อยู่ตลอดเวลา และถ้าเด็กคนใดประพฤติผิด เขาก็จะใช้มันหวดเด็กคนนั้น และพ่อของเด็กคนนั้นก็จะถูกบังคับให้เฆี่ยนตีลูกชายของเขาเป็นคำรบสอง

      พวกเขาต้องขโมยอาหารกิน

      ระหว่างอยู่ในโรงฝึก เด็กๆจะได้รับแค่สิ่งจำเป็นพื้นฐานอันน้อยที่สุด รองเท้าถือเป็นสิ่งหรูหรา เด็กๆจึงถูกฝึกแบบเท้าเปล่า เสื้อผ้าทำให้อ่อนแอต่อสภาวะอากาศ เด็กๆจึงได้สวมแค่เสื้อ คลุมบางๆตัวเดียว และอาหารทำให้คนอ้วน เด็กๆจึงได้รับเพียงเท่าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ

      แต่พวกเขายังมีทางได้รับอาหารมากขึ้น ผู้รับการฝึกจะถูกยุยงให้ขโมยอาหารถ้าพวกเขาหิว แต่ถ้าถูกจับได้ว่ากำลังขโมยอาหาร เขาจะถูกเฆี่ยนและถูกตัดเสบียง แต่ถ้าเขาปราดเปรียวพอที่จะรอดตัวไปได้ ผู้คุมก็จะพิจารณาให้เขาได้รับอาหารเสริม

      เด็กชาวกรีกยุคนั้นเน้นการเรียนหนังสือ แต่ไม่ใช่สำหรับเด็กสปาร์ตัน
      เด็กชาวกรีกยุคนั้นเน้นการเรียนหนังสือ แต่ไม่ใช่สำหรับเด็กสปาร์ตัน

      ผู้รับการฝึกถูกสั่งให้ต่อสู้กันเพื่อแย่งเนยแข็ง

      ชาวสปาร์ตันมีเทศกาลประจำปีซึ่งจะมีเนยแข็งวางอยู่บนแท่นบูชาเทพเจ้าอาร์ทิมิส จากนั้นผู้รับการฝึกที่กำลังหิวโหยก็จะถูกปล่อยตัวออกมา เพื่อต่อสู้กันอย่างสุดฤทธิ์ในการคว้าเนยแข็งให้ได้มากที่สุด

      ในขณะที่พวกเขาต่อสู้กัน พวกผู้อาวุโสก็จะเฆี่ยนตีพวกเขาด้วยแส้ บางครั้งถึงตาย มันเป็นหน้าที่ของเด็กๆที่จะต้องทำหน้าเข้มแข็งและฉีกยิ้มขณะพวกเขาถูกเฆี่ยนจนหนังฉีก สำหรับผู้ชม มันเป็นเรื่องขบขันหรรษา เด็กคนที่ได้เนยแข็งมากที่สุดจะได้รับเกียรติ โดยถูกขนานนามว่า “โบโมไนค์”

      อาหารสปาร์ตาอันน่าสยอง

      ชายคนหนึ่งจากอิตาลีซึ่งนั่งอยู่กับทหารสปาร์ตันคนหนึ่งในวงอาหารกล่าวถ้อยคำอันโด่งดังว่า “ทีนี้ข้ารู้แล้วว่าทำไมพวกสปาร์ตันจึงไม่กลัวความตาย”

      เขากำลังพูดถึง “ซุปเนื้อน้ำดำ” ซึ่งทำโดยการต้มเนื้อในส่วนผสมของเลือด เกลือและน้ำส้มสายชู พวกสปาร์ตันกินด้วยกัน โดยทุกคนแบ่งปันอาหารหม้อเดียวกัน ภายใต้กระโจมเดียวกัน และซุปเนื้อน้ำดำถูกพิจารณาว่า เป็นจานเด็ดของมื้อ พวกเขาเสิร์ฟเฉพาะเนื้อเท่านั้น และทุกคนได้ส่วนแบ่งแค่น้อยนิด

      ทางเดียวที่จะได้เนื้อมากขึ้นก็คือ ต้องล่า ถ้านักล่าล้มกวางได้ตัวหนึ่ง เขาจะต้องแบ่งปันมัน แต่เขาได้รับอนุญาตให้เอาเนื้อกวางกลับบ้านได้เล็กน้อย นี่เป็นครั้งเดียวที่สปาร์ตันสามารถกินอาหารที่บ้านได้ นอกนั้นถูกห้ามอย่างเด็ดขาด

      ภาพนักรบสปาร์ตันบนเครื่องปั้นดินเผาโบราณ.
      ภาพนักรบสปาร์ตันบนเครื่องปั้นดินเผาโบราณ.

      ถ้าสอบปากเปล่าตก พวกเขาจะถูกกัด

      เมื่ออาหารมื้อค่ำสิ้นสุด ผู้ช่วยครูฝึกจะนั่งลงกับผู้รับการฝึกและถามคำถามพวกเขา คำถามเหล่านี้ก็เหมือนกับความรู้รอบตัวของสมัยใหม่ เช่น “ใครคือคนเก่งที่สุดในเมือง?” และต้องมีเหตุผลสนับสนุนคำตอบของพวกเขาด้วย

      คำตอบของพวกเขาต้องฉลาด ต้องใช้ความคิดอย่างดี และต้องตอบโดยทันที ใครที่ให้คำตอบโง่ๆจะถูกทำโทษด้วยวิธีแปลกๆสุดขีด คือ กัดที่นิ้วหัวแม่มือ

      แต่ชีวิตของผู้ช่วยครูฝึกก็ไม่ได้ดีกว่ากันมากนัก เมื่อการถามคำถามจบลง ผู้ช่วยครูฝึกก็จะถูกพาตัวออกไปและบรรยายสรุปให้ครูฝึกของเขาฟัง ถ้าพวกครูฝึกรู้สึกว่า เขาเข้มงวดเกินไป หรือใจดีเกินไป เขาก็จะถูกเฆี่ยน

      การศึกษารูปแบบอื่นๆทั้งหมดถูกห้าม

      ชาวสปาร์ตันถูกสอนให้สู้รบ ให้แข็งแกร่ง และอ่านหนังสือได้เท่าที่จำเป็น ทุกสิ่งนอกจากนั้นถูกห้ามโดยเด็ดขาด การศึกษาหลักสูตรอื่นๆเพิ่มเติมถูกพิจารณาว่าเป็นความหรูหราที่อันตราย นักเรียนสปาร์ตันไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เวลาว่างในการเรียนรู้ เพิ่มเติมในเรื่องของปรัชญาชีวิต

      ทหารต้องเชื่อฟังทุกคำสั่งโดยไม่ลังเล ดังนั้น การศึกษาตามขนบธรรมเนียมทั่วไปจึงถูกมองว่าเป็นอะไรที่จะทำให้พวกเขาอ่อนแอ ถ้าทหารสปาร์ตันกำลังพิจารณาถึงอาชีพในการเป็นนักกฎหมายหรือนักคิดอิสระ เขาก็จะไม่มุ่งความสนใจไปที่การสู้รบและการเชื่อฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา ดังนั้น เขาจึงถูกปิดกั้น ไม่ให้เรียนรู้เรื่องอื่นๆ

      เด็กๆถูกเฆี่ยนด้วยแส้ต่อหน้าสาธารณะ

      ชาวสปาตันมีงานเทศกาลประจำ ปีที่เรียกว่า “ไดมาสติโกซิส” ซึ่งโหดร้ายมาก ในงานนี้พวกเด็กชายจะถูกนำตัวมาอยู่ต่อหน้าฝูงชน และถูกเฆี่ยนด้วยแส้จนกระทั่งพวกเขายืนไม่ติด

      มันฟังเหมือนการซ้อมทรมาน แต่สำหรับพวกสปาร์ตันถือเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ พวกเขาแย่งกันอาสาสมัครเพื่อถูกเฆี่ยนด้วยแส้ต่อหน้าฝูงชน เพราะต้องการพิสูจน์ให้ชาวเมืองเห็นว่า พวกเขาสามารถทนทานต่อการทารุณกรรมได้นานกว่าคนอื่นๆ

      เมื่อชาวโรมันทราบเรื่องนี้ พวกเขาก็เริ่มมาพักร้อนในสปาร์ตาเพื่อจะได้ชมเทศกาลดังกล่าว พอถึง ค.ศ. 300 ชาวสปาร์ตันก็ ถึงกับสร้างโรงมหรสพ และขายตั๋วให้พวกโรมันแห่กันมาชม

      การแต่งกายของนักรบสปาร์ตัน.
      การแต่งกายของนักรบสปาร์ตัน.

      สังหารทาสเป็นการกีฬา

      ชาวสปาร์ตันมีทาสชาวปาเลสไตน์ที่พวกเขาเรียกว่า “เฮลอตส์” อยู่ในครัวเรือนด้วยกันแทบทั้งนั้น และกระทำอย่างโหดร้ายต่อพวกทาสเหล่านั้น มีพิธีกรรมที่เรียกว่า “คริปเทีย” ซึ่งหมายถึง การสร้างความหวาดกลัวในหมู่ทาสและเพื่อทำให้พวกเด็กชายมีความพร้อมสำหรับการทำศึก

      เด็กชายชาวสปาร์ตันจะได้รับมีดสั้นเล่มหนึ่ง และเสบียงอาหารเล็กน้อย จากนั้นก็ถูกส่งออกปฏิบัติภารกิจในการซุ่มโจมตี และสังหารทาสที่ไร้ทางสู้ให้มากที่สุด พวกเขาจะซ่อนตัวอยู่จนกระทั่งมืดค่ำ จากนั้น ก็กระโดดออกมาโจมตีพวกเฮลอตส์ที่กำลังเดินอยู่บนทางหลวง หรือกำลังทำงานอยู่ในทุ่งนา เพื่อให้พวกเด็กๆได้รับการฝึกฆ่าคนจริงๆ และเป็นการเตือนความจำพวกเฮลอตส์ว่าที่ยืนในสังคมของพวกเขาอยู่ตรงไหน

      ชาวสปาร์ตันจะได้รับป้ายหินหลุมศพก็ต่อเมื่อตายในสนามรบ

      ถ้าสปาร์ตันคนหนึ่งตายด้วยโรคชรา เขาจะถูกฝังในหลุมศพที่ไม่มีเครื่องหมาย มันเป็นความน่าละอายที่มีชีวิตอยู่ยาวนานเกินเหตุ ทางเดียวที่จะได้รับป้ายหินหลุมศพก็คือ ตายในสนามรบ เขาจะถูกฝังตรงที่เขาตาย และเพื่อเป็นเกียรติยศพิเศษ เขาจะได้รับป้ายหินหลุมศพที่สลักชื่อของเขาและคำว่า “ในสงคราม” ใต้ชื่อ

      พวกผู้หญิงที่ไม่ได้สู้รบในสงคราม ก็ยังสามารถได้รับป้ายหินหลุมศพเช่นกัน แต่ภายใต้สถานการณ์เดียวเท่านั้น คือ ตายในการคลอดบุตร เธอจะได้รับเกียรติของนักรบ สำหรับชาวสปาร์ตัน เธอตายในการต่อสู้ในศึกของตัวเธอเอง เป็นการสร้างเด็กชายเพิ่มขึ้นเพื่อให้กลายเป็นทหารของสปาร์ตา.

      โดย :แดง ชารี
      ทีมงานนิตยสาร ต่วย'ตูน

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2564 เวลา 20:49 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์